<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 06:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บตกจากห้องเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้เรียนวิชาปรับพฤติกรรมและนำมาใช้กับลูกชายวัยพรีทีนหรือช่วงก่อนวัยรุ่น จึงนำมาแชร์ เผื่อจะเป็นแนวทางให้เห็นมุมมองใหม่ๆ ในการเลี้ยงลูกยุค 4.0 เรื่องของเรื่องคือ มรสุมการทำการบ้าน ซึ่งหลายๆ บ้านคงมีปัญหาคล้ายกันคือ (ลูก)ลืมเวลาทำการบ้าน ไม่ได้เอาการบ้านกลับมา เล่นเพลินจนเลยเวลา ถ้าทำก็มีอาการน้ำหูน้ำตาไหล มีสนามรบย่อมๆ ระหว่างพ่อหรือแม่และลูก (เจ้าของการบ้าน) มีเสียตะโกนดังคับบ้านของสมาชิกที่ถึงขีดสุด และอื่นๆ อีกมากมายขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละบ้าน ที่บ้านผู้เขียนเน้นเสียงและจะตามมาด้วยเหงื่อและน้ำตาทุกครั้งที่มีการทำการบ้าน ซึ่งก็เกือบจะทุกวัน หนังม้วนเดินก็จะฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประหนึ่งเป็นผังรายการที่ได้วางเอาไว้ทุกเย็นก่อนและหลังอาหาร และผู้แสดงนำแต่ละคนก็เหนื่อยมากที่ต้องเล่นบทเดิมๆ แต่ต่างวิชาทุกๆ เย็น พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเช็ดฟีดแบคจากลูกๆ ได้ เพราะเด็กสมัยนี้ก็จะเล่าแบบตรงๆ ว่ารู้สึกอย่างไรกับเวลาทำการบ้านแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ความรู้ที่ได้จากการเรียนวิชาการปรับพฤติกรรมคือ เทคนิคต่างๆ ในการจูงใจให้ผู้อื่นทำพฤติกรรมที่ต้องการ หรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ เทคนิคหนึ่งที่ผู้เขียนลองใช้คือ เทคนิคการใช้สัญญาเงื่อนไข (contingency contract) หรือสัญญาพฤติกรรม ฟังดูเป็นวิชาการและมีความเป็นวิชาการจริงตอนเรียนเพราะ สัญญาพฤติกรรมมีที่มาที่ไปจากการใช้ความรู้และทักษะหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยา พฤติกรรมมนุษย์ มนุษย์ศาสตร์ การสื่อสาร ธุรกิจ และอื่นๆ และเจ้าสัญญาพฤติกรรมเป็นยังไง ทำยังไงและได้ผลไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เริ่มจากวิธีทำสัญญาพฤติกรรม ในกรณีนี้คือ การปรับพฤติกรรมการทำการบ้านของลูกชาย ทำให้เวลาทำการบ้านเป็นเวลาที่อาจจะไม่ต้องถึงกับสงบสุข แต่ต้องไม่ใช่เวลาเลือดและน้ำตาทุกครั้ง โดยการนั่งคุยกันแบบแฟร์ๆ ว่าแต่ละฝ่ายต้องการอะไร ฝ่ายพ่อแม่และลูกต้องการอะไร และเมื่อตกลงกันได้แล้ว ก็คุยกันต่อว่ากติกาในการทำให้ได้ตามที่ตกลงมีอะไรบ้าง ลูกจะได้รับอะไรตอบแทนที่สามารถทำได้ตามข้อตกลง ควรมีการให้โบนัสด้วย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในดีกรีที่เพิ่มขึ้น และต้องมีการลงโทษ เมื่อไม่สามารถทำได้ตามข้อตกลง เพราะทุกๆ การกระทำยอมมีผลกรรมที่ตามมา(สาธุ) ในการเขียนรายละเอียดสัญญาพฤติกรรม พ่อแม่ผู้ปกครอง ถ้าต้องการให้ประสบความสำเร็จ ควรที่จะเปิดใจให้กว้างและยอมรับความคิดเห็นของลูกๆ หรือเด็กๆ เพราะเมื่อเด็กๆ รู้สึกว่าความคิดของเค้าได้รับการยอมรับ เค้าก็จะเรียนรู้ที่จะยอมรับความคิดของผู้อื่น และห้ามลืมว่าสัญญาต้องมีวันเริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญา หลังจากเขียนสัญญาเป็นลายหลักอักษรก็ต้องมีการเซ็นสัญญา เอาให้เหมือนสัญญาทางธุรกิจเลย อาจจะมีสักขีพยาน เพื่อความขลังด้วยก็ได้ จากนั้นทุกฝ่ายก็แยกย้ายกันไปทำตามที่ตกลงเอาไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ในช่วงแยกย้ายกันไปทำตามสัญญาพ่อแม่ผู้ปกครองต้องดูอย่างใกล้ชิดว่าเด็กๆ หรือลูกๆ ทำตามที่ตกลงหรือไม่ ถ้าทำตามที่ตกลงได้ก็ต้องให้สิ่งตอบแทนหรือโบนัสตามสัญญา แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องมีการลงโทษ สิ่งที่ทำให้สัญญาพฤติกรรมได้ผลดีทำให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการคือ พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความเชื่อมั่นในตัวลูกๆ ว่าสามารถที่จะทำตามเงื่อนไขในสัญญา โดยไม่บ่นว่าหรือพูดเยอะในการเตือนให้ทำพฤติกรรมที่ต้องการ หรือกังวลแทนลูกๆ ว่าจะถูกลงโทษ และพูดเตือนเรื่องถูกลงโทษบ่อยเกิน จนกลายเป็นการข่มขู่ และถ้าลองทำตามสัญญาแล้วมีอะไรที่ไม่ลงตัว ทั้งสองฝ่ายพ่อแม่ผู้ปกครองและลูกๆ ก็สามารถปรับแก้ได้ตามความเหมาะสม และความต้องการหรือการยอมรับของทุกฝ่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;การใช้สัญญาพฤติกรรมเป็นการเลื่อนตำแหน่งลูกๆ และเด็กๆ จากการเป็นผู้ถูกสั่งให้ทำตามกฎของพ่อแม่ผู้ปกครอง มาเป็นหุ้นส่วนในการวางแผนการทำงานร่วมกันกับพ่อแม่ผู้ปกครอง แน่นอนว่าพ่อแม่ผู้ปกครองยังต้องชี้แนะและบางเวลายังต้องชี้แนวทางที่เหมาะสม ไม่ใช่การวางมือจากการเลี้ยงดูลูก แต่เป็นการเลี้ยงดูแบบวางกรอบให้ลูกๆ ได้สามารถบริหารตนเองได้ในขอบเขตที่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขียนโดย Mayochili อีเมล์ mayochili11@gmail.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56241</URL_LINK>
                <HASHTAG>เก็บตกจากห้องเรียน, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a02a72c1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56088</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บตกจากห้องเรียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้มีโอกาสได้เรียนวิชาปรับพฤติกรรมและนำมาใช้กับลูกชายวัยพรีทีน หรือช่วงก่อนวัยรุ่น จึงนำมาแชร์ เผื่อจะเป็นแนวทางให้เห็นมุมมองใหม่ๆ ในการเลี้ยงลูกยุค 4.0 เรื่องของเรื่อง คือ มรสุมการทำการบ้าน ซึ่งหลายๆ บ้านคงมีปัญหาคล้ายกันคือ (ลูก) ลืมเวลาทำการบ้าน ไม่ได้เอาการบ้านกลับมา เล่นเพลินจนเลยเวลา ถ้าทำก็มีอาการน้ำหูน้ำตาไหล มีสนามรบย่อมๆ ระหว่างพ่อหรือแม่และลูก (เจ้าของการบ้าน) มีเสียตะโกนดังคับบ้านของสมาชิกที่ถึงขีดสุด และอื่นๆ อีกมากมายขึ้นอยู่กับสไตล์ของแต่ละบ้าน ที่บ้านผู้เขียนเน้นเสียง และจะตามมาด้วยเหงื่อและน้ำตาทุกครั้งที่มีการทำการบ้าน ซึ่งก็เกือบจะทุกวัน หนังม้วนเดินก็จะฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ประหนึ่งเป็นผังรายการที่ได้วางเอาไว้ทุกเย็นก่อนและหลังอาหาร และผู้แสดงนำแต่ละคนก็เหนื่อยมากที่ต้องเล่นบทเดิมๆ แต่ต่างวิชาทุกๆ เย็น พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถเช็ดฟีดแบ็กจากลูกๆ ได้ เพราะเด็กสมัยนี้ก็จะเล่าแบบตรงๆ&amp;nbsp; ว่ารู้สึกอย่างไรกับเวลาทำการบ้านแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความรู้ที่ได้จากการเรียนวิชาการปรับพฤติกรรม คือ&amp;nbsp; เทคนิคต่างๆ ในการจูงใจให้ผู้อื่นทำพฤติกรรมที่ต้องการ หรือลดละเลิกพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ เทคนิคหนึ่งที่ผู้เขียนลองใช้คือ เทคนิคการใช้สัญญาเงื่อนไข (contingency contract) หรือสัญญาพฤติกรรม ฟังดูเป็นวิชาการและมีความเป็นวิชาการจริงตอนเรียน เพราะสัญญาพฤติกรรมมีที่มาที่ไปจากการใช้ความรู้และทักษะหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นจิตวิทยา พฤติกรรมมนุษย์ มนุษย์ศาสตร์ การสื่อสาร ธุรกิจ และอื่นๆ&amp;nbsp; และเจ้าสัญญาพฤติกรรมเป็นยังไง ทำยังไงและได้ผลไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เริ่มจากวิธีทำสัญญาพฤติกรรม ในกรณีนี้คือการปรับพฤติกรรมการทำการบ้านของลูกชาย ทำให้เวลาทำการบ้านเป็นเวลาที่อาจจะไม่ต้องถึงกับสงบสุข แต่ต้องไม่ใช่เวลาเลือดและน้ำตาทุกครั้ง โดยการนั่งคุยกันแบบแฟร์ๆ ว่าแต่ละฝ่ายต้องการอะไร ฝ่ายพ่อแม่และลูกต้องการอะไร และเมื่อตกลงกันได้แล้ว ก็คุยกันต่อว่ากติกาในการทำให้ได้ตามที่ตกลงมีอะไรบ้าง ลูกจะได้รับอะไรตอบแทนที่สามารถทำได้ตามข้อตกลง ควรมีการให้โบนัสด้วย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในดีกรีที่เพิ่มขึ้น และต้องมีการลงโทษ เมื่อไม่สามารถทำได้ตามข้อตกลง เพราะทุกๆ การกระทำย่อมมีผลกรรมที่ตามมา (สาธุ) ในการเขียนรายละเอียดสัญญาพฤติกรรม พ่อแม่ผู้ปกครอง ถ้าต้องการให้ประสบความสำเร็จ ควรที่จะเปิดใจให้กว้างและยอมรับความคิดเห็นของลูกๆ หรือเด็กๆ เพราะเมื่อเด็กๆ รู้สึกว่าความคิดของเขาได้รับการยอมรับ เขาก็จะเรียนรู้ที่จะยอมรับความคิดของผู้อื่น และห้ามลืมว่าสัญญาต้องมีวันเริ่มต้นและสิ้นสุดสัญญา หลังจากเขียนสัญญาเป็นลายหลักอักษรก็ต้องมีการเซ็นสัญญา เอาให้เหมือนสัญญาทางธุรกิจเลย อาจจะมีสักขีพยาน เพื่อความขลังด้วยก็ได้ จากนั้นทุกฝ่ายก็แยกย้ายกันไปทำตามที่ตกลงเอาไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงแยกย้ายกันไปทำตามสัญญา พ่อแม่ผู้ปกครองต้องดูอย่างใกล้ชิดว่าเด็กๆ หรือลูกๆ ทำตามที่ตกลงหรือไม่ ถ้าทำตามที่ตกลงได้ก็ต้องให้สิ่งตอบแทนหรือโบนัสตามสัญญา แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องมีการลงโทษ สิ่งที่ทำให้สัญญาพฤติกรรมได้ผลดีทำให้เกิดพฤติกรรมที่ต้องการ คือ พ่อแม่ผู้ปกครองให้ความเชื่อมั่นในตัวลูกๆ ว่าสามารถที่จะทำตามเงื่อนไขในสัญญา โดยไม่บ่นว่าหรือพูดเยอะในการเตือนให้ทำพฤติกรรมที่ต้องการ หรือกังวลแทนลูกๆ ว่าจะถูกลงโทษ และพูดเตือนเรื่องถูกลงโทษบ่อยเกิน จนกลายเป็นการข่มขู่ และถ้าลองทำตามสัญญาแล้วมีอะไรที่ไม่ลงตัว ทั้งสองฝ่ายพ่อแม่ผู้ปกครองและลูกๆ ก็สามารถปรับแก้ได้ตามความเหมาะสม และความต้องการหรือการยอมรับของทุกฝ่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การใช้สัญญาพฤติกรรมเป็นการเลื่อนตำแหน่งลูกๆ และเด็กๆ จากการเป็นผู้ถูกสั่งให้ทำตามกฎของพ่อแม่ผู้ปกครอง&amp;nbsp; มาเป็นหุ้นส่วนในการวางแผนการทำงานร่วมกันกับพ่อแม่ผู้ปกครอง แน่นอนว่าพ่อแม่ผู้ปกครองยังต้องชี้แนะ และบางเวลายังต้องชี้แนวทางที่เหมาะสม ไม่ใช่การวางมือจากการเลี้ยงดูลูก แต่เป็นการเลี้ยงดูแบบวางกรอบให้ลูกๆ ได้สามารถบริหารตนเองได้ในขอบเขตที่เหมาะสม. &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขียนโดย Mayochili อีเมล์ mayochili11@gmail.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56088</URL_LINK>
                <HASHTAG>เก็บตกจากห้องเรียน, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a02a72c1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
