<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2021 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2021 15:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 16 ม.ค.นี้ เก็บค่าโดยสารสายสีทอง 15 บาทตลอดสาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 ม.ค.64 นายเกรียงพล พัฒนรัฐ กรรมการผู้อำนวยการ &amp;nbsp;บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่า &amp;nbsp;หลังจากที่บริษัทฯได้เปิดให้บริการเดินรถ ระบบขนส่งมวลชนระบบรองสายสีทอง สถานีกรุงธนบุรี(G1) &amp;ndash; สถานีคลองสาน (G3) &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 โดยเปิดให้บริการฟรีตามนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 15 มกราคม 2564 และจะเริ่มเก็บค่าโดยสารในอัตรา 15 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2564 นี้เป็นต้นไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามนอกจากการใช้บริการกดบัตรโดยสารที่บริเวณสถานีแล้ว &amp;nbsp;ผู้โดยสารที่ใช้บัตรโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสรายเดือนและบัตรแรบบิท &amp;nbsp;สามารถใช้บัตรดังกล่าวเข้าใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีทองได้เช่นกัน โดยหักเป็นรายเที่ยว หรือหักตามมูลค่าค่าโดยสารเที่ยวละ 15 บาท แล้วแต่ชนิดของบัตร
&amp;nbsp;
นายเกรียงพล กล่าวต่อว่า จากสถิติการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีทองในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า มีผู้โดยสารเฉลี่ยที่ประมาณ 10,000 เที่ยวคนต่อวัน โดยสถานีที่มีประชาชนใช้บริการสูงสุดคือที่สถานีเจริญนคร (G2) &amp;nbsp;แต่จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในระลอกสองที่เริ่มมีผู้ป่วยในกรุงเทพฯตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ธันวาคม 2563 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งภาครัฐได้ออกมาตรการควบคุมโรค ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยประกาศให้สถานศึกษาในพื้นที่หยุดเรียน เน้นการทำงานจากที่บ้าน ( Work from home) รวมทั้งการจำกัดจำนวนคนเข้าสถานที่ต่าง ๆ และเข้มงวดการเดินทางของประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้&amp;nbsp;ทำให้ผู้โดยสารลดลงกว่า 70 %โดยปัจจุบันมีผู้โดยสารที่ประมาณ 3,000 เที่ยวคน/วัน &amp;nbsp;ซึ่งเป็นแนวโน้มในทิศทางเดียวกันกับปริมาณผู้โดยสารในส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงห้าแยกลาดพร้าว (N9) &amp;ndash; คูคต (N24 ) ที่บริษัทฯได้เปิดให้บริการถึงสถานีปลายทางคูคต ไปเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 มีผู้โดยสารเฉลี่ยที่ 125,444 เที่ยวคนต่อวัน ซึ่งในช่วงแรกที่ให้บริการมีผู้โดยสารมากกว่า 150,000 เที่ยวคนต่อวัน แต่จากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ผู้โดยสารลดลง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80,000 เที่ยวคนต่อวัน &amp;nbsp;โดยในส่วนต่อขยายสายสีเขียว ขณะนี้ทางฝ่ายนโยบายยังไม่มีกำหนดจัดเก็บค่าโดยสาร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามได้กำชับเจ้าหน้าที่ในการทำความสะอาดและ ขอความร่วมมือผู้เดินทางปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโรคโควิด-19โดยเคร่งครัด ตลอดเวลาที่ใช้บริการระบบขนส่งมวลชน &amp;nbsp;นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ดำเนินการป้องกันในทุกระบบขนส่งมวลชนที่บริษัทให้บริการ ทั้งโครงการพัฒนาระบบการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม &amp;nbsp;โครงการรถบีอาร์ที &amp;nbsp;โครงการรถบริการสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ ให้กำหนดรอบการทำความสะอาดด้วยน้ำยาแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อนและหลังให้บริการในแต่ละวัน
&amp;nbsp;
นายเกรียงพล กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาการเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษม ที่บริษัทเปิดให้บริการเรือไฟฟ้าจำนวน7ลำไปเมื่อ 27 พ.ย.63 ได้รับความสนใจจากประชาชนมาใช้บริการเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยที่ประมาณ 1,000 เที่ยวคน/วัน แต่หลังจากที่มีการระบาดของโควิด-19 ผู้โดยสารก็ลดลงกว่า 70%ด้วยเช่นกัน ซึ่งทางบริษัทฯ ได้มีมาตรการเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจ และปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสาร โดยคัดกรองสุขภาพของเจ้าหน้าที่ พนักงาน ทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ การคัดกรองอุณหภูมิของผู้โดยสารประจำท่าเรือ และให้ผู้โดยสารกรอกประวัติข้อมูลทุกครั้งก่อนใช้บริการ และต้องสวดหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดการเดินทาง พร้อมทั้งจัดจุดบริการแอลกอฮอล์ ทุกท่าเรือ และบนเรือ ตลอดจนเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดจุดสัมผัสภายในเรือด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89825</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพธนาคม, รถไฟฟ้าสายสีทอง, เกรียงพล พัฒนรัฐ, เก็บเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_5ffffd92a36ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผกก.สภ.ป่าตอง แจงพลเมืองดีเก็บเงินส่งตร. ผ่านไป 1 ปีไม่มีใครรับ ต้องให้คนเก็บได้ตามระเบียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรป่าตองชี้แจงกรณีพลเมืองดีเก็บเงินที่ตกหล่นท้ายรถตุ๊กตุ๊กผ่านไป1ปีเจ้าของไม่มารับเงินจึงไปขอรับที่สภ.ป่าตอง&amp;nbsp;ล่าสุดตำรวจได้มอบเงินและโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่พลเมืองดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ส.ค.63 -&amp;nbsp;พ.ต.อ.อกนิษฐ์&amp;nbsp;ด่านพิทักษ์ศาสตร์&amp;nbsp;ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรป่าตอง&amp;nbsp;กล่าวว่า ประเด็นที่คุณสุรชัย อะซัน&amp;nbsp;ได้โพสต์ในโลกโซเชียลในประเด็นที่ไม่เข้าใจกันในเรื่องที่เขาเก็บเงินได้จำนวนเงิน 10,770 บาท ที่ตกหล่นอยู่ท้ายรถตุ๊กตุ๊กเมื่อ 13 ก.ค.2562 แล้วมาฝากไว้ที่สถานีตำรวจเป็นระยะเวลาหนึ่งปี แล้วเขาก็คิดว่าถ้าครบหนึ่งปีแล้วยังไม่คืนเจ้าของ เขาก็จะต้องได้รับเงินนั้นคืนไปซึ่งเป็นที่ถูกต้อง แต่บังเอิญว่าเขาได้มาติดต่อเพื่อขอรับเงินดังกล่าวจำนวนหลายครั้งที่สถานีตำรวจแต่เนื่องจากว่าระยะเวลามันเกินไปหนึ่งปี เวลามาสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนาย ซึ่งไม่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องของการรับเงินและไม่ได้ชี้แจงให้เขารับทราบเท่าที่ควรจึงทำให้เขาไปโพสต์ในโลกโซเชียลเข้าใจไปในประเด็นที่ตำรวจไม่ยอมคืนเงิน ตำรวจอมเงินบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในฐานะผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรป่าตองผู้รับผิดชอบก็ได้ตรวจสอบเจอและรับทราบในโลกโซเชียลเหมือนกัน&amp;nbsp;จึงทักติดต่อเขาไปให้เขามาติดต่อที่โรงพักให้เป็นกิจจะลักษณะแล้วผมจะตรวจสอบให้&amp;nbsp;ซึ่งวันนี้นัดให้เข้ามาตรวจสอบ ซึ่งก่อนที่จะนัดเข้ามาพบได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงไปปรากฏว่ามีการรับเงินไว้จริงและตำรวจก็ได้สืบสวนหาเจ้าของแล้วในระยะเวลาหนึ่งปี ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดมารับทรัพย์ไปและเงินดังกล่าวตำรวจยังไม่ได้คืนให้กับผู้ใดไปเนื่องจากไม่มีคนมาแสดงตนเป็นเจ้าของและตำรวจก็เก็บเงินดังกล่าวไว้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผกก.สภ.ป่าตอง กล่าวว่าวันนี้ได้เชิญคุณสุรชัยให้เขายื่นคำร้องเพื่อขอรับเงินดังกล่าวตามระเบียบ ให้เขาทำคำร้องและทำบันทึกมอบเงินให้เขาไปเป็นที่ถูกต้อง เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีกับประชาชนให้รับทราบว่าคนป่าตองยังมีน้ำใจอยู่&amp;nbsp;ซึ่งอาจจะเกิดความเข้าใจผิดในเรื่องของการติดต่อราชการเท่านั้นเองแต่ไม่มีปัญหาในเรื่องประเด็นดังกล่าวได้มอบเงินจำนวน 10,770&amp;nbsp;บาท ตามที่เขาได้พบคืนให้เขาไปแล้ว&amp;quot;พ.ต.อ.อกนิษฐ์ กล่าวและว่า&amp;nbsp;ในนามข้าราชการตำรวจป่าตองในนามประชาชนชาวป่าตองขอแสดงความขอบคุณกับเขา ส่วนตัวผมได้มอบเงินรางวัลสินน้ำใจให้เขาจำนวน 2,000 บาทและได้มอบประกาศเกียรติคุณสำหรับการทำความดีให้เขาเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับประชาชนทั่วไปรับทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74949</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ภูเก็ต, พลเมืองดี, สภ.ป่าตอง, เก็บเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3d100aab7e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เก็บก่อน..รวยก่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เก็บเงินให้เร็วที่สุด คุณก็จะมีความมั่นคงในชีวิตวัยเกษียณและเป็นไปอย่างยั่งยืน ซึ่งมีข้อแนะนำว่า &amp;ldquo;เก็บก่อน รวยก่อน&amp;rdquo; ถ้าเป็นไปได้ควรแบ่งเงิน 10% ของเงินเดือนไปฝากออม หรือไปลงทุนกันตั้งแต่เดือนแรกที่เป็นมนุษย์เงินเดือน และพอรายได้เพิ่มมากขึ้นก็เพิ่มเงินออมตามไปด้วย ถ้าทำอย่างนี้ได้ทุกเดือน บอกเลยว่าหลังเกษียณมีกินมีใช้ไม่ขาดมือแน่นอน เผลอๆ มีเหลือให้ลูกหลานอีกด้วยค่ะ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43792</URL_LINK>
                <HASHTAG>เก็บเงิน, เล็กๆน้อยๆ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a3767e7341e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
