<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95796</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ตรีนุช’ผงาดนั่งรมว.ศธ. ปชป.ส่ง4สส.ใต้ชิงเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โผ ครม.ชัดขึ้น &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; จ่อนั่ง รมว.ดีอีเอส &amp;quot;ตรีนุช&amp;quot;&amp;nbsp; แบ็กดีผงาดนั่ง รมว.ศธ. ขณะที่ดีล &amp;quot;ภท.-ปชป.&amp;quot; ลงตัว สลับ รมช.พาณิชย์-คมนาคม แต่ชื่อ &amp;quot;บุญลือ&amp;quot; โผล่เบียด &amp;quot;วีรศักดิ์&amp;quot; ด้าน &amp;ldquo;เสี่ยหนู&amp;rdquo; อ้าง รมว.-รมช.พรรคเดียวกันประชาชนได้ประโยชน์ กั๊กส่งชื่อ &amp;ldquo;บุญลือ&amp;rdquo; เป็น รมต. ?&amp;ldquo;นาที&amp;rdquo; เข้าทำเนียบฯ ปฏิบัติหน้าที่ที่ปรึกษาอนุทิน &amp;quot;ส.ส.ก้าวไกล&amp;quot; ปูดแวดวงการศึกษากังวล &amp;quot;ชัยวุฒิ&amp;quot; เข้ามาจำกัดสิทธิเสรีภาพนักเรียน หวั่นเป็นยุคมืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ความเคลื่อนไหวในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความชัดเจนมากขึ้นแล้ว ภายหลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ส่ง 2 รายชื่อ ส.ส.ของพรรคให้กับนายกฯ เป็นที่เรียบร้อย ได้แก่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรค พปชร. และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พปชร. โดยก่อนหน้านี้นายชัยวุฒิมีชื่อจะมาดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ แต่ความคืบหน้าล่าสุด นายชัยวุฒิเตรียมจะไปดำรงตำแหน่งเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ขณะที่ น.ส.ตรีนุช ซึ่งก่อนหน้านี้มีชื่อเป็น รมว.วัฒนธรรม โดยจะสลับนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม ไปนั่ง รมว.ดิจิทัลฯ นั้น ปรากฏว่า น.ส.ตรีนุชเตรียมจะไปนั่งในตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับ ส.ส.ในพรรค พปชร.เป็นอย่างมาก ที่ น.ส.ตรีนุชจะมานั่งในกระทรวงสำคัญ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเหตุผลสำคัญที่ทำให้ น.ส.ตรีนุชมีชื่อเป็น รมว.ศึกษาธิการ ครั้งนี้ เป็นเพราะความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้อง 3 ป. ทั้ง พล.อ.ประวิตร, พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ตั้งแต่ครั้งยังรับราชการทหารที่ จ.ปราจีนบุรี กับคนในตระกูลเทียนทอง โดยเฉพาะกับครอบครัวของ น.ส.ตรีนุช ที่มีนางขวัญเรือน เทียนทอง นายก อบจ.สระแก้ว เป็นมารดา นอกจากนั้น ครอบครัวของ น.ส.ตรีนุชยังมีความสัมพันธ์อันดีกับคนใกล้ตัวพล.อ.ประยุทธ์อีกด้วย จึงมีความไว้ใจ น.ส.ตรีนุชให้มาเป็น รมว.ศึกษาธิการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งพรรคภูมิใจไทย (ภท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ตกลงกันได้ว่าจะสลับเก้าอี้รมช.พาณิชย์ ที่มีนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นรัฐมนตรี กับ เก้าอี้ รมช.คมนาคม ซึ่งเป็นเก้าอี้เดิมของนายถาวร เสนเนียม ทั้งนี้ ในพรรคภูมิใจไทยเริ่มมีความเคลื่อนไหวในส่วนของนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี ที่มีความพยายามจะเสนอตัวเป็น รมช.คมนาคม เบียดกับนายวีรศักดิ์ ในกรณีที่สามารถแลกกระทรวงกับปชป.ได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย? ให้สัมภาษณ์ถึงรายชื่อรัฐมนตรีสัดส่วน ภท. มีการสลับเปลี่ยนกระทรวงหรือไม่ ว่า ต้องรอ ภท.ยื่นก่อน ส่วนจะมีการโยกย้ายหรือสลับปรับเปลี่ยนกันหรือไม่นั้น ขอย้ำว่าทุกอย่างอยู่ที่การพูดคุยเจรจา แต่คุยในหลักการแล้วคล้ายๆ กับข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป. ระบุว่ายังอยู่ที่เดิมไม่มีการสลับ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;ldquo;ก็คุยกันแล้วนี่ เลขาธิการพรรค ภท.กับเลขาธิการพรรค ปชป.คุยกันแล้ว ในหลักการไม่มีปัญหา? รวมถึงผมก็คุยกับหัวหน้าพรรค ปชป.คร่าวๆ? หลักการก็ไม่มีปัญหา&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า การสลับตำแหน่งจะทำให้การทำงานในกระทรวงง่ายขึ้นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า &amp;ldquo;คนของใครคนนั้นก็มาดูแล? ทำงานได้เต็มที่? เพราะถ้าเกิดแยกกันอยู่อีกฝั่งก็อาจจะทำงานได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น?ความรับผิดชอบของใครก็ไปดูแลกัน มันก็มีเหตุมีผล? คนที่ได้ประโยชน์จากการทำงานได้เต็มที่ไม่ใช่รัฐมนตรี? แต่คือประชาชน จึงเป็นเหตุผลที่น่าจะทำได้ แต่คนที่ตัดสินใจคือนายกฯ เราก็เสนอไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า? ภท.ส่งรายชื่อให้ พล.อ.ประยุทธ์แล้วหรือยัง นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้ส่ง ซองจดหมายอยู่ในตู้ ส่วนที่มีข่าวภท.อาจมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรค โดยมีชื่อของนายบุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี จะเข้ามา หัวหน้า ภท.กล่าวว่า &amp;ldquo;ก็อยู่ในซองจดหมาย&amp;quot; เมื่อถามย้ำว่าชื่อนายบุญลืออยู่ในซองจดหมายใช่หรือไม่ เขาบอกว่า &amp;ldquo;จำไม่ได้ เรื่องพวกนี้เราไม่ได้แต่งตั้งเอง มีผู้ใหญ่แต่งตั้ง แต่ที่สำคัญที่สุดต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา&amp;rdquo; เมื่อถามว่าตามข่าวจะเปลี่ยนกับนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 07.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนาที รัชกิจประการ ประธานคณะที่ปรึกษานายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข? ซึ่งได้รับแต่งตั้งโดยมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ได้เดินทางเข้าทำงานทำเนียบฯเป็นวันแรก จึงได้ใช้โอกาสนี้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของทำเนียบรัฐบาล ได้แก่ พระพรหมบนตึกไทยคู่ฟ้า ศาลพระภูมิ ศาลตาศาลยาย และไหว้พระในห้องทำงาน ที่ตึกบัญชาการ 1 โดยนางนาที กล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพียงสั้นๆ ว่า ตนได้เข้าทำงานที่ทำเนียบฯ วันนี้เป็นวันแรก แต่ยังไม่ได้พูดคุยกับนายอนุทินถึงเรื่องการมอบหมายงานให้ปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นางนาทีเป็นคู่สมรสของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ? พรรค ภท. เคยถูกศาลฎีกาพิพากษากรณีจงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ? ห้ามมิให้ผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง และลงโทษจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นางนาทีให้สัมภาษณ์ว่า ต้องขอบคุณนายอนุทินที่ให้ความสำคัญแต่งตั้งให้ตนมาเป็นประธานคณะที่ปรึกษา ซึ่งมีการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีภารกิจเยอะในพื้นที่ภาคใต้ เพิ่งจะมีเวลาว่าง จึงเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบรัฐบาล แต่คงไม่ได้เข้ามานั่งทำงานในทำเนียบรัฐบาลทุกวัน ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้มากกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะมีการตั้งข้อสังเกตเคยถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด สามารถมาดำรงตำแหน่งนี้ได้หรือไม่ นางนาทีกล่าวว่า ป.ป.ช.ได้กำหนดเวลาตัดสิทธิ์ 5 ปีตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งมาถึงตอนนี้เลยเวลาไปแล้ว แต่เนื่องด้วยรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะติดคุกจริงหรือไม่จริง ก็ต้องหมดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. จะเป็น รมว.ศึกษาธิการ ว่าหากเป็นเช่นนั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าสิ้นหวังมากๆ กับวงการการศึกษาของไทย จากการให้สัมภาษณ์ และการอภิปรายในสภาของนายชัยวุฒิที่ผ่านมา สะท้อนว่านายชัยวุฒิมีทัศนคติที่เป็นปฏิปักษ์กับนักเรียน ไม่ได้เห็นความสำคัญของปัญหาการทำทารุณกรรม กลั่นแกล้งรังแกของนักเรียนเลย ไม่มีทีท่าว่าจะมีความมุ่งมั่นในการเข้ามาปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของนักเรียนเพื่อลดทอนความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเลย นอกจากนี้ยังไม่ได้ตระหนักว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากปัญหาการว่างงาน การจ้างงานไม่เต็มเวลา ซึ่งส่งผลทำให้รายได้ครัวเรือนที่ลดลงสวนทางกับหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นนั้น อาจทำให้นักเรียนจำนวนไม่น้อยต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กับการอภิปรายของคุณชัยวุฒิในสภา ก็มักจะยืนยันแบบหลับหูหลับตาตลอดว่าทุกๆ สิ่งที่รัฐบาลทำนั้นดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร ก็ทำให้คุณครูทั้งประเทศมีความกังวลอีกเช่นเดียวกันว่า ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ความกังวลในเรื่องสวัสดิการในการดูแลคุณภาพชีวิตของคุณครู อาจจะไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จึงไม่แปลกใจว่าการเปลี่ยนตัว รมว.ศึกษาธิการให้มาเป็นคุณชัยวุฒิในครั้งนี้ ผู้คนในแวดวงการศึกษาจึงมีความกังวลว่าจะเข้ามาปฏิบัติภารกิจในการจำกัดสิทธิเสรีภาพของนักเรียนเท่านั้น และสนับสนุนการใช้อำนาจนิยมในการกดทับนักเรียน และเอากรอบที่ล้าหลัง เมื่อเทียบกับบริบทของโลกมาตีเส้นกำกับทิศทางทางการศึกษาของไทย ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเป็นยุคมืดของวงการการศึกษาไทยก็ว่าได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุม ส.ส.ภาคใต้ของพรรคทั้ง 21 คน มีนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม โดยนายนิพนธ์เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้หารือถึงกรอบข้อบังคับพรรคในการเสนอชื่อบุคคลที่สมควรเป็นรัฐมนตรี ซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่าควรเน้นหลักความสามารถและความอาวุโสเป็นหลัก โดยพบว่ามี ส.ส.รุ่นปี 2544 ที่เป็น ส.ส.ติดต่อกัน 5 สมัย จำนวน 4 คน คือ นายสินิตย์ เลิศไกร ส.ส.สุราษฎร์ธานี, นายประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง และนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา โดยได้เปิดโอกาสให้ทั้ง 4 คนได้แสดงวิสัยทัศน์เบื้องต้น รวมถึงหารือกันถึงปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ โดยมี ส.ส.บางส่วนเห็นควรว่าคนที่จะขึ้นเป็นรัฐมนตรีควรจะมีบารมีและประสบการณ์ทางการเมืองพอสมควร เพื่อที่จะสามารถนำพาพรรคและรองรับสถานการณ์ในภาคใต้ ซึ่งทุกคนเห็นพ้องต้องกันต่อการนำเสนอรายชื่อ 4 คนนี้ โดยตนจะนำรายชื่อทั้งหมดนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ในวันที่ 12 มี.ค. เวลา 14.00 น. และมั่นใจเมื่อที่ประชุม กก.บห.มีมติเลือกใครแล้วจะเป็นที่ยอมรับของทุกคน โดยไม่มีแรงกระเพื่อมเกิดขึ้นภายในพรรคอย่างแน่นอน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมโดยกลุ่มเลือดใหม่ได้เสนอว่า ในเมื่อจะมีการปรับ ครม.และครบโอกาส 2 ปีที่ต้องมีการประเมินผลงานรัฐมนตรีในพรรค ก็ขอเสนอให้ปรับรัฐมนตรีโลกลืม ผลงานไม่ปรากฏ เช่น คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาฯ ออกไปในคราวเดียวกันด้วย ซึ่งนายนิพนธ์ก็รับไว้เป็นข้อสังเกต และจะนำไปพิจารณาในที่ประชุม กก.บห. แต่ชี้แจงว่าปรับ ครม.เที่ยวนี้ได้รับสัญญาณจากพรรคหลักว่าไม่ต้องการให้เกิดแรงกระเพื่อมมากเกินไป ทางกลุ่มก็เสนอว่าหากมีการปรับ ครม.ครั้งหน้า ขอให้รับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ส.ส.ภาคใต้ยังไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการแลกกระทรวงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะจะยิ่งสร้างกระแสต่อสังคมให้จับตามองว่าเป็นช่วงท้ายของรัฐบาล หากเจ้ากระทรวงกับรัฐมนตรีช่วยเป็นพรรคเดียวกัน จะมีการจับมือทำอะไรก็ได้ อีกทั้งตำแหน่ง รมช.คมนาคมยังสามารถทำผลงานให้เห็นในพื้นที่ภาคใต้ได้ดีกว่าไปนั่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่มีผลงานปรากฏ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95796</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, ปรับ ครม., รมว.ดีอีเอส, สลับเก้าอี้รัฐมนตรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210311/image_big_604a2328b87c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40011</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 18:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นี่คือประชาธิปไตย!&#039;อุตตม&#039;ยัน&#039;สามมิตร&#039;เข้าใจไม่สร้างปัญหาอีก เผย&#039;บิ๊กตู่&#039;รู้ข้อมูลแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.62-นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากกระแสความขัดแย้งที่มีความเข้าใจไม่ตรงกันของ กลุ่มต่างๆในพรรคพลังประชารัฐ ในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี กำลังมีรอยร้าวนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ ผมในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และคุณสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ได้ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงกรณีปัญหาความเข้าใจไม่ตรงกันภายในพรรค ผมมองว่าความเห็นต่าง เป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ โดยกรณีของกลุ่มสามมิตรนั้น ได้มีการแจ้งกับผมแล้วถึงผลการหารือกันภายในกลุ่ม และได้สะท้อนความคิดในฐานะ ส.ส. เมื่อสะท้อนแล้ว เรื่องทั้งหมดก็จบลงตรงนั้น เพราะ ส.ส.กลุ่มสามมิตรและ ส.ส.ทุกคนของพรรค ได้รับเลือกจากประชาชนเข้ามาทำงานเหมือนกัน
ผมเองก็รู้สึกไม่สบายใจในเรื่องนี้ และต้องขออภัยต่อพี่น้องประชาชนที่ทำให้เกิดความสับสน เนื่องจากในห้วงเวลานี้ มีข่าวสารความขัดแย้งภายในพรรคปรากฏตามสื่อต่างๆ มากมาย ผมคงให้คำมั่นสัญญาได้เพียงว่า จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ถึงแม้จะมีปัญหาอยู่บ้างในการบริหารภายในพรรค เนื่องจากพรรคเราเป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นใหม่ สมาชิกมาจากหลายกลุ่มหลายสาขา ที่มีความมุ่งมั่นจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตนเอง ตามที่ได้ให้คำมั่นสัญญาไว้ จึงอยากทำหน้าที่บริหารบ้านเมืองให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าการแสดงความเห็นจะแรงไปบ้าง แต่ทุกอย่างก็ได้ยุติลงแล้ว และกำลังจะเดินหน้าในการขับเคลื่อนบ้านเมืองต่อไป ซึ่งการทำงานให้บ้านเมือง ยังอีกยาวไกลมาก ทางกลุ่มสามมิตร ก็พร้อมเดินหน้าทำงานต่อ ส่วนขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาล และจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี เป็นเรื่องของ ท่านนายกรัฐมนตรี ที่จะพิจารณาและเห็นควรถึงความเหมาะสมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการแถลงวันนี้ คุณสุริยะแค่อยากชี้ให้เห็นว่า กลุ่มสามมิตรจะไม่สร้างปัญหาให้นายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรีคงทราบข้อมูลแล้ว เราเลยมาตกลงกันเพื่อให้นายกรัฐมนตรีสบายใจ และร่วมกันทำงานเพื่อประเทศชาติ ใครจะอยู่ตรงไหนยังไง เรามอบอำนาจเด็ดขาดให้นายกฯตัดสินใจครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการเสนอถอดถอน คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคนั้น ผมมองว่า การที่ ส.ส.แสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของ คุณสนธิรัตน์ สามารถทำได้ และคุณสนธิรัตน์ เองก็ได้ออกแถลงการณ์แล้ว เรื่องนี้ไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก แน่นอน เพราะคุณสนธิรัตน์ก็เข้าใจดี เพราะบางครั้งอาจสื่อสารไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ตอนนี้เรื่องนี้ก็จบแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน คุณสมศักดิ์ เองก็บอกแล้วว่า ส.ส.กลุ่มสามมิตร จะไม่ดำเนินการถอดถอนคุณสนธิรัตน์แล้ว หลังจากได้ทำความเข้าใจหลักการเหตุผลต่างๆ เพราะเกี่ยวโยงการทำงานของ คุณอนุชา ซึ่งทำงานหนัก แต่การสื่อสาร เกี่ยวกับการทำงานของคุณอนุชา อาจไม่ตรง ไม่ครบ คาดเคลื่อน เลยคิดว่าการออกมาพูดเมื่อวานนี้ ได้สื่อสารไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจได้เข้าใจแล้ว ส่วนจะตัดสินใจยังไงก็ไม่มีปัญหาทั้งสิ้น อีกทั้งคุณสนธิรัตน์ ก็ได้แสดงออกผ่านเอกสารข่าว แสดงน้ำใจออกมาเกินกว่าที่เราพูดคุยกันแล้ว จึงขอหยุดและไม่ดำเนินการใดๆทั้งสิ้นและ คุณสมศักดิ์ก็ได้คุยกับ ส.ส.ในกลุ่มให้เข้าใจตรงกันแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะทำให้บุคลากรทุกคนพึงพอใจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรประชาชนจะมีความเชื่อมั่นในรัฐบาลและทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านให้มากที่สุด โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกอย่างจะเดินหน้าต่อไปได้เพื่อตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อมิให้การดำเนินการทางการเมืองกลับไปเป็นปัญหาเช่นเดิม จนต้องเกิดการแก้ไขปัญหาแบบเดิมๆ ที่ทุกคนคงไม่ต้องการให้เกิดขึ้นมาอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนกับพี่น้องประชาชนว่า วันนี้เรื่องที่ถกเถียงกันของพรรคพลังประชารัฐจบลงแล้ว และกำลังเดินหน้าต่อ ผมมองว่า นี่คือพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่รับฟังทุกความเห็นต่าง เพราะทุกคนต้องการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน เมื่อตั้งรัฐบาลได้ งานในสภาก็จะขับเคลื่อน ทุกอย่างยุติ นี่คือสปิริต และผมไม่อยากให้โยงไปถึงเรื่องการปฏิวัติ ไม่เกี่ยวกันและไม่มีแน่นอนครับ ประเทศไทยต้องเดินหน้า วันนี้ ประชาชนอยากเดินหน้า และอยากเห็น ส.ส.ในสภาทำงานเพื่อประเทศชาติ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40011</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งรัฐบาล, นายอุตตม สาวนายน, พลังประชารัฐ, สามมิตร, เก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b421b2e65d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบอีกรอบ!&#039;อุตตม&#039;ควง&#039;สมศักดิ์-สุริยะ&#039;แถลงข่าวจูบปาก&#039;สามมิตร&#039;ไม่งอแงแล้วหลังแทงกันเองเลือดสาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.62- ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร. แกนนำกลุ่มสามมิตร ร่วมกันแถลงข่าวหลังเกิดความขัดแย้งรุนแรงในพรรคสื่บเนื่องจากการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายอุตตม กล่าวว่า ที่มีข่าวออกมาว่าพรรคมีความแตกแยกเรื่องความเห็นระหว่างกลุ่มนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตย ที่มีความเห็นแตกต่างกันได้ มีการแสดงออกในความเห็นต่างๆ ผ่านกลุ่ม เป็นเรื่องปกติ แต่ของเราอาจจะแสดงเสียงดังนิดนึง ไม่ว่ากัน ในส่วนประเด็นของกลุ่มสามมิตรได้มีการแจ้งตนว่าได้หารือและพูดคุยกันภายในแล้ว มีการสะท้อนความคิดในฐานะ ส.ส. และแสดงเจตนารมณ์แล้ว ถือว่าจบลงตรงนั้นแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามมิตรได้แจ้งว่าทางกลุ่มพร้อมจะเดินหน้าต่อไป ขั้นตอนในการจัดตั้งรัฐบาลถือว่าเป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลต่อไป ไม่มีข้อใดจะเป็นเงื่อนไข หมายความว่ากลุ่มสามมิตร ส.ส. และทุกคนในพรรคเราได้รับเลือกมาจากประชาชนให้เข้ามาทำงาน การทำงานยังมีอีกยาวไกล เรื่องทั้งหลายเดินมาอยู่ในกรอบประชาธิปไตย อาจจะแรงไปบ้าง เพราะเราพรรคใหญ่ มากันหลากหลาย ก็เป็นพลังอย่างหนึ่ง แต่ประเด็นคือเสร็จแล้วเรายุติได้ เราจะเดินหน้าต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม กล่าวว่า สำหรับกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค พปชร. ที่มี ส.ส.แสดงความคิดเห็นออกมานั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ทำกันได้ โดยตนได้สื่อสารกับนายสนธิรัตน์ และท่านยืนยันว่าเป็นไปตามที่ได้ออกแถลงการณ์มา ยืนยันว่าไม่ทำให้เกิดความแตกแยก นายสนธิรัตน์เข้าใจดีเพราะบางครั้ง ส.ส.ลงแรงเยอะ สื่อสารกันอาจผิดพลาดไปบ้าง &amp;nbsp;ซึ่งประเด็นนี้ถือว่าจบแล้วเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า สรุปว่า กลุ่มสามมิตรยินดีได้รับตำแหน่งตามที่นายกฯกำหนดใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคพปชร.ตอบว่า การจัดตั้งรัฐมนตรีเรายังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการว่าใครอยู่ตรงไหน ที่ได้ยินอาจจะเป็นการคาดการณ์และคาดเดากันบ้าง แต่เมื่อได้ข้อมูลจริงแล้วอาจจะเห็นว่าใครอยู่ตรงไหน เท่าที่รับทราบจากกลุ่มสามมิตรก็ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขแล้วว่าอะไรอย่างไร ให้นายกฯดำเนินการไป ไม่เรียกร้องอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่า พปชร.มีปัญหามาก อาจจะมีการรัฐประหาร นายอุตตม กล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลย ไม่ทราบว่าใครพูด อย่าเอาเรื่องนี้มาพูด ประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุริยะ กล่าวว่า หลังจากหารือกันเมื่อวันที่ 1 ก.ค. เห็นว่า การจะให้ใครตำแหน่งไหนใน ครม. กลุ่มสามมิตรเรายอมรับที่จะให้นายกฯ เป็นผู้ตัดสินใจถึงความเหมาะสม ส่วนแถลงการณ์ข้อ 5 ที่ระบุว่าถ้านายกฯไม่พิจารณาตามที่กลุ่มเรียกร้องไปแล้วทางกลุ่มจะมากำหนดท่าทีใหม่ต่อไปนั้น ข้อเรียกร้องนี้ไม่มีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของนายกฯ ที่อยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติ ถ้านายกฯตัดสินใจอย่างไรเราเคารพ จะไม่ทบทวนท่าที จะไม่มีการออกมางอแง ทางกลุ่มสามมิตรเองจะไม่ทำให้เกิดปัญหา จะเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก&amp;rdquo;นายสุริยะ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ในประเด็นของนายสนธิรัตน์ ยืนยันว่าจะหยุด และไม่ดำเนินการในขั้นตอนของการถอดถอนอะไรทั้งสิ้น หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจในหลักการและเหตุผลต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมันเกี่ยวโยงกับการทำงานของนายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาทด้วย เพราะที่ผ่านมานายอนุชาทำงานหนัก แต่ว่าข้อมูลของนายอนุชาในการที่จะสื่อสารไปยังผู้มีอำนาจสูงสุดอาจจะมีความไม่ชัดเจน อาจจะทำให้ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไม่ตรงหรือไม่ครบถ้วน เป็นความคลาดเคลื่อน การดำเนินการของกลุ่มสามมิตรจึงเป็นการสื่อสารให้ชัดเจนไปยังผู้มีอำนาจสูงสุด สุดแท้แต่ผู้มีอำนาจจะตัดสินใจอย่างไร เราไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีนายสนธิรัตน์นั้น เราไม่ได้ต้องการให้ท่านแสดงท่าทีแบบนั้น เพราะจุดประสงค์เราต้องการจะสื่อสารไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ให้เกิดความเข้าใจเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้เกิดความเข้าใจผิด โดยได้ทำความเข้าใจกับ ส.ส.ในกลุ่มแล้วว่าจะหยุดไม่ดำเนินการใดๆ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เวลาของการที่นายกฯ จะตัดสินใจนำเสนอข้อมูลของคนที่จะมาทำงานทางการเมือง นายอนุชาก็เข้าใจหลังจากนำข้อเท็จจริงเสนอให้ผู้มีอำนาจได้รับทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คุณสนธิรัตน์ก็แสดงน้ำใจเกินกว่าสิ่งที่เราพูดคุยกัน จริงๆ เรื่องคุณสนธิรัตน์ไม่ได้เป็นประเด็นหลักที่พูดคุยกันเมื่อวันที่ 1 ก.ค. แต่มีคนยกขึ้นมา เราไม่ติดใจ และหยุดประเด็นท่านเลขาฯไปเถอะ เพราะจะทำให้หลายเรื่องพัวพันกัน เพราะเป็นเรื่องเล็ก&amp;rdquo;นายสมศักดิ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39979</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, นายอุตตม สาวนายน, พลังประชารัฐ, สามมิตร, เก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1af0618477d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;บิ๊กตู่&#039;ส่งยิ้มไม่ตอบ&#039;พลังประชารัฐ&#039;ขัดแย้งเก้าอี้&#039;รมต.&#039;หนักมาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62- ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 7/2562 ทั้งนี้ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวถามว่า จะทบทวนรายชื่อคณะรัฐมนตรีหลังจากที่มีปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่ยิ้ม โดยไม่ตอบคำถามใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามอีกว่า ได้นำรายชื่อครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลฯเกล้าฯแล้วหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว ก่อนเดินขึ้นห้องประชุมไปทันที&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39850</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พรรคพลังประชารัฐ, เก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d1979bcb20b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39769</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ลากไส้กันเอง สามมิตรฮึ่ม!‘อนุชา’ขู่แฉเรื่องใหญ่/‘ประยุทธ์’ลั่นโควตาแก้ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ยันเก้าอี้รัฐมนตรีแม้จะเป็นโควตาก็เปลี่ยนได้ ตนเองที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ตัดสินใจแล้ว &amp;nbsp;ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้เลิกเคลื่อนไหวเกิดความวุ่ยวาย ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ต้องเข้าใจ &amp;quot;เพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; แต่สามมิตรขย่มต่อ &amp;quot;อนุชา&amp;quot; เลียบค่ายไว้ใจ พล.อ.ประยุทธ์ แต่อย่าเอาแม่ทัพศัตรูมาตัดคอตนเองทิ้ง ขู่ลากไส้แกนนำบางกลุ่มใน พปชร. ท่านอาจจะลืมไปว่าท่านใช้อะไรผมบ้าง ท่านทิ้งอะไรไว้ที่ผมบ้าง หากผมโดนรังแกจนทนไม่ได้ พวกท่านจะต้องมีข่าวระดับชาติเป็นแน่ๆ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ว่า อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรี &amp;nbsp;ทุกอย่างเป็นไปตามแบบที่ทุกรัฐบาลได้ดำเนินการมา ในเรื่องของกรอบการตรวจสอบ เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ หลังจากตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อ ก็จะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และรอให้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ และหลังจากนั้นจะอยู่ในช่วง 15 วันที่จะต้องมีการแถลงนโยบาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเป็นรัฐมนตรีไม่อยากให้มองว่ากระทรวงใหญ่หรือกระทรวงเล็ก กระทรวงเกรดเอ กระทรวงเกรดบี เพราะว่าไม่ใช่บริษัท ทุกกระทรวงมีความสำคัญเท่ากันหมด เพราะถูกเลือกมาด้วยปวงชนชาวไทย ไม่ใช่ประชาชนชาวไทย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ดังนั้นการเป็นรัฐมนตรี อยากให้ดูความเหมาะสม ถึงแม้ว่าจะเป็นโควตาของแต่ละพรรคการเมือง แต่ถ้าทำไม่ดีก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ &amp;nbsp; ไม่ต้องกังวล แต่วันนี้อยากให้ทุกอย่างเดินหน้า แล้วการปฏิรูปการเมืองนายกรัฐมนตรีปฏิรูปคนเดียวไม่ได้ &amp;nbsp;นักการเมืองทุกคน ทุกพรรค ต้องมุ่งหวังที่จะทำหน้าที่ให้กับประชาชนอย่างแท้จริง เพราะคณะรัฐมนตรีเป็นของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ของจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง แต่ทั้งหมดต้องสามารถตอบความต้องการของประชาชนได้ และต้องเป็นรัฐบาลของคนทั้งประเทศให้ได้ จึงขอให้หยุดการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะทางโซเชียลฯ เพราะตนเองที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ตัดสินใจแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รายชื่อที่เสนอมาเป็นรัฐมนตรีส่วนตัวรู้จักทุกคน &amp;nbsp;จึงขออย่าให้เกิดความวุ่นวายมาก ขณะนี้ในต่างประเทศให้การยอมรับว่าไทยมีรัฐบาลแล้ว ถ้าหากต่อไปไม่ดีสามารถแก้ไขได้ โดยยืนยันได้ ทำความเข้าใจกับทุกคนแล้ว และทุกคนเข้าใจกันดีไม่มีปัญหา เพราะต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะใครก็ตาม ต้องเข้าใจผม เพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ร่วมกันไปก่อน เพราะมาถึงขนาดนี้แล้ว จะถอยกลับไม่ได้ ทุกเรื่องแม้กระทั่งการประชุมในสภา ที่เห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม ขออย่าจ้องแต่จะล้มรัฐบาล หากเรื่องไหนทำให้เกิดความยั่งยืนของประเทศก็ควรจะยกมือพร้อมกันทั้งสภา ทั้งนี้ พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ในระหว่างการรวบรวมนโยบาย โดยให้เกียรติด้วยการจะนำนโยบายของฝ่ายค้านที่ตรงกับของรัฐบาลมารวมกัน เพราะเป็นความต้องการของคนทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;quot;อนุชา&amp;quot;ยันช่วยพรรคเยอะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท ?และกรรมการบริหารพรรค แถลงว่า การแถลงข่าวของตนขอให้มั่นใจว่ามาจากตนทั้งนั้น ไม่มีผู้ใดแต่งเติมให้ ต้องกราบขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างสูงที่จัดโผ ครม. เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา และบอกกับหัวหน้าพรรคว่าจบแล้ว ห้ามมีการเปลี่ยนแปลงแล้วเด็ดขาด และในโผนั้นมีชื่อตนเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็คิดว่านายกฯ คงทราบดี และคงรู้ถึงการทำงานที่ผ่านมาของพวกผม ที่ทุ่มเท หามรุ่งหามค่ำ ตั้งแต่เริ่มตั้งพรรค จนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อหวังว่าให้เพื่อนๆ ส.ส.ทุกคนของพรรคประสบความสำเร็จ เพื่อความสำเร็จของพรรค อีกทั้งเพื่อความสำเร็จที่สำคัญสูงสุดคือการได้นายกรัฐมนตรีที่พรรคและประชาชนต้องการ คือ พล.อ.ประยุทธ์ โดยพวกเราในหลายๆ ภาคส่วน ก็ทำกันจนประสบความสำเร็จ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวอีกว่า ผลสำเร็จดังกล่าวมาจากองค์ประกอบที่สำคัญ 5 ประการคือ 1.การมีผู้นำที่ดีในการเสนอตัวชิงตำแหน่งนายกฯ 2.การเงินของพรรค 3.การมีบุคลากรที่ดีในการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. 4.การมีนโยบายที่ดีและยุทธศาสตร์ที่ดีในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และ 5.การจัดการบริหารงานของพรรค ที่ต้องทำอย่างดี ตนทำงานในพรรคหนักขนาดไหน แต่ตนก็ไม่เคยคิดว่าเป็นสาระสำคัญ เพราะสิ่งที่ตนหวังไว้คือ พรรคพลังประชารัฐสามารถรวบรวมคะแนนเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นนายกฯ อีก มาวันนี้ตนก็รู้สึกภูมิใจและดีใจร่วมกับพรรค เอาเป็นว่าในพรรคใครมีปัญหาอะไร ทำอะไรไม่ได้ ก็มาใช้วานตน หัวหน้าพรรค เลขาฯ พรรค และผู้อำนวยการพรรค นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ก็ทราบดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ส.ชัยนาทระบุว่า ตอนนี้มีกระแสข่าวหนาหูว่ามีการปรับเปลี่ยนตัวบุคคลที่จะมาเป็นรัฐมนตรี อย่างเช่นตน และนายสุชาติ ชมกลิ่น ตามข่าวอาจต้องหลุดจากโผ หรือนายสุริยะ อาจต้องสลับจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อวานนี้ตนก็ได้บอกไปแล้วว่า ท่านนายกฯ ได้บอกท่านหัวหน้าพรรคแล้วว่าโผไม่เปลี่ยนแปลง เพราะนายกฯ เป็นชายชาติทหาร เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และจะเป็นผู้นำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง พวกเราจึงมั่นใจว่าคำพูดของท่าน และเชื่อถือคำพูด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่หากเป็นไปตามกระแสข่าวจริง ผมคงเสียใจอย่างยิ่งแทนพี่ๆ น้องๆ ของผมที่ต้องหลุดโผ หรือถูกเปลี่ยนตำแหน่ง ส่วนตัวผมนั้นถ้าจะถูกปรับออกก็ยินดี แต่ขอท่านนายกฯ ได้โปรดอย่าเปลี่ยนแปลงตำแหน่งอื่นๆ โดยเฉพาะนายสุริยะ ที่ผมทำงานกับท่านมานาน ท่านเป็นบุคคลที่มีคุณค่า มีความสามารถ และอยากฝากไปถึงนายกฯ หากท่านได้ร่วมงานกับนายสุริยะ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนร่วมงานและพี่น้องประชาชน เพราะท่านเป็นคนเก่ง ทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมาย ดังนั้น หากจำเป็นต้องออก หรือท่านนายกฯ จำเป็น ผมขอออกคนเดียวก็เพียงพอ&amp;quot;&amp;nbsp;
ไม่พอใจชาติพัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า แม้การนำพรรคชาติพัฒนาที่มี ส.ส เพียง 3 คนมาร่วมรับตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งแต่เดิมเป็นคู่แข่งทางการเมืองตอนที่มีการเลือกตั้ง ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่จะเอามาแทนตำแหน่งของตนหรือของคนอื่นตามที่เป็นข่าว ซึ่งเสมือนหนึ่งว่าพวกตนไปรบจนได้รับชัยชนะ พอกลับบ้านถูกแม่ทัพนำศัตรูซึ่งตนไปต่อสู้ชนะมาเอามาตัดหัวตนทิ้ง แต่ก็ไม่เป็นไร ถ้าเป็นเช่นนั้นอาจจะด้วยความจำเป็นของท่านนายกฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่เชื่อว่าท่านนายกฯ เคยรับปากพรรคชาติพัฒนาไว้ว่าให้เป็นรัฐมนตรี อาจจะมีกลุ่มบุคคลภายในพรรคที่ไม่อยากให้ตนได้เป็นรัฐมนตรีไปเสนอท่านนายกฯ และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ตนขอกราบเท้าท่านนายกฯ ว่าตนไม่ขอรับตำแหน่งก็ได้ แต่ผมขอให้ท่านสุริยะได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามที่นายกฯ ได้ลั่นวาจาไว้ ผมจะไปกราบแทบเท้าท่านนายกฯ เลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า อีกข้อที่สำคัญที่ตนจะขอแถลงข่าวในวันนี้ เนื่องจากมีกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม ที่อยู่ภายในพรรคเดียวกับตน เป็นผู้บริหารพรรค เหมือนกับตน แต่คอยรังแกพวกตน ที่พวกคุณเรียกพวกเราว่ากลุ่มสามมิตร ทั้งๆ ที่พวกตนเป็นคนพรรคพลังประชารัฐ เป็นลูกน้องท่านนายกฯ เหมือนกับพวกคุณ และตนก็ยังคอยรับใช้พวกคุณ ทำงานให้พวกคุณในทุกเรื่องที่พวกคุณต้องการ จนประสบความสำเร็จ ให้พวกคุณเสวยสุข แต่พวกคุณก็ยังรังแกพวกตน ไปให้ร้ายโจมตีพวกตนต่อผู้ใหญ่ ใช้สื่อโจมตี เสนอแต่เรื่องไม่ดีและเรื่องไม่จริงให้ท่านนายกฯ และผู้ใหญ่ที่น่านับถือฟัง จนพวกตนเป็นบุคคลที่น่ารังเกียจของทั้งสองท่าน ว่าพวกท่าน ถ้าหากรักท่านนายกฯ หรือผู้ใหญ่ที่น่านับถือจริง และรักพรรคจริง ขอได้โปรดหยุดการกระทำเหล่านี้นับแต่บัดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ท่านอาจจะลืมไปว่าท่านใช้อะไรผมบ้าง ท่านทิ้งอะไรไว้ที่ผมบ้าง หากผมโดนรังแกจนทนไม่ได้ พวกท่านจะต้องมีข่าวระดับชาติเป็นแน่ๆ ผมเอาแน่ถ้ายังรังแกกันอีก พวกผมจะทนไม่ไหวแล้ว พวกผมมาทำงานให้ประเทศชาติ ไม่เคยให้ร้ายคนอื่น มีแต่จะสนับสนุน ผมเตือนด้วยความหวังว่ายังมีโอกาสที่เราจะทำงานร่วมกัน ภายใต้เจ้านายคนเดียวกันคือ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำพาพรรคเดินไปข้างหน้า นำนโยบายไปรับใช้พี่น้องประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชากล่าวว่า ตนต้องกราบขอโทษท่านนายกฯ เป็นอย่างสูงด้วย ที่ลูกน้องทะเลาะเบาะแว้งกันเอง และตนก็อยากให้ท่านนายกฯ ลงมาดูแลพวกเรา ให้ความเป็นธรรมกับพวกเราที่เป็นลูกน้องท่านเหมือนกัน และตนจะไม่เสียใจแม้สักนิด หากถ้าพี่น้องของตนได้ตำแหน่งภายในพรรคตามที่นายกฯ รับปากไว้ ส่วนตัวของตนไม่เป็นไร ตนเป็นผู้เสียสละเอง หากตนไม่ได้เป็น ตนขอฝากนโยบายของพรรคที่ไปหาเสียงไว้กับพี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกร คือนโยบายเรื่องเงินบาทแรกของประเทศ เพราะตนเชื่อว่านายกฯ มีเมตตา รักที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกร&amp;nbsp;
ยันไม่ถอนตัวจากรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำกลุ่มสามมิตรยังระบุอีกว่า ยังมีอีกหลายเรื่องที่ตนต้องชี้แจง ไม่ว่าจะเป็นสื่อที่ให้ร้ายโจมตีพวกตน ท่านเจ้าของสื่อเป็นบุคลากรที่อยู่ในพรรคนี้ ยืนยันไม่เคยคิดร้ายให้ร้ายข่าวทำรายผู้ใด แต่กลับถูกรังแกมาตลอด และหากท่านยังไม่หยุดตนจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวเกือบทุกวัน เพื่อนำข้อมูลความเป็นจริงมาสู่พี่น้องประชาชนและสื่อทั้งประเทศได้รู้ ทั้งที่เรามีผู้บริหารเป็นเจ้าของสื่อ แต่กลับมาทำร้ายคนในพรรคเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์ของพรรคอย่างไร ที่ขณะนี้ดูเหมือนมีรอยร้าว นายอนุชาตอบว่า เป็นเรื่องที่ภายในพรรคต้องมาบริหารบุคลากรกันใหม่ ว่าพวกเราที่ทำงานกันถูกกลุ่มบุคคลที่กดหัวพวกเราได้ เขายังกดเราต่อไปอีกหรือ ต้องมาบริหารจัดการกันเองภายในพรรค และในกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้ที่เป็นกลุ่มผู้บริหารพรรค ยังมีโอกาสกลับตัว ถ้ายังไม่กลับตนจะทำให้ดู ทำกันเกินไปแล้ว ตนเป็นลูกผู้ชาย ไม่ทำร้ายใครข้างหลัง ตนไม่ใส่กระโปรงไปแอบให้ร้ายใครแน่นอน ซึ่งผู้ใหญ่ในพรรคอาจจะทราบ แต่ไม่กล้าพูด แต่ครั้งนี้พวกตนทนไม่ไหวแล้ว และหากนายกฯ ให้โอกาสเข้าไปชี้แจง พวกเราก็จะชี้แจงให้ทราบถึงความเป็นมาเป็นไปในพรรค และอยากได้รับโอกาสและความเป็นธรรมจากท่านนายกฯ เพื่อให้การทำงานของพรรคประสบความสำเร็จในวันข้างหน้า และยังเชื่อมั่นว่านายกฯ คงไม่ถอดใจที่จะทิ้งพวกเราไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ถ้านายกฯ ไม่ทบทวน ทางกลุ่มยืนยันจะไม่ขนสมาชิกออกไปใช่หรือไม่ นายอนุชาตอบว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น การเมืองก็เดินไป แต่อาจจะพบความลำบากบ้าง และถ้าเป็นขนาดนั้นก็คิดว่าในพรรคก็คงต้องมาบริหารจัดการกันใหม่เรื่องบุคลากร ว่าจริงๆแล้วการทำงานเราถูกกลุ่มบุคคลกดหัวพวกเราได้ และเขายังสามารถกดหัวเราต่อไปอีกหรือ และตนเชื่อว่ามีกลุ่มบุคคลพยายามไม่หวังดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าจะขอเข้าพบนายกฯ เลยหรือไม่ นายอนุชา ตอบว่า ถ้าเป็นไปได้อยากจะขอโอกาสเข้าไปชี้แจงกับนายกฯ เพราะนายกฯ อาจจะรับฟังข้อมูลจากกลุ่มที่ไม่หวังดีกับพวกตนมาเป็นเวลานาน ซึ่งตนคิดว่านายกฯ เป็นคนมีความเมตตาและความยุติธรรม ท่านกำลังจะมาเป็นผู้นำประเทศ ควรสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการจัดโผ ครม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การเป็นผู้นำของนายกฯ จำเป็นต้องรักษาสัจจะด้วยหรือไม่ ในฐานะผู้นำรัฐบาล ส.ส.ชัยนาทผู้นี้ตอบว่า ความจริงการรักษาสัจจะควรเป็นทั้งโลก ไม่ใช่แค่ประเทศไทย การที่เป็นผู้นำสูงสุดต้องรับฟังข้อมูลข่าวสาร เมื่อถามว่าคาดหวังนายกฯ จะรักษาสัจจะตรงนี้ใช่หรือไม่ นายอนุชากล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่า ตนไม่เชื่อข่าวที่ออกมาว่าจะมีการเปลี่ยนวาจาที่ได้ตกลงกันไว้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ควรมีการพูดคุยกัน เพราะเราหวังให้นายกฯ ทำงานบริหารประเทศได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
คิดว่านายกฯ รักษาสัจจะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า ถ้านายกฯ ไม่รักษาสัจจะ รอยร้าวในพรรคจะยังคงมีต่อไปหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า อย่าเพิ่งไปพูดว่านายกฯ ไม่รักษาสัจจะเลย ตนยังไม่เชื่อ ส่วนตัวยังคิดว่านายกฯ เป็นคนที่รักษาสัจจะ ทั้งนี้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าไม่กระทบต่อความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อพรรคและนายกฯ เพราะเชื่อว่านายกฯ คงจะชี้แจงถึงความจำเป็น ยังไม่เชื่อว่าจะมีทางตันของการเมือง นายกฯ เป็นคนมีความสามารถ ไม่เช่นนั้นคงไม่เป็นนายกฯ ได้ เชื่อว่าความสามารถของนายกฯ จะแก้ปัญหานี้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่กลุ่มสามมิตรทำให้พรรคมา แต่ถูกมองว่าเป็นตัวปัญหา โดยเฉพาะการต่อรองเก้าอี้ นายอนุชาตอบว่า ตนคิดว่ากลุ่มตรงข้ามเขาไม่ให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน เขาคิดว่าเขาเป็นคนของเจ้านายคนเดียว เป็นลูกน้องที่มีความสำคัญแต่ผู้เดียว กดหัวเพื่อนร่วมงาน จนพวกเราไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดว่าการทำงานในพรรคหรือเดินต่อไปจะเป็นอย่างไร ถ้าให้เกียรติกันคงจบไปแล้ว พรรคจะเดินหน้าไปได้มากกว่านี้ เสียงปริ่มน้ำไม่ใช่เป็นปัญหาเลย ตนมั่นใจว่าจะสามารถบริหารเสียงปริ่มน้ำได้ การบริหารงานในพรรคอาจจะหนักว่าเสียงปริ่มน้ำเยอะ ตนคิดว่าคนเหล่านี้มีจิตใจไม่ปกติ ครั้งนี้มันสุดกระดานแล้ว ตนถอยจนไม่มีที่ให้ถอยแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าก่อนที่จะมีการแฉ จะเคลียร์กันตัวต่อตัวหรือไม่ นายอนุชาตอบว่า แล้วแต่เขา ตนไม่แคร์อยู่แล้ว เอายังไงก็ได้ ถ้าตนจะรบแล้ว ตนไม่สน จะเอารูปแบบไหนก็ได้ เจอกันเดี๋ยวนี้ฟัดกันเดี๋ยวนี้เลยก็ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หัวหน้าพรรคบอกกับผมด้วยว่า หากผมจะเป็น &amp;nbsp;หัวหน้าพรรคจะลาออกให้ก็ได้ เพราะฉะนั้นเป็นการบ่งบอกว่าหัวหน้าพรรคทราบดีว่าผมทำงานให้พรรคขนาดไหน&amp;quot; นายอนุชากล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่าตนเองถูกสลับเก้าอี้จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และทำให้ตนโกรธและขู่ว่าจะนำ ส.ส.กลุ่มสามมิตรจำนวน 30 คนถอนตัวจากรัฐบาลว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรียังไม่แล้วเสร็จ ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าใครจะไปดำรงตำแหน่งไหน และที่สำคัญส่วนตัวเองนั้น ตลอดเวลาที่ทำงานการเมืองมา ไม่เคยใช้วิธีข่มขู่เพื่อขอตำแหน่ง การได้รับตำแหน่งที่ผ่านมาทุกรัฐบาลเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีให้ตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีสำคัญๆ ก็เพราะเห็นความทุ่มเททำงานให้กับพรรค และมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมไม่เคยใช้วิธีกดดันหรือข่มขู่เพื่อขอตำแหน่งอะไรเลย และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ผมก็จะไม่ใช้วิธีการข่มขู่ เพราะเชื่อว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรทุกคนในพรรคว่าใครบ้างที่ร่วมสร้างพรรคกันมาตั้งแต่เริ่มต้น ทุ่มเททำงานให้กับพรรค ออกเดินสายหาเสียงทั่วประเทศจนทำให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้นโดยส่วนตัวผมเชื่อมั่นว่าท่านนายกรัฐมนตรีมีภาวะผู้นำ และมีหลักการพิจารณาในการตัดสินใจว่าใครจะไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใด เพราะท่านต้องการเห็นการบริหารงานของรัฐบาลในอนาคตที่จะต้องมีเสถียรภาพและผลงานเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งผมเองก็เห็นอย่างนั้นเช่นเดียวกัน&amp;rdquo; นายสุริยะกล่าว&amp;nbsp;
อนาคตจะอยู่แบบไหน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวหลุดจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน ว่าการจัดตั้ง ครม.ตนเพิ่งทราบวันที่ 11 มิ.ย. หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้ส่งรายชื่อผู้ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีให้นายกฯ โดยนายบอกว่าที่ส่งมาไม่เปลี่ยนแล้วใช่ไหม โดยนายกฯ ไม่ได้รับปากตอนนั้นใครอยู่ตำแหน่งไหน โดยถามว่าโอเคตามนั้นนะ ไม่เปลี่ยนแล้วใช่ไหม ซึ่งไม่ได้รับปากว่าจะไม่มีการเปลี่ยนโผ ครม. แต่ผ่านไปเกือบเดือนออกมาแบบนี้ สับเปลี่ยนกันไปมา ในกลุ่ม ส.ส.ภาคกลาง 16 คนก็ต้องตกใจบ้าง แต่เมื่อเป็นดุลพินิจของนายกฯ ตนและ ส.ส.ในกลุ่มภาคกลางก็ยอมรับในกติกา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า สิ่งที่เป็นห่วงเวลานี้คือ ส.ส.ภาคกลางมี 90 เขต พลังประชารัฐได้มาเยอะสุด 36 เขต วันนี้ภาคกลางเป็นฐานสำคัญพลังประชารัฐ และอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯ อีกสมัยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ดังนั้นต้องทำภาคกลางให้เติบโตได้ 50-60 คน เพื่อสู้ประชาธิปัตย์กับภาคใต้ สู้เพื่อไทยกับภาคอีสานและเหนือ แต่ถ้าไม่มีตัวแทนในกลุ่มเป็นรัฐมนตรี ในอนาคตจะอยู่กันแบบไหนให้คำตอบไม่ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวในพรรคพลังประชารัฐ ภายหลังมีกระแสที่ค่อนข้างแน่ชัดว่าโผรายชื่อ ครม. ในส่วนของพรรคมีการเปลี่ยนแปลงไปจากของเดิมเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ลงมานั่งหัวโต๊ะเคลียร์ปัญหาภายในจนลงตัวและทุกฝ่ายยอมรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ชื่อนายอนุชาหลุดจากรมช.การคลัง และนายสุชาติหลุดจากตำแหน่ง รมว.แรงงาน ส่งผลให้เกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมาทันที โดยเฉพาะกับ ส.ส.ภาคกลาง ซึ่งรวมนายสุชาติ ที่เป็นแกนนำ จำนวน 16 คน ต่างผิดหวังหลังทราบข่าวดังกล่าว เนื่องจากทราบมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าผู้ใหญ่ในรัฐบาลได้ตกลงแล้วว่าจะให้นายสุชาตินั่ง รมว.แรงงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ภายในพรรค พปชร. เริ่มมีความกังวลว่าเรื่องดังกล่าวว่าจะส่งผลกระทบกับการดำเนินงานในสภา ซึ่งเผชิญภาวะเสียงปริ่มน้ำ เนื่องจากปฏิกิริยาของ ส.ส.ในพรรคหลายคนมีท่าทีที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ทราบว่าโควตาภาคกลางที่มีนายสุชาตินั่งรัฐมนตรีหลุดโผ จึงอาจส่งผลให้การกำหนดทิศทางหรือความเป็นเอกภาพในการร่วมมือเดินเกมในสภา เพื่อโหวตมติสำคัญต่างๆ จะไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะว่าที่ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับพิจารณาคำร้องวินิจฉัย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 7 คนที่ถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนวัตถุประสงค์ประกอบกิจการด้านสื่อสารมวลชนว่า ตนไม่รู้สึกหนักใจในการเตรียมการเพื่อชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะกรณีดังกล่าวแตกต่างจากกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ประกอบกิจการสื่อ ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่าโอนหรือยัง แต่สำหรับกรณีของตนนั้น เป็นเพียงการจดทะเบียนบริษัทแบบฟอร์มทั่วไปที่เปิดโอกาสให้สามารถประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า ความจริงบริษัทดังกล่าวได้ขออนุญาตทำเป็นเพียงธุรกิจปูนซีเมนต์ผสมเสร็จเท่านั้น ไม่ได้มีการประกอบธุรกิจด้านสื่อมวลชนใดๆ ซึ่งเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ไม่ต้องการให้ถือหุ้นกิจการด้านสื่อสารมวลชน มิฉะนั้นจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ทั้งนี้ ได้เตรียมเอกสารชี้แจงต่อศาลเกือบเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเอกสารจากกรมศิลปากรที่จะใช้ประกอบเพื่อยืนยันว่าบริษัทที่ตนถือไม่ได้ทำสื่อ
เตือนมีปัญหางบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวอีกว่า คุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญของผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะเข้มข้นกว่า ส.ส. โดยมาตรา 187 กำหนดเกี่ยวกับเรื่องการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ว่าห้ามถือหุ้นบริษัทเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทางออกมีอยู่สองทาง คือ โอนให้บริษัทกลาง หรือโอนขาย โอนให้ โดยขณะนี้ตนดำเนินการเรียบร้อยแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุว่า...เลือกตั้งผ่านมา 3 เดือนก็แล้ว นายกรัฐมนตรีก็ได้แล้ว แต่การจัดตั้งรัฐบาลยังไม่จบ พอจะเข้าใจในปัญหา เสียงก้ำกึ่ง ไม่มีใครชนะเด็ดขาด แถมมีเรื่องร้องเรียนทุจริต มีเรื่องฟ้องร้องระหว่างสองฝ่าย จำนวน ส.ส.ไม่นิ่ง จัดโควตาตำแหน่ง รมต.จึงไม่จบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นนายกฯ บอกกลางเดือนกรกฎาคมนี้จบแน่ จริงหรือไม่ เดี๋ยวก็คงรู้ ในมุมมองเศรษฐกิจ ไม่มีรัฐบาล ไม่มีนโยบาย ไม่มีงบประมาณ ไม่มีการใช้จ่ายเงินภาครัฐ ถ้าได้รัฐบาลกลางเดือนกรกฎา.จริง รัฐบาลแถลงนโยบายต้นสิงหา. เสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณเข้าสภาปลายเดือน สภาพิจารณา 3 เดือน ตั้งเป้าได้เลยว่าปลายปี ธันวาคมนั่นละครับถึงจะมีงบประมาณ หมายความว่าต้นปีงบประมาณ ไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 (ตุลา.-ธันวา.) รัฐบาลจะมีเงินเพื่อจ่ายเงินเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทางและค่าบริหารเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะงบประมาณยังไม่ผ่านสภา&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การลงทุนภาครัฐ การใช้จ่ายเงินตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ อย่างเก่งก็ไตรมาสแรกของปี (มกรา.-มีนา.) นับจากวันที่พวกเราไปหย่อนบัตร ใช้เวลาเกือบปีกว่าจะได้เห็นผลงาน ถ้าจะได้เห็น&amp;quot; นายกอร์ปศักดิ์ทิ้งท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการเฝ้าดูการฟอร์มรัฐบาลที่ไม่ลงตัว ก็จะทำให้ คสช.และรัฐบาลประยุทธ์ 1 อยู่ในอำนาจไปเรื่อยๆ พรรคฝ่ายค้านก็อยากจะดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ที่ไม่ได้มีตำแหน่งใดในพรรคพลังประชารัฐมีน้ำยาไหม จะจัดการอย่างไร ขอรับรองว่าการกระทำต่างๆ โดยเฉพาะการสืบทอดอำนาจเผด็จการ คสช. จะไม่ยอมปล่อยให้หลุดรอดการถูกตรวจสอบของฝ่ายค้านไปได้อย่างเด็ดขาด สุดท้าย พล.อ.ประยุทธ์จะรู้เองว่านรกมีจริง ตามที่มีการเตือนมาก่อนหน้านี้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่เชื่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39769</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตนเองที่มีหน้าที่รับผิดชอบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, เก้าอี้รัฐมนตรี, เยือนญี่ปุ่น, เลิกเคลื่อนไหวเกิดความวุ่ยวาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d17794760f51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39023</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 13:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 13:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรรกะส้มหวาน!&#039;ปิยบุตร&#039;ฟันธงการแย่งเก้าอี้รมต.คือผลพวงงการสืบทอดอำนาจคสช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.62- นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การแย่งเก้าอี้รัฐมนตรี คือ ผลพวงของการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราพบเห็นข่าวการแย่งตำแหน่งรัฐมนตรีใน 19 พรรคร่วมรัฐบาล กลุ่มพรรคที่มี ส.ส. 1 คนก็รวมกันเรียกร้องตำแหน่ง กลุ่มพรรคที่มี ส.ส. 2-3 คนก็รวมตัวกันเรียกร้องตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มพรรคขนาดกลาง ก็ต้องสู้รบปรบมือกับพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในการดึงกระทรวงสำคัญไว้กับตนเอง ภายในกลุ่มพรรคขนาดกลางเอง ก็ต้องแบ่งสรรปันส่วนตำแหน่งให้แต่ละก้อนในพรรค ก้อนไหนไม่ได้ ก็ปรากฏเป็นข่าวแสดงความไม่พอใจขึ้น และพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ต้องปวดหัวกับการแบ่งตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคตนเองที่มีอีกประมาณ 10 มุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหลายทั้งปวงนี้ สร้างความรู้สึกสิ้นหวัง ผิดหวัง อิดหนาระอาใจ ให้กับพี่น้องประชาชนมาก จนคนเริ่มคิดว่า นี่แหละการเมืองไทย นี่แหละเลือกตั้งมาแล้วก็มาแก่งแย่งตำแหน่งกัน เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีกับการเมืองไทยขึ้นอีก
แน่นอนว่าการแบ่งสรรปันส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีให้แก่พรรคร่วมรัฐบาล และภายในของแต่ละพรรคเองนั้น อยู่คู่กับการเมืองไทยมาช้านาน เป็นรูปแบบการเมืองแบบเก่าดั้งเดิม เมื่อมีแค่ 35 เก้าอี้ แต่คนอยากเป็นมีหลักร้อย ก็ต้องเกิดปัญหาเป็นธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่น้องประชาชนอาจรู้สึกเบื่อและไม่พอใจกับนักการเมืองและพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ แต่หากพิเคราะห์ให้ถ่องแท้แล้ว ปัญหาการแย่งเก้าอี้ครั้งนี้ที่หนักหนาสาหัสกว่าทุกครั้งในอดีต มิใช่เกิดจากนักการเมืองเท่านั้น แต่มันเป็นพิษร้ายโดยตรงจากรัฐธรรมนูญ 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในการเลือกตั้งครั้งหลังๆ เมื่อผลการเลือกตั้งออกพรรคการเมืองอันดับที่ 1 จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รวบรวมเสียงให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร โดยเกินมาสัก 30-50 ที่ (หากจำนวน ส.ส. มี 500 คน รวมเสียงได้สัก 280-
300 ก็จะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ครั้งนี้ พรรคการเมืองที่ได้อันดับสอง ชิงจัดตั้งรัฐบาล โดยมีพรรคร่วม 19 พรรค และมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎรมาเพียงเล็กน้อยที่ 254 เสียง กลายเป็น &amp;ldquo;รัฐบาลสหพรรค-ปริ่มน้ำ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การก่อรัฐบาล &amp;ldquo;สหพรรค-ปริ่มน้ำ&amp;rdquo; แบบนี้ได้ มิใช่เรื่องปกติแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยอะไรที่เป็นแรงผลักดันให้พรรคอันดับสองต้องชิงตั้งรัฐบาลให้ได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยอะไรที่ทำให้พรรคขนาดกลางยอมร่วมรัฐบาล &amp;ldquo;สหพรรค&amp;rdquo; และยอมผิดคำพูดกับประชาชน?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยอะไรที่ทำให้เกิดพรรคเล็กๆ เป็นสิบพรรค?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยอะไรที่มีเสียงปริ่มน้ำ ชนิดที่เรียกว่า ส.ส. ห้ามขาด ห้ามลา ห้ามไปเข้าห้องน้ำ ห้ามไปกินข้าว ในการลงมติสำคัญ กลับดึงดันกันไปจนตั้งรัฐบาลได้?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจัยนั้น คือ รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่กำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คน มาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. และมีอำนาจ เลือกหัวหน้า คสช. เลือก ส.ว. มา 250 คน แล้ว ส.ว. ทั้งหมดก็มาเลือกหัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคการเมืองอันดับสองที่เสนอชื่อหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ มี ส.ว. 250 คนซุกในกระเป๋าเป็นทุนแบบนี้ ก็ต้องดึงดันเป็นแกนตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคขนาดกลางที่ประกาศหาเสียงไว้ชัดเจนว่าไม่เอาการสืบทอดอำนาจ คสช. ยอม &amp;ldquo;พลิกลิ้น&amp;rdquo; กลับมาร่วมสืบทอดอำนาจ คสช. ก็เพราะทราบดีว่า หากไปร่วมกับอีกฝ่าย ก็ยากที่จะได้เป็นรัฐบาล เพราะไม่มีเสียง ส.ว. ช่วย
พรรคขนาด 1 ที่ ได้ที่นั่งเพราะผลพวงจากการคำนวณสูตรของ กกต. และเสียง 1 ที่ของแต่ละพรรคกลายเป็นสิ่ง &amp;ldquo;มีค่า&amp;rdquo; มากสำหรับการตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองจินตนาการดูว่า หากไม่มีมาตรา 272 หากไม่มี ส.ว. 250 คนที่หัวหน้า คสช. แต่งตั้ง หาก ส.ว. ไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ พรรคการเมืองเหล่านี้จะตัดสินใจเช่นนี้หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคอันดับสอง คงต้องยกธงขาวยอมแพ้ ไม่ตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พรรคขนาดกลาง คงมาร่วมกันหยุดการสืบทอดอำนาจ คสช. ไม่ต้องผิดคำพูดกับประชาชนแบบนี้
ส่วนพรรคขนาดเล็ก ก็อาจไม่มีที่นั่งในสภาก็ได้ หรือถ้ามี จำนวนเสียง 1-3 เสียงของแต่ละพรรค ก็ไม่ส่งผลนัยสำคัญในการตั้งรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น มาตรา 272 จึงเป็นบทบัญญัติที่ก่อให้เกิดผลประหลาดต่อการจัดตั้งรัฐบาล บิดเบือนการตัดสินใจของแต่ละพรรค กำหนดพฤติกรรมและการตัดสินใจให้แต่ละพรรคเฉไฉไปจากที่ควรเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อก่อรัฐบาลด้วยความผิดปกติ การแบ่งสันปันส่วนตำแหน่งก็ย่อมผิดปกติตามมา การต่อรองก็ตามมา การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีก็ล่าช้าผิดปกติตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชน ผู้ทรงอำนาจสูงสุด เป็นเจ้าของประเทศ และเป็นผู้จ่ายภาษี ต้องถูกบังคับให้พบเห็นการแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีและการตั้งคณะรัฐมนตรีที่ล่าช้าแบบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจำเป็นต้องพิจารณาให้ถ้วนถี่ว่า การเมืองที่ไม่ดีไม่ใช่เกิดจากนักการเมืองเท่านั้น เราถูกปลูกฝังมาโดยตลอดจนเชื่อว่าการเมืองห่วย เพราะนักการเมืองห่วย แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ตรงกันข้าม การเมืองที่ไม่ดี ประชาธิปไตยที่กระท่อนกระแท่น มลพิษของประชาธิปไตย เกิดขึ้นได้เพราะระบอบรัฐประหารต่างหาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐประหารทำลายพัฒนาการประชาธิปไตย และเมื่อคณะรัฐประหารต้องการสืบทอดอำนาจต่อ พวกเขาจึงจำเป็นต้องกำหนดโครงสร้างการเมืองบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนเข้าไปในรัฐธรรมนูญเพื่อประกันการสืบทอดอำนาจ การเมืองแบบอัปลักษณ์ก็เกิดขึ้นมา เสร็จแล้ว พวกเขาก็มาชี้หน้าตำหนินักการเมืองจากการเลือกตั้ง ตำหนิประชาชนว่า ไม่ได้เรื่อง ได้เลือกตั้งแล้ว ได้ประชาธิปไตยแล้ว ก็มัวแต่ทะเลาะขัดแย้งกัน แล้วก็เป็นพวกเขาอีกนั่นแหละที่เข้ามายึดอำนาจ พร้อมทวงบุญคุณต่อไปอีกว่า นี่ไง เห็นหรือไม่ ได้ประชาธิปไตยไปแล้วก็เกิดวิกฤตอีก ทำให้พวกเขาเหนื่อย ต้องมายึดอำนาจ และแก้ไขปัญหาให้ แล้วก็วนเวียนอยู่เช่นนี้ร่ำไป ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ต้นตอของปัญหานี้ คือ ระบอบรัฐประหาร
หากประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดต้องการไปให้พ้นจากสภาพการณ์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากนักการเมืองจากการเลือกตั้งต้องการไปให้พ้นจากการเป็น &amp;ldquo;นั่งร้าน&amp;rdquo; ให้กับระบอบรัฐประหาร (แถมยังถูกเขาด่า ถูกเขาทวงบุญคุณอีก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องเริ่มต้นร่วมมือกันจัดการรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเอาสิ่งผิดปกติอย่าง &amp;ldquo;ระบอบรัฐประหาร&amp;rdquo; ออกไป และนำคืนความปกติให้กับการเมืองไทย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39023</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ตั้งรัฐบาล, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, สืบทอดอำนาจ, อนาคตใหม่, เก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0b2b3f53091.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยันรายชื่อครม.นิ่งแล้ว ขู่ตั้งแต่ไก่โห่ ถ้าทำไม่ดีปรับครม.ได้ตลอดเวลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มิ.ย.62- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ว่าครม.สามารถปรับได้ตลอดเวลา ถ้าทำไม่ดีขึ้นมา หากมีการร้องเรียนร้องทุกข์กล่าวโทษเจ้าหน้าที่ ก็ต้องใช้กลไกในการตรวจสอบต่อไป แม้แต่ตัวของผมเองก็ต้องระมัดระวัง เพราะหลายเรื่องทุกคนก็บอกว่าเป็นหน้าที่ของนายกฯตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ถือว่าเป็นนักการเมืองเฉพาะกิจหรือนักการเมืองอาชีพ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นักการเมืองเฉพาะกิจกับนักการเมืองอาชีพมันต่างกันตรงไหน ตนไม่เห็นจะต่างกันตรงไหน เพราะตนก็เป็นพล.อ.ประยุทธ์ เหมือนเดิม แล้วแต่ว่าจะมีหน้าที่และทำหน้าที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในการทำงานของผมอย่ากังวล เรื่องการเป็นนายกฯ ของผมหรือการเป็นรัฐบาลหน้า วันนี้ประเทศต้องการรัฐบาลทุกประเทศเฝ้าคอยอยู่ แต่เมื่อทำงานไปแล้ว ดีหรือไม่ดี มันก็มีวิธีการทางประชาธิปไตยเยอะแยะในการตรวจสอบ มันถูกตรวจสอบได้ทั้งหมด แม้กระทั่งผมเองก็ต้องถูกตรวจสอบ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า รายชื่อทุกพรรคที่จะเป็นรัฐมนตรีอยู่ในมือนายกฯทั้งหมดและนิ่งแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;รายชื่อมาทั้งหมดแล้ว และต้องนิ่งแล้ว มันจะไม่นิ่งได้อย่างไร มันมีแค่ 36 ที่ รวมนายกฯ จะเอาที่ไหนอีก ก็ต้องเอาไปก่อน จัดให้ได้ก่อน และเดี๋ยวค่อยว่ากัน จะทำอย่างไรกันต่อไป และใครที่ไม่ได้จะเอามาช่วยงานตรงไหนใช่หรือไม่ แต่ทุกคนก็เป็นห่วงว่า เลือกตั้งมาแล้วตัวเองไม่มีบทบาทเป็นรัฐมนตรี แล้วมันจะเป็นรัฐมนตรีกันได้ทั้งหมดหรือไม่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เปิดเผยได้หรือไม่ว่ามีคนนอกมาตำแหน่งในครม.กี่คน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เยอะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า นายกฯ จะควบรมว.กลาโหมด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวรอการตัดสินใจอยู่ ฉันเสียหายอะไรล่ะ ถ้าถามไม่อยากควบหรืออะไรสักอย่าง ไม่มีความอยาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทำไม ถ้าควบแล้วผมจะได้อะไรขึ้นมาหรือเปล่า เรื่องของกองทัพเขาก็คุมกันด้วยระบบ มีระเบียบวินัยไม่ต้องไปห่วงเขา&amp;rdquo;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มีข้อจำกัดเรื่องสุขภาพ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หรอ ใครบอก ตนไม่รู้ &amp;nbsp;ก็ทำงานอยู่ด้วยกันทุกวัน จะถามกันว่ารัฐบาลหน้าจะมีกันหรือเปล่า ใครอยู่ใครไม่อยู่ใช่หรือไม่ ใจเย็นๆ ฉันใจร้อนกว่าเธอ เธออย่ามาใจร้อนแข่งกับฉัน ใจเย็นลงบ้าง ถ้าเธอใจเย็นลง ฉันก็ใจเย็นลง ฉันจะได้คิดงานข้างหน้า ถ้าฉันต้องมาตอบคำถามพวกนี้มันก็ตีกันต่อ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38850</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งรัฐบาล, นายก, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ปรับครม., เก้าอี้รัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08b43f0dec2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
