<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศุลฯ จัดสรรห้องพัก เขตบางคอแหลม จัดทำศูนย์พักคอย 400 เตียงให้ กทม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ส.ค. 2564 นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ให้การต้อนรับ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง และนายอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร ที่เดินทางตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมของอาคารที่พักศูนย์ฝึกอบรมสถาบันวิทยาการศุลกากร &amp;nbsp;ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตบางคอแหลมโดยให้กรุงเทพมหานครใช้เป็นศูนย์พักคอยเพื่อรองรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) พบผู้ติดเชื้อ จำนวนมาก ที่ยังไม่ได้รับการรักษาเนื่องจากเตียงเต็ม ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วย เหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กรมศุลกากรร่วมกับโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ได้จัดเตรียมอาคารที่พักของเจ้าหน้าที่จำนวน 100 ห้อง (400 เตียง) ปรับเปลี่ยนเป็นศูนย์พักคอย (Community Isolation) รองรับผู้ป่วย โดยได้เตรียมห้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) เพื่อให้แพทย์เฝ้าติดตามอาการผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด พร้อมกับได้จัดหาเตียงนอน ชั้นเก็บของ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ให้แก่ผู้ป่วยอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า นอกจากนี้ &amp;nbsp;กรมศุลกากรได้เตรียมพื้นที่ในการจัดทำศูนย์พักคอยสำหรับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 ไว้ที่อาคารสโมสร กรมศุลกากร คลองเตย ซึ่งกรมศุลกากรจะเป็นผู้ดูแลร่วมกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล &amp;nbsp;สำหรับการดำเนินการดังกล่าวข้างต้น จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้ อีกทั้งยังสนองนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง ที่เน้นการให้ความช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน เป็นสำคัญ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113045</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, ศูนย์พักคอย, เขตบางคอแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_611484f56f3c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดรามา‘ระฆัง’พ่นพิษแล้ว ตม.บุกคอนโดค้นต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่งจบดรามาเสียงระฆัง อย่าทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ คนร้องยังหายจ้อย ผอ.เขตฝากนิติคอนโดฯ จัดการ ย้ำห้ามยุ่งกับวัดอีก แฉอีก! มัสยิดก็โดนเตือน ตม.บุกสอบปล่อยชาวต่างชาติเช่า พบผิด กม. 1 ราย จ่อถอนวีซ่าส่งกลับประเทศ เอาผิดเจ้าของห้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม นายอนันต์ กายพรรณ ผู้อำนวยการเขตบางคอแหลม กล่าวถึงความคืบหน้าภายหลังเข้ากราบนมัสการเจ้าอาวาสวัดไทร เพื่อขอโทษกรณีที่สำนักงานเขตทำหนังสือเตือนวัด เนื่องจากได้รับร้องเรียนจากผู้พักอาศัยบนคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดวัดอ้างเสียงตีระฆังดังรบกวน โดยให้วัดตีระฆังตามธรรมเนียมปฏิบัติต่อไปว่า สำนักงานเขตยังไม่สามารถติดต่อผู้ร้องเรียนได้ ตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ได้สั่งการให้ไปทำความเข้าใจกับผู้ร้องเรียนด้วยตนเอง จึงฝากทางนิติบุคคลให้ช่วยติดต่อให้ รวมทั้งได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับนิติบุคคลของคอนโดมิเนียมแล้ว น่าจะไม่มีผู้ร้องเรียนเพิ่มอีก แต่หากเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นอีก เป็นหน้าที่ของทางนิติบุคคลคอนโดฯ ที่ต้องหาแนวทางจัดการแก้ไขปัญหาในการป้องกันเสียง อาจเป็นการปิดหน้าต่าง หรือติดตั้งสิ่งป้องกันเสียงแทน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นเรื่องของเขตกับนิติบุคคล ไม่ใช่เรื่องของทางวัด วัดมีหน้าที่ในการปฏิบัติกิจของสงฆ์ กิจกรรมทางศาสนาใดๆ ที่เคยปฏิบัติก็สามารถปฏิบัติไปได้เป็นปกติ ส่วนตัวผู้ร้องเรียนก็คงจะเข้าใจแล้ว และไม่ออกมาร้องเรียนอีก แต่ถ้ายังติดใจ เขตก็จะไปชี้แจง ทางนิติบุคคลก็ต้องจัดการแก้ปัญหาให้ผู้อาศัยด้วย&amp;rdquo; นายอนันต์ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีการสอบถามกรณีข้อพิพาทระฆังวัดไทรกับผู้พักอาศัยในคอนโดฯ ใกล้เคียงกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ระหว่างลงพื้นที่สวนลุมพินี จากนั้นกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวให้บริษัทเอกชนและวัดไปพูดคุยแก้ปัญหากันเองให้ได้ ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการเรื่องนี้ไปแล้ว จึงขออย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ หากมีการพูดคุยและยอมรับกันแล้วควรจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รักษาราชการแทนผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร และเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจสอบคอนโดมิเนียมหรู ริมถนนพระราม 3 ที่อยู่ติดกับวัดไทร เนื่องจากพบว่าผู้ร้องเรียนปล่อยให้ชาวต่างชาติเช่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พ.ต.อ.พนัญชัยเปิดเผยว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเข้าตรวจสอบคอนโดฯ ดังกล่าว โดยเข้าไปพูดคุยกับนิติบุคคล เพื่อขอรายชื่อผู้พักอาศัยทั้งหมดภายในคอนโดฯ ทั้งหมด และขอข้อมูลว่ามีใครปล่อยห้องภายในคอนโดฯ ให้เช่าหรือไม่ ซึ่งจะนำไปตรวจสอบว่าผู้เช่าได้แจ้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ทราบหรือไม่ ว่ามีชาวต่างชาติมาพักอาศัยตามมาตรา 38 ของพระราชบัญญัติตรวจคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 หากไม่แจ้งผู้ให้เช่าถือว่ามีโทษตามกฎหมาย ส่วนชาวต่างชาติที่พักอาศัยต้องถูกตรวจสอบว่าแจ้งถิ่นที่อยู่ตรงกับที่แจ้งไว้กับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ หากตรวจสอบว่าไม่ตรงกันต้องถูกเพิกถอนวีซ่าการอยู่ในราชอาณาจักรไทยแล้วผลักดันออกนอกราชอาณาจักรไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามี 30 ห้องที่ปล่อยให้ชาวต่างชาติเข้าพักอาศัย โดย 1 ห้องพบให้ชาวจีนพักอาศัยอยู่ พบว่าที่อยู่ไม่ตรงกับที่แจ้งไว้กับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จึงเตรียมแจ้งข้อหาและเพิกถอนวีซ่าส่งกลับประเทศ และจะดำเนินคดีกับเจ้าของห้องคนไทยที่ปล่อยให้เช่าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีบุคคลร้องเรียนระฆังวัดดังรบกวน เข้าข่ายเหยียดหยามศาสนา มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่ ว่าความผิดฐานเหยียดหยามศาสนา เป็นความผิดที่ไม่ต้องการเจตนา แต่มุ่งพิจารณาจากพฤติการณ์ประกอบการกระทำว่าเข้าองค์ประกอบแห่งความผิดอาญาหรือไม่ ในความเห็นส่วนตัว ชาวคอนโดฯ ที่ร้องเรียนวัดอาจมีเพียงความรู้สึกว่าถูกรบกวนจากเสียง จึงใช้สิทธิที่คิดว่าตนเองมีเข้าร้องเรียนหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เยียวยาความรู้สึกของตนเท่านั้น ยังไม่ปรากฏว่ามีพฤติกรรมอื่นประกอบการกระทำ ดังนั้นยังไม่น่าเข้าข่ายผิดฐานเหยียดหยามศาสนา แต่หากต่อมามีข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เช่นตามข่าวบอกว่าบุคคลดังกล่าวโทร.ไปต่อว่าทางวัดตอนเช้ามืดหลายครั้ง ตรงนี้ไม่ทราบว่ามีข้อความอะไรที่กระทบพระหรือไม่ ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใช้เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;Songkran Menthong&amp;rdquo; ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;อย่าว่าแต่เรื่องดรามาเสียงตีระฆังของพระวัดไทร ที่ดังรบกวนชาวบ้านบางคนของคอนโดมิเนียมขึ้นใหม่อยู่ข้างเคียงวัดเลยครับ อยากให้เพื่อนๆ ลองมาดูผลงานของสำนักงานเขตบางคอแหลมอีกเรื่องหนึ่ง กับมัสยิดบางอุทิศ ที่สร้างมากว่า 100 ปี เป็นศาสนสถานเก่าแก่ของประเทศไทย และอยู่คู่ชุมชนมุสลิมของชาวบางอุทิศมาโดยตลอด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหาใดๆ แต่อยู่ๆ ก็มีหนังสือแจ้งมาจาก ผอ.สำนักงานเขตบางคอแหลม ส่งมาถึงท่านอิหม่ามประจำมัสยิด ว่าให้ช่วยลดเสียงอาซาน (เสียงเรียกเชิญชวนเมื่อถึงเวลาละหมาดของชาวมุสลิม ทำวันละ 5 เวลา) และทางมัสยิดเราก็ปฏิบัติตามแต่โดยดี เพราะไม่อยากจะให้เป็นเรื่องลุกลามไปกลายเป็นความขัดแย้งทางศาสนา หาก กทม.และสำนักงานเขตจะช่วยเป็นธุระประสานงานกับผู้ร้องเรียน ให้มาทำความเข้าใจด้วย อันเนื่องมาจากทางมัสยิดได้รับจดหมายมาเรื่อยเป็นครั้งที่ 10 แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รศ.ดร.สิทธิเดช พงศ์กิจวรสิน หัวหน้าโครงการ &amp;ldquo;การศึกษาแนวทางการจัดการปัญหาข้อร้องทุกข์ของประชาชน : กรณีเหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียงและความขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา&amp;rdquo; ฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากสถิติในปี 2558 พบว่า ข้อร้องทุกข์ที่มีการร้องทุกข์มายังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลที่มีจำนวนมากที่สุด ได้แก่ ข้อร้องทุกข์ด้านสังคม สาเหตุที่มีการร้องทุกข์มากที่สุด คือ เหตุเดือดร้อนรำคาญด้านเสียง คิดเป็นร้อยละ 32.98 หรือประมาณ 1 ใน 3 ของเหตุเดือดร้อนรำคาญทั้งหมด ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี และเป็นข้อร้องทุกข์ที่พบมากที่สุดในทุกภูมิภาค.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19200</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอนันต์ กายพรรณ, สั่งจบดรามาเสียงระฆัง, หนังสือพิมพ์, เขตบางคอแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb764e44bd20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 12:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่นายกฯสั่งผู้ว่าฯกทม.เคลียร์ปัญหาร้องเรียนระฆังวัดไทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5ต.ค.61-เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ ที่สวนลุมพิธี&amp;nbsp; ระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)มาออกกำลังกาย และทักทายกับบรรดากลุ่มชาวบ้านย่านสวนลุมที่มาออกกำลังกาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากนั้น นายกฯได้สอบถาม กับพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ถึงกรณีข้อพิพาทเรื่องระฆังวัดไทร เขตบางคอแหลม กทม.ที่มีการร้องเรียนจากผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมสตาร์วิวที่อยู่ใกล้เคียงว่ามีเสียงดังรบกวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยนายกฯกล่าวว่า &amp;quot;เรื่องดังกล่าวให้บริษัทเอกชนและวัดไปพูดคุยแก้ปัญหากันเองให้ได้ ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการเรื่องนี้ไปแล้ว จึงขออย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่หากมีการพูดคุยและยอมรับกันแล้วก็ควรจบ&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19161</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดมิเนียมสตาร์วิว, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, พล.อ .ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วัดไทร, เขตบางคอแหลม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb6f36d6fc6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 11:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้คนโวยพระตีระฆังเข้าข่ายเหยียดศาสนา ซัดกทม.ไม่คุมอาคารสูงก่อขัดแย้งวัดชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 ต.ค.61 -&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานเขตบางคอแหลมได้มีหนังสือไปถึงวัดไทร เพื่อขอให้ลดเสียงของการตีระฆังลง เนื่องจากมีผู้พักอาศัยอยู่ในคอนโดฯข้างเคียงมาร้องเรียน ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่ขัดต่อความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนคนไทยเป็นอย่างมาก เนื่องจากการตีระฆังหรือตีกลองเพล กลองย่ำค่ำ เป็นกิจของสงฆ์ที่ทุกวัดยึดถือปฏิบัติกันมานับพันปีแล้ว ซึ่งปุถุชนชาวพุทธทั่วไปย่อมรู้และเคารพในจริยวัฒน์ที่พึงกระทำของวัดอันเป็นอัตลักษณ์ในทางพุทธศาสนา ซึ่งวัดไทรดังกล่าวก็มีอายุมากกว่า 300 ปีและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาโดยชอบด้วยกฎหมายมานานแล้ว ย่อมมีอำนาจในการประกอบสังฆกรรมได้ทุกประเภท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่มีผู้อยู่อาศัยในคอนโดฯ ซึ่งเป็นชุมชนแปลกปลอมยุคใหม่ในสังคมเมืองรับสภาพปัญหาดังกล่าวไม่ได้ ถึงขนาดต้องไปร้องเรียนวัดและกดดันสำนักงานเขตจนต้องดราม่ามีการออกหนังสือเตือนนั้น อาจเข้าข่ายการ &amp;ldquo;เหยียดหยามศาสนา&amp;rdquo; ตาม ป.อาญา มาตรา 206 ที่บัญญัติว่า &amp;quot;ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุหรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กฎหมายนี้มีเจตนารมณ์เพื่อปกป้องความรู้สึกของประชาชนในการนับถือศาสนา ซึ่งการพิจารณาความผิดตามมาตรานี้จึงต้องนำความรู้สึกของคนทั่วไปที่นับถือศาสนามาประกอบการพิจารณา หากคนทั่วไปเห็นว่าการกระทำนั้นเป็นการเหยียดหยามศาสนา ก็ต้องถือว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนา แม้ผู้กระทำจะอ้างว่าตนไม่ได้มีเจตนาเหยียดหยามศาสนาแต่กระทำไปด้วยเจตนาอื่นก็ตาม ดังนั้นหากผู้กระทำได้กระทำด้วยประการใดๆ อันคนทั่วไปเห็นว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนา ซึ่งเป็นที่เคารพทางศาสนาของหมู่ชนใดและไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นศาสนาใด โดยผู้กระทำรู้อยู่ว่าวัตถุหรือสถานที่นั้นเป็นที่เคารพในทางศาสนาแต่ได้กระทำการดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนาก็ถือว่าเป็นความผิดตามมาตรานี้แล้ว ผู้กระทำจะอ้างว่าไม่ได้มีเจตนาเหยียดหยามไม่ได้&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นการที่กระทรวงมหาดไทยหรือ กทม.ไม่ยอมใช้อำนาจในการออกประกาศหรือออกกฎกระทรวงตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 กำหนดบริเวณห้ามการก่อสร้างอาคารสูงที่อยู่ใกล้วัดในรัศมีเกินกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป และไม่กำหนดให้อาคารที่ปลูกใกล้วัดต้องมีวัสดุป้องกันเสียงในการก่อสร้างอาคารด้วย จึงกลายเป็นปัญหาจนเกิดความขัดแย้งขึ้นมาในปัจจุบันนั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19060</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., คอนโดข้างวัดไทร, คอนโดพระราม3, พระตีระฆังดัง, วัดไทรพระราม3, หญิงร้องเรียนวัดไทร, เขตบางคอแหลม, เหยียดหยามศาสนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181004/image_big_5bb579993e9c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
