<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25190</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 08:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดปลื้ม! &#039;หัวหน้าวิเชียร&#039; ได้ลูกชายวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.61 - เพจเฟซบุ๊กของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช โพสต์ข้อความแสดงความยินดีกับครอบครัวนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก หลังจากภรรยาคลอดบุตรเพศชาย น้ำหนัก 2.9 กิโลกรัม ซึ่งตรงกับวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติเมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อความเฟซบุ๊กกรมอุทยานฯระบุว่า&amp;nbsp;สุดปลื้ม! วิเชียรน้อยลืมตาดูโลก ในวันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 (อุบลราชธานี) ได้เผยเรื่องน่ายินดีเกี่ยวกับครอบครัวนายวิเชียร ชิณวงษ์ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยนายชัยวัฒน์ ได้ระบุข้อความว่า เวลา 11.11 น. ครอบครัว&amp;rdquo;ชิณวงษ์&amp;rdquo; ได้รับมงคลที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ผู้ปราบและสร้างตำนานเสือดำแห่งผืนป่ามรดกโลก&amp;nbsp;ได้บุตรชายน่ารักน่าชัง หนักถึง 2.9 กก ปลอดภัย พร้อมแม่ผู้อุ้มท้องชื่อว่า น้องน้ำ&amp;nbsp;ภรรยาคุณวิเชียรคลอดเองที่โรงพยาบาลสมเด็จพยุพราช กุฉินารายณ์&amp;nbsp;อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และอะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้ เพราะวันนี้เป็นวัน &amp;ldquo;คุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;นับว่าเป็นเรื่องที่ยินดีกับน้องวิเชียรและน้องน้ำ ส่วนลูกชายสืบทอดเจตนาพ่อวิเชียร ยังไม่ได้ตั้งชื่อครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25190</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติ, วิเชียร ชิณวงษ์, หัวหน้าวิเชียร, ฮีโร่ทุ่งใหญ่นเรศวร, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181227/image_big_5c242cf628dc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฮีโร่ทุ่งใหญ่&#039; ให้กำลังใจจนท.ขึ้นสืบพยานคดีเสือดำ &#039;เจ้าสัว&#039; ยุ่งธุรกิจสุขภาพไม่ดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอัยการจังหวัดทองผาภูมิ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 1 นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 ต่อศาลจังหวัดทองผาภูมิ เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องหาทั้ง 4 ได้ตกเป็นจำเลยคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2567 ใน 6 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการนัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ เริ่มตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยสืบพยานโจทก์ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เป็นปากแรก จากนั้นสืบพยานปาก นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เป็นปากที่ 2 โดยการสืบพยานปากนายวิเชียร เสร็จสิ้นลงเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา และในวันที่ 29 พ.ย.จะเป็นการสืบพยานโจทก์ปากนายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเป็น 1 ในชุดจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 08.45 น.นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร (ด้านตะวันตก) ได้นำนายปิยะพงษ์ สืบแสน เดินทางมาที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เพื่อขึ้นสืบพยานฝ่ายโจทก์ โดยมีเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง เดินทางมาให้กำลังใจ นอกจากนี้นายยุทธชัย ปัทธมสนธิ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) ยังมอบหมายให้นายวัลลภ พิสุทธิ์พิเชฎฐ์ ผอ. ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เดินทางมาให้กำลังใจนายวิเชียร และนายปิยะพงษ์ ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามนายวิเชียร ระหว่างเดินทางไปขึ้นศาลว่า วันนี้ดูมีสีหน้าสดใส รู้สึกอย่างไรบ้าง นายวิเชียรตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ก็คงเป็นเพราะตนขึ้นให้ปากคำสืบพยานเสร็จแล้ว วันนี้จึงเดินทางมาให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ที่จะเป็นผู้ขึ้นสืบพยานคนต่อไป ที่ผ่านมาผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นก็ให้กำลังใจมาโดยมาตลอด โดยเฉพาะนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็ได้โทรศัพท์มาให้กำลังใจในการต่อสู้คดีด้วยความเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาไล่เลี่ยกัน นายยงค์ โดดเครือ จำเลยที่ 2 นางนที เรียมแสน จำเลย ที่ 3 และนายธานี ทุมมาศ จำเลยที่ 4 พร้อมด้วย นายวิทูล แย้มพราย นายกิจจา อาลีอิสเฮาะ นายปิยพัชร์ สายพิณ นายปราโมช เล้าเกตุกรรณ์ และนายวิภาช อัมพรกลิ่นแก้ว ทนายความของจำเลยทั้ง 4 คน ก็เดินทางมาถึงศาล ยกเว้นนายเปรมชัย กรรณสูต เพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทูล แย้มพราย ทนายความเผยว่า วันนี้ต้องดูว่าพยานปากใหม่ จะสืบในประเด็นและเรื่องไหน เพราะยังไม่มีการเบิกความ เราจึงไม่สามารถรู้ได้ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นพยานปากไหน ก็ไม่สามารถรู้ได้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันคุณเปรมชัย เป็นอย่างไรบ้าง นายวิทูลตอบว่า ตอนนี้ท่านกำลังยุ่งกับธุรกิจ ส่วนสุขภาพก็ไม่ค่อยดี เนื่องจากท่านมีโรคประจำตัวหลายอย่าง ต้องกินยาเป็นประจำ สำหรับทิศทางของคดีเราก็จะทำอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเชื่อว่า การสืบพยานโจทก์ในวันนี้ คงจะใช้เวลาตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน โดยหลังจากนี้ต่อไปก็จะเป็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมในวันเกิดเหตุ ที่จะต้องมาเป็นพยานโจทก์ปากต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23085</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเสือดำ, นายวิเชียร ชิณวงษ์, ศาลจังหวัดทองผาภูมิ, สืบพยานโจทก์คดีเสือดำ, อัยการจังหวัดทองผาภูมิ, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก, เจ้าสัวเปรมชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bff8797b736a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮีโร่ทุ่งใหญ่บุกจับแก๊งพรานล่า &#039;ปลาคังยักษ์&#039; เชื่อคนมีสีอยู่เบื้องหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลาตี&amp;nbsp;4 นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี ได้รับรายงานว่ามีกลุ่มพรานเข้าไปล่าสัตว์ในพื้นที่รับผิดชอบโซนโป่งหอม-แก่งน้ำโจน&amp;nbsp;ในลำน้ำแควใหญ่ พื้นที่ต่อเนื่องกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง&amp;nbsp;อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;จึงพร้อมนายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วย นำกำลังเจ้าหน้าที่ เดินทางโดยเรือหางยาวเข้าตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงบริเวณดังกล่าว นายวิเชียรได้แยกกำลังออกเป็น 2 ชุดแบ่งกำลังเข้าสกัดเส้นทาง โดยชุดลาดตระเวนที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตรวจพบเรือหางยาวพร้อมเครื่องยนต์จำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำ จอดอยู่ในลำน้ำแควใหญ่ จึงได้ทำการดักซุ่มเฝ้าดู&amp;nbsp;ชุดลาดตระเวนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ได้เตรียมเรือสกัดกั้นบริเวณจุดสกัดห้วยคือล่าง&amp;nbsp;และประสานขอกำลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเข้าร่วมดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าซุ่มดู ตรวจพบชาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนอยู่บนเรือลำละ 1 คน โดยทั้งสามคนกำลังง่วนจับปลายกขึ้นเรือแต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าควบคุมตัวได้เนื่องจากอยู่ระยะไกลห่างคนละฝั่งลำห้วย&amp;nbsp;กระทั่งชายทั้งสามคนเก็บอุปกรณ์จับปลาเสร็จ ได้ขับเรือมุ่งหน้าเดินทางกลับ ออกจากจุดที่จับปลา&amp;nbsp;กำลังเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ร่วมกับหน่วยพิทักษ์ป่าองทั่ง ขสป.ห้วยขาแข้ง&amp;nbsp;จึงนำเรือจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ลำสกัดกั้นในลำน้ำ ทำการปิดล้อมเข้าจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในเรือทั้ง 3 ลำ มีนายใจ ไม่มีนามสกุล อายุ&amp;nbsp;26&amp;nbsp;ปี ชาวพม่า ในเรือพบปลาคังขนาดใหญ่ ปลาแข้และปลาแดงจำนวน 8&amp;nbsp;ตัว น้ำหนักรวม&amp;nbsp;99&amp;nbsp;กิโลกรัม พร้อมอุปกรณ์แห&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปาก ไฟฉาย&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระบอกเบ็ดราว&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ตัว เชือกไนล่อน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือลำที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;นายเรืองกิจ&amp;nbsp;จินจารักษ์&amp;nbsp;อยู่บ้านเลขที่&amp;nbsp;76/2&amp;nbsp;ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบปลาคังขนาดใหญ่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ตัว ความยาว ตั้งแต่&amp;nbsp;80-170&amp;nbsp;ซม. น้ำหนัก&amp;nbsp;75&amp;nbsp;กก.พร้อมเบ็ดราว 45&amp;nbsp;ตัวหม้อสนาม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใบไฟฉาย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อัน เชือกไนล่อน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม้วน ยาบ้า&amp;nbsp;75&amp;nbsp;เม็ด ปืนพกสั้นยี่ห้อ&amp;nbsp;Glock&amp;nbsp;รุ่น&amp;nbsp;19 Gen4&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;กระบอก กระสุน&amp;nbsp;10 นัด เลเซอร์สำหรับติดปืนยาว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรือลำที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนขับชื่อ นายไชยันต์ วิทยายนต์&amp;nbsp;พบปลาคัง ปลาแข้ ปลากด และปลาแดง รวมจำนวน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;ตัว น้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;35&amp;nbsp;กิโลกรัม แห&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปาก เบ็ดราว&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ตัว เชือกไนล่อน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ม้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนทราบว่า พรานทั้งสามคน ได้ลักลอบเข้าพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯตั้งแต่เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมาโดยทางเรือ จากนั้นได้ร่วมกันดักหาปลาในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ส่วนอาวุธปืนพกสั้นนายเรืองกิจ จินจารักษ์&amp;nbsp;หนึ่งในผู้ต้องหาอ้างว่ายืมมาจากสจ.คนหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากสืบทราบว่าเป็นกลุ่มขบวนการล่าสัตว์ป่าและตัดไม้ โดยมีคนมีสีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังให้การสนับสนุน โดยปลาทั้งหมดเป็นปลาขนาดใหญ่หายาก ตลาดมีความต้องการสูง เช่น ปลาคังขนาดใหญ่ยักษ์นี้ราคาไม่ต่ำกว่ากก.ละ 380-450 บาท ส่วนปลาแข้และปลาแดงขนาดใหญ่ราคาก็พอกัน โดยปลาทั้งหมดนี้มีมูลค่านับแสนบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายวิเชียร ได้นำผู้กระทำผิดทั้งสามคน พร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ดำเนินคดีข้อหา 1.ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา&amp;nbsp;36&amp;nbsp;และ 2.ฐานร่วมกันช่วยพาเอาไปเสีย หรือรับไว้ด้วยประการใด ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา&amp;nbsp;55&amp;nbsp;แห่งพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 3.ฐานร่วมกันเก็บหาของป่า (ซากสัตว์ป่า) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ตามมาตรา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;แห่ง พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความผิดตาม พรบ.อาวุธปืนฯ และ พรบ.ยาเสพติดให้โทษ เจ้าหน้าที่ได้ขอให้พนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับกุม และดำเนินการตามอำนาจหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, นายวิเชียร ชิณวงษ์, ปลากดคัง, ล่าปลาคังยักษ์, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcec791e51cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบอีกซากกระทิงแม่ลูกทุ่งใหญ่ฯถูกน้ำป่าซัดตายรวม6ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 61 &amp;ndash; จากกรณีพบซากกระทิงเพศผู้จำนวน 4 ตัว อายุราว 4-5 ปีนอนตายขึ้นอืดกระจายเกลื่อน&amp;nbsp; บริเวณหาดทรายริมห้วยรันตี บ้านกองม่องทะ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ติดต่อกับอุทยานฯเขาแหลม โดยทีมสัตว์แพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่3 (บ้านโป่ง) ผ่าซากพิสูจน์ พบว่ามีดินทรายอยู่ในลำคอ และหลอดลม ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยถูกทำร้ายแต่อย่างใด&amp;nbsp; สันนิษฐานว่าคงถูกกระแสน้ำป่า ที่เชี่ยว กรากพัดลอยไปตามลำห้วยรันตี แล้วจมน้ำเสียชีวิตทั้ง 4 ตัว ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด นายวิเชียร ชิณวงษ์ หน.ขสป.ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับนายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานฯเขาแหลม พ.อ.พิเชษฐ์ หัสดีผง รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า ร.อ.ชาญณรงค์ อินลา ผบ.ควบคุม ส่วน ลว.ฉก.ลาดหญ้า จนท.ฝ่ายปกครองอำเภอสังขละบุรี ตชด.134 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ เดินทางเข้าไปยังบริเวณลำห้วยรันตี บ้านกองม่องทะ ม.2 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ที่เจ้าหน้าที่พบ ซากกระทิงเพิ่มอีก2ตัว เป็นเพศผู้และเพศเมีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังเจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยทางเรือ ท่ามกลางกระแสน้ำในลำห้วยน้ำรันตี ที่ไหลแรงและเชี่ยวกราก ห่างจากที่พบกระทิงทั้ง 4 ตัว ราว 1 กม. พบกระทิงตัวที่ 5 เพศผู้อายุประมาณ 1 ปี ซากติดอยู่กับขอนไม้กลางลำห้วย เสียชีวิตมาแล้วราว 5 วัน สภาพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง ไม่พบร่องรอยกระสุนปืนที่ซาก คาดว่าเสียชีวิตจากภัยธรรมชาติ น้ำป่าไหลหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห่างจากซากตัวที่ 5 ออกไปราว 50 เมตร พบซากกระทิงตัวที่ 6 เป็นเพศเมีย อายุประมาณ 15 ปีอยู่ริมตลิ่งติดขอนไม้ คาดว่าเป็นแม่ลูก เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 5 วัน สภาพเน่าขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นเช่นเดียวกัน ไม่พบร่องรอยกระสุนปืนที่ซาก ที่หาดทรายพบปลอกเขาข้างซ้ายหลุดอยู่ 1 ข้าง จึงนำมาเก็บรักษาที่หน่วยพิทักษ์ป่าเกิงสะดา ส่วนปลอกเขาด้านขวาไม่พบคาดว่าถูกกระแสน้ำพัดพาหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่จึงจัดทำบันทึกการตรวจสอบ และจะนำเรื่องราวแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ต่อพนักงานสอบสวนสภ.สังขละบุรี&amp;nbsp; สำหรับซากกระทิงทั้ง 6 ตัว สภาพเน่าเสีย เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด และทำลายระบบนิเวศ เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการเผาทำลายซากกระทิงทั้ง 6 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า กระทิงที่เสียชีวิตทั้ง 6 ตัว คงจะพยายามเดินข้ามลำห้วยรันตี เนื่องจากเคยเดินหากินข้ามไปมาอยู่เป็นประจำ เป็นขณะเดียวกับที่ฝนได้ตก ลงมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากทะลัก ลงมาในลำห้วยรันตี เมื่อฝูงกระทิงเดินลงลำห้วยเพื่อข้ามฝั่ง จึงถูกกระแสน้ำที่ไหลอย่างรุนแรง และเชี่ยวกราก พัดพาฝูงกระทิงลอยไปตามลำห้วย กระแทกกับโขดหิน ที่ระเกะระกะมากมายในลำห้วย จนกระทั่งหมดแรงที่จะตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง จึงจมน้ำเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15608</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ซากกระทิง, นายวิเชียร ชินวงษ์, ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76994124421.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดอนาถ! กระทิงป่าทุ่งใหญ่หนีน้ำไม่ทันจมตายยกฝูง4ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - นายวิเชียร ชินวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนว่า พบซากกระทิงจำนวน 4 ตัวตายขึ้นอืดกระจายเกลื่อนรอบบริเวณหาดทรายริมห้วยรันตี บ้านกองม่องทะ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จึงรีบรายงาน นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่3 (บ้านโป่ง) ทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยสัตว์แพทย์หญิง กนกวรรณ ตรุยานนท์ และทีมสัตว์แพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่3 บ้านโป่ง รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุเป็นป่าเบญจพรรณ บริเวณหาดทรายริมห้วยรันตี เจ้าหน้าที่พบซากกระทิงเพศผู้ อายุราว 4-5 ปีนอนตายขึ้นอืด กระจัดกระจายไม่ห่างกัน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ากระทิงทั้ง 4 ตัวเสียชีวิตมาแล้วราว 3-4 วัน ตรวจสอบซากกระทิงทุกตัวไม่พบร่องรอยถูกมนุษย์หรือสัตว์ทำร้ายแต่อย่างใด ทีมสัตว์แพทย์จึงทำการผ่าตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายให้แน่ชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า จากการที่เกิดฝนตกหนัก ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ทำให้เกิดน้ำป่าไหลทะลักเข้าบริเวณพื้นที่ฝูงกระทิงอาศัย จนกระทิงฝูงนี้หนีน้ำไม่พ้น จึงถูกกระแสน้ำป่าที่เชี่ยวกราก พัดลอยมาตามลำห้วยรันตี โดยฝูงกระทิงตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด แต่ไม่สามารถทานกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้ จนหมดแรงจมน้ำเสียชีวิตทั้งฝูง และกระแสน้ำได้พัดซากกระทิงทั้ง 4 ตัว มาเกยอยู่บริเวณหาดทรายริมห้วยรันตีดังกล่าว หลังจากทีมแพทย์ผ่าตรวจพิสูจน์ซากกระทิงทั้ง 4 ตัวจนทราบสาเหตุการตายแล้ว เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเผาทำลายซากต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกระทิงเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่อาศัยอยู่ตามป่าอนุรักษ์หลายแห่งในประเทศไทย โดยไซเตสได้จัดกระทิงไว้ในบัญชีหมายเลข 1 ไอยูซีเอ็น(IUCN) โดยประเมินว่ามีโอกาสเสี่ยงจะสูญพันธุ์ (VU) ทั้งนี้มีรวบรวมจำนวนกระทิงไว้อยู่ที่ราวไม่เกิน1,000ตัวในเขตป่าอนุรักษ์เพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามกระทิงในเขตอนุรักษ์หลายแห่ง โดยเฉพาะที่ห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกและตะวันออกมีการติดตามป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประชากรกระทิงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ขอบคุณภาพ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15541</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทิงตาย, กระทิงป่าทุ่งใหญ่, กาญจนบุรี, นายวิเชียร ชินวงษ์, ลำห้วยรันตี, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b75440d29384.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
