<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พญาเสือ&#039; บุกปางช้างดังเมืองกาญจน์ ยึด &#039;พลายคำน้อย&#039; อายุ 4 ปีสวมตั๋วช้างบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวมตั๋วช้างป่า...หน่วยพญาเสือพร้อมขสป.สลักพระ ปกครอง ตำรวจ เข้าปางช้างเมืองกาญจน์ ยึดพลายคำน้อย ลูกช้างเพศผู้ อายุ4ปี ตรวจดีเอ็นเอไม่ตรงพ่อแม่ เชื่อสวมตั๋วรูปพรรณเป็นช้างบ้าน นำไปดูแลขสป.สลักพระ ก่อนปล่อยคืนป่าธรรมชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มิ.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2563 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (ขสป.) สลักพระ พร้อมจนท.ปกครองอ.เมืองกาญจนบุรี เข้าตรวจสอบ บริษัทช้างแม่น้ำแคว จำกัด (แค้มป์ช้างวังจาน) พบว่าช้างชื่อพลายคำน้อย เพศผู้ มีเลขไมโครชิพไม่ตรงตามตั๋วรูปพรรณ จึงทำการเจาะเลือดส่งตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ โดยอายัดช้างคำน้อยไว้ที่ปางช้าง ห้าม เคลื่อนย้าย ตามข่าวที่ได้นำเสนอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้&amp;nbsp;นายพนัชกรโพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการ ด้านการป้องกันและปราบปราม สำนักป้องกันปราบปราม และควบคุมไฟป่า นายสิขกพงษ์ กระแจะจันทร์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสบอ.3บ้านโป่ง นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ พญาเสือ นายยุทธพงศ์ ดำศรีสุข จนท.หน่วยพญาเสือ/หน.อุทยานฯพุเตย นายโดม จันทร์สุวรรณ จนท.พญาเสือ ผช.หน.อุทยานฯพุเตย นายไพทูรย์ อินทรบุตร หน.ขสป.สลักพระ นายชาติชาย ศรีแผ้ว หน.สปป.ที่1ภาคกลาง สัตว์แพทย์หญิง กนกวรรณ ตรุยานนทน์ (สบอ.3 บ้านโป่ง) นายกฤต มังกะโรทัย ปลัดอำเภอเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมกำลังเดินทางไปยังบริษัทช้างแม่น้ำแคว จำกัด (แค้มป์ช้างวังจาน) หมู่ที่ 8 ต.วังด้ง &amp;nbsp;อ.เมืองกาญจนบุรี จ.กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึง ได้พบนายเคนจิ เอลิสัน ซึ่งเป็นลูกชายของนายฟรองซัว โกรี เจ้าของปางช้าง โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งรายละเอียด กรณีเข้ายึดลูกช้าง ชื่อพลายคำน้อย เพศผู้อายุ3ปี 9เดือน โยแจ้งว่าหลังตรวจยึดอายัตช้างเมื่อวันที่22 ตุลาคม 2563ที่ผ่านมา ได้นำเลือดของพลายคำน้อย และเลือดของพ่อและแม่ที่ทางปางช้างระบุ ไปตรวจดีเอ็นเอที่นิติวิทยาศาสตร์กรมอุทยานฯ ถึง2ครั้ง ผลทราบว่าดีเอ็นเอของพลายคำน้อยไม่ตรงกับพ่อและแม่ จึงต้องนำช้างคำน้อย ของกลางไปดูแลไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพนัชกร&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ช้างชื่อพลายคำน้อย เพศผู้ อายุ3ปี ซึ่งมีเลขไมโครชิพไม่ตรง ตามตั๋วรูปพรรณ สมุด ส.พ.5 เล่มที่ 4211 โดยพบไมโครชิพเลข 7110485936 &amp;nbsp;ออกจากอำเภอ แม่ระมาด จังหวัดตาก ผู้ครอบครอง MR.Kenji Alison ไม่สามารถแสดงหลักฐาน การครอบครอง โดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อเจ้าหน้าที่ได้ และเพื่อความชัดเจนในการตรวจสอบ ได้ดำเนินการเจาะเลือดพลายคำน้อย เพื่อตรวจพันธุกรรม ระบุสายพันธุ์ที่ชัดเจน จากการรวจสอบดีเอ็นเอ ผลปรากฏไม่ตรงกับ แม่และพ่อ ตามที่แจ้งไว้ จึงเชื่อได้ว่าช้างพลายคำน้อย เป็นช้างที่ ถูกดำเนินการสวมตั๋วรูปพรรณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำช้างพลายคำน้อย &amp;nbsp;พร้อมกับแม่ช้างพี่เลี้ยง ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับพลายคำน้อย คลอเดินตามไปด้วย จากปางช้างวังจาน ไปยังสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เมื่อถึงบริเวณด้านหลังสำนักงานเจ้าหน้าที่ได้นำกล้วย อ้อย ขนุน มาให้ช้างน้อย และแม่ช้างพี่เลี้ยง พร้อมนำน้ำมาฉีดพ่นอาบให้ โดยมีหมอก้อย สัตว์แพทย์หญิง กนกวรรณ ตรุยานนทน์ (สบอ.3 บ้านโป่ง)นำทีมสัตว์แพทย์ จากสบอ.3 บ้านโป่ง มาดูแลสุขภาพของลูกช้างน้อยอย่างละเอียด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้ว การที่นาย Kenji Alison ได้ครอบครองช้าง ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างรัดกุมแล้ว ปรากฏว่าช้างดังกล่าว มิได้เป็นลูกของช้างบ้าน ที่ตรงกับเอกสารการครอบครอง ดังนั้น ช้างพลายคำน้อย ที่อยู่ในความครอบครองของ นาย Kenji Alison ที่ แค้มป์ช้างวังจาน เลขที่ 31 หมู่ที่ 8 ตำบลวังด้ง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อไม่มีเอกสารการครอบครองแสดงการได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง&amp;nbsp;คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วการกระทำของนายKenji Alison จึงเป็นความผิดตามพรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นนายKenji Alison ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่า ได้ครอบครองช้างตัวดังกล่าว โดยได้ซื้อ-ขายมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp;
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายเคนจิ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ลาดหญ้า ดำเนินคดีข้อหา ฐานมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 17 และมาตรา 92 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และฐาน แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105968</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, พญาเสือ, สวมตั๋วช้างบ้าน, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210610/image_big_60c221b3c8b8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101739</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 16:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก 4 ปี 5 เดือน 2 นายพรานพ่อลูกยิง &#039;เลียงผา&#039; ป่าสลักพระ ฟันจนท.บาดเจ็บขณะจับกุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
4 พ.ค.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ให้ความสนใจในคดีพรานล่าสัตว์ป่า และมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จนได้รับบาดเจ็บ จึงได้สั่งการให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง)ติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2563 นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นำกำลังเจ้าหน้าที่ ออกลาดตระเวนไปถึงบริเวณกลางป่าหุบข่อย หมู่ 1 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบกลุ่มนายพรานจำนวน 4 คน กำลังแบกซากสัตว์ออกมาจากป่า เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นระหว่างเข้าทำการจับกุม กลุ่มนายพรานทั้ง 4 คนได้พยายามวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงวิ่งไล่ติดตาม ระหว่างนั้นนายพราน 1 ใน 4 คน ได้ใช้อาวุธมีดที่นำติดตัวมา ฟันนายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่า จนได้รับบาดเจ็บที่แขนขวา โดยจนท.จับกุมตัวได้จำนวน 1 คน คือนายวศิน กากี อายุ 28 ปี ชาวตำบลหนองเป็ด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลาง ซากเลียงผา หนัก 14 กิโลกรัม ซากตะกวด 1 ซาก น้ำผึ้งป่า หนัก 1 กิโลกรัม และอุปกรณ์เดินป่าหลายรายการ โดยกลุ่มนายพรานวิ่งหลบหนีไปได้ จำนวน 3 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.63 นายสมเดช กากี อายุ 57 ปี พ่อของนายวศิน 1 ใน 3 นายพรานที่หลบหนีการจับกุม และเป็นผู้ใช้อาวุธมีดก่อเหตุทำร้ายนายอัฐพล เฉียบแหลม พนักงานพิทักษ์ป่าได้รับบาดเจ็บ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ โดยมี&amp;nbsp;พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เดินทางไปติดตามความคืบหน้าคดีด้วยตนเอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยต่อว่า ในที่สุดคดีก็เข้าสู่กระบวนการของชั้นศาล มีพนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นโจทก์ มีนายวศิน กากี และนายสมเดช กากี สองพ่อลูกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ซึ่งศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประทับรับฟ้องในข้อหา &amp;ldquo;ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อรางกาย ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ความผิดต่อพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ลหุโทษ&amp;rdquo; สำหรับคดีดังกล่าวมีผู้ร่วมก่อเหตุ จำนวน 4 คน โดยนายนิติกรณ์ (ขอสงวนนามสกุล) และนายวิทวัส (ขอสงวนนามสกุล) เยาวชน 2 ใน 4 ไม่ได้เข้ามอบตัว และอยู่ระหว่างการหลบหนีอยู่ในเวลานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยศาลจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีคำพิพากษาให้จำคุกนายวศิน กากี จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 23 เดือน แต่ปรากฏว่า นายวศินเคยก่อเหตุและถูกดำเนินคดีในลักษณะเดียวกันมาก่อน ซึ่งครั้งนั้นศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี แต่ระหว่างรอลงอาญา นายวศิน กากี จำเลยที่ 1 ก็ได้กระทำความผิดซ้ำอีก ศาลจึงเพิ่มโทษจำคุกอีก 6 เดือน เป็นจำคุก 2 ปี 29 เดือน (4 ปี 5 ดือน) ส่วนนายสมเดช กากี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพ่อของนายวศิน จำเลยที่ 1 ศาลได้พิพากษา จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 29 เดือน (4 ปี 5 เดือน) โดยไม่รอลงอาญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) เผยท้ายสุดว่า สำหรับคดีและบทลงโทษในกรณีนี้ ขอให้เป็นอุทาหรณ์กับประชาชนทั่วไป รวมทั้งกลุ่มนายพรานที่ชอบเข้าป่าล่าสัตว์&amp;nbsp;หากถูกจับกุมตัวก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดเหมือนพรานสองพ่อลูกนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101739</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, จับนายพราน, นิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์, ล่าสัตว์ป่า, ศาลจังหวัดกาญจนบุรี, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ, เลียงผา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_60910f894c934.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96682</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2021 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2021 15:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉียดตาย! นศ.ซิ่งมอเตอร์ไซค์ชนช้างป่าออกหากิน โชคดีช้างตกใจวิ่งเตลิดเข้าป่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มี.ค.64 - เมื่อเวลา 20.00 น. คืนวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา​ ร.ต.อ.ธีรยุทธ​ อังวะ​ รองสารวัตรเวรสอบสวน​ สภ.ลาดหญ้า​ จ.กาญจนบุรี​ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์​ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถ​จักรยานยนต์&amp;nbsp;ชนฝูงชนช้างป่าในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าสลักพระ​ ที่เดินข้ามถนนออกมาหากินในช่วงเวลากลางคืนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1​ ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุเกิดบนถนนสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์​ เยื้องหมู่บ้านเด็ก​ และสนามกอลฟ์ไมด้า หมู่​ 2​ ต.วังด้ง​ อ.เมือง​ฯ​ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถ​ จยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟล้มคว่ำอยู่​ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ชีพของมูลนิธิฯ​ กำลังทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาล​เบื้องต้น เนื่องจากมีอาการเจ็บปวดทางกระดูกด้านหลัง ก่อนจะรีบนำตัวส่ง​ รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ​ เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่าหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายรายนี้ชื่อนายศุภกร​ เอี่ยมเทศ​ อายุ​ 20 ปี​ ไม่ทราบที่อยู่​ เป็นนักศึกษาแผนกช่างเครื่องยนต์​ ปวช.ปี​ 1​อยู่ที่วิทยาลัยการอาชีพ​ อ.พนมทวน​ จ.กาญจนบุรี​&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนเกิดเหตุทราบว่า​ นายศุภกร​ ได้ขี่รถ​ จยย.เพื่อกลับไปบ้านที่​ อ.ศรีสวัสดิ์&amp;nbsp;หลังเสร็จธุระได้ขี่รถกลับหอพักโดยใช้เส้นทางดังกล่าว​&amp;nbsp;ระหว่างทางเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เกิดเคราะห์ร้ายเจอฝูงช้างป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ​ ซึ่งมักจะออกหากินในช่วงเวลาพลบค่ำ​ กำลังเดินข้ามถนน คาดว่า​ นายศุภกร​ หนุ่มนักศึกษาผู้เคราะห์ร้ายคงขับขี่รถมาด้วยความเร็วสูง​ ประกอบกับเส้นทางถนนสายดัวกล่าวตลอดเส้นทางไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง​ เมื่อเจอฝูงช้างป่า​ จึงเกิดเบรกรถไม่ทัน​ รถจึงพุ่งชนช้างอย่างจังจนทำให้รถ​ จยย.ล้มคว่ำ​ เดชะบุญที่ฝูงช้างป่าเกิดตกใจวิ่งเตลิดหนีเข้าป่าไปโดยไม่ได้ทำร้ายนายศุภกรหนุ่มนักศึกษาผู้โชคร้ายรายนี้แต่อย่างใด​ จึงรอดตายอย่างหวุดหวิด​ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96682</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ช้างป่า, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210320/image_big_6055ad21076ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94398</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 22:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 22:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมอุทยานฯ แจ้ง ม.157 เอาผิดกราวรูด ขรก.เมืองกาญจน์ ออกนส.3 ก.ทับป่าอนุรักษ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.สบอ.-บ้านโป่ง พร้อมหน.ขสป.สลักพระ แจ้งม.157&amp;nbsp;เอาผิดกราวรูด ทั้งนายทหาร ปลัดจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ออกน.ส.3ก. ทับเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ และเขตป่าไม้ถาวร ส่วนอดีตหน.เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ รอดตัว เพราะเสียชีวิตไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;ก.พ.64 - นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)&amp;nbsp;นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส.&amp;nbsp;นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในเขตป่า โดยให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นเป็นสองเท่าตามนโยบาย ทส.ยกกำลัง2+4&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ พร้อมด้วย นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ นายสุทธิชัย โผภูเขียว ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สลักพระ พร้อมเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;นาย ได้ลงพื้นที่ ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมี น.ส.ศิริวรรณ โดดสังข์ ผู้ดูแลที่ดินดังกล่าว เป็นผู้อนุญาตและเป็นผู้นำตรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) เลขที่&amp;nbsp;2825&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;99&amp;nbsp;ไร่&amp;nbsp;63&amp;nbsp;ตาราวา ที่ออกในปีพ.ศ.2536&amp;nbsp;โดยเปลี่ยนมาจากหนังสือรับรองการประโยชน์ (น.ส.3)สารบบเล่ม&amp;nbsp;48&amp;nbsp;หน้า&amp;nbsp;81 ซึ่งออกในปี พ.ศ.2521&amp;nbsp;ตามมาตรา&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ทวิ ประมวลกฎหมายที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฎิวัติ ฉบับที่&amp;nbsp;96&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ก.พ 2515&amp;nbsp;เป็นการออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เฉพาะราย ในที่ดินซึ่งบุคคลครอบครอง และทำประโยชน์ ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน ใช้บังคับ (1ธ.ค.พ.ศ.2497)&amp;nbsp;โดยไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน และไม่ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน ตามมาตรา5ประมวลกฎหมายที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพื้นที่ และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) ดังกล่าวโดยใช้เครื่องวัดพิกัด ดาวเทียม&amp;nbsp;GPS&amp;nbsp;ตรวจสอบจุดรอบแปลงดังกล่าว จำนวน&amp;nbsp;35&amp;nbsp;จุด นำไปตรวจสอบ ปรากฏว่าออกทับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จ.กาญจนบุรี ที่ประกาศฯในปีพ.ศ.2508&amp;nbsp;และออกทับในเขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี&amp;nbsp;2516&amp;nbsp;เมื่อตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศ ย้อนหลังเมื่อปีพ.ศ.2495&amp;nbsp;ถึง พ.ศ.2499&amp;nbsp;ผลภาพถ่ายทางอากาศในบริเวณดังกล่าว ปรากฏว่า ในระยะเวลาดังกล่าวสภาพป่าผลัดใบเต็ม แปลงไม่มีร่องรอยการทำประโยชน์ แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเห็นได้ชัดเจนว่า การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3ก.)ดังกล่าวไม่เข้าหลักเกณฑ์ ตามมาตรา&amp;nbsp;59&amp;nbsp;ทวิ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่&amp;nbsp;96&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ก.พ.พ.ศ.2515&amp;nbsp;เพราะไม่ได้มีการครอบครอง และทำประโยชน์ในที่ดิน ก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ และขัดกับกฎกระทรวง ฉบับที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน&amp;nbsp;2497&amp;nbsp;ข้อ8 (2)ห้ามออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่เขา ที่ภูเขา ที่สงวนห้าม หรือที่ดิน ที่ส่วนราชการเห็นว่า ควรสงวนไว้เพื่อใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และขัดกับระเบียบของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติฉบับที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;พ.ศ.&amp;nbsp;2515 ข้อ&amp;nbsp;7(2)&amp;nbsp;และข้อ 9 (1)&amp;nbsp;การออกโฉนด หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต้องไม่อยู่ในเขตที่ทางราชการ จำแนกไว้เป็นเขตป่าไม้ถาวร จึงเป็นการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ก) ดังกล่าว ออกมาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะต้องถูกศาลสั่งเพิกถอนตามมาตรา&amp;nbsp;82&amp;nbsp;วรรคท้าย พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.&amp;nbsp;2561&amp;nbsp;และตามมาตรา&amp;nbsp;61&amp;nbsp;แห่งประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ เปิดเผยว่า ได้ให้นายไพฑูรย์&amp;nbsp;หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี เพื่อให้ส่งเรื่องต่อป.ป.ช.สอบสวนชี้มูลความผิดบุคคลที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย&amp;nbsp;อดีตนายทหาร ผบ.จทบ.รบ. (ส่วนแยก ก.จ.)&amp;nbsp;อดีตนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี&amp;nbsp;อดีตพนักงานที่ดิน อำเภอเมืองกาญจนบุรี บุคคลดังกล่าวทั้งหมด ได้สอบสวนสิทธิในวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;พ.ย.2519&amp;nbsp;และรับรองว่า บริเวณที่จะออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ดังกล่าว ได้มีผู้อยู่อาศัยทำกินมาก่อน พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน ในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ.2481&amp;nbsp;และที่ดินแปลงนี้ อยู่นอกเขตป่าสงวนหวงห้าม อยู่นอกเขตป่าไม้ถาวร ตามมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นเท็จ บุคคลทั้งหมดจึงมีความผิดตาม มาตราปอ.มาตรา&amp;nbsp;157&amp;nbsp;ฐาน เป็นเจ้าพนักงาน ปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้รัฐเสียหาย ส่วนอดีตหัวหน้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ไปรับรองว่าบริเวณดังกล่าว อยู่นอกเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ อันเป็นเท็จ&amp;nbsp;จึงมีความผิดตามปอ.มาตรา 157&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเจ้าของชาวกรุงเทพฯผู้ยื่นคำขอ ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ดังกล่าว ให้ถ้อยคำว่า เดิมที่ดินแปลงนี้ ทำประโยชน์มาประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ปี ต่อมาได้ขายให้กับทหารยศจ่าสิบตรี ต่อมาโอนขายให้ชาวกทม. อันเป็นเท็จ โดยมีอดีตกำนันตำบลวังด้ง จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;ชาวจังหวัดกาญจนบุรี 2 คน เป็นพยานเท็จ รับรองการให้ถ้อยคำดังกล่าว บุคคลทั้งหมด จึงมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ให้เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ตามปอ.มาตรา157&amp;nbsp;ประกอบมาตรา&amp;nbsp;86&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งมีอดีตปลัดจังหวัด รักษาราชการแทน ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นผู้อนุมัติให้นายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)&amp;nbsp;ดังกล่าว&amp;nbsp;โดยการอนุมัติ ได้พิจารณาจากสำนวนการสอบสวนของคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;จึงขอให้ปปช.สอบสวนเพิ่มเติมว่า อดีตปลัดจังหวัดกาญจนบุรี มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ โดยมิชอบนี้หรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอดีตนายอำเภอเมืองกาญจนบุรี ที่เป็นผู้เปลี่ยนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)&amp;nbsp;ของเดิม เปลี่ยนมาเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก) ของใหม่ในปีพ.ศ.2536&amp;nbsp;ขอให้ ป.ป.ช.สอบสวนเพิ่มเติมว่า อดีตนายอำเภอเมืองกาญจนบุรีมีส่วนเกี่ยวข้อง การออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยมิชอบ ดังกล่าวหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเจ้าของที่ดินคนปัจจุบัน รวมทั้งผู้รับโอนมาจากเจ้าของที่ดินเดิม รวม9คน ก็ขอให้ปปช.สอบสวนเพิ่มเติม บุคคลทั้งหมดว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ในการออกหนังสือรับรอง การทำประโยชน์(น.ส.3ก.)ดังกล่าว ที่ออกโดยมิชอบหรือไม่ เพื่อดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์&amp;nbsp;กล่าวต่อไปว่า โฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็นเอกสารมหาชนที่รัฐออกให้ ที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ออกมาโดยถูกต้อง เจ้าของที่ดินมีสิทธิใช้สอย และทำประโยชน์ในที่ดิน ได้อย่างเต็มที่ จนกว่าจะถูกเพิกถอน ถึงแม้จะถูกเพิกถอน หากเจ้าของที่ดิน พิสูจน์ได้ว่าได้โฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ได้มาโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทน โดยไม่ได้มีส่วนร่วม หรือเกี่ยวข้องในการออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าของที่ดินที่ถูกเพิกถอน&amp;nbsp;&amp;nbsp;สามารถฟ้องต่อศาลปกครอง เรียกค่าซื้อที่ดิน หรือค่าเสียหายคืนได้จากกรมที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94398</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, จังหวัดกาญจนบุรี, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_603915825c731.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
