<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>45848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2019 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2019 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สลด!หนุ่มชาวลาวรอพ่อแม่กรีดยางหนีช้างป่าไม่ทันถูกเหยียบดับ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ย.62 - เมื่อเวลา 08.30 น.เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนแจ้งว่ามีคนถูกช้างป่าทำร้าย บริเวณหมู่ที่ 17 ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี โดยญาติได้นำร่างผู้เสียชีวิตมาที่วัดเขาปอ อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ทราบชื่อ คือ นายแหวน ไชยเพชร อายุ 27 ปี เป็นชาวลาวที่เข้ามารับจ้างกรีดยาง และอยู่ในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว กว่า 10 ปี แล้ว โดยสภาพศพมีร่องรอยการถูกช้างป่าทำร้ายโดยการเหยียบ และแตะที่ลำตัว จนกระดูกหักหลายแห่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้ไปรอพ่อแม่ที่จะเข้าไปกรีดยางในเพิงพักภายในสวนยาง จากนั้นได้มีช้างป่าตัวใหญ่เดินเข้ามาที่เพิงพัก ผู้เสียชีวิตจึงได้วิ่งหนี ทำให้ช้างป่าวิ่งไล่ แต่ผู้เสียชีวิตสะดุดล้มทำให้ช้างป่าตามมาทันจึงเหยียบผู้เสียชีวิตเข้าที่ลำตัว จนกระดูกหักเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จากนั้นพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตได้ยินเสียงช้างป่า จึงได้เดินเข้าไปดูลูกชาย พบว่าช้างป่าเฝ้าร่างผู้เสียชีวิตอยู่ จึงได้ประสานให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และชุดเฝ้าระวังช้างป่าช่วยกันผลักดันช้างป่าให้กลับเข้าป่า เพื่อที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลแก่งหางแมว หลังเจ้าหน้าที่ใช้เวลานาน 1-2 ชั่วโมง ก็สามารถผลักดันช้างป่าตัวนี้กลับเข้าป่าไปได้ ก่อนที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายผู้เสียชีวิตทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเบื้องต้น นายเดช จินโนรส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลขุนซ่อง และชมรมหมอเวชรักช้างป่า เตรียมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว โดยจะมีการมอบเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งจะประสานไปยังมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้เข้ามาช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกทางหนึ่ง โดยศพของ นายแหวน ไชยเพชร หนุ่มชาวลาว จะตั้งศพสวดพระอภิธรรม จำนวน 2 คืน เนื่องจากทางครอบครัวมีฐานะยากจน ทั้งนี้ในรอบ 1 ปี มีชาวบ้านในพื้นที่อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต มาแล้ว 2 ราย และบาดเจ็บ 3-4 ราย จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน และเกิดความสูญเสียซ้ำอีกต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45848</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช้างป่า, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f109fb7bb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22785</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฝ้าระวัง24ชม.โขลงช้างตกมันออกหากินใกล้ชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ย.61- ผู้สื่อข่าวได้ไปติดตามความคืบหน้าโขลงช้างป่ากว่า 10 ตัว ที่ออกหากินอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี พบว่าเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เจ้าหน้าที่ชุดเฝ้าระวังช้างป่าอำเภอแก่งหางแมว และชุด ชรบ.ยังคงเฝ้าติดตามดูโขลงช้างป่าอย่างใกล้ชิด พบว่าเป็นโขลงเดียวกับโขลงช้างป่า 70 ตัว ที่แยกโขลงออกหากิน โดยพบว่าโขลงช้างป่ากว่า 10 ตัว ได้หากินอยู่แนวป่าไกลจากชุมชน 6-7 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้โขลงช้างป่าโขลงนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านแต่อย่างไร ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังคงจัดกำลังเฝ้าดูแลความปลอดภัยให้กับชาวบ้านตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างป่าโขลงนี้เข้าใกล้ชุมชน และพื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่จะออกกรีดยาง ทำสวน หรือทำไร่ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.พวา ให้งดออกทำชั่วคราว เพื่อป้องกันชาวบ้านได้รับอันตราย เนื่องจากในช่วงนี้ช้างป่าโขลงนี้มีอาการตกมัน และเป็นช่วงที่ผสมพันธุ์ จึงฝากเตือนให้ชาวบ้านอย่าได้เข้าใกล้ หรือมีการจุดประทัดไล่ช้าง หรือจุดลูกบอลที่มีเสียงดังเพราะอาจจะทำให้ช้างป่าเครียด ตกใจเข้าทำร้ายชาวบ้านได้ หากชาวบ้านพบเจอช้างป่าควรหลีกเหลี่ยง หรืออกห่าง รวมทั้งแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้เข้าไปช่วยชาวบ้านในการผลักดันช้างป่ากลับเข้าป่าไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22785</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ช้างตกมัน, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน, เฝ้าระวัง24ชม., แนวป่า, โขลงช้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfb8936cc008.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 13:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยชีวิตช้างป่าอายุ3ปีติดบ่วงรัดขาแผลเน่า เฝ้าติดตามอาการใกล้ชิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 -&amp;nbsp;สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชร นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ และนายกริชฐพร คุ้มโนนไชย สัตวบาลประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ชุดเฝ้าระวังและติดตามช้างป่าเขาอ่างฤาไน ชุดรักษาความปลอดภัยภายในหมู่บ้าน (ชรบ.) และกลุ่มอนุรักษ์และช่วยเหลือสัตว์ป่าเข้าพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางไปช่วยลูกช้างป่าบาดเจ็บบริเวณขาหน้าขวาจากการโดนบ่วงรัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบลูกช้างป่าเพศผู้ อายุประมาณ 3 ปี น้ำหนักประมาณ 1,500-1,800 กิโลกรัม อาศัยอยู่ตัวเดียวไม่พบโขลงช้างป่า พบว่าบ่วงยังคงรัดแน่นบริเวณขาหน้าข้างขวา สภาพแผลค่อนข้างเน่า มีเศษเนื้อตาย มีหนอง เจ้าหน้าที่สัตวบาลประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ต้องใช้วิธีโดยการยิงยาซึม และทำการล้างแผล ทำแผล ฉีดยาลดปวด ยาฆ่า วิตามิน หลังดำเนินการทำแผลเสร็จจึงทำการฉีดยาแก้ฤทธิ์ยาซึม หลังจากนั้นลูกช้างป่าฟื้นจากยาซึม และสามารถเดินได้ปกติ เจ้าหน้าที่ทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สัตวแพทย์ได้ทำการเจาะเก็บเลือดเพื่อส่งตรวจดูค่าเลือดว่ามีความผิดปกติหรือไม่ (อาจผิดปกติได้ถ้าแผลติดเชื้อ) และส่งตรวจโรคเพิ่มเติม และล่าสุดอาการของช้างป่าตัวนี้ปลอดภัยดีแล้ว แต่ต้องเฝ้าติดตามบาดแผลของช้างป่าตัวนี้อย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ช้างป่าตัวนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรแก่งหางแมว ได้สืบหาข่าวเชิงลึกเพื่อเร่งติดตามพรานป่า หรือ ผู้ที่นำบ่วงมาดักสัตว์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22514</URL_LINK>
                <HASHTAG>จันทบุรี, ช่วยลูกช้างป่า, ช้างป่าติดบ่วง, พรานป่าติดบ่วงล่าสัตว์, สภ.แก่งหางแมว, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา), อำเภอแก่งหางแมว, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf6504361563.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
