<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชมนกหนีหนาวไซบีเรีย หากินบนเกาะลิบงนับหมื่นตัวจนถึงต้นเดือนเมษายน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค.64 - เวลา 08.30 น. นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง จ.ตรัง นำเจ้าหน้าที่ออกสำรวจประชากรนกอพยพหนีหนาวจากไซบีเรีย มาอาศัยอยู่ตามชายหาดต่างๆบนเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง โดยเฉพาะที่หาดตูบ อ่าวทุ่งจีนและแหลมหญ้าคา ต.เกาะลิบง ซึ่งเป็นถิ่นที่นกอพยพจะมารวมตัวกันเป็นประจำทุกปี เนื่องจากเป็นชายหาดและอ่าวที่เงียบสงบ ไม่มีผู้คนอยู่อาศัย ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นยังพื้นที่ชุ่มน้ำโลกหรือแรมซาร์ไซต์ตามประกาศของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแหล่งอาหาร เช่น ไส้เดือนทะเล,เพรียงทราย,ตัวหนอน,กุ้งหอยปูปลาชนิดต่างๆ ทำให้ดึงดูดนกหนีหนาวจากไซบีเรียให้ลงมาหากินเป็นประจำทุกปี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-เมษายน ซึ่งเมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น นกหนีหนาวกว่า 1,000 ชนิดจะบินกลับประเทศ ก่อนจะบินกลับมาใหม่ในช่วงหน้าหนาวของประเทศแถบไซบีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจพบว่ายังเป็นนกกลุ่มเดิม เช่น นกในตระกูลนกอีก๋อย ,นกหัวโตทรายเล็ก,หัวโตทรายใหญ่,หัวโตขายาว,หัวโตกินปู,นกน็อตเล็ก, น็อตใหญ่,นกทะเลขาแดง,นกชายเลนท้องดำ,นกปากแอ่นหางลาย,หางดำและอื่น ๆ บินว่อนรอบเกาะลิบง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะจะได้ชมกันเพียงปีละ 1 ครั้งแต่แบบยาวๆ 5-6 เดือนเต็มเลยทีเดียว ส่วนใครสนใจอยากจะไปดูนกอพยพสามารถติดต่อได้ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงจ.ตรังหรือที่ผู้ประกอบการเรือหางยาวตำบลเกาะลิบงได้ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยพฤกษ์&amp;nbsp;วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงจ.ตรังกล่าวว่า เป็นนกอพยพที่มาจากไซบีเรียหนีหนาวมาทุกปี ปีนี้มาหลายชนิดที่พบประจำคือพวกนกอีก๋อยใหญ่ อีก๋อยเล็ก ทรายใหญ่ทรายเล็ก นกนางนวล ปลายเดือนเมษายนก็จะอพยพกลับไป จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวที่นิยมดูนกและศึกษาธรรมชาติมาเที่ยวเกาะลิบงเนื่องจากในช่วงโควิด-19 แต่ที่นี่มีบรรยากาศที่เปิดโล่ง อากาศดี มีนกอพยพ อาหารดีนักท่องเที่ยวสามารถมาพักผ่อนได้เพราะปลอดโควิด-19 จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวเกาะลิบงได้ทุกวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90217</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, นกหนีหนาว, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_600554f074697.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2021 07:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2021 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดตื่นเต้น!จนท.ลงตรวจสอบแม่เต่าตนุขึ้นวางไข่ 81 ฟองบนเกาะลิบง เร่งจัดเวรยามเฝ้า24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ม.ค.64 - เมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรังได้รับแจ้งจากชาวบ้านหมู่ที่ 5 บ้านหลังเขา ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรังว่า ที่บริเวณอ่าวหมาดำ หมู่ที่ 5 บ้านหลังเขา พบร่องรอยการขึ้นมาวางไข่จำนวน 3 หลุม ห่างกันหลุมละ 5-10 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแม่เต่าตนุ ที่พบมากในบริเวณทะเลตรัง แต่ยังไม่ทราบจำนวนเนื่องจากแม่เต่าได้กลบไข่ไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าฯ ได้จัดเวรยามกันเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้ตัวเงินตัวทอง หรือมีคนเข้าไปค้นหาไข่เต่า โดยครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่พบแม่เต่าตนุขึ้นมาวางไข่ในบริเวณดังกล่าว ห่างจากจุดเดิมประมาณ 20 เมตร ซึ่งครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนธันวาคม 2563 แต่ชาวบ้านไปพบเหลือแต่ซากไข่เต่าแล้ว คาดมีตัวเงินตัวทองเข้ามากัดกินจนไข่เต่าเสียหายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 10.00 น.นายสันติ นิลวัตน์ ผอ.ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลอันดามันตอนล่าง และเจ้าหน้าที่ฯได้เข้าสำรวจและขุดตรวจสอบหลุมดังกล่าว พบว่าเป็นไข่เต่าตนุ นับจำนวนได้ 81 ฟอง แตกเสียหาย 1 ฟอง โดยมีร่อยรอยของแม่เต่าขึ้นขึ้นมาวางไข่ตลอดชายหาดแล้วเมื่อวางไข่เสร็จแล้วกลับลงสู่ทะเล หลังจากตรวจสอบได้มีการนำไข่ลงวางในหลุมเดิม ตลอดการตรวจสอบ นักท่องเที่ยว ชาวบ้านต่างตื่นเต้นและมุงดูกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยพฤกษ์ วีระวงศ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กล่าวว่า รู้สึกดีใจแทนพี่น้องในพื้นที่ ช่วงเดือนธันวาคม 63 ที่ผ่านมานั้นเราก็ได้พบไข่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตะกวดได้มากินก่อน แต่เราก็ติดตามมาโดยตลอด จนกระทั่งวันนี้เราได้พบไข่เต่าอีกครั้ง&amp;nbsp; บ่งบอกว่าที่ผ่านมาพี่น้องได้ดูแลทรัพยากรเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ทำให้มีความสมบูรณ์ในรอบเกาะลิบง จากการสังเกตจะเห็นได้ว่าในทะเลตอนนี้เราจะพบเต่าเยอะมาก พะยูนก็เพิ่มขึ้น อย่าทะเลเรายังมีความอุดมสมบูรณ์ ทรัพยากรเราฟื้นฟูเพิ่มขึ้น บ่งบอกถึงความร่วมมือร่วมมือของพี่น้องประชาชนร่วมกับส่วนราชการ ในการดูแลทรัพยากรของเรา ดีขึ้น อัดเป็น ที่วัดให้เราเห็นว่าเมื่อตรงไหนมีความอุดมสมบูรณ์ มีความสงบเขาก็อยากมาออกลูกออกหลาน ให้สืบทอดไปให้มากที่สุด เราเห็นผลเชิงประจักษ์ว่าจำนวนสัตว์เราเพิ่มมากขึ้น พะยูนและเต่าเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ทั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้เราได้รับการรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้อำนวยการสำนัก ที่ 5 นครศรีธรรมราช ให้แนวทางว่าเราจะต้องดูแล ไข่เต่าให้เป็นอย่างดี ต้องจัดเวรยามตลอด 24 ชั่วโมง ช่วง 60 วัน อย่างน้อย มีการติดตั้งกล้องเพื่อดูความเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันภัยคุกคามเช่นประกวดหรืองู มดแมลงต่างๆที่จะมา เขี่ยไข่เต่าของเรา เราจะพยายามดูแลอย่างดีที่สุด วันนี้เรื่องการดูแลทรัพยากรธรรมชาติของเรา ค่อนข้างจะดีมาก เหมือนกับเป็นหัวใจเดียวกัน ทุกคนมีใจเดียวกันในการที่จะดูแล ทรัพยากรที่สำคัญของเราไว้ โดยเฉพาะเรื่องของเก่าพะยูนป่าไม้ หญ้าทะเล&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นักวิชาการศูนย์วิจัยฯ อันดามัน กล่าวว่า บ่งชี้ถึงทรัพยากรของเรามีมากขึ้น ที่วางไข่มีความเหมาะสมมากขึ้น มันจึงเลือกมาวางไข่ หากเป็นแหล่งที่ไม่เหมาะสมก็จะไม่มีการมาวางใครเลย บ่งบอกว่าการจัดการระบบนิเวศตรงนี้ดี เราต้องรักษาให้เป็นแบบนี้ไว้ ปกตินั้นเต่าตนุจะมีการมาวางไข่ประมาณ 100 ฟองขึ้นไป&amp;nbsp; 120-130 ฟอง แต่ครั้งนี้น้อยอาจจะเป็นเพราะแม่เต่ายังสาวและเพิ่งขึ้นมาฟักไข่เป็นครั้งแรก หรืออาจจะขึ้นมาแล้วก่อนหน้านี้ 2-3 ครั้ง แล้วแต่กรณี สำหรับความเสี่ยงหลังจากนี้หากเรามีการย้ายดีก็ไม่เกิดอันตราย เลือกสภาพชายหาดที่ดีก็จะไม่มีความเสี่ยง ซึ่งสภาพไข่เต่าที่พบวันนี้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอาบีดีน จิเหลา เลขาธิการกลุ่มรักษ์ลิบง กล่าวว่า เป็นความโชคดีของตนที่ออกมาหาหอยเป๋าฮือและปลิงทะเลแต่มาพบหลุมไข่เต่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ 7 ม.ค.64 คาดว่าแม่เต่าน่าจะขึ้นมาวางไข่ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้ใช้โดรนบินสำรวจและถ่ายภาพร่องรอยการเดินทองของแม่เต่าเอาไว้ ตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ประกอบกับไม่กล้าไปไหนอยู่เฝ้าหลุมและไข่เอาไว้เนื่องจากกลัวว่าน้ำจะขึ้นถึงหลุมจนพัดพาไข่ไป และเกรงว่าจะมีสัตว์ เช่นตัวเงินตัวทองมากัดกินจนเสียหาย ต่อมาทำให้มีเจ้าหน้าที่ฯ ลงมาตรวจในพื้นที่ดังกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89151</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มรักษ์ลิบง, ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลอันดามันตอนล่าง, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง, เต่าตนุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210108/image_big_5ff7a5bfe4012.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 11:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จาก&quot;มาเรียม”สู่การจัดการขยะยั่งยืน&quot;เกาะลิบง” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เขาบาตูปูเต๊ะมีจุดชมพะยูนและเป็นแหล่งเรียนรู้พะยูน ในภาพ &amp;quot;แม่ส้มของน้องมาเรียม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์พะยูนปัจจุบันยังน่าเป็นห่วง กรณีพะยูนมาเรียมที่จากไป ทำให้หลายภาคส่วนตื่นตัวที่จะช่วยดูแลชีวิตพะยูนในท้องทะเลไทยกว่า 250 ตัว ซึ่งสถานภาพเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หน้าที่ของการอนุรักษ์พะยูน ทุกภาคส่วนต้องผนึกกำลังกันไม่ให้พะยูนเหลือเพียงภาพถ่ายภาพเคลื่อนไหวหรือความทรงจำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขยะทะเล ของเสีย ที่เกิดจากคนทิ้งลงสู่ทะเล ส่วนใหญ่เป็นขยะพลาสติกที่เบาและย่อยสลายยาก ทั้งถุง ขวด หลอด รวมทั้งแห อวน ลอบ เครื่องมือประมงเป็นสาเหตุใหญ่ ทำให้พะยูนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว รวมทั้งแหล่งหญ้าทะเลแหล่งอาหารที่สำคัญของพะยูนถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บ้านมดตะนอย จ.ตรัง ชุมชนต้นแบบจัดการขยะชายฝั่งทะเล คุ้มครองบ้านพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เปรียบเสมือนบ้านของสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างพะยูน ซึ่งรวมฝูงใหญ่อาศัยท้องทะเลตรังในการดำรงชีวิต เกาะแห่งนี้มีการรณรงค์และอนุรักษ์พะยูนอย่างจริงจัง ชาวบ้านบนเกาะรวมตัวกันช่วยอนุรักษ์พะยูนร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด ชุมชนบ้านมดตะนอย ร่วมกับเอสซีจี กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง จัดกิจกรรม &amp;quot;Save Mariam&amp;rsquo;s Family ฟื้นคืนระบบนิเวศ ลดต้นเหตุขยะทะเล&amp;quot; ขึ้นในพื้นที่เกาะลิบง มีการแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการขยะในชุมชนเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูน การวางอวนดักขยะที่คลองต่างๆ ป้องกันขยะถูกพัดพาลงทะเลตรัง การขยายร้านค้าต้นแบบลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งเก็บขยะทะเลร่วมกับเยาวชนเกาะลิบง ปลูกฝังเด็กรุ่นใหม่เพื่อวันข้างหน้าจะได้เป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์ทรัพยากรรมชาติทางทะเลให้อยู่คู่ทะเลไทย โดยมี ศ.เกียรติคุณ นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี และนายลือชัย เจริญทรัพย์ ผู้ว่าราชการจังหวดตรัง ตลอดจนนายศาณิต&amp;nbsp; เกษสุวรรณ ที่ปรึกษาธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างเอสซีจี ลงพื้นที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เกษม วัฒนชัย และศาณิต เกษสุวรรณ วางบ้านปลาในคลองลัดเจ้าไหม รักษาระบบนิเวศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ ศาลา ซึ่งตั้งอยู่ติดทะเลหน้าเขาบาตูปูเต๊ะ แหล่งอนุบาลมาเรียม คนเรียกขานว่า &amp;ldquo;บ้านมาเรียม&amp;rdquo; ขณะนี้ได้ปรับปรุงเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับพะยูนสัตว์ทะเลหายาก มีป้ายให้ความรู้การกระจายของพะยูนและแหล่งหญ้าทะเลในเกาะลิบงภารกิจการอนุบาลมาเรียม ตลอดจนจัดแสดงเรือแคนูสีส้ม หรือ &amp;ldquo;แม่ส้ม&amp;rdquo; ที่เจ้าหน้าที่ใช้พายป้อนนม น้องมาเรียมว่ายน้ำเล่นข้างๆ และนอนกอด เพื่อกระตุ้นเตือนปัญหาทะเลไทยต้องแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; บังจ้อน &amp;rdquo; สุวิท สารสิทธิ์ กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยง กล่าวว่า เกาะลิบงมีความหลากหลายทางชีวภาพมีหน้าทะเล 11 ชนิด จากทั้งหมด 13 ชนิดในประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์ของหญ้าทะเลนี้ ประกอบกับการป้องกันเรือประมงและเรือในชุมชนไม่ให้สัญจรรบกวนถิ่นอาศัยของพะยูน ส่งผลมีฝูงพะยูนกระจายในพื้นที่จำนวนมาก กรณีมาเรียมที่จากไปเพราะกินถุงพลาสติก ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอีก ที่ผ่านมา มองข้ามการจัดการขยะ ส่วนมากเก็บขยะหน้าหาดและดำน้ำเก็บขยะแนวปะการัง จากนี้จะเพิ่มเก็บขยะแนวหญ้าทะเล เวลานี้เมื่อน้ำลงพบถุงพลาสติกเยอะมาก เป็นภัยคุกคามต่อพะยูน โลมาและเต่า กลุ่มอาสาพิทักษ์ดุหยงจะร่วมกับชุมชนท้องถิ่น 6 หมู่บ้าน โรงเรียนเกาะลิบง&amp;nbsp; โรงเรียนบาตูปูเต๊ะ และกลุ่มเยาวชนเพื่อต่อยอดจัดการขยะที่ถูกต้องตามแนวทางใช้ให้คุ้ม แยกให้เป็น ทิ้งให้ถูก ซึ่งทางเอสซีจีมาส่งเสริมและสนับสนุนความรู้ตั้งแต่ระดับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาล รพ.สต.บ้านมดตะนอย พาชมจุดคัดแยกขยะริมทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ร่องรอยการกินหญ้าทะเลของพะยูนเป็นหลักฐานสำคัญของการมีชีวิตอยู่ เกาะลิบงจึงเดินสู่พื้นที่ต้นแบบจัดการพะยูนและจัดการขยะ นายวิเชียร ขำนุรักษ์ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง กล่าวว่า มีแผนบริหารจัดการในพื้นที่ โดยจัดประชุมร่วมกับผู้นำชุมชนวางทุ่นผูกเรือจุดชมพะยูน ส่วนพื้นที่ไข่แดงมีแนวหญ้าทะเลอ่าวทุ่งจีน หน้าแหลมจูโหย หน้าเขาปาตูปูเต๊ะ ซึ่งมีประชากรพะยูนมากที่สุดในประเทศไทยบินสำรวจปี 61 เจอพะยูน 210 ปี แต่ปีนี้มีพะยูนตายมากกว่า 10 ตัว ประชากรจึงลดลง ในแผนกำหนดห้ามใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย ห้ามเรือใช้ความเร็วสูงสุดเข้าพื้นที่ มีการวางทุ่นแนวเขตห้ามเรือทุกชนิดสัญจรเด็ดขาดในพื้นที่กว่า 100 ไร่ ไม่เพียงอนุรักษ์พะยูน แต่รวมปลิงทะเล หอยชักตีน เต่า โลมา และมีแผนวางทุ่นทะเลเพิ่มปีหน้าอีก 10 ลูกในแหล่งหญ้าทะเลและแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ โดยเลือกพื้นที่สุดขอบแนวหญ้าทะเล เป็นจุดที่พบพะยูนชุกชุมที่สุด เพื่อวางทุ่นผูกเรือรับชมพะยูนโดยมีกฎกติกาชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด คือเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย เช่น เบ็ดราไว อวนสามชั้น อันตรายมาก พะยูนตายจากเครื่องมือเหล่านี้ ขยะทะเลก็กระทบมาก ส่วนใหญ่ขยะมาจากบนบก ขณะนี้บนเกาะลิบงมีความตื่นตัวเรื่องขยะ มาเรียมตายจากขยะ ทุกคนเสียใจ เราพบกรณีเต่า โลมากินขยะตาย ส่วนพะยูนเสียชีวิตเมื่อผ่าพิสูจน์พบขยะในท้อง 20-30% ปะปนกับหญ้าทะเล ขยะเป็นปัญหาทั้งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน เกาะลิบงมีแผนจัดการขยะที่ครัวเรือน มีการคัดแยกนำไปแปรรูปใช้ประโยชน์ต่างๆ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้จากทุกภาคส่วนเข้มแข็งช่วยลดขยะ ลดใช้พลาสติก ดูแลทรัพยากรทั้งสัตว์น้ำหายากและแหล่งหญ้าทะเล&amp;rdquo; วิเชียรย้ำต้องช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากบ้านมาเรียมเดินทางต่อโดยเรือสู่ชุมชนบ้านมดตะนอย ต.เกาะลิบง เป็นชุมชนติดกับทะเล คลองบ้านมดตะนอยและคลองลัดเจ้าไหมประสบปัญหาขยะและช่วยกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เริ่มจากจัดการขยะในบ้านก่อนขยายผลไปทั้งหมู่บ้าน มีการคัดแยกขยะนำมารีไซเคิล อีกทั้งเมื่อพบคนในชุมชนเป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น สันนิษฐานว่ามาจากใช้โฟมบรรจุอาหารเป็นเวลานาน จึงมีการรณรงค์และเลิกใช้โฟมในหมู่บ้าน นับเป็นเวลา 3 ปีแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งนี้ปลอดโฟมรับรองจากกรมอนามัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;1 ใน 30 ร้านค้าต้นแบบเลิกถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม ลดขยะลงทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาโฟมในชุมชนหมดไป แต่ภารกิจจัดการขยะทะเลยังรออยู่ โดยเฉพาะมหันตภัยถุงพลาสติก หนึ่งฤทัย สกุลส่องบุญศิริ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการประจำโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านมดตะนอย (รพ.สต.บ้านมดตะนอย) กล่าวว่า ชุมชนบ้านมดตะนอยมี 4 โซน แต่ละพื้นที่วิธีการจัดการขยะแตกต่างกันไป ชุมชนริมชายฝั่งจะประสบปัญหาขยะริมทะเลเยอะในช่วงมรสุม เดิมเก็บขยะไปทิ้ง สุดท้ายขยะก็กลับลงทะเลอีกเพราะขาดความรู้ แต่ปี 2561 เอสซีจีเข้ามาให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะแบบองค์รวม ได้จัดทำจุดคัดแยกขยะริมทะเลขยะที่พบมาก เช่น&amp;nbsp; ไฟแช็ก 2 กิโลกรัมต่อวัน รองเท้า 13 กก. ขวดพลาสติก 2 กก. และโฟม 3 กก. ชาวบ้านเก็บแล้วทำอย่างไรต่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo; ขยะมีที่ไปใช้ประโยชน์ต่อได้บ้านมดตะนอยได้รู้จักกับกลุ่ม TRASH HERO และทะเลจร ซึ่งทำรองเท้ารีไซเคิลจากขยะทะเล เราส่งรองเท้าขยะไปให้ รวมถึงขยะพลาสติกที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ก็นำใส่ขวดน้ำเพื่อทำ Eco-Brick สำหรับขยะอันตรายจะนำไปส่งให้ อบต.เกาะลิบงกำจัดอย่างถูกวิธี ขยะทะเลยังนำมาสร้างสรรค์เป็นจุดเช็กอินให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะลิบงด้วย ช่วยสร้างจิตสำนึกเปลี่ยนโลกด้วยตัวเอง&amp;quot; หนึ่งฤทัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ขยะรองเท้าแตะรวบรวมส่ง Trash Hero ทำรองเท้าแตะรีไซเคิล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่แค่นั้น รพ.สต.ได้ประสานกับร้านค้าในชุมชน 30 ร้าน ลด ละ เลิก ถุงพลาสติก ปฏิเสธโฟม กิจกรรมครั้งนี้หนึ่งฤทัยพาไปเยี่ยมชมร้านค้าต่างๆ เด็กในหมู่บ้านนำถ้วย แก้วน้ำหรือถุงผ้ามาใส่อาหารและเครื่องดื่ม จะมีการสะสมดาวไปแลกรางวัล กล่องใส่ข้าว ถุงผ้า จนกระทั่งหม้อหุงข้าว ที่ รพ.สต. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนึ่งฤทัยบอกอีกว่า ตามร้านยังมีจุดทิ้งหลอดพลาสติก&amp;nbsp; จากนั้นจะรวบรวมให้กลุ่มขยะ รพ.สต. มีเยาวชนและผู้สูงวัยนำไปทำไส้หมอนให้ผู้ป่วยติดเตียง การจัดการขยะรูปแบบต่างๆ จะช่วยลดขยะทะเล เพราะขยะทะเลไม่ได้มาจากทะเลจริงๆ มาจากบนฝั่ง ปีนี้เราประกาศเป็นชุมชนต้นแบบการจัดการขยะทะเลชายฝั่งในพื้นที่ชุมชนบ้านมดตะนอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ณัฐวัฒน์ ทะเลลึก ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวว่า เราเป็นชุมชนชายฝั่งทำให้ตระหนักในการแก้ปัญหาขยะจากชุมชน ขยะบริเวณท่าเรือและการท่องเที่ยวชายหาดขยะจากประมง ก็วางแผนและมีข้อตกลงจัดการขยะในชุมชน ล่าสุด ชุมชนได้ต่อยอดการพัฒนาอวนดักขยะจากภูมิปัญญาชุมชนเพื่อป้องกันขยะไม่ให้ไหลลงคลองต้นทางก่อนไหลออกสู่ทะเล จะใช้สำหรับตักเก็บขยะช่วงน้ำขึ้นและเก็บกวาดขยะใต้ถุนช่วงน้ำลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วางอวนดักขยะในคลองต้นทาง ป้องกันขยะไหลลงทะเล กระทบพะยูน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กรณีมาเรียมตายในท้องพบพลาสติกและเต่าอีกหลายตัว ชาวบ้านจึงรวมตัวกันคิดค้นอวนดักขยะ ทำจากอวนลอบหมึก จะวางทุกจุดของชุมชน เวลานี้มี 5 จุดในคลอง พบขยะพลาสติกมากกว่า 30% ที่เหลือเป็นเศษไม้ชายเลนโดยหน้ามรสุมจะวางอวนดักขยะให้มากขึ้น เป็นอีกแนวทางจะส่งผลดีต่อพะยูนและสิ่งมีชีวิตในทะเล อย่างไรก็ตาม ชุมชนตั้งเป้าภายในปี 2565 บ้านมดตะนอยจะปลอดขยะ 100% และพร้อมเป็นพื้นที่ตัวอย่างแบ่งปันความรู้และแนวทางปฏิบัติพิชิตขยะให้ชุมชนที่สนใจ&amp;quot; ผู้ใหญ่บ้านมดตะนอย กล่าวทิ้งท้ายเป้าหมายที่เรียกว่าการรักษาทรัพยากรรมชาติให้ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48934</URL_LINK>
                <HASHTAG>-อนุรักษ์พะยูน, การจัดการขยะเกาะลิบง, ขยะทะเล, ขยะพลาสติก, จ.ตรัง, มาเรียม, ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย, ศาณิต เกษสุวรรณ, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง, เอสซีจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db51474e09a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2019 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2019 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.เกาะลิบงเร่งกั้นตาข่ายป้องกันแมงกะพรุนเข้าใกล้ &#039;น้องมาเรียม&#039; ลูกพะยูนน้อยวัย 6 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันจ.ภูเก็ต พร้อมชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง เร่งทำตาข่ายกั้นแมงกะพรุนกล่องเข้าใกล้ลูกพะยูนน้อยมาเรียม เนื่องจากในช่วงมรสุมพบแมงกะพรุนกล่องเพิ่มขึ้นเป็นอุปสรรคกับทีมสัตวแพทย์แต่น้องมาเรียมยังสบายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19&amp;nbsp;มิ.ย.62 -&amp;nbsp;ที่บริเวณหน้าเขาบาตู หมู่ที่&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน (ภูเก็ต) พร้อมชาวบ้านและเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง เร่งทำตาข่ายกั้นแมงกะพรุนกล่องและแมงกะพรุนพิษต่างๆ ที่เข้ามารบกวนการทำงานของทีมสัตวแพทย์ โดยเฉพาะขณะกำลังป้อนนมและหญ้าทะเลให้กับเจ้ามาเรียม ลูกพะยูนน้อยวัย&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงนี้เข้าสู่ช่วงมรสุม ทำให้มีแมงกะพรุนพิษเจริญเติบโตและโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำมากกว่าปกติ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ถูกแมงกะพรุนกล่องบาดเจ็บไปแล้ว&amp;nbsp;3ราย ซึ่งตาข่ายที่ใช้มีความยาวด้านละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เมตร กั้นเฉพาะขณะปฎิบัติหน้าที่ โดยเริ่มทดลองใช้ครั้งแรกในวันนี้ ขณะที่ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยฯ ยืนยันไม่กระทบกับเจ้ามาเรียมเพราะสัตว์ทะเลประเภทนี้มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติอยู่แล้ว ทั้งยังไม่พบบาดแผลจากการชนโขดหินในช่วงหลังๆ แสดงว่าเจ้ามาเรียมรู้จักปรับตัวในแหล่งที่อยู่อาศัยได้ดีขึ้น แต่ศัตรูที่สำคัญคือฉลาม ซึ่งยังไม่พบในทะเลตรัง และสิ่งที่น่าห่วงกว่าคือกิจกรรมทางน้ำของคน การสัญจรไปมาและใบพัดเรือที่อาจทำร้ายเจ้ามาเรียมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเจ้ามาเรียมวันนี้ ยังคงร่าเริง สดใส แม้เพิ่งเกยตื้นเพราะกินอิ่มจึงทำให้นอนหลับเพลินอยู่ใกล้กับจุดเดิมที่เคยพบนอนเกยตื้นอยู่บ่อยครั้ง ยังคงซุกซนและชอบเข้าไปซุกใต้ท้องเรือหรือแม่ส้ม โดยไม่ยอมว่ายน้ำหนีห่างไปไหน แต่จะเข้ามาทีมสัตวแพทย์ทุกครั้งที่ถือขวดนมเข้าไป ซึ่งทีมสัตวแพทย์ป้อนนมให้ถี่ขึ้นเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัวจากเกณฑ์ปกติของลูกพะยูนหากกินนมแม่ในวัย&amp;nbsp;5-6&amp;nbsp;เดือนจะต้องมีน้ำหนักประมาณ&amp;nbsp;50-60&amp;nbsp;กิโลกรัมความยาวประมาณ&amp;nbsp;150เมตร แต่เจ้ามาเรียมยังต่ำกว่าเกณฑ์ แต่ยังแข็งแรงดี มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวชมไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งเจ้ามาเรียมก็ออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวได้บันทึกภาพที่น่าประทับใจทุกวันเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ ผอ.ศูนย์วิจัยและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน(ภูเก็ต)กล่าวว่า ในช่วงคลื่นลมแรงทำให้การดำรงชีวิตของเจ้ามาเรียมและการดูแลของเจ้าหน้าที่ยากขึ้น รวมทั้งช่วงมรสุมมีพวกสัตว์มีพิษ เช่นแมงกะพรุนเข้ามามากขึ้น ซึ่งกำลังเตรียมใช้ตาข่ายป้องกันแมงกะพรุนเอาไว้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องแต่งชุดที่รัดกุม ไม่ห่วงปัญหาน้ำจืดเพราะพะยูนหายใจด้วยปอด และห่วงเจ้าหน้าที่ดูแล ซึ่งเมื่อวานนี้มีเจ้าหน้าที่ฯ ถูกแมงกะพรุนกล่องไปแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย วันนี้ก็พบแมงกะพรุนกล่อง แต่ไม่มีผลกับพะยูนเพราะสัตว์ทะเลจำพวกนี้มีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว โดยผิวหนังดีขึ้น บาดแผลเกือบหายสนิท ซึ่งสิ่งที่น่าห่วงคือฉลาม กิจกรรมทางน้ำ การสัญจรของเรือและใบพัดเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38979</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดตรัง, ช่วยเหลือพะยูน, ป้องกันแมงกะพรุน, พะยูนเกยตื้น, มาเรียม-ลูกพะยูน, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190619/image_big_5d0a46310c9ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
