<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทย 14 ตัวคืนธรรมชาติ เผยความสำเร็จสู่แหล่งเรียนรู้นกหายากของโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์&amp;nbsp;นำนกกระเรียนพันธุ์ไทย&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ตัว ที่สวนสัตว์นครราชสีมา เพาะเลี้ยงและฝึกนำมาปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่ชุ่มน้ำ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ให้สามารถคืนถิ่นกลับสู่ธรรมชาติ เผย พบมีชีวิตรอดขยายพันธุ์อยู่ตามธรรมชาติจำนวน 133 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.64 -&amp;nbsp;นายธัชกร&amp;nbsp;หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย&amp;nbsp;นายอรรถพร ศรีเหรัญ&amp;nbsp;ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายธนชน&amp;nbsp;เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา นางธัญลักษณ์&amp;nbsp;หัตถาธยากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;นายสุรชัย&amp;nbsp; แสงศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp;ปลัดจังหวัดบุรีรัมย์ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. และส่วนราชการในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกันปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยจำนวน 14 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สวนสัตว์นครราชสีมาได้เพาะเลี้ยงทำการฝึกและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ&amp;nbsp;ที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้สามารถคืนถิ่นกลับสู่ธรรมชาติ ใช้ชีวิตหากินและขยายพันธุ์ อยู่ในระบบนิเวศได้อีกครั้ง ปัจจุบันมีนกระเรียนพันธุ์ไทยอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ และสามารถขยายพันธุ์ได้เองในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 133 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพร เปิดเผยว่า โครงการปล่อยนกกระเรียนพันธุ์ไทยคืนสู่ธรรมชาติประสบความสำเร็จในประเทศไทย และในระดับโลก จากที่เคยสูญพันธุ์ไปจากประเทศไทยไปแล้วกว่า 50 ปี&amp;nbsp;เมื่อปี พ.ศ.2544 องค์การสวนสัตว์ได้เพาะเลี้ยง ศึกษาจากจากพ่อแม่พันธุ์ที่มีอยู่ที่สวนสัตว์นครราชสีมา&amp;nbsp;ต่อมาในปี พ.ศ. 2557 เห็นว่ามีจำนวนมากพอที่จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยพิจารณาพื้นที่เหมาะสมบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเหมาะแก่การอยู่อาศัยของนก หลายชนิด จึงเริ่มปล่อยคืนสู่ธรรมชาติตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยมีการทำความเข้าใจ กับคนในชุมชน ทำให้อัตราการอยู่รอดของนกกระเรียนสูงมาก ก่อนนี้ปล่อยไปแล้ว 119 ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในครั้งนี้ปล่อยอีกจำนวน 14 ตัว และมีแผนจะปล่อยอีกเรื่อยๆ ให้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติที่ยั่งยืน โดยคนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้ เกิดแหล่งท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้นกกระเรียนพันธุ์ไทยที่หาดูยากที่สุดของโลก เกิดผลิตภัณฑ์ชุมข้าวอินทรีย์ ที่ได้รับความนิยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไปแล้ว ทางองค์การสวนสัตว์ฯ ยังมีแผนงานอนุรักษ์วิจัยขยายพันธุ์สัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติประสบความสำเร็จ เช่น ละมั่ง ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่ห้วยขาแข้ง&amp;nbsp;นกกก&amp;nbsp;นกแก๊ก ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติที่เขาเขียว&amp;nbsp; และนกกระสาคอขาว ในอนาคตต่อไปมีแผนจะปล่อยพญาแร้ง ซึ่งขณะนี้ได้ทำการทดลองเพาะขยายพันธุ์อยู่ที่สวนสัตว์นครราชสีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105293</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดบุรีรัมย์, นกกระเรียนพันธุ์ไทย, อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60ba2a4a91621.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
