<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>18902</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2018 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อยากจะเป็นเปรมชัย!จับ&#039;3พรานเมือง&#039;ขนคลังแสงลงแพล่องพื้นที่อุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.61- นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานมีกลุ่มบุคคล ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานฯ จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ บริเวณป่าห้วยลำคลองงู ม.3 ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงบริเวณพื้นที่ป่าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แบ่งกำลังออกซุ่มตรวจการณ์ ทั้งทางบกและทางน้ำ บริเวณพิกัดที่ 47P &amp;nbsp;0497666 E 1632488 N ไม่นานเจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงปืน ดังขึ้นในราวป่า ท้ายลำห้วยลำคลองงู 2 นัด จากนั้นไม่นานพบว่า มีแพล่องออกมาจากบริเวณที่ได้ยินเสียงปืน เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปถึงบริเวณห้วยน้ำขุ่น ม.3 ต.นาสวน จึงนำกำลังเข้าสกัด แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน พร้อมสั่งให้หยุดแพ เพื่อตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแพดังกล่าวติดชื่อว่าแพชมไพร เจ้าหน้าที่เข้าตรวจบนแพพบ นายนิวัฒน์ แสงนาม อยู่หมู่บ้านเจาะเหลาะ เลขที่147/8 ม.5 ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ เจ้าของแพ พร้อมกลุ่มชายอีก 3 คนนั่งดื่มเบียร์ มีนายจิโรจน์ เป้าวิสิทธิ์ อายุ 47ปี อยู่เลขที่ 89 ซอยสามัคคี20 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี นายสุริยน ทองสัมฤทธิ์ อายุ 49 ปีอยู่เลขที่99/4 ม.5 ต.ท่าศาลา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายนิติพันธุ์ ตรงการดี อายุ 45 ปี อยู่เลขที่ 78 ม.1 ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบนแพ เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะ เมื่อพบอาวุธปืนยาวชนิดต่างๆถึง 4 กระบอก กระสุนปืนชนิดต่างๆกว่า100 นัด ประกอบด้วยอาวุธปืนยาวลูกซอง 5 นัด ยี่ห้อเบนเนลลี เพ้นท์สีลายพราง 1กระบอก พร้อมกระสุนเบอร์12 ในเข็มขัดใส่กระสุนจำนวน17นัด และซองใส่ปืน อาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยวขนาด12 ไม่ทราบยี่ห้อจำนวน 1กระบอก กระสุนในรังเพลิง 1 นัด และซองปืน อาวุธปืนยาวติดกล้อง ยี่ห้อซีแซด ขนาด.22 แอลอาร์ จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนในแม๊กกาซีน จำนวน 10 นัด พร้อมซองใส่ปืน &amp;nbsp;อาวุธปืนยาวติดกล้องยี่ห้อซีแซดขนาด .22 แม๊กนั่ม จำนวน1กระบอก พร้อมกระสุนในแม็กกาซีน จำนวน10นัด และซองใส่ปืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ในกระเป๋าคาดเอวสีน้ำตาล พบกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์12 จำนวน 8 นัด กระสุนปืนขนาด.22 แอลอาร์ บรรจุในกล่องจำนวน50 นัด กระสุนปืนขนาด.22 แม๊กนั่ม บรรจุในกล่องจำนวน 50 นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนิวัฒน์ เจ้าของแพให้การว่า กลุ่มชายทั้ง3คน ได้ว่าจ้างให้ล่องแพ จากบ้านเจาะเหลาะ ไปยังบริเวณป่าห้วยลำคลองงู หลังจากนั้นได้ล่องแพออกจากป่าลำคลองงู จนถึงห้วยน้ำขุ่น ก็พบเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น ส่วนกลุ่มพรานกรุงทั้ง3คน นำหลักฐานใบอนุญาตการครอบครองปืน(ใบป.4)มาแสดง อ้างว่าไม่ได้เข้ามาล่าสัตว์ป่า เพียงแต่นำอาวุธปืนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ มาลองซ้อมยิงเป้าในป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน พร้อมของกลางอาวุธปืน 4กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน ขนิดต่างๆ จำนวน146 นัด ส่งพนักงานสอบสวนสภ.ศรีสวัสดิ์ดำเนินคดี ข้อหา1.ฐานเข้าไปดำเนินการใดๆ เพื่อหาผลประโยชน์ โดยมิได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ 2.ฐาน นำเครื่องมือล่าสัตว์ หรืออาวุธเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 3.ฐาน ยิงปืน ทำให้เกิดระเบิดซึ่งวัตถุระเบิด ในเขตอุทยานแห่งชาติ 4.ฐาน ครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนดังกล่าว และขอให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18902</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขนอาวุธปืน, ฐิติ โสมภีร์, ล่าสัตว์ป่า, หัวหน้าอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์, เขตอุทยาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181002/image_big_5bb2f01299e6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2026 10:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2018 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดเวทีสัมมนาเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เชียงราย / เวทีสัมมนาเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ 15 จังหวัด&amp;nbsp; ใช้พื้นที่เตรียมประกาศเขตอุทยานฯ ภูชี้ฟ้าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะจะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำมาหากินของชาวบ้านกว่า 50,000 คน&amp;nbsp; ขณะที่ผู้นำชาวม้งยืนยันชาวบ้านรักษาป่าเองได้&amp;nbsp; โดยไม่ต้องประกาศเขตอุทยานฯ&amp;nbsp; พร้อมใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นเครื่องมือวางแผนแก้ปัญหาความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 16-18&amp;nbsp; พฤษภาคม 2561 &amp;nbsp;คณะกรรมการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; สำนักงานภาคเหนือ&amp;nbsp; จัดเวทีสัมมนาการพัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ 15&amp;nbsp; จังหวัด &amp;lsquo;การจัดทำแผนพัฒนาชุมชนพึ่งตนเอง&amp;rsquo; ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; ต.ตับเต่า&amp;nbsp; อ.เทิง&amp;nbsp; จ.เชียงราย&amp;nbsp; โดยมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช.สำนักงานภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และวิทยากรที่มีประสบการณ์ด้านงานพัฒนาขบวนองค์กรชุมชนเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 140 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายประนอม&amp;nbsp; เชิมชัยภูมิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะกรรมการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดการสัมมนาครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้นำขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 15 จังหวัดภาคเหนือสามารถจัดทำแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาในชุมชนท้องถิ่นของตนเองได้&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้นำชุมชนสามารถใช้พระราชบัญญัติสภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 เป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมา&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนหลายแห่งรับรู้ว่ามี พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือจัดตั้งสภาฯ แล้ว&amp;nbsp; แต่ยังไม่รู้วิธีการที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การเลือกพื้นที่สัมมนาที่ภูชี้ฟ้าในครั้งนี้&amp;nbsp; เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; ทางราชการ&amp;nbsp; โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรฯ มีเป้าหมายที่จะประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; จากเดิมที่เป็นเขตวนอุทยานฯ มีพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp; 2,000 ไร่&amp;nbsp; เมื่อประกาศเขตอุทยานฯ แล้วจะมีพื้นที่ประมาณ 200,000 ไร่&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำมาหากินของชาวบ้านกว่า 50,000 คนในพื้นที่ดังกล่าว&amp;nbsp; ดังนั้นการจัดงานสัมมนาที่ภูชี้ฟ้าจะทำให้ผู้นำชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่เตรียมประกาศเขตอุทยานฯ มีความตื่นตัวและร่วมกันจัดทำแผนงานขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือ&amp;nbsp; ส่วนผู้นำจากจังหวัดต่างๆ ก็จะได้เรียนรู้ประสบการณ์ไปพร้อมกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายประนอมกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้พื้นที่ที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ครอบคลุมพื้นที่ดอยยาว&amp;nbsp; ดอยผาหม่น&amp;nbsp; และภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; อยู่ติดกับชายแดนประเทศลาว&amp;nbsp; ในเขตอำเภอเชียงของ&amp;nbsp; ขุนตาล&amp;nbsp; เวียงแก่น&amp;nbsp; และเทิง&amp;nbsp; รวมทั้งหมด&amp;nbsp; 8 ตำบล&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp; 200,000 ไร่&amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการทวงคืนพื้นที่ป่าทั่วประมาณ 40 % ของพื้นที่ทั้งหมดที่ถูกบุกรุก&amp;nbsp; รวมทั้งการประกาศเขตอุทยานฯ&amp;nbsp; เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า&amp;nbsp; เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าทั่วประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายพูลสวัสดิ์&amp;nbsp; ยอดมณีบรรพต อายุ 69 ปี&amp;nbsp; อดีตผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาศัยอยู่ที่&amp;nbsp; ต.ปอ&amp;nbsp; อ.เวียงแก่น&amp;nbsp; จ.เชียงราย&amp;nbsp; ตัวแทนชาวม้งกล่าวว่า&amp;nbsp; พื้นที่ที่เตรียมประกาศเขตอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีชาวม้งอาศัยอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสมัยเมื่อ 40-50 ปีก่อน&amp;nbsp; ชาวม้งถูกเจ้าหน้าที่รัฐข่มเหงรังแก&amp;nbsp; ได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp; จึงหลบหนีไปเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ที่มีฐานที่มั่นอยู่ติดชายแดนประเทศลาว&amp;nbsp; และร่วมต่อสู้กับฝ่ายรัฐบาลเรื่อยมา&amp;nbsp; จนเมื่อรัฐบาลมีนโยบาย 66/2523&amp;nbsp; เพื่อยุติการต่อสู้ด้วยอาวุธ&amp;nbsp; ชาวม้งจึงยอมวางอาวุธ&amp;nbsp; และเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย&amp;nbsp; โดยรัฐจัดสรรที่ดินทำกินให้&amp;nbsp; ทำให้ชาวม้งและครอบครัวมีชีวิตที่สงบสุข&amp;nbsp; ทำมาหากินด้วยการทำไร่&amp;nbsp; ทำสวนบนพื้นที่สูง&amp;nbsp; โดยเฉพาะที่ภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; ดอยยาว&amp;nbsp; และดอยผาหม่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;หากทางราชการประกาศเขตอุทยานฯ ก็จะให้พี่น้องชาวม้งได้รับความเดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หากเข้า-ออกผ่านเขตอุทยานฯ จะต้องเสียค่าผ่านทาง&amp;nbsp; ชาวบ้านเข้าไปทำมาหากินในพื้นที่ของตนเอง&amp;nbsp; หรือเก็บสมุนไพร&amp;nbsp; หน่อไม้&amp;nbsp; เห็ดป่าไม่ได้&amp;nbsp; เพราะอาจจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเหมือนกับชาวบ้านที่ดอยผาจิ&amp;nbsp; จังหวัดพะเยา&amp;nbsp; ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านโดนจับไป 7 ราย&amp;nbsp; นอกจากนี้ชาวบ้านที่ทำที่พักหรือรีสอร์ทอาจจะถูกรื้อถอนเพราะอยู่ในเขตอุทยานฯ เหมือนกับที่เขาค้อหรือภูทับเบิก&amp;nbsp; แต่ที่นั่นส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทของนายทุน&amp;nbsp; แต่ที่ภูชี้ฟ้าเป็นของชาวบ้านทำกันเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ตัวแทนชาวม้งกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุรชัย&amp;nbsp; กตเวทีธรรม&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้านร่มฟ้าผาหม่น&amp;nbsp; ต.ปอ&amp;nbsp; อ.เวียงแก่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่มีอาชีพ ปลูกหอมดอก&amp;nbsp; กะหล่ำปลี&amp;nbsp; ถั่วพุ่ม&amp;nbsp; และปลูกข้าวไร่เอาไว้กิน&amp;nbsp; แต่เดิมเคยปลูกข้าวโพดเป็นอาชีพหลัก&amp;nbsp; แต่รัฐบาลประกาศห้ามไม่ให้พ่อค้ารับซื้อข้าวโพดที่ปลูกบนพื้นที่สูง&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงต้องปลูกพืชไร่ขายส่งให้พ่อค้า&amp;nbsp; ฐานะส่วนใหญ่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง&amp;nbsp; หากมีการประกาศเขตอุทยานฯ ก็จะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนยิ่งขึ้น &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้ก็ทำมาหากินลำบากอยู่แล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนการจัดงานสัมมนาในครั้งนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมวางแผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาการประกาศเขตอุทยานฯ&amp;nbsp;


แทงบอลวันนี้ &amp;nbsp;โดยเราจะใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลปอและสภาตำบลในพื้นที่ใกล้เคียง&amp;nbsp; คือตำบลตับเต่า&amp;nbsp; อำเภอเทิง&amp;nbsp; ร่วมกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; และจัดการปัญหาของตัวเองได้&amp;nbsp; โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องประกาศเขตอุทยานฯ&amp;nbsp; เพราะเราจะช่วยกันรักษาและเพิ่มพื้นที่ป่า&amp;nbsp; โดยการสำรวจและรังวัดพื้นที่ที่ดินทำกินกับพื้นที่ป่าออกจากกันให้ชัดเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่า&amp;nbsp; และจะเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลกฎระเบียบการห้ามบุกรุกป่า&amp;nbsp; ห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp; ซึ่งตอนนี้ในตำบลเริ่มทำไปแล้ว 9 หมู่บ้านจากทั้งหมด 20 หมู่บ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสุรชัยกล่าวผู้ใหญ่บ้านร่มฟ้าฯ กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร่วมกันดูแลรักษาป่า&amp;nbsp; จนมีต้นไม้และป่าไม้เพิ่มมากขึ้นในเขตภูชี้ฟ้าและดอยผาหม่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะจากเดิมในช่วงฤดูแล้งจะเกิดไฟไหม้ป่าและมีการเผาป่าหญ้าคา&amp;nbsp; ทำให้ต้นไม้ต่างๆ ที่กำลังเติบโตถูกไฟเผาตาย&amp;nbsp; โดยชาวบ้านเริ่มทำแนวกันไฟตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; และซื้อวัวมาเลี้ยงแล้วปล่อยให้กินหญ้าตามชายป่า เพื่อป้องกันไม่ให้หญ้าคาและหญ้าต่างๆ เป็นเชื้อเพลิงลุกลามไหม้ต้นไม้ที่กำลังจะโต&amp;nbsp; นอกจากนี้ขี้วัวยังเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้&amp;nbsp; ทำให้มีต้นไม้เพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; จากเดิมที่เป็นทุ่งหญ้าคาหรือเป็นภูเขาหัวโล้น&amp;nbsp; โดยตอนนี้ในเขตตำบลปอมีวัวที่ชาวบ้านปล่อยเลี้ยงอยู่ในป่าประมาณ 100 ตัว&amp;nbsp;



สล็อต789&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายประดิษฐ์&amp;nbsp; เรียวอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะทำงานสร้างบ้านแปงเมืองพะเยา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; จังหวัดพะเยามีบางพื้นที่ที่มีปัญหาคล้ายกับที่ภูชี้ฟ้า&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อำเภอปง&amp;nbsp; อำเภอเชียงม่วน&amp;nbsp; ซึ่งคณะทำงานฯ จะนำประสบการณ์จากการสัมมนาครั้งนี้กลับไปวางแผนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาต่อไป&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ที่ผ่านมา&amp;nbsp; คณะทำงานฯ ได้ร่วมกันวางแผนงานการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รอบกว๊านพะเยา&amp;nbsp; เพราะที่ผ่านมาพื้นที่รอบกว๊านประสบกับปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ปัญหาน้ำแล้งในปี 2559 &amp;nbsp;เนื่องจากมีการปล่อยน้ำออกจากกว๊านในปริมาณมาก&amp;nbsp; ทำให้น้ำในกว๊านแห้งจนถึงผืนดิน&amp;nbsp; มีปัญหาต่อระบบการผลิตน้ำประปา&amp;nbsp; ประมงพื้นบ้านหากินในกว๊านไม่ได้ &amp;nbsp;เกิดผลกระทบต่อ 8 ชุมชนท้องถิ่นที่อยู่รอบๆ กว๊าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;แต่เนื่องจากการบริหารจัดการน้ำในกว๊านพะเยามีหลายหน่วยงาน&amp;nbsp; และมีกฎระเบียบแตกต่างกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีกรมประมง&amp;nbsp;


เว็บแทงหวย &amp;nbsp;กรมที่ดิน&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หากจะพัฒนากว้านโดยการขุดลอกดินก็ต้องขออนุญาตกรมธนารักษ์&amp;nbsp; แต่เมื่อขุดลอกแล้วก็นำดินออกไปไม่ได้&amp;nbsp; ต้องทำเรื่องไปขอฝากดินจากหน่วยงานอื่น&amp;nbsp; ส่วนประมงพื้นบ้านก็มีปัญหาเรื่องการทำมาหากินในกว๊าน&amp;nbsp; เข้าไปจับปลาไม่ได้&amp;nbsp; ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้&amp;nbsp; ที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp; คณะทำงานสร้างบ้านแปงเมืองพะเยาจึงร่วมกับหน่วยงานภาคีต่างๆ จัดทำ &amp;lsquo;ธรรมนูญกว๊าน&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่รอบๆ&amp;nbsp;


เว็บสล็อตเว็บทดลอง​​​​​​​ &amp;nbsp;กว๊านได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ&amp;nbsp; โดยจะนำเรื่องธรรมนูญกว๊านไปผลักดันเพื่อให้เห็นผลต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายประดิษฐ์ยกตัวอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9449</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.เชียงราย, ชี้ฟ้า, ชุมชนพึ่งตนเอง, ประนอม  เชิมชัยภูมิ, อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า, เขตอุทยาน, เปิดเวทีสัมมนาเสริมสร้างศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชนภาคเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afe435d7d2f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
