<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 09:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 09:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อุตตม&quot; แย้มคุยประเทศเพื่อนบ้าน พัฒนาเขตเศรษฐกิจร่วมกัน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อุตตม&amp;quot; แย้มแผนคุยประเทศเพื่อนบ้านพัฒนาเขตเศรษฐกิจร่วมกัน ชูจุดเด่นแต่ละพื้นที่ลดความซ้ำซ้อน หวังรองรับการลงทุนที่จะเติบโตสูบในอนาคต หลังประเมินศักยภาพอาเซียนไปได้ไกล พร้อมหารือร่วม ปตท. กำหนดนโยบายพัฒนาเขตศก.เกษตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังกล่าวปาฐกถาในงานสัมมนา&amp;quot;Asean SEZ Summit 2018&amp;quot; ในหัวข้อเขตเศรษฐกิจอาเซียน ศูนย์กลางการลงทุนยุคใหม่ ว่าเบื้องต้นกระทรวงฯได้ทำการหารือในการประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง(Acmecs) เมื่อช่วงเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ถึงการร่วมมือกันพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ กับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยมองหาความสามารถ และศักยภาพของแต่ละพื้นที่ ทั้งด้านแรงงาน ระบบสาธารณูปโภค ความพร้อมของพื้นที่ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อช่วยกันพัฒนาและเตรียมความพร้อมสู่การลงทุนในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การลงทุนในอนาคตจะเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนเนื่องจากนักลงทุนเห็นศักยภาพของพื้นที่ รวมถึงการเติบโตของคนรุ่นใหม่ในพื้นที่มีสูงมาก รวมทั้งเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่มีการแข่งขันสูง และโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ในขณะที่กลุ่มประเทศกำลังเกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งการร่วมมือกับกลุ่มประเทศดังกล่าวจะเป็นการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศได้อย่างดีที่สุด เพื่อลดความซ้ำซ้อน และส่งเสริมให้เป็นที่สนใจของนักลงทุนในภูมิภาคนี้ ก่อให้เกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น &amp;quot;นายอุตตม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามประเทศไทยจะเริ่มจากการตั้งจุดยุทธศาสตร์ของประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านการคัดเลือกจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และหอการค้าแห่งประเทศไทย โดยอาจจะเป็นการใช้พื้นที่ใหม่หรือพัฒนาจากนิคมอุตสาหกรรมเดิมที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้จะร่วมกับแผนการตลาดเศรษฐกิจชายแดน ที่ทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ให้สามารถฉายภาพความพร้อมของพื้นที่ออกมาให้นักลงทุนเห็น ผลักดันให้เกิดความผลักน่าสนใจในการลงทุน ซึ่งหลังจากการประเมินเชื่อมั่นว่าพื้นที่ประเทศอาเซียนนั้นสามารถเป็นฐานการผลิตรวม สำหรับตลาดโลกในหลายอุตสาหกรรมได้เนื่องจากความพร้อมของวัตถุดิบ กำลังคน ความเชื่อมโยง และเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการหารือร่วมกับกลุ่มบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ถึงแนวทางการร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เน้นการลงทุนของอุตสาหกรรมเกษตร เกษตรแปรรูป และเทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งทาง ปตท.ให้ความสนใจและจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด)ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งในวันที่ 19 ธ.ค. นี้กระทรวงฯจะมีการเปิดตัวศูนย์อินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ โดยจะมีการเชิญบริษัทเอกชน รวมถึงปตท. และบริษัทจากฮ่องกงมาหารือกันเรื่องนี้ด้วย ซึ่งในอนาคตอาจจะกำหนดออกมาเป็นนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการลงทุนในพื้นที่นั้น ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายเกษตรของชาติ ซึ่งคาดว่าหลังจากที่หารือกันจะเห็นความชัดเจนของแผนการลงทุนของ ปตท.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24279</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง(Acmecs), ประเทศเพื่อนบ้าน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, อุตตม สาวนายน, เขตเศรษฐกิจอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180614/image_big_5b227f659d4ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
