<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เขียว สัมพัน&#039;อดีตผู้นำเขมรแดงคนสุดท้าย อุทธรณ์คำตัดสินฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดิ้นเฮือกสุดท้าย &amp;quot;เขียว สัมพัน&amp;quot; อดีตผู้นำเขมรแดงคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ต่อศาลพิเศษคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อวันจันทร์ เพื่อให้กลับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2561 อ้างการไต่สวนไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่าเขาทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขียว สัมพัน ขึ้นศาลเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 (Photo by Mark Peters/ECCC via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการพิเศษในศาลแห่งกัมพูชา (อีซีซีซี) ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุนและใช้งบประมาณถึง 300 ล้านดอลลาร์ มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตอดีตประธานาธิบดีเขมรแดงรายนี้ ในความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมเชื้อสายจามและชาวเวียดนาม และฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียว สัมพัน เป็นหนึ่งใน 3 อดีตผู้นำระบอบเขมรแดงที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี 2518-2522 ที่ถูกดำเนินคดีและถูกตัดสินว่ามีความผิด คนอื่นๆ เสียชีวิตระหว่างรอการพิจารณาคดีหรือก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่า มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตมากถึง 2 ล้านคนในช่วงที่ระบอบนิยมเหมาสุดโต่งปกครองประเทศ ทั้งการตายจากการอดอาหาร, โดนทารุณทรมาน, ใช้แรงงานหนัก, ป่วย, โดนทุบตีจนตายหรือโดนฆ่าระหว่างการสังหารหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า ทีมทนายความของเขียว สัมพัน ยื่นข้อโต้แย้งต่อศาลว่า คำพิพากษาเมื่อปี 2561 ไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอต่อการตัดสินว่าเขามีความผิด ศาลใช้วิธีการคัดเลือกฟังคำให้การของพยาน และไม่ได้ให้น้ำหนักอย่างเพียงพอต่อหลักฐานที่เป็นประโยชน์ทางคดีของจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังอ้างอีกว่า ศาลตัดสินว่าเขียว สัมพัน มีความผิดโดยใช้เกณฑ์ทางกฎหมายที่เจ้าตัวไม่รู้จักเมื่อ 40 กว่าปีก่อนที่เกิดอาชญากรรมที่เขาถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กง สัม ออน ทนายความของอดีตผู้นำเขมรแดง กล่าวต่อคณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดว่า คำตัดสินเขียว สัมพัน ไม่มีผลทางกฎหมาย และควรเป็นโมฆะ เนื่องจากลูกความของเขาถูกปฏิเสธสิทธิในการได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียว สัมพัน ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เช่นเดียวกับนวน เจีย พี่ใหญ่หมายเลข 2 ของเขมรแดง แต่นวน เจีย เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำคนอื่น ได้แก่ พล พต เสียชีวิตก่อนที่จะถูกพิจารณาคดีเมื่อปี 2541 ส่วนเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และเอียง ธิริต ภรรยาของเขา ก็เสียชีวิตก่อนถูกนำตัวขึ้นศาลเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลกำหนดการไต่สวนคำอุทธรณ์ของเขียว สัมพัน ถึงวันพฤหัสบดีนี้ และคาดว่า เขียว สัมพัน จะขึ้นให้การด้วยช่วงท้ายของการไต่สวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, คณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา, คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, อดีตผู้นำเขมรแดง, อุทธรณ์คำตัดสิน, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a7e2cef9de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2020 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2020 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สหายดุช&#039;ผู้คุมคุกตวลสเลงเขมรแดงป่วยตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;กัง เก็ก เอียว&amp;quot; หรือสหายดุช ผู้บัญชาการเรือนจำตวลสเลงของระบอบเขมรแดงในกรุงพนมเปญที่โดนจำคุกตลอดชีวิต สิ้นใจแล้วในวัย 77 ปีเมื่อวันพุธด้วยอาการป่วย ทำให้หลงเหลือผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่เพียงรายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัง เก็ก เอียว เป็นสมาชิกระดับนำของระบอบเขมรแดงคนแรกที่โดนดำเนินคดีในศาลพิเศษคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ จากการมีส่วนร่วมในการเสียชีวิตของชาวเขมรราว 2 ล้านคนในช่วงเวลา 4 ปีที่รัฐบาลเขมรแดงครองอำนาจระหว่างปี 2518-2522 และถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต การตายของเขาทำให้เหลือเพียงเขียว สัมพัน อดีตประธานาธิบดี เป็นระดับผู้นำของเขมรแดงเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน อ้างคำแถลงของเนต พักตรา โฆษกคณะตุลาการพิเศษเขมรแดง ว่าดุชเสียชีวิตที่โรงพยาบาลมิตรภาพเขมรโซเวียตในกรุงพนมเปญ เมื่อเวลา 00.52 น. แต่เขาไม่ได้เผยรายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาโฆษกผู้นี้บอกกับเอเอฟพีว่า อดีตผู้คุมคุกตวลสเลงรายนี้เข้าออกระหว่างคุกกับโรงพยาบาลในช่วงหลายปีมานี้ เขาเพิ่งถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งในสัปดาห์นี้ เอเอฟพียังอ้างหนังสือของแพทย์ที่ยืนยันการเสียชีวิตของดุชว่า ดุชมีอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน นักข่าวเห็นศพของเขาถูกเคลื่อนย้ายไปเผาที่วัดแห่งหนึ่งช่วงบ่ายวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตครูสอนคณิตศาสตร์รายนี้ถูกคณะตุลาการพิเศษขององค์การสหประชาชาติตัดสินเมื่อปี 2553 ว่ามีความผิดฐานสังหารหมู่, ทารุณทรมาน และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่เรือนจำตวลสเลง หรือที่มีชื่อรหัสว่า &amp;quot;เอส-21&amp;quot; ระหว่างที่เขาเป็นผู้บัญชาการเรือนจำที่เป็นโรงเรียนมัธยมเก่าแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองปีต่อมา ดุชก็ถูกศาลพิเศษแห่งนี้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิต หลังจากตุลาการปฏิเสธคำอุทธรณ์ที่ว่าตัวเขาเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อยที่ปฏิบัติตามคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเขมรแดงยึดอำนาจเมื่อปี 2518 ดุชได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของเรือนจำเอส-21 ที่รับผิดชอบต่อการสังหารหมู่ชาวกัมพูชาไม่ต่ำกว่า 14,000 คนที่นี่ พวกผู้คุมที่นี่ล้วนแต่เป็นเด็กวัยรุ่นซึ่งดุชเผยว่าง่ายต่อการปลูกฝังความเชื่อเพราะเด็กวัยรุ่นเหล่านี้เหมือนกระดาษเปล่า ผู้คุมเหล่านี้ได้รับคำสั่งให้ทุบตีพวกขายชาติและพวกต่อต้านการปฏิวัติ ซึ่งตามนิยามของระบอบเขมรแดงนั้นเป็นไปได้ทุกคน ตั้งแต่ครู เด็ก หญิงท้องและพวกปัญญาชนที่ดูเอาจากการสวมแว่นตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิก ดันลอป ช่างภาพและผู้เขียนหนังสือที่พบดุชเมื่อปี 2542 ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ใกล้กับชายแดนไทยหลังเขมรแดงล่มสลายเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน กล่าวว่า ไม่มีเรื่องใดที่เกิดภายในเรือนจำแห่งนั้นที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของดุช เขาควบคุมทุกอย่างเบ็ดเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดุชถูกจับกุมเมื่อปี 2542 เวลานั้นคนจำนวนมากสันนิษฐานว่าสหายดุชเสียชีวิตไปแล้ว เขาเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์และทำงานให้สำนักงานบรรเทาทุกข์โดยเปลี่ยนชื่อเพื่อปิดบังตัวตน เขาแสดงความสำนึกเสียใจต่ออาชญากรรมที่เขาก่อและขอโทษต่อเหยื่อทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากดุชและเขียว สัมพัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเขมรแดงอีกเพียงรายเดียวที่โดนจำคุกคือนวล เจีย &amp;quot;พี่ชายหมายเลข 2&amp;quot; ซึ่งเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้วด้วยวัย 93 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัง เก็ก เอียว, กัมพูชา, คุกตวลสเลง, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, สหายดุช, เขมรแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fa9bbf3835.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74768</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2020 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2020 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการเล่าให้ฟัง!&#039;สาวเขมร&#039;อดีตยุวชนเขมรแดงน้ำตาไหลพราก เธอคือผู้ลงทัณฑ์พ่อแม่พี่สาวตัวเองจนตาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ส.ค.63- นายนพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Noppanan Arunvongse Na Ayudhaya &amp;nbsp; ว่า ธันวาคม พ.ศ. 2548 ผมกำลังจะออกเดินทางจากกรุงพนมเปญไปยังเมืองพระตะบองเพื่อเที่ยวชมบ้านเมืองในชนบทของกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่บ้านชาวเขมรอายุสี่สิบปลาย ๆ เข้ามาเลียบ ๆ เคียง ๆ ขออนุญาตติดรถร่วมเดินทางไปด้วย เธออยากจะไปที่ตำบลเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในเมืองพระตะบองซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ ผมไม่ขัดข้องและรู้สึกยินดีที่จะมีคนท้องถิ่นช่วยพาผมเที่ยวชม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กัมพูชาในขณะนั้นยังไม่มีแม้แต่ไฟจราจร ถนนสายหลักในประเทศยังเป็นถนนดินลูกรังแค่ 2 เลน เราใช้เวลาเดินทางหลายชั่วโมงจึงถึงจุดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณนั้นเป็นที่ราบ มีวิหารเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนเพิ่งสร้างเสร็จได้ไม่นาน รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ประปราย แต่ไม่มีบ้านคนแม้สักหลังเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่บ้านลงจากรถ หยุดยืนนิ่ง แล้วจึงเดินช้า ๆ ไปยังพื้นที่ด้านข้างวิหาร สีหน้าเรียบเฉย ไม่พูดไม่จา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทันใดนั้น เธอก็ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ร้องไห้ออกมาอย่างโหยหวน น้ำตาไหลพราก สะอึกสะอื้นปานแทบจะขาดใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สักพัก เธอจึงเล่าให้ผมฟังว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณนี้คือที่ฝังศพของพ่อ แม่ และพี่สาวของเธอ ทั้ง 3 คนถูกล่ามไว้กับพื้นดินจนตายอย่างช้า ๆ เพราะขาดน้ำและอาหาร เมื่อตายแล้วก็ถูกดินฝังกลบเพียงบาง ๆ และไม่นานหลังจากนั้นสุนัขก็เข้ามากัดกินซากศพจนหมดสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อ แม่ และพี่สาวของเธอตายเพราะ &amp;quot;ต่อต้านการปฏิวัติ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำคัญ คือ ผู้ที่กล่าวโทษ ลงทัณฑ์ พ่อ แม่ และพี่สาวของเธอจนตาย ก็คือตัวเธอขณะกำลังเป็นยุวชนเขมรแดงนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ใช่แค่เธอที่ฆ่าพ่อแม่และพี่สาว แต่ยุวชนเขมรแดงอีกมากมายก็นำพ่อแม่ของตัวเองมาฆ่าทิ้งที่นั่นด้วยวิธีการต่าง ๆ นานาจนกลายเป็นทุ่งสังหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวัย 16 ปี เธอไม่รู้สึกผิดใด ๆ ทั้งสิ้น เธอเฝ้าดูพ่อ แม่ และพี่สาวของเธอกำลังตายอย่างช้า ๆ ด้วยใจที่มุ่งมั่น เธอเชื่อว่าเธอกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อสร้างสังคมใหม่ให้กับกัมพูชา-ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเธอ สิ่งที่ล้าหลังคร่ำครึทั้งหลายจะต้องถูกทำลายให้หมดสิ้น เพื่อรับศักราชใหม่ของกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายสิบปีผ่านไป เธอไม่เคยกลับไปที่นั่นอีกเลยจนกระทั่งวันนั้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74768</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ต่อต้านการปฏิวัติ, นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา, เขมรแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200818/image_big_5f3b2bccde1e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นวน เจีย&#039; ผู้นำเบอร์สองเขมรแดง ลาโลกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกคณะตุลาการพิเศษของกัมพูชายืนยันกับเอเอฟพีว่า &amp;quot;นวน เจีย&amp;quot; พี่ใหญ่หมายเลข 2 ของระบอบเขมรแดงที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เสียชีวิตลงแล้วในวันอาทิตย์ขณะมีอายุ 93 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพโดยคณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา (ECCC) วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 นวน เจีย นั่งฟังการพิจารณาคดีในศาลที่กรุงพนมเปญ / ECCC / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนต พักตรา โฆษกคณะตุลาการพิเศษของกัมพูชา กล่าวกับเอเอฟพีว่า นวน เจีย เสียชีวิตแล้วเมื่อค่ำของวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่โรงพยาบาลมิตรภาพเขมรรัสเซีย แต่เขาไม่ได้เปิดเผยสาเหตุของการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบอบนิยมลัทธิเหมาสุดโต่งภายใต้การนำของพล พต พี่ใหญ่หมายเลข 1 พร่าผลาญชีวิตชาวเขมรร่วมชาติราว 2 ล้านคน จากการใช้แรงงานหนัก, ความอดอยาก และการประหารหมู่ ระหว่างปี 2518-2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นวน เจีย พี่ใหญ่หมายเลข 2 เพิ่งโดนจับกุมเมื่อปี 2550 เขาและแกนนำอาวุโสของระบอบเขมรแดงอีกหลายคนถูกส่งตัวดำเนินคดีในคณะตุลาการพิเศษของศาลยุติธรรมกัมพูชาที่มีองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการพิเศษตัดสินลงโทษจำคุกนวน เจีย ตลอดชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ภายหลังพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนเชื้อสายเวียดนามและชนกลุ่มน้อยชาวจามที่เป็นมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขียว สัมพัน อดีตประธานสภาเปรซิเดียม (ซ้าย) และนวน เจีย ขึ้นศาลเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 / ECCC / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นนวน เจีย และเขียว สัมพัน อดีตแกนนำเขมรแดง จำเลยอีกคนที่ยังมีชีวิตเหลือรอด เคยโดนศาลพิเศษแห่งนี้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2557 ฐานบังคับประชาชนอพยพจากเมืองสู่ชนบทเมื่อปี 2518 เพื่อสนองอุดมการณ์ในการสร้างสังคมเกษตรกรรมในอุดมคติที่ทลายการแบ่งแยกชนชั้น พร้อมกับเล่นงานกลุ่มศาสนาต่างๆ กับพวกที่มีการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลลูกผสมที่ประกอบด้วยตุลาการกัมพูชาและนานาชาติแห่งนี้จัดตั้งเมื่อปี 2549 เพื่อดำเนินคดีกับพวกผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่ ถึงขณะนี้ศาลนี้เพิ่งตัดสินจำเลยได้ 3 ราย แต่ใช้งบประมาณไปแล้วมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้นำเขมรแดงพากันล้มหายตายจาก ทั้งเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และนางเอียง ทิริต ชิงตายโดยไม่ทันได้รับโทษ ส่วนพล พต ตายเมื่อปี 2541.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42697</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา, นวน เจีย, ผู้นำหมายเลข 2, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46d9139d2b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37953</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2019 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2019 21:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข้อความอาลัยป๋าเป็นเหตุ &#039;ฮุน เซน&#039; ฉะ &#039;ลี เซียนลุง&#039; หนุนเขมรแดงล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ข้อความแสดงอาลัยและเชิดชูพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โดยนายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ เกี่ยวกับบทบาทผู้นำอาเซียนที่ต่อต้านการยึดครองกัมพูชาของเวียดนาม กลายเป็นประเด็นบานปลาย &amp;quot;ฮุน เซน&amp;quot; ผู้นำกัมพูชาตอกกลับลี การต่อต้านกองทัพเวียดนามบุกกัมพูชาเพื่อยุติระบอบเขมรแดงเมื่อปี 2521 เท่ากับลีสนับสนุนระบอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของพล พต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ ขณะร่วมพิธีเปิดการประชุมไอไอเอสเอส แชงกรี-ลาไดอะล็อก เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ลงข้อความไว้อาลัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อเดือนที่แล้ว เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของเขาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่เนื้อหาบางส่วนที่กล่าวถึงบทบาทของพลเอกเปรม ในฐานะนายกรัฐมนตรีของไทย ซึ่งร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนขณะนั้น ต่อต้าน &amp;quot;การรุกราน&amp;quot; และ &amp;quot;การยึดครอง&amp;quot; กัมพูชาของเวียดนาม เมื่อปี 2521 ทำให้ทั้งเวียดนามและกัมพูชาไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พลเอกเปรมมีความแน่วแน่ที่จะไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และได้ร่วมมือกับเพื่อนสมาชิกอาเซียน ต่อต้านการยึดครองของเวียดนาม ในเวทีการประชุมระหว่างประเทศ&amp;quot; นายกฯ ลี เซียนลุง โพสต์ลงเพจเฟซบุ๊กของเขา &amp;quot;สิ่งที่กล่าวถึงนี้ป้องกันไม่ให้การรุกรานทางทหารและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลเป็นเรื่องชอบด้วยกฎหมาย เป็นการปกป้องความมั่นคงของประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้ภูมิภาคนี้มีทิศทางที่แน่นอน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของรอยเตอร์เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน กล่าวว่า ลียังได้ให้ทัศนะแบบเดียวกันนี้ในที่ประชุมความมั่นคงระดับภูมิภาคที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว โดยกล่าวถึงการรุกรานกัมพูชาของเวียดนามว่าเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ที่ไม่ได้ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามแถลงว่า เวียดนามได้หยิบยกประเด็นนี้หารือกับสิงคโปร์แล้ว เล ทิ ทู หั่ง โฆษกกระทรวงกล่าวว่า เวียดนามเสียใจที่เนื้อหาบางช่วงบางตอนในคำกล่าวของลีไม่ได้เป็นการมองประวัติศาสตร์แบบวัตถุวิสัย ซึ่งก่อผลกระทบเชิงลบต่อความคิดเห็นของผู้คนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ฮุน เซน ของกัมพูชา ซึ่งเคยเป็นทหารชั้นผู้น้อยของระบอบเขมรแดง แต่หนีไปเข้าร่วมกับเวียดนามแล้วกลับเข้าประเทศพร้อมกับกองทัพเวียดนามที่เข้าแทรกแซงกัมพูชาเมื่อปลายปี 2521 เพื่อขับไล่พล พต และระบอบเขมรแดง ได้โพสต์ตอบโต้ลีด้วยถ้อยคำรุนแรงลงเฟซบุ๊กของเขาเมื่อคืนวันพฤหัสบดี โดยกล่าวหาผู้นำสิงคโปร์ว่าสนับสนุนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของเขมรแดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คำกล่าวของเขาสะท้อนจุดยืนของสิงคโปร์ในขณะนั้น ที่สนับสนุนระบอบฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และปรารถนาให้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้นในกัมพูชาอีกครั้ง&amp;quot; ฮุน เซนกล่าว พร้อมกับโจมตีอีกว่า สิงคโปร์มีส่วนต่อการสังหารหมู่ชาวกัมพูชาอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กัมพูชาผู้นี้ซึ่งได้ครองอำนาจสืบต่อมายาวนานกว่า 30 ปี กล่าวด้วยว่า ลีดูถูกการเสียสละของทหารอาสาเวียดนามที่ช่วยปลดปล่อยกัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบุกของกองทัพเวียดนามในคราวนั้นและการยึดครองกัมพูชายาวนาน 10 ปี ช่วยยุติระบอบของพล พต ที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี 2518 ถึงต้นปี 2522 และฆ่าหมู่เพื่อนร่วมชาติเกือบ 1 ใน 4 ของประชากรเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงนั้นมีความเป็นปฏิปักษ์กันชัดเจนในยุคสงครามเย็น สิงคโปร์และไทยเป็นสมาชิกอาเซียนที่มี 6 ชาติในสมัยนั้นและมีแนวทางฝ่ายนิยมตะวันตก แต่ระบอบเขมรแดงของกัมพูชามีจีนหนุนหลัง ส่วนเวียดนามได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามถอนกำลังจากกัมพูชาปลายปี 2532 นำไปสู่การทำสนธิสัญญายุติสงครามอย่างเป็นทางการในปี 2534 เวียดนามเข้าร่วมอาเซียนในปี 2538 ส่วนกัมพูชาเข้าร่วมในปี 2542.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37953</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเวียดนาม, กัมพูชา, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, นายกฯ สิงคโปร์, รุกรานกัมพูชา, ลี เซียนลุง, ฮุน เซน, เขมรแดง, เวียดนาม, ไว้อาลัยป๋า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cfa7ac81a89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำตัดสินประวัติศาสตร์ 2 ผู้นำเขมรแดง &#039;เขียว สัมพัน - นวน เจีย&#039; ผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะตุลาการพิเศษของศาลกัมพูชามีคำพิพากษาประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ โดยตัดสินว่าเขียว สัมพัน อดีตประมุขแห่งรัฐของเขมรแดง และนวน เจีย อดีตผู้นำหมายเลข 2 มีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเวียดนามและมุสลิมจาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวน เจีย นั่งฟังคำพิพากษาของคณะตุลาการพิเศษในศาลกัมพูชา (อีซีซีซี) ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / Mark Peters / Extraordinary Chambers in the Courts of Cambodia / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ว่าคำพิพากษาของคณะตุลาการพิเศษในศาลกัมพูชา (อีซีซีซี) ในวันเดียวกันนี้เป็นการตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าผู้นำเขมรแดงมีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากระบอบเขมรแดงสิ้นสลายลงเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว เขียว สัมพัน อดีตประมุขแห่งรัฐของกัมพูชาอายุ 87 ปีในปัจจุบัน และนวน เจีย &amp;quot;พี่ใหญ่หมายเลข 2&amp;quot; ของเขมรแดง อายุ 92 ปี คือผู้นำอาวุโสสูงสุด 2 คนที่หลงเหลือชีวิตอยู่ จากระบอบเหมาอิสต์สุดโต่งที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี พ.ศ. 2518-2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบเขมรแดงภายใต้การนำของพล พต &amp;quot;พี่ใหญ่หมายเลข 1&amp;quot; ได้เข่นฆ่าสังหารชาวกัมพูชาราว 2 ล้านคน ผ่านการประหารชีวิตหมู่, บังคับใช้แรงงานหนัก และภาวะอดอยาก แต่คำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ถือเป็นครั้งแรกที่เป็นการตัดสินความผิดฐาน &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; หลังจากอดีตผู้นำเขมรแดง 2 รายนี้เคยถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตมาแล้วเมื่อปี 2557 ในความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิล นอนน์ ประธานองค์คณะผู้พิพากษากล่าวว่า คณะตุลาการลงความเห็นว่านวน เจีย มีอำนาจในการตัดสินใจขั้นสูงสุดพร้อมกับพล พต ฉะนั้น นวน เจีย จึงเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของอาชญากรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงอาชญากรรมของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ด้วยการสังหารชนกลุ่มน้อยชาวจามและกลุ่มที่นับถือศาสนา ส่วนเขียว สัมพัน นั้นมีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเวียดนาม แต่ไม่รวมถึงชาวจาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยให้รวมกับโทษเดิมเป็นโทษคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขียว สัมพัน ขณะถูกนำตัวมาฟังคำพิพากษา / Mark Peters / Extraordinary Chambers in the Courts of Cambodia / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากความผิดข้างต้นแล้ว จำเลยทั้งสองยังถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานอื่นๆ ด้วย ทั้งการบังคับแต่งงาน, ข่มขืน, การทารุณต่อชาวพุทธ และการกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนอื่นๆ ที่เกิดภายในคุกและค่ายใช้แรงงานหนักทั่วกัมพูชาในช่วงเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลลูกผสมที่ใช้ทั้งกฎหมายของกัมพูชาและกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินคดีกับพวกอดีตผู้นำเขมรแดงนี้ ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2549 จนถึงบัดนี้ ศาลซึ่งใช้งบประมาณมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์แห่งนี้ เพิ่งตัดสินความผิดจำเลยได้เพียง 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาง กึ๊ก เอียว หรือสหายดุช ผู้คุมคุกตวลสเลง ถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อปี 2553 ขณะที่เอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่ตกเป็นจำเลยร่วมกับเขียว สัมพัน และนวน เจีย ชิงเสียชีวิตไปก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาคดีแยกต่างหาก 2 คดีแรกเมื่อปี 2557 ส่วนเอียง ทิริต อดีตรัฐมนตรีกิจการสังคมที่เป็นภรรยาของเอียง สารี ซึ่งเป็นจำเลยร่วมคนที่ 4 ศาลลงความเห็นว่ามีอาการป่วยทางจิตที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้ นางเสียชีวิตเมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล พต ผู้นำสูงสุดของระบอบเขมรแดงนั้น เสียชีวิตตั้งแต่ปี 2541 โดยยังไม่ถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อชดใช้ความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายฝ่ายเชื่อว่าคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์จะเป็นคำตัดสินสุดท้ายของคณะตุลาการพิเศษแห่งนี้ ซึ่งถูกครหาเรื่องการถูกแทรกแซงทางการเมือง และนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งเคยเป็นนายทหารของเขมรแดง มักเตือนว่าเขาจะไม่อนุญาตให้ศาลสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลอื่นเพิ่มเติม โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของกัมพูชา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, นวน เจีย, อีซีซีซี, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee691009922.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
