<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2021 15:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2021 15:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กฤษฎีกา&#039; ไม่สรุปที่ดินโดยรอบภูเขาช่องกระจก 40 ไร่เป็นธรณีสงฆ์ ชี้ข้อเท็จจริงไม่เพียงพอวินิจฉัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มิ.ย.64 - นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวชี้แจงกรณีมีข่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเห็นว่าพื้นที่บนยอดเขาช่องกระจก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่มีศาสนสถานถือเป็นธรณีสงฆ์ อยู่ในการครอบครองของวัดธรรมิการาม แต่กรรมการกฤษฎีกายังไม่ได้ชี้ชัดว่าบริเวณรอบภูเขา หรือหน้าศาลากลางจังหวัด มีหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ ว่า&amp;nbsp;ขอชี้แจงว่าเรื่องที่ปรากฏตามข่าวนั้นเป็นกรณีที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ได้ขอหารือ เรื่อง สิทธิครอบครองพื้นที่บริเวณเขาช่องกระจก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีประเด็นดังต่อไปนี้&amp;nbsp;1.วัดธรรมิการามได้สิทธิครอบครองพื้นที่บริเวณเขาช่องกระจกตามนัยมาตรา&amp;nbsp;1367&amp;nbsp;แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และพื้นที่บริเวณเขาช่องกระจกเป็นเขตธรณีสงฆ์ของวัดธรรมมิการามวรวิหารหรือไม่&amp;nbsp;2.การที่พื้นที่บริเวณเขาช่องกระจกเป็นเขตธรณีสงฆ์ของวัดธรรมมิการามวรวิหาร วัดย่อมมีสิทธิที่จะทำการหรือยินยอมให้บุคคลหรือนิติบุคคลทำการปรับปรุงพื้นที่ ก่อสร้างถาวรวัตถุใดๆ จัดกิจกรรม หรือกระทำการใด ๆ ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีของประชาชน บริเวณเขาช่องกระจกหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพดล กล่าวว่า&amp;nbsp;คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ประเด็นที่หนึ่ง พื้นที่บริเวณยอดเขาช่องกระจกอยู่ในความครอบครองของวัดธรรมมิการามวรวิหาร ที่ดินบริเวณบนยอดเขาช่องกระจกจึงเป็นที่ธรณีสงฆ์ตามมาตรา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พุทธศักราช&amp;nbsp;2484&amp;nbsp;ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในเวลานั้น และมาตรา&amp;nbsp;33&amp;nbsp;แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505&amp;nbsp;ประเด็นที่สอง เห็นว่า เมื่อได้วินิจฉัยในประเด็นที่หนึ่งว่าพื้นที่บริเวณยอดเขาช่องกระจกเป็นที่ธรณีสงฆ์ วัดย่อมมีสิทธิที่จะกระทำการในที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในกรณีที่มีประเด็นว่ายังไม่ได้มีการวินิจฉัยโดยชัดเจนบริเวณรอบภูเขาช่องกระจก สำหรับที่ดินเขานอกจากพื้นที่บริเวณยอดเขาที่ได้สร้างศาสนสถานและถาวรวัตถุตามที่วินิจฉัยไปข้างต้น ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ&amp;nbsp;40&amp;nbsp;ไร่ ปรากฏข้อเท็จจริงตามคำชี้แจงของผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นพื้นที่ลาดชันมาก มีต้นไม้ขึ้นไม่หนาแน่น เป็นเขาตามธรรมชาติและมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่เพียงพอที่จะวินิจฉัยว่าเป็นที่ธรณีสงฆ์หรือไม่ เพียงใด&amp;rdquo;นายนพดล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106695</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกฤษฎีกา, จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, วัดธรรมิการาม, เขาช่องกระจก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210617/image_big_60cb01544bc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
