<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุ้น กระทรวงทรัพย์ฯไฟเขียวเข้าพื้นที่สำรวจสร้าง4เลน &#039;เขาช่องตะโก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาทางหลวงหมายเลข 348 และ 3486 ช่วงที่ผ่านพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ รวมระยะทางประมาณ 48 กิโลเมตร (กม.) ว่า โครงการดังกล่าว เป็นไปตามนโยบายและการผลักดันของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งยังสนับสนุนการขนส่งสินค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมทางหลวงจึงได้เสนอขอรับจัดสรรงบประมาณในปี 2565 วงเงิน 95 ล้านบาท เพื่อนำมาสำรวจ ออกแบบรายละเอียด รวมทั้งศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตลอดเส้นทาง รวมกับเส้นทางโครงการฯ ช่วงที่ตัดผ่านบริเวณเขาช่องตะโก ระยะทาง 3 กม. ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้ อยู่ระหว่างการรอความเห็นจากคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก (กอม.) รวมถึงการพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เพื่อให้ ทล.เข้าพื้นที่ไปสำรวจและศึกษาความเหมาะสม ถ้ามีมติเห็นชอบให้ ทล.เข้าพื้นที่จะสามารถดำเนินการได้ทันที โดยหาก ทล. ได้รับการอนุมัติให้เข้าพื้นที่ และรับงบประมาณศึกษาแล้ว จะเสนอรายงานอีไอเอไปยังคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาอนุมัติแนวทางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหนับแนวทางการดำเนินการภายหลังผ่านการพิจารณา และการศึกษาความเหมาะสม รวมทั้งอีไอเอแล้วเสร็จนั้น ทล. จะเสนอโครงการฯ ไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขออนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างภายในปี 2567 ส่วนจะใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้น ต้องขึ้นอยู่ที่ผลการศึกษาโครงการฯ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และแล้วเสร็จภายในปี 2571 เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ลดการสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ทาง นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ อีกทั้งเส้นทางดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่มีความสำคัญเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) และภาคตะวันออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการดำเนินการโครงการดังกล่าวนั้น จะใช้รูปแบบที่เหมาะสม อาทิ อุโมงค์ระดับพื้นถนนที่ด้านบนอุโมงค์จะถูกทำเป็นพื้นที่สีเขียวเชื่อมผืนป่า ให้สัตว์ป่าสามารถสัญจรผ่านไปมาได้ รวมถึงอาจจะพิจารณาเจาะอุโมงค์ทะลุเขา เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุรถชนกับสัตว์ป่า อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะไม่ให้เกิดผลกระทบกับวิถีชีวิตของสัตว์ป่า และระบบนิเวศน์ หรือการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ ภายใต้การพัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงคมนาคมควบคู่ไปกับใส่ใจและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าว ทล. เป็นการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจรไป-กลับ เป็น 4 ช่องจราจรไป-กลับ ตลอดเส้นทาง มีจุดเริ่มต้นที่ ทล.3486 กม.0+000-กม.19+941 และ ทล.348 กม.71+625-กม.99+645 ในพื้นที่ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว รวมประมาณ 48 กม. ทั้งนี้ ทล.348 เป็นเส้นทางเชื่อม อ.อรัญประเทศ และ อ.นางรอง มีระยะทางทั้งหมด 140 กม. ปัจจุบันพบว่ามีปริมาณจราจรอยู่ที่ 8,000-10,000 คันต่อวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว เช่น เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ ฯลฯ จะมีรถปริมาณการจราจรเพิ่มเป็น 40,000 กว่าคันต่อวัน ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวก เนื่องจากเส้นทางช่วงที่ผ่านเขาช่องตะโก มีขนาด 2 ช่องจราจร ไป-กลับ ไม่มีไหล่ทาง คันทางแคบ ลาดชัน คดเคี้ยว มีอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขณะเดียวกันกันได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้เส้นทางมาอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับโครงการดังกล่าว ทล.ได้เสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา หลังจากที่เมื่อปี 2554 ทล. ได้ทำศึกษาอีไอเอ ภายใต้โครงการพัฒนาโครงขยายทางหลวงหมายเลข 3486 และ 348 เชื่อมโยง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว-อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ แต่อยู่ระหว่างการอนุมัติเข้าพื้นที่ของกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อสำรวจเก็บข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทล. และกระทรวงคมนาคมได้ประสานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด เนื่องจากเส้นทางตัดผ่านพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 2 และอุทยานแห่งชาติตาพระยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณเขาช่องตะโก รวมทั้งศึกษารูปแบบในการขยายเส้นดังกล่าว ซึ่งจะใช้ต้นแบบ (โมเดล) ของทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย (โครงการทางเชื่อมผืนป่ามรดกโลก)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109911</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), สร้างถนน 4 เลน, เขาช่องตะโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0f50ef15c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 07:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> กรมทางหลวงลุ้นกระทรวงทรัพยากรฯไฟเขียวเข้าพื้นที่ขยายถนนทล.348ช่วงเขาช่องตะโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค. 2564 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล.ได้เสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงหมายเลข 348 และหมายเลข 3486 เชื่อมโยง อ.อรัญประเทศ-อ.นางรอง ระยะทางประมาณ48 กิโลเมตร (กม.) รวมถึงช่วงที่ผ่านพื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ (รวมบริเวณเขาช่องตะโก) ซึ่งได้ตัดผ่านสภาพภูมิประเทศที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญ คือ พื้นที่มรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ บริเวณเขาช่องตะโก ระยะทางประมาณ 3 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นช่วงรอยต่อขึ้น-ลงเขา ระหว่าง จ.บุรีรัมย์ และ จ.สระแก้ว โดยจะดำเนินการขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องจราจรไป-กลับ เป็น 4 ช่องจราจรไป-กลับตลอดเส้นทาง ตามนโยบายและการผลักดันของนายศักดิ์สยามชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการอำนวยความสะดวก และสร้างความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งยังสนับสนุนการขนส่งสินค้าอีกด้วย ประกอบกับเส้นทางดังกล่าว เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่มีความสำคัญเชื่อมระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) และภาคตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโครงการดังกล่าวนั้น ทล.ได้เสนอไปยังกระทรวงคมนาคม ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา และได้ประสานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ ทล.ได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมทั้งศึกษารูปแบบในการขยายเส้นดังกล่าว ซึ่งจะใช้ต้นแบบ (โมเดล) ของทางหลวงหมายเลข 304 สาย อ.กบินทร์บุรี-อ.ปักธงชัย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอความเห็นจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก(กอม.) ขณะเดียวกัน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เพื่อให้ ทล.เข้าพื้นที่ไปสำรวจและศึกษาความเหมาะสม ซึ่งคาดว่า จะมีมติเห็นชอบให้ ทล.เข้าพื้นที่ในช่วงต้นปี 2564 หรือรวมใช้เวลาประมาณ 1 ปี หลังจากที่ ทล.ได้เสนอเรื่องไปตั้งแต่ต้นปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ในส่วนของ ทล. นั้น อยู่ระหว่างการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 เพื่อนำมาดำเนินการจ้างสำรวจและออกแบบรายละเอียด พร้อมศึกษา EIA ตลอดเส้นทาง ระยะทาง 48 กม. รวมกับเส้นทางโครงการช่วงที่ตัดผ่านเขาช่องตะโก ระยะทาง 3 กม. ทั้งนี้ หาก ทล.ได้รับการอนุมัติให้เข้าพื้นที่ รวมถึงได้รับการจัดสรรงบประมาณในการศึกษาความเหมาะสมโครงการแล้วนั้น จะเสนอรายงานไปยังคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) และคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) พิจารณาอนุมัติแนวทางต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะเป็นแนวทางที่มีลักษณะคล้ายกับการดำเนินการก่อสร้างสาย 304 เชื่อมผืนป่าฯ โดยเมื่อศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ ทล.จะเสนอโครงการฯ ไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อขออนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างภายในปี 2567 ส่วนจะใช้งบประมาณเท่าไหร่นั้น ต้องขึ้นอยู่ที่ผลการศึกษาโครงการฯ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในปี 2568 และแล้วเสร็จภายในปี 2571&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับเส้นทางดังกล่าว ในตอนนี้ ยังเป็นอุปสรรคหลักต่อการเดินทาง และการขนส่งสินค้า เนื่องจากเส้นทางช่วงที่ผ่านเขาช่องตะโก มีขนาด 2 ช่องจราจร คันทางแคบ ลาดชัน คดเคี้ยว รวมถึงมีปริมาณจราจรหนาแน่น และเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึง ทล.ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ไม่ได้รับความสะดวกในการใช้เส้นทาง&amp;rdquo; นายสราวุธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า ทล.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและคำนึงถึงการพัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงคมนาคมบนพื้นฐานของการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างยั่งยืน จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายทางหลวงหมายเลข 348 ช่วงช่องเขาตะโก เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัย ลดการสูญเสียต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนผู้ใช้ทาง ทั้งยังช่วยเสริมศักยภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ รวมถึงอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศ ภายใต้การพัฒนาเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงคมนาคมควบคู่ไปกับใส่ใจและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก ทล. แจ้งว่า ในส่วนของค่าก่อสร้างโครงการฯ นั้น ยากที่จะประมาณการณ์ในขณะนี้ เนื่องจากการศึกษารูปแบบการก่อสร้าง จะขึ้นอยู่กับมาตรการที่ต้องดำเนินการ เพื่อป้องกันผลกระทบกับมรดกโลก (ทางเชื่อมผืนป่า/ทางสัตว์ข้ามหรือลอด) เช่น สาย 304 ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ระยะทางประมาณ 3 กม. ค่าก่อสร้างประมาณ 1,320 ล้านบาท ฯลฯ สำหรับเส้นทาง ทล.348 เป็นเส้นทางเชื่อม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว-อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ระยะทางประมาณ 140 กม. ช่วงที่ตัดผ่านเขาช่องตะโก ระยะทางประมาณ 3 กม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเส้นทางตัดผ่านพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 2 และอุทยานแห่งชาติตาพระยา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ บริเวณเขาช่องตะโก ปัจจุบันเป็นทาง 2 ช่องจราจร ผิวทางกว้าง 6 เมตร ไม่มีไหล่ทาง ความลาดชันเฉลี่ย 6% ส่วนปริมาณการจราจรที่สัญจรผ่านเขาช่องตะโก ในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 9-13 ธ.ค. 2563 (5 วัน) ที่ผ่านมา พบว่า มีปริมาณการจราจรรวม 39,650 คัน แบ่งเป็น ขาเข้าจำนวน 21,788 คัน และขาออก จำนวน17,862 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายถนน, สราวุธ ทรงศิวิไล, อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.), เขาช่องตะโก, โครงข่ายทางหลวงหมายเลข 348</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff25c8679fe7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
