<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 22:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เขียว สัมพัน&#039;อดีตผู้นำเขมรแดงคนสุดท้าย อุทธรณ์คำตัดสินฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดิ้นเฮือกสุดท้าย &amp;quot;เขียว สัมพัน&amp;quot; อดีตผู้นำเขมรแดงคนสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ทนายความยื่นอุทธรณ์ต่อศาลพิเศษคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อวันจันทร์ เพื่อให้กลับคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2561 อ้างการไต่สวนไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะสรุปว่าเขาทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขียว สัมพัน ขึ้นศาลเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 (Photo by Mark Peters/ECCC via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการพิเศษในศาลแห่งกัมพูชา (อีซีซีซี) ซึ่งองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุนและใช้งบประมาณถึง 300 ล้านดอลลาร์ มีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตอดีตประธานาธิบดีเขมรแดงรายนี้ ในความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมเชื้อสายจามและชาวเวียดนาม และฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียว สัมพัน เป็นหนึ่งใน 3 อดีตผู้นำระบอบเขมรแดงที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี 2518-2522 ที่ถูกดำเนินคดีและถูกตัดสินว่ามีความผิด คนอื่นๆ เสียชีวิตระหว่างรอการพิจารณาคดีหรือก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อกันว่า มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตมากถึง 2 ล้านคนในช่วงที่ระบอบนิยมเหมาสุดโต่งปกครองประเทศ ทั้งการตายจากการอดอาหาร, โดนทารุณทรมาน, ใช้แรงงานหนัก, ป่วย, โดนทุบตีจนตายหรือโดนฆ่าระหว่างการสังหารหมู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์กล่าวว่า ทีมทนายความของเขียว สัมพัน ยื่นข้อโต้แย้งต่อศาลว่า คำพิพากษาเมื่อปี 2561 ไม่มีเหตุผลรองรับเพียงพอต่อการตัดสินว่าเขามีความผิด ศาลใช้วิธีการคัดเลือกฟังคำให้การของพยาน และไม่ได้ให้น้ำหนักอย่างเพียงพอต่อหลักฐานที่เป็นประโยชน์ทางคดีของจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเขายังอ้างอีกว่า ศาลตัดสินว่าเขียว สัมพัน มีความผิดโดยใช้เกณฑ์ทางกฎหมายที่เจ้าตัวไม่รู้จักเมื่อ 40 กว่าปีก่อนที่เกิดอาชญากรรมที่เขาถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กง สัม ออน ทนายความของอดีตผู้นำเขมรแดง กล่าวต่อคณะผู้พิพากษาศาลสูงสุดว่า คำตัดสินเขียว สัมพัน ไม่มีผลทางกฎหมาย และควรเป็นโมฆะ เนื่องจากลูกความของเขาถูกปฏิเสธสิทธิในการได้รับการไต่สวนอย่างยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขียว สัมพัน ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต เช่นเดียวกับนวน เจีย พี่ใหญ่หมายเลข 2 ของเขมรแดง แต่นวน เจีย เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำคนอื่น ได้แก่ พล พต เสียชีวิตก่อนที่จะถูกพิจารณาคดีเมื่อปี 2541 ส่วนเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และเอียง ธิริต ภรรยาของเขา ก็เสียชีวิตก่อนถูกนำตัวขึ้นศาลเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลกำหนดการไต่สวนคำอุทธรณ์ของเขียว สัมพัน ถึงวันพฤหัสบดีนี้ และคาดว่า เขียว สัมพัน จะขึ้นให้การด้วยช่วงท้ายของการไต่สวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113542</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, คณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา, คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, อดีตผู้นำเขมรแดง, อุทธรณ์คำตัดสิน, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a7e2cef9de.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ความทันสมัยของราชวงศ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดถึงกันเยอะ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันอาทิตย์ &amp;quot;ในหลวง-พระราชินี &amp;quot; และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงพระดำเนิน เยี่ยมพสกนิกร จากพระบรมมหาราชวังถึง ถ.ราชดำเนิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โจนาธาน มิลเลอร์&amp;quot; ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น ขอพระราชทานสัมภาษณ์ โดยถามว่า &amp;quot;What do you say to the protestors who&amp;#39;ve been on the streets who want reform?&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พระองค์ท่านทรงคิดอย่างไรกับประชาชนที่กำลังประท้วงและต้องการการปฏิรูป?)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงตอบและย้ำว่า &amp;quot;We love them all the same.&amp;quot; ถึง ๓ ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(เรารักทุกคนเหมือนกัน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นถามอีกว่า &amp;quot;Is there room for compromise?&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(คิดว่าสามารถประนีประนอมกันได้หรือไม่?)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์ทรงตอบว่า &amp;quot;Thailand is a land of compromise.&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการประนีประนอม)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วลองตัดภาพไปที่ม็อบ ๓ นิ้ว ที่บอกว่าต้องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ปราศรัย แสดงออก อย่างก้าวร้าว และหยาบคาย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยส่วนใหญ่รู้สึกโกรธแทน ในหลวง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พระองค์ท่านทรงให้อภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากบทสัมภาษณ์ ในหลวงก็เหมือน พ่อ ที่อภัยให้ลูก ไม่ว่าลูกจะทำผิดคิดร้ายแค่ไหน พ่อพร้อมที่จะประนีประนอม ประคับประคองเพื่อให้คนในครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขเสมอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ่อยอมที่จะคุยกับลูกเสมอ....แต่น่าเสียดายครับ ลูกชั่ว ไม่นำพา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิดจะเปิดศึกต่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็คงนอนกินดีอยู่ดีในโรงพยาบาลพระรามเก้า คืนละหมื่นได้อีกไม่กี่วัน ต้องเดินคอตกเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขึ้นโรงพัก ไปศาล นอนคุก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เห็นว่าเหลืออีกตั้ง ๘๐ คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ายังเคลื่อนไหวต่อแบบเดิม มีแถมมาอีกเป็นพรวน!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยากให้คนไทยได้เห็นบางสิ่งที่เราไม่ได้เห็นบ่อยนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินีทรงพระดำเนินจากไป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ &amp;nbsp;ทรงพระดำเนินกลับมาหาผู้สื่อข่าวของซีเอ็นเอ็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และมีรับสั่งว่า &amp;quot;เรารักคนไทย ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ประเทศไทยเป็นประเทศที่สงบสุข เรารักประเทศไทย เรามีความสุขมาก นี่คือรักที่แท้จริง อย่างที่คุณสามารถเห็นได้&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าใครได้ดูคลิปจะสังเกตเห็น พระอิริยาบถที่ทันสมัย ใกล้ชิดกับประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมาชิกราชวงค์กับประชาชนไม่ได้อยู่ห่างกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่เป็นสิ่งยืนยันว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย มีความใกล้ชิดกับประชาชนกว่าสมาชิกราชวงศ์ประเทศอื่นๆ มากโข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และน่าจะเป็นที่อิจฉาของหลายๆ ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก Nuntdach Makswat เขียนถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย จะบอกว่าคนไทยรู้อยู่แล้วก็ไม่ใช่ ไม่รู้ก็ไม่เชิง แต่อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่ม และจะทำให้หลายๆ คน &amp;quot;ตาสว่าง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอคัดลอกมาตามนี้ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;....พระมหากษัตริย์ไทยในยุค ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ ๔ ภาคที่ ๑&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเรื่องหนึ่งที่ประเทศตะวันตก งงมากๆ และก็ไม่ชอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือเรื่องที่ทำไม &amp;quot;สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย&amp;quot; จึงมีคนจงรักภักดีมากกว่า นายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะประเทศตะวันตกเหล่านั้นเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจะเป็นตัวอย่างที่จะทำให้ประชาธิปไตยในระบอบประธานาธิบดี ไม่มั่นคงมากขึ้นได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ระบอบประชาธิปไตย แบบประธานาธิบดี กำลังประสบความล้มเหลว ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายสิบประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศตะวันตกเอง ก็รู้จักพระมหากษัตริย์ไทยได้ดีว่า พระมหากษัตริย์ของไทยนั้น ไม่เหมือนพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทรงงานเพื่อประชาชนอยู่ ตลอดเวลา ทรงปรับพระองค์ไปตาม ความเจริญก้าวหน้าของยุคสมัยและเทคโนโลยี โดยเริ่มเห็นได้ชัดเจน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา จนถึงรัชกาลปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยจึงรอดอยู่มาได้ทุกวันนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นประมุขของทุกประเทศประชาธิปไตย จึงให้ความนับถือพระองค์มาตลอด และไม่ได้มุ่งร้ายต่อสถาบันฯ จริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามที่พวกเด็กๆ บางคนคิดไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางประเทศก็มุ่งหวัง ที่จะมีความสัมพันธ์กับประชาชน ดังเช่นพระมหากษัตริย์ไทยบ้าง เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประมุขในกลุ่มประเทศสังคมนิยม ยิ่งให้ความเคารพ นับถือพระองค์มากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องที่พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ทรงทำงานให้ประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จนกลายเป็น &amp;quot;หน้าที่ของพระมหากษัตริย์&amp;quot; ไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งตรงกับหน้าที่ของประมุขประเทศในระบอบสังคมนิยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นกัน นายเติ้ง เสียวผิง อดีตนายกรัฐมนตรีจีน ได้เข้ามาร่วม พิธีตอนที่ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ทรงรับโปรดเกล้าฯ เป็น &amp;quot;สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องเหล่านี้เขียนไว้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเตือนให้เข้าใจว่า อย่าเอาสถาบันกษัตริย์ไทยไปเปรียบเทียบกับ ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นประเทศที่ประชาชนตกอยู่ในอิทธิพลของความเชื่อหลากหลายชนิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ มีการเปลี่ยนเป็นระบอบกลับไปกลับมา มากกว่า ๕ ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอังกฤษเปลี่ยนกลับมาครั้งเดียวก็ไม่ยอมเปลี่ยนกลับไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โบราณว่า:สนุกสนานตอนเด็กจะลำบากตอนโต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลำบากตอนเด็กจะสบายตอนเป็นผู้ใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็เป็นเพียงคำโบราณนะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟังไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม.. โบราณอีกแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์/ ๒ พ.ย.๖๓....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....มีของดีอยู่กับตัว แต่คนบางกลุ่มมองไม่เห็น กลับอยากจะเดินตามก้นฝรั่ง เพราะคิดว่าเขาทันสมัยกว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูอีกสักท่อนในหนังสือ &amp;quot;วิวัฒน์รัตนโกสินทร์&amp;quot; ของพลโทนันทเดช&amp;nbsp;
-------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ........หลังจากแกนนำ คณะราษฎร เดินทางกลับจากการศึกษาที่ประเทศฝรั่งเศสแล้ว อีกประมาณ &amp;nbsp;๒๐ ปีต่อมา นักศึกษากัมพูชา กลุ่มหนึ่งก็ได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และตั้งสมาคมนักศึกษากัมพูชาประจำกรุงปารีส ขึ้นมา เลียนแบบ คณะราษฎร (นักศึกษาหลายประเทศ ก็ทำในลักษณะเดียวกัน)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อเตรียมกลับไปทำการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองในประเทศกัมพูชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล้ายคลึงกับการก่อตัวของ คณะราษฎร ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของกลุ่มเขมรแดงหรือ กลุ่มบุคคล ซึ่งเรียกกันว่า &amp;#39;กลุ่มปัญญาชนปารีส&amp;#39;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; Paris Student Group ในประวัติศาสตร์กัมพูชา หมายถึงกลุ่มนักศึกษาฝ่ายซ้ายชาวกัมพูชา ที่ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลกัมพูชาให้ไปศึกษาต่อในกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในช่วงทศวรรษที่ &amp;nbsp;๑๙๕๐&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีแกนนำสำคัญ เช่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.นาย พล พต (ซาลอธ ซาร์) ได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลเพื่อไปศึกษาต่อทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่ฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.นาย เขียว สัมพัน ไปศึกษาเศรษฐศาสตร์และการเมืองการปกครองที่มหาวิทยาลัยปารีสจนจบปริญญาเอกในปี ค.ศ. ๑๙๕๙ และ กลับประเทศมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยพนมเปญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.นาย เอียง ซารี จบการศึกษาจากวิทยาลัยสีสุวัตถิ์ กรุงพนมเปญ (มหาวิทยาลัยเดียวกับพล พต) ได้รับทุนการศึกษาเพื่อไปศึกษาต่อที่ฝรั่งเศสทางด้านการพาณิชย์ แต่กลับไปเรียนทางด้านรัฐศาสตร์ในสถาบันการเมืองศึกษาแห่งกรุงปารีส แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.นาย ซอน เซน ได้ทุนไปเรียนต่อฝรั่งเศส ด้านศึกษาศาสตร์และวรรณกรรม เมื่อไปกรุงปารีส เขาได้รับแนวคิดแบบรุนแรงมาจาก พรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส จึงถูกถอนทุนเพราะเข้าร่วมกับกลุ่มการเมืองหัวรุนแรง ต้องกลับมากัมพูชาก่อนเวลา โดยมาสอนหนังสือที่วิทยาลัยสีสุวัตถิ์ แล้วย้ายไปสอนต่อที่มหาวิทยาลัยพนมเปญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา ล่วงเลยมาถึงปัจจุบันแล้ว จึงมีข้อมูลเชิงประจักษ์ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่า ระบอบ การเมือง ทุกเรื่องในฝรั่งเศสล้วนแต่ ไม่ประสบผลสำเร็จเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้แต่ในประเทศฝรั่งเศสเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าไม่นำมาดัดแปลงให้ เหมาะสมกับวัฒนธรรม ประเพณี และสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ยังมีผู้หลงใหลฝรั่งเศส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคน พยายามจะนำ &amp;#39;ความเชื่อ&amp;#39; เหล่านั้น มาใช้ในประเทศไทยอีก......&amp;quot;
---------------
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิยบุตร จุดชนวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อานนท์ รับไม้ต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กวิ้น รุ้ง ไมค์ ไหลตาม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เศษฝรั่ง.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผักกาดหอม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซอน เซน, ซาลอธ ซาร์, ผักกาดหอม, เขียว สัมพัน, เติ้ง เสียวผิง, เอียง ซารี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08b9fab0d52.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 20:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นวน เจีย&#039; ผู้นำเบอร์สองเขมรแดง ลาโลกแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โฆษกคณะตุลาการพิเศษของกัมพูชายืนยันกับเอเอฟพีว่า &amp;quot;นวน เจีย&amp;quot; พี่ใหญ่หมายเลข 2 ของระบอบเขมรแดงที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ เสียชีวิตลงแล้วในวันอาทิตย์ขณะมีอายุ 93 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพโดยคณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา (ECCC) วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 นวน เจีย นั่งฟังการพิจารณาคดีในศาลที่กรุงพนมเปญ / ECCC / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนต พักตรา โฆษกคณะตุลาการพิเศษของกัมพูชา กล่าวกับเอเอฟพีว่า นวน เจีย เสียชีวิตแล้วเมื่อค่ำของวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2562 ที่โรงพยาบาลมิตรภาพเขมรรัสเซีย แต่เขาไม่ได้เปิดเผยสาเหตุของการตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบอบนิยมลัทธิเหมาสุดโต่งภายใต้การนำของพล พต พี่ใหญ่หมายเลข 1 พร่าผลาญชีวิตชาวเขมรร่วมชาติราว 2 ล้านคน จากการใช้แรงงานหนัก, ความอดอยาก และการประหารหมู่ ระหว่างปี 2518-2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นวน เจีย พี่ใหญ่หมายเลข 2 เพิ่งโดนจับกุมเมื่อปี 2550 เขาและแกนนำอาวุโสของระบอบเขมรแดงอีกหลายคนถูกส่งตัวดำเนินคดีในคณะตุลาการพิเศษของศาลยุติธรรมกัมพูชาที่มีองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะตุลาการพิเศษตัดสินลงโทษจำคุกนวน เจีย ตลอดชีวิตเมื่อปีที่แล้ว ภายหลังพิพากษาว่าเขามีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนเชื้อสายเวียดนามและชนกลุ่มน้อยชาวจามที่เป็นมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เขียว สัมพัน อดีตประธานสภาเปรซิเดียม (ซ้าย) และนวน เจีย ขึ้นศาลเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 / ECCC / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นนวน เจีย และเขียว สัมพัน อดีตแกนนำเขมรแดง จำเลยอีกคนที่ยังมีชีวิตเหลือรอด เคยโดนศาลพิเศษแห่งนี้ตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเมื่อปี 2557 ฐานบังคับประชาชนอพยพจากเมืองสู่ชนบทเมื่อปี 2518 เพื่อสนองอุดมการณ์ในการสร้างสังคมเกษตรกรรมในอุดมคติที่ทลายการแบ่งแยกชนชั้น พร้อมกับเล่นงานกลุ่มศาสนาต่างๆ กับพวกที่มีการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลลูกผสมที่ประกอบด้วยตุลาการกัมพูชาและนานาชาติแห่งนี้จัดตั้งเมื่อปี 2549 เพื่อดำเนินคดีกับพวกผู้นำเขมรแดงที่ยังมีชีวิตอยู่ ถึงขณะนี้ศาลนี้เพิ่งตัดสินจำเลยได้ 3 ราย แต่ใช้งบประมาณไปแล้วมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ผู้นำเขมรแดงพากันล้มหายตายจาก ทั้งเอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และนางเอียง ทิริต ชิงตายโดยไม่ทันได้รับโทษ ส่วนพล พต ตายเมื่อปี 2541.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42697</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะตุลาการพิเศษแห่งศาลกัมพูชา, นวน เจีย, ผู้นำหมายเลข 2, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d46d9139d2b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำตัดสินประวัติศาสตร์ 2 ผู้นำเขมรแดง &#039;เขียว สัมพัน - นวน เจีย&#039; ผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะตุลาการพิเศษของศาลกัมพูชามีคำพิพากษาประวัติศาสตร์เมื่อวันศุกร์ โดยตัดสินว่าเขียว สัมพัน อดีตประมุขแห่งรัฐของเขมรแดง และนวน เจีย อดีตผู้นำหมายเลข 2 มีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเวียดนามและมุสลิมจาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวน เจีย นั่งฟังคำพิพากษาของคณะตุลาการพิเศษในศาลกัมพูชา (อีซีซีซี) ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / Mark Peters / Extraordinary Chambers in the Courts of Cambodia / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีและบีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 ว่าคำพิพากษาของคณะตุลาการพิเศษในศาลกัมพูชา (อีซีซีซี) ในวันเดียวกันนี้เป็นการตัดสินครั้งประวัติศาสตร์ที่ระบุว่าผู้นำเขมรแดงมีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หลังจากระบอบเขมรแดงสิ้นสลายลงเมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว เขียว สัมพัน อดีตประมุขแห่งรัฐของกัมพูชาอายุ 87 ปีในปัจจุบัน และนวน เจีย &amp;quot;พี่ใหญ่หมายเลข 2&amp;quot; ของเขมรแดง อายุ 92 ปี คือผู้นำอาวุโสสูงสุด 2 คนที่หลงเหลือชีวิตอยู่ จากระบอบเหมาอิสต์สุดโต่งที่ปกครองกัมพูชาระหว่างปี พ.ศ. 2518-2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบเขมรแดงภายใต้การนำของพล พต &amp;quot;พี่ใหญ่หมายเลข 1&amp;quot; ได้เข่นฆ่าสังหารชาวกัมพูชาราว 2 ล้านคน ผ่านการประหารชีวิตหมู่, บังคับใช้แรงงานหนัก และภาวะอดอยาก แต่คำพิพากษาเมื่อวันศุกร์ถือเป็นครั้งแรกที่เป็นการตัดสินความผิดฐาน &amp;quot;ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;quot; หลังจากอดีตผู้นำเขมรแดง 2 รายนี้เคยถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตมาแล้วเมื่อปี 2557 ในความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิล นอนน์ ประธานองค์คณะผู้พิพากษากล่าวว่า คณะตุลาการลงความเห็นว่านวน เจีย มีอำนาจในการตัดสินใจขั้นสูงสุดพร้อมกับพล พต ฉะนั้น นวน เจีย จึงเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะผู้บัญชาการสูงสุดของอาชญากรรมทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งรวมถึงอาชญากรรมของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ด้วยการสังหารชนกลุ่มน้อยชาวจามและกลุ่มที่นับถือศาสนา ส่วนเขียว สัมพัน นั้นมีความผิดฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยเชื้อสายเวียดนาม แต่ไม่รวมถึงชาวจาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิต โดยให้รวมกับโทษเดิมเป็นโทษคราวเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขียว สัมพัน ขณะถูกนำตัวมาฟังคำพิพากษา / Mark Peters / Extraordinary Chambers in the Courts of Cambodia / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากความผิดข้างต้นแล้ว จำเลยทั้งสองยังถูกตัดสินว่ามีความผิดโทษฐานอื่นๆ ด้วย ทั้งการบังคับแต่งงาน, ข่มขืน, การทารุณต่อชาวพุทธ และการกระทำโหดร้ายป่าเถื่อนอื่นๆ ที่เกิดภายในคุกและค่ายใช้แรงงานหนักทั่วกัมพูชาในช่วงเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลลูกผสมที่ใช้ทั้งกฎหมายของกัมพูชาและกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินคดีกับพวกอดีตผู้นำเขมรแดงนี้ ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติเมื่อปี 2549 จนถึงบัดนี้ ศาลซึ่งใช้งบประมาณมากกว่า 300 ล้านดอลลาร์แห่งนี้ เพิ่งตัดสินความผิดจำเลยได้เพียง 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาง กึ๊ก เอียว หรือสหายดุช ผู้คุมคุกตวลสเลง ถูกตัดสินว่ามีความผิดเมื่อปี 2553 ขณะที่เอียง สารี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศที่ตกเป็นจำเลยร่วมกับเขียว สัมพัน และนวน เจีย ชิงเสียชีวิตไปก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษาคดีแยกต่างหาก 2 คดีแรกเมื่อปี 2557 ส่วนเอียง ทิริต อดีตรัฐมนตรีกิจการสังคมที่เป็นภรรยาของเอียง สารี ซึ่งเป็นจำเลยร่วมคนที่ 4 ศาลลงความเห็นว่ามีอาการป่วยทางจิตที่ไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีได้ นางเสียชีวิตเมื่อปี 2558&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่พล พต ผู้นำสูงสุดของระบอบเขมรแดงนั้น เสียชีวิตตั้งแต่ปี 2541 โดยยังไม่ถูกนำตัวขึ้นศาลเพื่อชดใช้ความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายฝ่ายเชื่อว่าคำพิพากษาเมื่อวันศุกร์จะเป็นคำตัดสินสุดท้ายของคณะตุลาการพิเศษแห่งนี้ ซึ่งถูกครหาเรื่องการถูกแทรกแซงทางการเมือง และนายกฯ ฮุน เซน ซึ่งเคยเป็นนายทหารของเขมรแดง มักเตือนว่าเขาจะไม่อนุญาตให้ศาลสอบสวนดำเนินคดีกับบุคคลอื่นเพิ่มเติม โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคงของกัมพูชา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22096</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัมพูชา, ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์, นวน เจีย, อีซีซีซี, เขมรแดง, เขียว สัมพัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee691009922.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
