<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107448</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 00:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดพิพิธภัณฑ์‘พระบรมชนกชลพัฒน์’ที่สุดแห่งพระอัจฉริยภาพ ร.9 ด้านน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้อยเรียงพระอัจฉริยภาพด้านน้ำ ร.9 ที่อาคาร 3 พระบารมีปกเกล้าชาวนครนายก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ เตรียมเปิดอาคารนิทรรศการใหม่เอี่ยม 4 อาคาร ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงครั้งประวัติศาสตร์ โดยเน้นเรื่องราวพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงขจัดทุกข์ร้อนของพสกนิกรด้วยพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำ ก่อเกิดการพัฒนาชลประทานของจังหวัดนครนายก เชื่อมจากอดีตสู่ปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การจัดนิทรรศการใหม่ครั้งนี้ จะทำให้ผู้ชมเห็นเรื่องราวของการสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล หนึ่งในโครงการพระราชดำริด้านน้ำของในหลวง รัชกาลที่ 9 มากยิ่งขึ้น และเรื่องราวที่หลายคนไม่รู้มาก่อนเกี่ยวกับข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ภายในจังหวัดนครนายก ห้องจัดแสดงภายในอาคารนำเทคโนโลยีทันสมัยเพิ่มความตื่นตาตื่นใจในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ เตรียมเปิดให้เข้าชมวันที่ 26 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ พัฒนามาจาก&amp;rdquo;พิพิธภัณฑ์เขื่อนคลองท่าด่าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพฯ มีพระราชดำริเป็นที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของเขื่อนและหลักฐานทางศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านและโบราณคดีในพื้นที่จังหวัดนครนายก &amp;nbsp;&amp;nbsp;กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 3 เป็นหน่วยงานที่ออกแบบอาคารพิพิธภัณฑ์และรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ที่ผ่านมา รวมถึงการปรับปรุงครั้งใหญ่นี้ให้สอดคล้องกับการใช้งานใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะนี้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ มีกำหนดเปิดแหล่งเรียนรู้ทรงคุณค่าแห่งนี้ให้ประชาชนเที่ยวชมเป็นครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย. &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมกับเปิดตัวนิทรรศการใหม่ทั้ง 4 &amp;nbsp;ส่วน ตามอาคารจัดแสดง 4 &amp;nbsp;อาคาร ที่จัดแสดงเรื่องราวโดดเด่น ร้อยเรียงกันอย่างน่าติดตาม จนทำให้การเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นที่น่าประทับใจและเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้สามารถเห็นโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุชั้นเยี่ยมของนครนายก &amp;nbsp;แต่ละอาคารมีไฮไลต์อะไรบ้าง มาเรียกน้ำย่อยกันก่อนจะได้เห็นของจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาคาร 1 จัดแสดงชีวิตชาวนครนายกที่เผชิยภัยแล้งและน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาคาร 1 &amp;nbsp;ปฐมบทการสร้างเขื่อนขุนด่าน จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาสภาพแวดล้อมภัยแล้ง และอุทกภัยที่จังหวัดนครนายกประสบ รวมถึงข้อมูลทางภูมิศาสตร์ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาและนำมาสู่การจัดตั้งโครงการจัดการน้ำในพระราชดำริหลายโครงการเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาคาร 2 อดีตชลประทานถึงเขื่อนขุนด่านปราการชล จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติของระบบชลประทานโลกรวมไปถึงภายในประเทศ ข้อมูลและหลักฐานทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ภายในจังหวัดนครนายก รวมถึงประวัติความเป็นมาของเขื่อนขุนด่านปราการชล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แสดงประวัติความเป็นมาของเขื่อนขุนด่านปราการชล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาคาร 3 พระบารมีปกเกล้าชาวนครนายก จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จ
พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในส่วนของการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร การแก้ไขปัญหาความเป็นอยู่ของราษฎรด้วยพระอัจฉริยภาพในการบริหารจัดการน้ำ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอื่นๆอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพพระราชกรณียกิจในหลวง ร.9 ทรงแก้ปัญหาน้ำช่วยเหลือพสกนิกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาคาร 4 น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับพระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โครงการพระราชดำริที่โดดเด่น รวมไปถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพทั้งภายในจังหวัดนครนายก และกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4 อาคารใหม่น่าชมมาก สามารถใช้เวลาหนึ่งวันในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์ จ.นครนายก เพราะมีเนื้อหาและวัตถุจัดแสดงรอให้ทุกคนมาดื่มด่ำ&amp;nbsp; เปิดบริการวันพุธ-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. หยุดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ &amp;nbsp;ช่วงนี้กรมศิลปากรให้เข้าชมฟรีไม่เก็บค่าบริการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107448</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์, เขื่อนขุนด่านปราการชล, ในหลวงรัชกาลที่9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d36f231dc7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนระวังพายุเบบินคา สั่ง‘6เขื่อนใหญ่’พร่องนํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ&amp;quot; &amp;nbsp; เตือนทั่ว ปท.รับมือฝนตกหนักจากพายุ &amp;quot;เบบินคา&amp;quot; สั่งเฝ้าระวังพิเศษระดับน้ำ &amp;quot;แม่น้ำเพชรบุรี-แม่น้ำนครนายก&amp;quot; พร้อมเร่งพร่องน้ำ 6 เขื่อนใหญ่ &amp;quot;อธิบดีกรมชลฯ&amp;quot; แจ้ง ปชช.พื้นที่ระบายน้ำชะลอการทำนาปีออกไปก่อน &amp;quot;ผู้ว่าฯ น่าน&amp;quot; กำชับทุกฝ่ายติดตามน้ำท่วม-ดินโคลนถล่มใกล้ชิด หลังระบบเตือนภัยแจ้งเตือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ส.ค. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) &amp;nbsp;ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สรุปสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญว่า &amp;nbsp;ตามที่พายุโซนร้อนเบบินคาคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนวันที่ 17 ส.ค. หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศลาว ในวันที่ 18 ส.ค. ส่งผลให้ประเทศไทยช่วงวันที่ 17-18 ส.ค.นี้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มได้ โดยปริมาณฝน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเกิดฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ สูงสุดที่ จ.น่าน ถึง 188 มม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริงกล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ยังคงมี 4 แห่ง ซึ่งเป็นอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ ได้แก่ 1.เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ปริมาณน้ำ 741 ล้าน ลบ.ม. แนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มขึ้น จากเมื่อวาน 739 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 104 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 27.29 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบายออกวันละ 19.82 ล้าน ลบ.ม. น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 68 ซม. สูงกว่าเมื่อวาน 3 ซม. ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 0.73 ม. ทำให้พื้นที่ริมสองฝั่งลำน้ำบางจุดในบริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองฯ และ อ.บ้านแหลม ที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร ปริมาณน้ำ 532 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 102 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 4.45 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลออกวันละ 5.32 ล้าน ลบ.ม. โดยพื้นที่ท้ายน้ำที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง บริเวณบ้านนาหว้า อ.นาหว้า จ.นครพนม บ้านพอกใหญ่ อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร รวมถึงให้หน่วยงานในพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.สกลนคร บึงกาฬ นครพนม ซึ่งลำน้ำอูนและลำน้ำสงคราม ไหลผ่าน 3.เขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี มีปริมาณน้ำ 7,817 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 88% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 100.02 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 41.40 ล้าน ลบ.ม. และ 4.เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ปริมาณน้ำ 193 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 86 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 6.70 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 3.87 ล้าน ลบ.ม. น้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้นสูง 30 ซม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่/กลางที่มีปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 2 แห่ง คือ 1. เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ปริมาณน้ำ 4,880 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 87 ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 17.58 ปริมาณน้ำไหลออกวันละ 20.47 ล้าน ลบ.ม. 2.อ่างเก็บน้ำคิรีธาร จ.จันทบุรี ปริมาณน้ำ 75 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 99 ปริมาณน้ำที่ระบาย 0.66 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทางศูนย์ฯ ประสานแจ้งให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมแผนรองรับและแจ้งเตือนเฝ้าระวัง 3 พื้นที่ คือ 1.พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจากปริมาณน้ำล้นตลิ่ง ได้แก่ แม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ อ.แก่งกระจาน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองฯ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ลำน้ำก่ำ ลำน้ำสงคราม และลำน้ำอูน แม่น้ำนครนายก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีน้ำมากและอาจเกิดฝนตกในพื้นที่ 2.พื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลากที่ อ.ปัว และ อ.สันติสุข จ.น่าน เนื่องจาก 24 ชม. ที่ผ่านมามีฝนตกหนักถึงหนักมาก และ 3.พื้นที่เฝ้าระวังจากการเร่งระบายน้ำ โดยเฉพาะอ่างฯ ขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนวชิราลงกรณ เขื่อนศรีนครินทร์ &amp;nbsp;เขื่อนรัชชประภา เขื่อนขุนด่านปราการชล และเขื่อนน้ำอูน รวมถึงอ่างขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มีปริมาณน้ำร้อยละ 100 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขื่อนที่มีน้ำไหลผ่านทางระบายน้ำล้น ซึ่งคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นต่อเนื่องไปอีก 3-4 วัน ตามปริมาณฝนที่ตกลงมาเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;ผอ.ศูนย์เฉพาะกิจฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้กำชับกรมชลประทานพร่องน้ำออกจากเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำเกินเกณฑ์เก็บกักมากขึ้น รวมถึงเร่งผลักดันน้ำที่ระบายออกลงสู่ทะเลเร็วที่สุด รวมทั้งพร่องเขื่อนขนาดกลางที่มีน้ำเกินร้อยละ 80 โดยให้สำนักชลประทานทุกแห่งร่วมกับป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรที่อยู่พื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อนให้มีผลกระทบน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอีกระลอก หลังจากฝนตกหนักในพื้นที่เหนือเขื่อน ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งทำแนวป้องกันการกัดเซาะ ปลายท่อกาลักน้ำให้เสร็จ ซึ่งจะสามารถเพิ่มการทำงานของกาลักน้ำได้อีก 10 ชุด รวมของเดิมเป็น 22 ชุด จะช่วยเร่งการระบายน้ำมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อน้ำไหลมาถึงเขื่อนเพชร จะผันน้ำบริเวณหน้าเขื่อนเพชรเข้าระบบคลองชลประทานทั้ง 4 สาย รวม 90 ลบ.ม./วินาที และควบคุมปริมาณน้ำให้ระบายลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ในอัตราไม่เกิน 125 ลบ.ม./วินาที ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรีบางแห่ง โดยได้รายงานสถานการณ์น้ำให้ทางจังหวัดเพชรบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์อย่างต่อเนื่องแล้ว นอกจากนี้ยังได้กำหนดพื้นที่ทางน้ำผ่านจากคลองส่งน้ำลงคลองระบายน้ำและทะเล ซึ่งได้ชี้แจงกับเกษตรกรในพื้นที่ให้ชะลอการทำนาปีออกไปก่อนเช่นกัน&amp;quot; อธิบดีกรมชลประทานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยขณะนี้คลี่คลายแล้ว 26 จังหวัด ยังเหลืออุทกภัยอีก 6 จังหวัด รวม 31 อำเภอ 175 ตำบล 1,284 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 24,818 ครัวเรือน 60,502 คน ได้แก่ จ.นครพนม อุบลราชธานี บึงกาฬ กาฬสินธุ์ &amp;nbsp;ยโสธร และเพชรบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.น่าน นายไพศาล วิมลรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สั่งให้ทุกฝ่ายพร้อมรับมือและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังระบบเตือนภัยน้ำท่วมดินถล่ม กรมทรัพยากรน้ำแจ้งเตือนภัย 11 หมู่บ้าน ในอำเภอสันติสุข เข้าขั้นวิกฤติต้องอพยพ และ 68 หมู่บ้านในอำเภอปัว, ท่าวังผา และ อ.เมืองฯ เตรียมพร้อมระวังน้ำท่วมฉับพลันจากอิทธิพลพายุโซนร้อนเบบินคา ที่ส่งผลให้จังหวัดน่านเกือบทุกพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่อำเภอปัว, สันติสุข และแม่จริม มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูง 158-200 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสาขาลำน้ำยาว อ.ปัว เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนขั้นวิกฤติ 4.50 เมตร น้ำไหลทะลักเข้าท่วม บ้านเรือนประชาชน โรงเรียนบ้านส้าน อาคารเรียนชั้นล่าง น้ำเข้าท่วมสูงกว่า 50 เซนติเมตร ทางโรงเรียนประกาศปิดการเรียนการสอน นอกจากนี้ยังมีรายงานที่บ้านส้านใต้ นายสนิท เนตรทิพย์ ถูกไฟดูดเสียชีวิต ขณะเก็บข้าวของภายในบ้านหนีน้ำท่วม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15629</URL_LINK>
                <HASHTAG>พายุเบบินคา, รับมือฝนตกหนักจากพายุ, หนังสือพิมพ์, อ่างเก็บน้ำคิรีธาร, เขื่อนขุนด่านปราการชล, เขื่อนน้ำอูน, เขื่อนรัชชประภา, เขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนแก่งกระจาน, แม่น้ำนครนายก, แม่น้ำเพชรบุรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76d4e136c5c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15496</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;5เขื่อนใหญ่&#039;น้ำเกินเกณฑ์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สนทช.&amp;quot; เฝ้าระวังพิเศษ 3 เขื่อนใหญ่ &amp;nbsp;&amp;quot;แก่งกระจาน-น้ำอูน-วชิราลงกรณ&amp;quot; หลังระดับน้ำเกินเกณฑ์ควบคุม จับตา &amp;quot;เขื่อนรัชชประภา-เขื่อนขุนด่านปราการชล&amp;quot; น้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สั่งเร่งพร่องน้ำทันที &amp;quot;บิ๊กฉัตร&amp;quot; การันตีอ่างเก็บน้ำทั่ว ปท.แข็งแรง &amp;quot;กอปภ.ก.&amp;quot; กำชับ 57 จว.พร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน &amp;nbsp;น้ำป่าไหลหลาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) &amp;nbsp;ได้สรุปสถานการณ์น้ำของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติว่า จากพายุโซนร้อนเบบินคา คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อไทยตั้งแต่วันที่ 15-19 ส.ค. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่มได้โดยเฉพาะ 28 จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวัง ภาคเหนือ เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ตาก เพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี, &amp;nbsp;ภาคกลาง กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์, ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด ภาคใต้ ระนอง พังงา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติกล่าวว่า ส่วนสถานการณ์ลำน้ำ ปัจจุบันมีน้ำล้นตลิ่งบริเวณแม่น้ำสงคราม จังหวัดบึงกาฬ แม่น้ำชี จังหวัดอุบลราชธานี ลำน้ำอูน และลำน้ำก่ำ จังหวัดสกลนคร แม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี คลองอิปัน แม่น้ำตาปี ท้ายเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วนแม่น้ำโขง บริเวณที่ติดกับประเทศไทยมีระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง แต่ระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำที่ไหลจากประเทศจีนเพิ่มขึ้น และจากการคาดการณ์ฝนในช่วงวันที่ 15-16 ส.ค. มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศ สปป.ลาว และบริเวณจังหวัดชายแดนของประเทศไทย ทั้งนี้ อาจส่งผลต่อการไหลของแม่น้ำสงครามลงแม่น้ำโขง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ มีจำนวน 3 แห่ง ดังนี้ 1.เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ปริมาณน้ำ 726 ล้าน ลบ.ม. หรือ 102% มีน้ำไหลเข้าวันละ 14.80 ล้าน ลบ.ม. น้ำระบายออกวันละ 13.80 ล้าน ลบ.ม. น้ำล้นทางระบายน้ำสูง 36 ซม. อาจมีฝนตกมากขึ้น ส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้ ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป ปัจจุบันอำเภอเมืองเพชรบุรีมีระดับน้ำลดลง ต่ำกว่าตลิ่ง 1.05 ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.เขื่อนน้ำอูน จังหวัดสกลนคร มีน้ำ 534 ล้าน ลบ.ม. หรือ 103% มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่งบริเวณบ้านนาหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม บ้านพอกใหญ่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และ 3.เขื่อนวชิราลงกรณ จังหวัดกาญจนบุรี มีน้ำ 7,669 ล้าน ลบ.ม. หรือ 87% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 100.01 ล้าน ลบ.ม. (เมื่อวาน 71.93) มีปริมาณน้ำไหลออกวันละ 42.05 ล้าน ลบ.ม.
เร่งพร่องน้ำ 5 เขื่อนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ สทนช.กล่าวว่า ขณะนี้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมี 2 แห่ง คือ เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปริมาณน้ำ 4,889 ล้าน ลบ.ม. หรือ 87% ปริมาณน้ำไหลเข้าวันละ 31.75 มีน้ำไหลออกวันละ 11.24 ล้าน ลบ.ม. โดยมีแผนทยอยระบายน้ำเพิ่มขึ้นจนถึงวันละ 15 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก มีปริมาณน้ำ 183 ล้าน ลบ.ม. หรือ 82% น้ำไหลเข้าวันละ 12.05 น้ำไหลออกวันละ 3.11 ล้าน ลบ.ม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอเตือนอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำมากกว่า 80% เร่งพร่องน้ำ โดยเฉพาะเขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนน้ำอูน, &amp;nbsp;เขื่อนขุนด่านปราการชล, เขื่อนคิรีธาร และเขื่อนแก่งกระจาน อาจจะส่งผลกระทบให้น้ำไหลข้ามทางระบายน้ำล้นของเขื่อน และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ ให้เฝ้าระวัง และให้ 9 หน่วยงานติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง&amp;quot; เลขาฯ สทนช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.นครนายก เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง และตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล พร้อมพบปะประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งในจังหวัดจันทบุรี ตามที่ได้มีการจัดสรรงบประมาณประจำปี รัฐบาลได้เล็งเห็นความสำคัญในการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ ขณะนี้ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปแล้วคืออ่างเก็บน้ำคลองประแกด สามารถรองรับน้ำได้ความจุในระดับกักเก็บ 60.26 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ส่วนอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว มีความก้าวหน้าในการก่อสร้างไปแล้ว 23% และอ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ มีความก้าวหน้า 23% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2564 นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า อีก 1 อ่าง คืออ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA) ใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งแล้วเสร็จ จะทำให้ลุ่มน้ำคลองวังโตนดเป็นลุ่มน้ำตัวอย่างอีกลุ่มน้ำหนึ่ง ที่สามารถบริหารจัดการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และผลักดันน้ำเค็มได้อย่างมีประสิทธิภาพตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ทั่วทั้งลุ่มน้ำ เสริมความมั่นคงในเรื่องน้ำให้กับลุ่มน้ำคลองวังโตนด ซึ่งเป็นแหล่งปลูกผลไม้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ หรือมหานครแห่งผลไม้ สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 25,000 ล้านบาท นอกจากนี้ สามารถผันน้ำส่วนเกินที่ส่งไปช่วยเสริมความมั่นคงให้กับพื้นที่อีอีซีได้อีกถึงปีละประมาณ 100 ล้าน ลบ.ม.&amp;rdquo; พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ ยืนยันว่า อ่างเก็บน้ำในประเทศไทยทั้งหมดมีความแข็งแรง ด้วยระบบการก่อสร้างที่ได้มาตรฐานทางด้านวิศวกรรมของกรมชลประทาน ที่ทำงานมาเป็น 100 ปี ด้านหลักวิชาการ การตรวจสอบสอบเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่เป็นอ่างขนาดกลางและขนาดเล็ก จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงสถานการณ์น้ำจากเทือกเขาใหญ่ที่ไหลลงมาหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก รองนายกฯ กล่าวว่า หากปล่อยไปจะเป็นปัญหา ฉะนั้นต้องจัดจราจรการระบายน้ำอย่างละเอียด เร่งระบายน้ำจากเขื่อนขุนด่านฯ ให้มากขึ้น เพื่อรองรับฝนในช่วงเดือนต่อไป หากฝนมาน้ำจะได้ไม่ล้นเขื่อน&amp;nbsp;
57 จว.ระวังน้ำท่วม-ดินถล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เราต้องบริหารจัดการแบบนี้ในทุกๆ เขื่อน ด้วยการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แต่ถ้าระบายน้ำมากไปก็จะเกิดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งการบริหารจัดการน้ำต้องดูรายละเอียดของเขื่อนด้วย โดยต้องเชิญท้องถิ่นทั้งหมดมาร่วมบริหาร ซึ่งเราต้องคิดล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ปีนี้ประเมินสถานการณ์น้ำตอนกลางของประเทศ แถว จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ อาจจะประสบปัญหาภัยแล้ง จึงต้องเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้ แต่การพยากรณ์ที่แม่นยำต้องรอให้ถึงระยะใกล้ แต่ขณะนี้ได้นำเอาข้อมูลระยะ 3-6 เดือนมาวางไว้ก่อน แล้วค่อยปรับแผนตามสถานการณ์&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะผู้อำนวยการกลางกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กล่าวว่า กอปภ.ก.ติดตามสภาวะอากาศ ปริมาณฝนสะสม สถานการณ์น้ำและปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ พบในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก ดินเริ่มชุ่มน้ำ อาจก่อให้เกิดดินโคลนถล่ม กอปรกับประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าพายุโซนร้อนเบบินคา บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน จะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศลาว ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 15-18 ส.ค.2561 บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนตกเพิ่มมากขึ้น และอาจมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คลื่นลมทะเลสูง 2-4 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชยพลกล่าวว่า กอปภ.ก.ได้สั่งการให้จังหวัดเสี่ยงภัย แยกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังดินโคลนถล่มเป็นพิเศษ 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา พื้นที่เฝ้าระวังอุทกภัยและดินโคลนถล่ม 54 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร ตาก นครสวรรค์ และอุทัยธานี, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ได้แก่ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม อำนาจเจริญ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี, ภาคกลาง 11 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์, ภาคใต้ 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กำชับให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยจัดเจ้าหน้าที่และมิสเตอร์เตือนภัยติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัย พร้อมปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด รวมถึงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากระดับน้ำท่วมถึง ตลอดจนหมั่นสังเกตสัญญาณความผิดปกติทางธรรมชาติจะได้อพยพหนีภัยทันท่วงที&amp;quot; ผอ.กอปภ.ก.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15496</URL_LINK>
                <HASHTAG>สมเกียรติ ประจำวงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนขุนด่านปราการชล, เขื่อนรัชชประภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b743b57c98e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
