<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2020 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2020 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กมธ.วิสามัญศึกษาลุ่มน้ำ ไม่กล้าลงพื้นที่ชุมชนหลังชาวบ้านรวมพลังต้านเขื่อนคลองชมพู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กมธ.วิสามัญศึกษาลุ่มน้ำ ไม่กล้าลงพื้นที่ชุมชนชมพูหลังชาวบ้านประกาศไม่ต้อนรับ ได้แค่ฟังคนปลายน้ำ เครือข่ายอนุรักษ์ยืนยันไม่เอาเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ ได้เดินทางไปที่วัดชมพู ต.ชมภู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยชาวบ้านจากหมู่ 1 และหมู่ 3 จำนวนกว่า 250 คน ได้รวมตัวกันเพื่อรอต้อนรับ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกำหนดการลงพื้นที่พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำเพื่อรับฟังความเห็นเกี่ยวกับโครงการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองชมพู หรือโครงการเขื่อนคลองชมพู แต่ปรากฏว่า คณะของ กมธ.ไม่เข้าพื้นที่คลองชมพู&amp;nbsp;และได้เดินทางต่อไปยัง จ.กำแพงเพชร ชาวบ้านจึงอ่านแถลงการณ์คัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองชมพู ที่ได้เตรียมส่งมอบให้กับ กมธ.ที่จะเข้ามาสำรวจพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโม คำมูล ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู กล่าวว่าชาวบ้านตั้งใจรอพบกับ กมธ. และคณะหน่วยงานที่ร่วมลงพื้นที่รับฟังความเห็น เพื่อนำเสนอข้อมูลและความคิดเห็นของชาวบ้านที่ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างโครงการเขื่อนปิดกั้นคลองชมพู เนื่องจากกังวลถึงผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม ผืนป่าต้นน้ำต้องถูกทำลาย และส่งผลให้ชุมชนใต้เขื่อนต้องอยู่ในภาวะเสี่ยงต่ออุทกภัยจากการปล่อยน้ำ หรือกรณีเขื่อนแตก เหมือนดังเช่นที่เกิดขึ้นในประเทศลาว และจีนที่กำลังประะสบภัยน้ำท่วมจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พวกเรารอทั้งวันเพื่อส่งหนังสือคัดค้านและแถลงการณ์ให้ กมธ. แต่คณะไม่เข้ามารับฟังชาวบ้านก็ไม่เป็นไร ชาวบ้านก็ต้องอ่านแถลงการณ์ที่หมู่บ้าน พวกเรายืนยันว่าไม่ยอมให้มีการสร้างเขื่อนที่นี่&amp;quot; นายโม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรเชษฐ์ โสทอง รองประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู กล่าวว่าคณะ กมธ. มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นที่ อ.วังทอง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นพื้นที่กลางน้ำ โดยเปิดให้กรมชลประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.พิจิตร และ จ.พิษณุโลก นำเสนอข้อมูลด้านเดียวเพื่อสนับสนุนการสร้างเขื่อน และปรากฏว่ามีตัวแทนชาวบ้าน 1 คน อ้างเป็นตัวแทนชาวบ้านชมพูให้ความเห็นสนับสนุนในเวทีด้วย โดยชาวบ้านยืนยันว่าไม่ได้ส่งตัวแทนไปเข้าร่วมเวทีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชาวบ้านไม่เคยได้รับเชิญให้เข้าร่วมเวทีของ กมธ. นักการเมืองที่มีผลประโยชน์คนนี้มักจัดตั้งคนเข้าไปร่วมในทุกเวทีที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเขื่อน เพื่อชี้นำว่าชาวบ้านเห็นด้วย จึงอยากให้ กมธ.เข้ามารับฟังชาวบ้านตัวจริงในพื้นที่&amp;quot; นายธีรเชษฐ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ได้ข้อมูลว่าในวันที่ 12 กรกฏาคมนี้ กมธ. จะเข้ามาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้าน ม.1 และ ม.3 ที่บ้านชมพู แต่ยังไม่มีการประสานงานจากหน่วยงานราชการอย่างเป็นทางการ แต่ชาวบ้านยืนยันว่าจุดยืนเดิม คือหยุดการสร้างเขื่อน รักษาผืนป่าต้นน้ำ และแหล่งอาศัยของจระเข้น้ำจืดธรรมชาติไว้ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp;ที่องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)หนองพระ อ.วังทอง จ.พิษณุโลก กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ นำโดยนายวีระ คำประกอบ ประธาน กมธ.ฯพร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการฯ และนายเฉลิมเกียรติ&amp;nbsp;คงวิเชียรรัตน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เดินทางมารับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านพร้อมบรรยายเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองชมพู ที่มีแนวทางก่อสร้างในพื้นที่ ต.ชมพู โดยมีนายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.เขต 3 พิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ กล่าวต้อนรับ โดยมีประชาชนในพื้นที่อำเภอวังทองและอำเภอบางกระทุ่ม 4 ตำบลประกอบด้วย ตำบลพันชาลี ตำบลเนินกุ่ม ตำบลท่าหมื่นราม ตำบลหนองพระ ประมาณ 200 คน &amp;nbsp;เข้าร่วมรับฟัง จากนั้นและคณะกรรมาธิการ ฯ เดินทางต่อไปยังจังหวัดกำแพงเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้านี้แกนนำชาวบ้านลุ่มน้ำชมพูได้ประกาศผ่านสื่อมวลชนว่าจะคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำชมพูเพราะจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งอยู่อาศัยของจระเข้น้ำจืดที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แหล่งในประเทศไทย โดยชาวบ้านจะไม่ยอมให้กมธ.ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70026</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.วิสามัญ, จังหวัดพิษณุโลก, เขื่อนคลองชมพู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200629/image_big_5ef97f5c1e399.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69511</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2020 19:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2020 19:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชาวเนินมะปราง&#039; มึน กมธ.ปลุกผีเขื่อนคลองชมพู หวั่นกระทบแหล่งอาศัยจระเข้น้ำจืดใกล้สูญพันธุ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.63 - นายโม คำคูณ ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู ต.ชมภู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ คณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ พร้อมด้วยคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางบริหารจัดการกลุ่มลุ่มน้ำ เตรียมลงพื้นที่และรับฟังความเห็นเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองชมพู หรือโครงการเขื่อนคลองชมพู ซึ่งเดิมรัฐบาลประกาศยกเลิกโครงการนี้ไปแล้วในปี 2557 ทำให้ชาวบ้านมีความเคลือบแคลงว่าเหตุใดจึงมีการผลักดันการสร้างเขื่อนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเย็นวานนี้ (22 มิ.ย.)ชาวบ้านชุมชนชมภูได้ไปรวมตัวประชุมหารือกันที่วัดชมภู ได้ข้อสรุปว่าจะยืนยันคัดค้านโครงการสร้างเขื่อนคลองชมพูตามจุดยืนเดิมของชุมชน เนื่องจากหวั่นเกรงผลกระทบต่อผืนป่าลุ่มน้ำชั้น 1 เอ ที่เป็นแหล่งอาศัยของจระเข้น้ำจืดตามธรรมชาติที่ใกล้สูญพันธุ์&amp;nbsp;และยังมีความหลากหลายทางนิเวศธรรมชาติที่ไม่เหมือนที่ใด มีพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์เฉพาะถิ่นที่บ่งชี้ความสมบูรณ์ของผืนป่าต้นน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชาวบ้านสรุปกันแล้วว่าจะไม่ยอมให้คณะกรรมาธิการผ่านหมู่บ้านไปยังพื้นที่สร้างเขื่อน เพราะโครงการนี้ถูกประกาศยกเลิกไปหลายครั้งแล้ว แต่กลุ่มอิทธิพลที่ตอนนี้มีตำแหน่งทางการเมืองเข้าไปผลักดันในสภา ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าน่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝง เพราะผู้ผลักดันเป็นเครือญาติกับกลุ่มสัมปทานโรงโม่หินที่ถูกชาวบ้านคัดค้านการทำเหมืองหินจนต้องยุติการระเบิดหินและต่อมาหมดสัมปทานไป&amp;rdquo; นายโม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโม กล่าวต่อว่า หากมีการก่อสร้างเขื่อนผู้ได้รับผลประโยชน์จากโครงการคือกลุ่มสัมปทานโรงโม่หินเก่า ซึ่งอยู่ในเครือข่ายของกลุ่มการเมือง เพราะจากข้อมูลอีไอเอฉบับเดิมการก่อสร้างจะต้องใช้หินจากแนวเทือกเขาผาแดงรังกาย และพื้นที่ในเขตสัมปทานเหมืองแร่ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของกลุ่มนักทำเหมืองหิน นอกจากนี้จะสร้างผลกระทบอย่างหนักทั้งจากการสร้างเขื่อนกั้นลำน้ำ และการทำเหมืองหินอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโม กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากลุ่มอิทธิพลที่ผลักดันเขื่อนได้เข้าไปสร้างมวลชนในพื้นที่กลางน้ำและท้ายน้ำมาโดยตลอด โดยให้ข้อมูลว่าเขื่อนจำทำให้มีน้ำเพิ่มขึ้นในการทำเกษตรโดยเฉพาะในหน้าแล้ง จึงต้องการชี้แจงกับคนท้ายน้ำว่า หากมาดูในพื้นที่ต้นน้ำจะเห็นว่า พื้นที่คลองชมพูเป็นแหล่งบ่อเกลือใต้ขนาดใหญ่ ในหน้าแล้งน้ำในคลองเหลือน้อยจนบางช่วงมีรสกร่อย หากสร้างเขื่อนน้ำจะแช่อยู่บนบ่อเกลือเป็นเวลานานจะมีค่าความเค็มสูง คงไม่เหมาะที่จะนำไปใช้ในภาคเกษตร อีกทั้งผืนป่าขนาดใหญ่จะต้องจมน้ำ นั้นคือการสูญเสียแหล่งต้นน้ำหรือแหล่งผลิตน้ำตามธรรมชาติ ดังนั้่นจึงควรปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการน้ำ เช่น อาจทำเป็นฝายขนาดเล็กจำนวนในพื้นที่กลางน้ำและปลายน้ำ และเก็บรักษาต้นน้ำไว้ น่าจะเป็ทางออกที่เหมาะสมมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการเขื่อนคลองชมพูขนาด 86.26 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายใต้โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ถูกประกาศยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่กรมชลประทานพยายามผลักดันโครงการเขื่อนหลายแห่งผ่านคณะกรรมาธิการฯโดยอ้างความจำเป็นที่ต้องมีแหล่งน้ำทั้งๆที่ชาวบ้านคัดค้านมาโดยตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69511</URL_LINK>
                <HASHTAG>จระเข้น้ำจืด, อ่างเก็บน้ำคลองชมพู, เขื่อนคลองชมพู, เครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมพู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef1fadd67e12.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
