<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2020 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป้อม&#039;หัวโต๊ะสางปัญหาสมัชชาคนจน เร่งเลิกเขื่อนแก่งเสือเต้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ม.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนครั้งที่1/ 2563 มีนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ม.ร.ว.จตุมงคล โสภณกุล รมว.แรงงาน เข้าร่วม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพล.อ.ประวิตร กล่าวในที่ประชุมว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยได้มอบหมายนโยบายให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงติดตามและแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างบูรณาการร่วมกัน และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนด้วย การแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจนในวันนี้ซึ่งมีตัวแทนสมัชชาคนจนร่วมเป็นกรรมการด้วย จึงเป็นนิมิตหมายที่ดีของการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐและภาคเอกชนและประชาชนเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดความรวดเร็วและเป็นธรรมตรงตามเป้าหมายความต้องการ โดยยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนและส่วนรวมเป็นสำคัญ รวมทั้งต้องยึดกฎหมายด้วย ไม่ใช่ยึดประโยชน์อย่างเดียว ต้องถือว่ากฎหมายเป็นส่วนสำคัญที่เราจะต้องยึดเป็นหลักในการที่จะทำอะไร ซึ่งความเห็นอะไรก็แล้วแต่จะต้องมีกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานในการแก้ไขปัญหาร่วมกับทางสมัชชาคนจนจำนวน 15 คณะ ซึ่งทางฝ่ายสมัชชาคนจนกับรัฐบาลได้ร่วมมือกันเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี จากนี้จะได้เดินหน้าแก้ไขปัญหา เร่งรัดการดำเนินการของแต่ละกระทรวงที่ได้รับมอบหมายไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พูดถึงปัญหาอื่น เรื่องที่ผ่านมาก็ทำต่อเนื่องเพื่อช่วยให้คนจนได้มีที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน โดยจะต้องให้ดำเนินการกันโดยรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผู้ช่วยโฆษกประจำ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัดขับเคลื่อนการแก้ปัญหาต่อไป และเห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดการพิจารณาการขอยกเลิกโครงการก่อสร้าง เขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร และเขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่ รวมถึงเห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยเร่งรัดการพิจารณาออกโฉนดที่ดินในเขตที่ดินตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามที่ดิน อ.ปากน้ำโพ, อ.พยุหะคีรี และ อ.โกรกพระ จ.นครสวรรค์ พ.ศ. 2479&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.พัชร์ศักดิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรได้กล่าวขอบคุณผู้แทนสมัชชาคนจนที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้เพื่อรับทราบแนวทางการแก้ปัญหาตามที่ได้ร้องขอ ตลอดจนขอบคุณสมัชชาคนจนทุกคนที่ให้ความร่วมมือด้วยดียิ่งกับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐในช่วงที่ผ่านมา พร้อมทั้งได้กำชับสั่งการหน่วยงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และรายงานผลให้คณะกรรมการทราบอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม รวดเร็ว นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ และสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการช่วยเหลือประชาชนให้ได้ผลอย่างจริงจัง โดยจะไม่ยอมทิ้งใครไว้ข้างหลัง และต้องให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่เป็นธรรมแก่พี่น้องประชาชนทุกระดับอย่างเท่าเทียมกัน ยั่งยืน และขอให้ทุกหน่วยงานจะต้องมีการสร้างการรับรู้ความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนควบคู่กันไปด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54090</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ดินทำกิน, บิ๊กป้อม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, สมัชชาคนจน, เขื่อนท่าแซะ, แก่งเสือเต้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200108/image_big_5e15661009b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2019 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/09/2019 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านชุมพรผนึกกำลัง 4 พรรคการเมืองเตะโด่งเขื่อนท่าแซะ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.ย.62 - สมัชชาคนจน &amp;nbsp;จัดกิจกรรมเวทีสัญจร พรรคการเมืองฟังเสียงคนจน&amp;rdquo; ครั้งที่ 3 &amp;nbsp;ตอน &amp;ldquo;การแย่งชิงทรัพยากรจากคนจน กรณีปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ &amp;nbsp;ณ ศูนย์กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ &amp;nbsp;บ้านร้านตัดผม &amp;nbsp;ต.สองพี่น้อง &amp;nbsp;อ.ท่าแซะ &amp;nbsp;จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;เพื่อให้ตัวแทนพรรคการเมือง ร่วมรับฟังปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพรโดยมีผู้แทนพรรคการเมือง 4 พรรค &amp;nbsp;จากรัฐบาลและฝ่ายค้าน เข้าร่วมพูดคุยและรับฟังปัญหา &amp;nbsp;ประกอบด้วย &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส.จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;จังหวัดนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และนายสามารถ &amp;nbsp;ศักดิ์แก้ว &amp;nbsp;ผู้ช่วย ส.ส. ธีระ &amp;nbsp;วงค์สมุทร ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;คุณสุพจน์ อาวาส โฆษกพรรค &amp;nbsp;คุณมนตรี &amp;nbsp;นายบุญจรัส &amp;nbsp;รองโฆษก และนางอนงค์ ล่อใจ กรรมการบริหารพรรค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย &amp;nbsp;จันทร์ช่วง &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ ได้นำเสนอปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ โดยระบุว่าโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ เป็นโครงการที่มีมายาวนานนับตั้งแต่มีพายุเกย์ เมื่อปี พ.ศ. 2532 โดยเป็นแผนงานป้องกันอุทกภัยจังหวัดชุมพร โครงการดังกล่าวไม่ได้มีกระบวนการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ หากมีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จะมีชาวบ้านได้รับผลกระทบอย่างน้อย 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านห้วยทรายขาว บ้านห้วยใหญ่ และบ้านร้านตัดผม มีประชาชนเดือดร้อนกว่า 500 ครัวเรือน ปัจจุบันโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะอยู่ในแผนการก่อสร้างของกรมชลประทาน &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดผวา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ &amp;nbsp;ชูกลาง &amp;nbsp;ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ เล่าว่าปี 2551 มีมติคณะรัฐมนตรีห้ามมิให้กรมชลประทานดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับเขื่อนท่าแซะ จนกว่าจะมีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการแบบบูรณาการ ตามข้อตกลงของสมัชชาคนจนและกระทรวงเกษตรและสหการณ์ในขณะนั้น แต่เมื่อปี 2561 ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร มีการเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนท่าแซะ จากสภาหอการค้า&amp;nbsp;สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัดชุมพร ทำให้ความเดือดร้อนของชาวบ้านกลับมาอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวัชรี &amp;nbsp;จันทร์ช่วง ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ กล่าวว่า &amp;nbsp;กว่าชาวบ้านจะมีความเป็นอยู่อย่างทุกวันนี้ ชาวบ้านเริ่มต้นจากศูนย์หลังพายุเกย์ จนตอนนี้ส่งลูกหลานเรียนหนังสือจบปริญญา โครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะไม่เป็นประโยชน์ของใคร &amp;nbsp;แก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้จริงหรือไม่ หรือต้องการนำน้ำไปใช้ในอุตสาหกรรม &amp;nbsp;แม้มีมติ ค.ร.ม. ให้ชะลอโครงการเพื่อให้ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน แต่ก็ยังมีเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ สร้างความหวั่นวิตกให้ชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังจากได้รับฟังสถานการณ์ปัญหาโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร &amp;nbsp;จากตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะแล้ว &amp;nbsp;ผู้แทนพรรคการเมืองพรรคต่างๆ ได้แสดงความเห็นภายใต้หัวข้อ &amp;ldquo;ในฐานะพรรคการเมืองของท่านที่มี ส.ส. ในสภาผุ้แทนราษฎร และเป็นฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านจะแก้ไขปัญหาชาวบ้าน อย่างไร&amp;rdquo; นายศิริศักดิ์ อ่อนละมัย อดีต ส.ส. จังหวัดชุมพร ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปัญหาความไม่แน่ชัดในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ทำให้ชาวบ้านด้านบนและด้านล่างทะเลาะกัน พอน้ำท่วมชาวบ้านด้านล่างก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดให้สร้างเขื่อน ทำให้คนด้านบนเดือดร้อนก็ไปกดดันผู้ว่าราชการจังหวัดว่าไม่เอาเขื่อน เมื่อตนสอบถามชลประทานก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่ชัดเจนสักครั้งว่าจำเป็นจริงหรือไม่ในการสร้างเขื่อนท่าแซะ ดังนั้น เมื่อข้อมูลไม่ชัดเจนก็ไม่ควรสร้าง ในความเห็นซึ่งจะนำเสนอข้อมูลไปยังหัวหน้าพรรคเพื่อแก้ปัญหานี้คือ 1.เสนอให้ยกเลิกโครงการเพราะยังไม่มีเหตุผลความจำเป็น 2. ต้องมีการเจรจากันระหว่างคนด้านบน และคนด้านล่างโดยมีตัวแทนรัฐบาลมาเป็นคนกลาง เพื่อให้มีข้อมูลที่ถูกต้องตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมชาย ฝั่งชลจิตร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ผู้แทนพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า ปัญหาทั้งหมดที่เขื่อนท่าแซะกลับมาอีกครั้ง คือ การเรียกร้องให้มีการสร้างเขื่อนในการประชุม ค.ร.ม.สัญจรที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2561 เป็นข้อเรียกร้องจากกลุ่มธุรกิจ คือสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็นการแย่งชิงทรัพยากร กลุ่มธุรกิจพยายามจะทำระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และต้องหาแหล่งน้ำรองรับ เช่นนี้ คือ การไม่สนใจคนจน ไม่สนใจพี่น้อง มองไม่เห็นคนจน &amp;nbsp;การต่อสู้ของพี่น้องต้องร่วมกันระหว่างประชาชนและพรรคการเมืองในสภา ตนเองในฐานะผู้แทนราษฎร ก็จะนำเสนอการแก้ไขปัญหาในระบบสภา การทำงานในสภา คือ การรับความเดือดร้อนของพี่น้องไปหาวิธีแก้ไข การสร้างเขื่อนไม่แก้ปัญหาน้ำท่วม หรือปัญหาภัยแล้ง พี่น้องต้องร่วมมือกันกับฝ่ายการเมืองเพื่อฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมยศ หนูหนอง หัวหน้าสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา จังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้แทนพรรคชาติไทยพัฒนา &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;พี่น้องในพื้นที่ยังรักษาและอนุรักษ์ทรัพยากร เพราะไม่เช่นนั้นคงย้ายถิ่นตั้งแต่มีพายุเกย์ แต่ตอนนี้ได้สร้างฐานะ ความเป็นอยู่ในชุมชน มีโรงเรียน มีวัด มีต้นทุนในการพัฒนา การแก้ปัญหา 30 ปีที่ผ่านมา การสร้างเขื่อนท่าแซะ ไม่ใช่คำตอบของพี่น้องท่าแซะและชุมพร &amp;nbsp;ตนเองในฐานะตัวแทนพรรครับข้อมูลตรงนี้ และนำเสนอเพื่อให้มีการดำเนินงานโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพจน์ อาวาส &amp;nbsp;โฆษกพรรคประชาชาติ ผู้แทนพรรคประชาชาติ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนฝ่ายค้านจะนำเรื่องเข้าสภาเมื่อมีการเปิดประชุมในวาระแรก และจะขอให้มีตัวแทนพื้นที่ไปยื่นหนังสือต่อตัวแทนพรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค ในวันพฤหัสบดีแรกของการเปิดประชุม โดยพรรคฝ่ายค้านจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเดินทาง การประสานงานทั้งหมด เพื่อให้แน่ใจว่าปัญหาของชาวบ้านจะได้รับการแก้ไข และถ้าในเวลาที่เหมาะสมจะเชิญตัวแทนพรรคฝ่ายค้านมาลงพื้นที่ที่ท่าแซะอย่างเพื่อพบกับพี่น้องประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46417</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคการเมือง, กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ, ชุมพร&#039;, สมัชชาคนจน, เขื่อนท่าแซะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d8879fc8a567.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เล็งชงโครงการ กว่า2แสนล้าน รอครม.ตู่อนุมัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พบชาวระนอง-ชุมพร ดูพัฒนากลุ่มจังหวัด-บริหารจัดการน้ำ ครม.สัญจรภาคใต้ชุมพร ภาครัฐ เอกชน เสนอโครงการพัฒนารวมงบประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท ถอน &amp;quot;เขื่อนท่าแซะ&amp;quot; หวั่น &amp;quot;ม็อบ&amp;quot; เคลื่อน พร้อมตั้ง 4 จุดรับเรื่องร้องเรียน &amp;quot;ป๊อก&amp;quot; &amp;nbsp;ยังท่องแก้จน-ลดเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะรัฐมนตรี &amp;nbsp;มีกำหนดการเดินทางไปตรวจราชการจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 6/2561 ระหว่างวันที่ 20-21 ส.ค.61 โดยวันที่ 20 ส.ค. เวลา 08.45 น. นายกรัฐมนตรีพบประชาชน ณ หอประชุมพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี ศูนย์ราชการจังหวัดระนอง ตำบลบางริ้น อำเภอเมืองฯ จังหวัดระนอง โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีจะเป็นสักขีพยานพิธีมอบสมุดประจำตัวผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวม ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ &amp;ldquo;ป่าคลองลำเลียง-ละอุ่น&amp;rdquo; เนื้อที่ 511-3-33 ไร่ จำนวน 84 ราย 98 แปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปต่อยังโรงพยาบาลระนอง ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมืองฯ เพื่อเยี่ยมชมบ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน รวมทั้งเยี่ยมชมการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูสภาพด้วยการแพทย์ทางเลือก พร้อมรับฟังบรรยายสรุปและเยี่ยมชมศูนย์ธาราบำบัด และคลินิกแพทย์แผนไทยและฝังเข็ม ก่อนเดินทางต่อไปยังท่าเรือระนอง บ้านเขานางหงส์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองฯ เพื่อเยี่ยมชมการบริหารจัดการท่าเรือระนอง พร้อมรับฟังบรรยายสรุปทิศทางการพัฒนาท่าเรือระนอง และมอบปะการังเทียมให้แก่ผู้แทนประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่าย เวลา 15.30 น. เดินทางไปจังหวัดชุมพรเพื่อพบปะประชาชน และเยี่ยมชมการบริหารจัดการน้ำ พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการแก้มลิงหนองใหญ่และสะพานไม้เคี่ยม ณ โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ตำบลบางลึก อำเภอเมืองฯ จากนั้นสักการะอนุสรณ์สถานพลเรือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ &amp;nbsp; พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และเยี่ยมชมทิวทัศน์หาดทรายรี ณ ศาลกรมหลวงชุมพรฯ วันที่ 21 ส.ค. เวลา 08.30 น. เป็นประธานประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง) และกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน (ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง และสตูล) จากนั้นจะประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว และช่วงบ่าย ร่วมกิจกรรมปล่อยลูกปูม้าจำนวน 10 ล้านตัว คืนสู่ทะเล เพื่อประกาศความอุดมสมบูรณ์ของทะเลและชายฝั่งภาคใต้ตอนบนร่วมกับพี่น้องชาวประมง กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล กลุ่มท่องเที่ยวทางทะเล และชุมชน ณ บริเวณชายหาดพระจอมเกล้าฯ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ตำบลทะเลทรัพย์ อำเภอปะทิว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสุพงศ์ เอื้ออารี ประธานหอการค้าจังหวัดชุมพร กล่าวว่า หลังจากได้ประชุมร่วมในข้อเสนอการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน ระหว่างภาครัฐและเอกชน ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มีโครงการจาก 11 จังหวัดภาคใต้ รวมวงเงินประมาณ 2 แสนล้านบาท ในส่วนของจังหวัดชุมพรประมาณ 8 พันล้านบาท โครงการทั้งหมดจะนำเสนอเข้าพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพงศ์กล่าวว่า โครงการสำคัญที่จังหวัดชุมพรเสนอและได้รับการคัดเลือก ได้แก่ 1.โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC กับ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor) หรือ EEC และนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอโครงการก่อสร้างถนนและระบบรางจาก จ.ชุมพร-จ.ระนอง เพื่อเชื่อมต่อกับ ประเทศความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล หรือ BIMSTEC &amp;nbsp;ที่ประกอบด้วยบังกลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา ท่าเรือ อเนกประสงค์ยังมีประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ขนส่งสินค้า และการประมง อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยคลองชุมพร เป็นการก่อสร้างคลองผันน้ำ จากคลองชุมพรเดิมลงสู่ทะเล เพื่อป้องกันอุทกภัย ที่มักท่วมถนนสายเอเชีย 41 ใกล้สี่แยกปฐมพรเป็นประจำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมแหล่งธุรกิจสำคัญ เขตตำบลวังไผ่ ซึ่งมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่และร้านค้าขนาดใหญ่จำนวนมาก นอกจากนี้ยังแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎรในที่ราบลุ่มของคลองชุมพรตลอดสายอีกด้วย 3.โครงการป้องกันอาชญากรรม ติดตั้งกล้อง CCTV ตามจุดสำคัญทั่วทั้งจังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.โครงการไทยแลนด์ริเวียร่า หรือถนนเลียบชายทะเล เส้นทางเพื่อการท่องเที่ยว ที่ประชุมเสนอให้ก่อสร้างจาก จ.ชุมพร-จ.สงขลา และเชื่อมต่อจังหวัดฝั่งอ่าวไทย เช่น จ.เพชรบุรี-จ.ประจวบคีรีขันธ์ 5.โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ จากภาคกลางถึงจังหวัดชุมพร ซึ่งบางช่วงได้เริ่มโครงการไปแล้ว 6.เป็นโครงการที่ 11 จังหวัดภาคใต้เห็นร่วมกัน คือโครงการ พัฒนาปาล์มน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์จนถึงการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า เนื่องจากพืชปาล์มน้ำมันเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ ส่วนโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำท่าแซะเป็นโครงการที่ทางจังหวัดชุมพรต้องเสนอข้อมูลเพิ่มเติม โครงการทั้งหมดจะนำเสนอเข้าพิจารณาในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดชุมพร ในวันที่ 21 ส.ค.61 นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโครงการสร้างเขื่อนท่าแซะ มูลค่า 3,800 ล้านบาท ซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-เมียนมานั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้ขอถอนเรื่องออกไป เนื่องจากมีกลุ่มผู้เดือดร้อนกว่า 200 คน มาชุมนุมประท้วงที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพรเมื่อวันที่ 14-16 ส.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้จังหวัดชุมพรจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้าไว้สำหรับรับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มองค์กรและประชาชน โดยกำหนดหลักและจุดรองไว้ 4 แห่งตามจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ ในโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ บริเวณอาคารทดสอบวัสดุ ของ สนง.โยธาธิการและผังเมืองชุมพร สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร &amp;nbsp;บริเวณศูนย์ปฏิบัติการพืชสวนอาคาร (1) จุดรองบริเวณศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ตำบลหาดทรายรี และจุดรองบริเวณวิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลผลิตฯ ตำบลทะเลทรัพย์ อ.ปะทิว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฤษณ์ เชาว์บวร เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย กล่าวว่า จะเสนอต่อ ครม.สัญจรทำภาคใต้เป็นเมืองปาล์มขยายผลต่อยอดให้ครบวงจร รวมถึงโครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา และด่านสะเดา จ.สงขลา ชายแดนไทย-มาเลเซีย เร่งดำเนินการขยายท่าเรือน้ำลึกสงขลา และท่าเรือสงขลาที่ 2 เส้นทาง จ.ตรัง จ.สตูล &amp;nbsp;สร้างถนนเลียบลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา จ.พัทลุง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย &amp;nbsp;ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวคืบหน้าไปมาก เพราะเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่แล้วกว่า 8,781 แห่ง ในทุกหมู่บ้าน รัฐบาลต้องการแก้ไขความยากจนแบบยั่งยืนให้สำเร็จ จึงเร่งทำงานเต็มที่ทุกฝ่าย ทั้งนี้ โครงการที่คาดว่าจะประสบความสำเร็จคือ &amp;ldquo;ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี&amp;rdquo; ตั้งเป้าทำรายได้จากการท่องเที่ยวแบบก้าวกระโดดปีละ 2-3 แสนล้านบาท และได้ทุ่มงบฯ กลางปี 61 กว่า 8,344 ล้านบาท เป็นการนำร่องแผนการท่องเที่ยวเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของคนในชุมชน ใน 3,273 หมู่บ้าน/ชุมชน และพัฒนาสินค้าอยู่ดีกินดีอีก 64,570 ผลิตภัณฑ์ มั่นใจว่าจะช่วยปลดล็อกความเหลื่อมล้ำทั่วไทยได้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15634</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.สัญจรภาคใต้, ชุมพร, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ระนอง, หนังสือพิมพ์, เขื่อนท่าแซะ, เสนอโครงการพัฒนารวมงบประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180817/image_big_5b76d54b0a118.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15540</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 16:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอมถอย!ผู้ว่าฯชุมพรรับปากชาวบ้านไม่นำ &#039;เขื่อนท่าแซะ&#039; เข้าครม.สัญจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.61 - ที่หน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร กลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการสร้างเขื่อนท่าแซะกว่า 150 คน นำโดย นางวัชรี จันทร์ช่วง และนายวิโรจน์ ชูกลาง ผู้ประสานงานกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ ได้เดินทางมายื่นคัดค้านการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะ หลังจากเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมาได้เดินทางมายื่นหนังสือดังกล่าวแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่พบผู้ว่าฯเนื่องจากติดราชการอยู่ที่กรุงเทพมหานคร และไม่ยอมยื่นหนังสือให้กับผู้แทนหรือหน่วยงานอื่นที่มารับแทนแต่อย่างใด
&amp;nbsp;
แกนนำอ่านแถลงการณ์ ระบุว่า หยุดเขื่อนท่าแซะหยุดอ้างการพัฒนาของนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจ ที่ไม่เห็นหัวชาวบ้านผู้เดือดร้อนละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง และละเมิด มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ม.ค.51 ที่ให้ชะลอโครงการดังกล่าว แต่หอการค้า สภาอุตสาหกรรม คณะกรรมการร่วมเอกชนสามสถาบัน และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น จะผลักดันโครงการเขื่อนท่าแซะขนาดใหญ่มูลค่า 3,800 ล้านบาท มีพื้นที่ได้รับผลกระทบรวมกว่าหมื่นไร่ ภายใต้การดำเนินการโดยกรมชลประทาน โดยจะยื่นเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) ระหว่างวันที่ 20- 21 ส.ค.61 ที่จังหวัดชุมพร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเรากลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน ขอให้หยุดผลักดันการสร้างเขื่อนท่าแซะ หยุดใช้ข้ออ้างบังหน้าเรื่องภัยแล้งและน้ำท่วมเพื่อปิดบังเหตุผลที่แท้จริงของกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น นักธุรกิจและนักสร้างเขื่อน ที่ทำเพื่อประโยชน์ของตนเองโดยไม่สนใจการมีส่วนร่วมละการตัดสินใจบนฐานข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการ ขอให้หยุดข่มขู่ คุกคาม ชาวบ้านและที่สำคัญขอให้หยุดละเมิดมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 15 ม.ค.51 ที่ได้กำหนดไว้ระหว่างการทบทวนรายงานการศึกษาว่าห้ามมิให้กรมชลประทานดำเนินการใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของอำนาจรัฐและอำนาจทุน รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นที่ผลักดันโครงการเขื่อนท่าแซะมาตลอด และที่สำคัญเขื่อนนี้จะส่งผลกระทบหลายด้านต่อทรัพยากรและชาวบ้านเป็นจำนวนมาก คือ 1. ชาวบ้านกว่า 500 ครอบครัวจะถูกอพยพย้ายถิ่นฐานของตนเองจากการสร้างเขื่อนท่าแซะ 2. สูญเสียพื้นที่ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ด้านทิศเหนือ จำนวน &amp;nbsp;3,570 ไร่ และน้ำจะท่วมพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านมากกว่า 5,000 ไร่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.โครงการสร้างเขื่อนท่าแซะ ซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่ โดยแนวสันเขื่อนตั้งอยู่บนรอยเลื่อนของเปลือกโลก (แนวแผ่นดินไหว) ที่ยังมีพลัง รอยเลื่อนระนอง จะกลายเป็นเขื่อนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดของประเทศไทย 4. กระบวนการมีส่วนร่วม การตัดสินใจของประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนไม่มีเลย อีกทั้งยังถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นรุนแรง ถูกข่มขู่ คุกคาม อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;
ดังนั้นกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากโครงการเขื่อนท่าแซะ ขอยืนยันที่จะคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนท่าแซะอย่างถึงที่สุด และเรียกร้องให้รัฐบาลตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการ หยุดการใช้คนจนเป็นเหยื่อการพัฒนาจากการสร้างเขื่อนและให้พิจารณาทางเลือกการจัดการน้ำที่เหมาะสมด้วยความสมานฉันฑ์
&amp;nbsp;
นางสาวบุญเลือง สุขัง อายุ 63 ปี หรือ &amp;ldquo;ยายนอบ&amp;rdquo; หนึ่งในชาวบ้านบอกว่าปัจจุบันตนไม่มีครอบครัวอยู่ตัวคนเดียวได้มาร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดด้วยเช่นกัน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่รัฐหลายคนเข้าไปอ้างใช้กฎหมายบังคับข่มขู่ยึดที่ดินที่อยู่อาศัยของตนซึ่งมีเอกสาร นส.3ก. จำนวน 10 ไร่ เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อแม่ อยู่ในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลหินแก้ว อ.ท่าแซะ ได้ใช้อำนาจข่มขู่โดยที่ตนไม่ยินยอมเข้าไปสำรวจปักหลักยึดที่ดินของตนไม่มีการบอกกล่าวล่วงหน้ามาก่อน อ้างว่าที่ดินตนถูกเวนคืนจะนำไปทำประตูระบายน้ำ จากนั้นได้มีการไปปล่อยข่าวว่าตนรับเงินค่าเวนคืนแล้ว 10 ล้านบาท จนเกิดความไม่ปลอดภัยจากมิจฉาชีพและโจรผู้ร้าย ทุกวันนี้ต้องหนีไปขออาศัยหลับนอนอยู่บ้านเพื่อนบ้านและญาติๆ ไม่กล้าอยู่ในที่ดินผืนดังกล่าวเพราะกลัวถูกปล้นฆ่าเอาทรัพย์สินตามที่มีการปล่อยข่าว
&amp;nbsp;
ต่อมานายวิบูลย์ รัตยาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จ.ชุมพร ได้ลงมาพบกับกลุ่มผู้เดือดร้อนและรับหนังสือคัดค้านการสร้างเขื่อนจากแกนนำ ซึ่งจังหวะนั้นนางสาวบุญเลือง สุขัง หรือ &amp;ldquo;ยายนอบ&amp;rdquo; เดินเข้าไปก้มกราบเท้าของนายวิบูลย์และขอให้ช่วยเหลือตนเองด้วยจากกรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าทีรัฐเข้าไปยึดเวนคืนที่ดินซึ่งเป็นแผ่นดินผืนสุดท้ายที่ตนอยู่อาศัยทำกิน จนเจ้าหน้าที่และผู้ว่าราชการจังหวัดต้องรีบจับตัวยายนอบพยุงขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับบอกว่าอย่าทำแบบนี้ไม่ดีเลย และได้มอบอบหมายให้ นายดุสิต ศักรกานต์ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.ชุมพร ดำเนินการตรวจสอบให้ความเป็นธรรมแก่ยายนอบต่อไป
&amp;nbsp;
นายวิบูลย์ รัตยาภรณ์วงศ์ ผวจ.ชุมพร กล่าวกับแกนนำและชาวบ้านผู้เดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบว่า ตนได้ถอนเรื่องกรณีให้ทบทวนการสร้างเขื่อนท่าแซะออกจากที่ประชุม ครม.สัญจร ตั้งแต่เมื่อวานนี้ (15 ส.ค.) แล้ว เนื่องจากเห็นว่ายังเกิดปัญหาความขัดแย้งอยู่ เพราะการประชุม ครม.สัญจรที่ จ.ชุมพร จะมีการเสนอและพิจารณาโครงการงบประมาณพัฒนาจังหวัดและภาคใต้หลายเรื่องมาก อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมและโครงการอื่นๆ จึงไม่นำเรื่องสร้างเขื่อนท่าแซะเข้าที่ประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;และเสนอให้ นางวัชรี จันทร์ช่วง แกนนำเข้าร่วมรับฟังการประชุม ครม.สัญจรในครั้งนี้ด้วยเพื่อยืนยันความจริงดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สร้างความพอใจของชาวบ้านทุกคนและแกนนำได้นัดหมายให้ชาวบ้านทุกไปให้กำลังใจและต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่จะมาประชุม ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 20-21 ส.ค.ที่ จ.ชุมพรนี้ด้วย หากรัฐมนตรีคนใดหยิบยกเรื่องสร้างเขื่อนขึ้นมาพิจารณาก็จะรวมตัวประท้วง ณ ที่ประชุม ครม.สัญจรทันที ก่อนจะแยกย้ายกันเดินทางกลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15540</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ, ครม.สัญจร, ชุมพร, นายวิบูลย์ รัตยาภรณ์วงศ์, เขื่อนท่าแซะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b7539aa563c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
