<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาผิดนายกฯรุกที่อุทยานฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อุทยานฯ เขื่อนศรีนครินทร์ พร้อม ป.ป.ช. โร่แจ้งตำรวจเอาผิด นายกฯ เขาโจด ทำถนนโครงการกว่าล้านบาทรุกพื้นที่อุทยาน โทษหนักคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท ด้านเจ้าหน้าที่เขาโจดอ้างว่าเคยขออนุญาตมานานกว่า 9 ปีแล้ว คิดว่าทำได้ตลอดไม่ต้องขอใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2564 นายนิพนธ์&amp;nbsp; จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินปราบปราม&amp;nbsp; นายทุนและผู้มีอิทธิพล ผู้บุกรุกหรือทำลายป่าอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มี.ค.2564 ที่ผ่านมา ทาง ป.ป.ช.ภาค 7 ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เข้าไปตรวจสอบโครงการซ่อมแซมและปรับปรุงถนนลูกรัง ทางเข้าบ้านน้ำพุ-ไกรเกรียง หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และได้ไปแจ้งความดำเนินคดี เอาผิดกับผู้ที่ลักลอบขุดดินลูกรังในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของพนักงานสอบ สภ.ด่านแม่แฉลบ โดยบริเวณที่ขุดดินลูกรังดังกล่าวอยู่ติดกับโครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาหัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล ตำบลเขาโจดได้แจ้งว่า โครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังดังกล่าวมีทั้งหมด 3 โครงการ ตามสัญญาเลขที่ 11/2564,&amp;nbsp; สัญญาเลขที่ 12/2564, สัญญาเลขที่ 15/2564 งบประมาณรวมกันได้จำนวน 1,454,900 บาท ที่มีเทศบาลเขาโจดเป็นผู้ว่าจ้าง ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุงถนนลูกรังแล้ว ตามหนังสืออุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ที่ ทส.0910.20/3117 ลงวันที่ 22 ต.ค.2555 ของนายวิโรจน์ โรจนจินดา อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นผู้อนุญาตให้ดำเนินโครงการ ซ่อมแซมและปรับปรุงถนนลูกรังในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ดังกล่าว โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการเอาไว้ ทำให้เทศบาลตำบลเขาโจดเข้าใจว่าสามารถดำเนินการซ่อมแซม&amp;nbsp; และปรับปรุงถนนลูกรังในเส้นทางนี้ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ได้ตลอดเวลา ตลอดทุกปี ตลอดทุกโครงการ โดยไม่ต้องไปขออนุญาตจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ซ้ำอีกแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จึงได้ทำเรื่องดังกล่าวหารือไปยังกองนิติการ กรมอุทยานฯ ต่อมากรมอุทยานฯ ได้มีหนังสือด่วนมาก ที่ทส.0903.2/9579 ลงวันที่ 14 พ.ค.2564&amp;nbsp; ตอบข้อหารือมาว่า &amp;quot;การอนุญาตโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนลูกรัง ที่เป็นอำนาจของหัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้น ในการอนุญาตดำเนินโครงการใด ย่อมเป็นการอนุญาตเฉพาะตามโครงการนั้นๆ หากมีความประสงค์จะอนุญาตปรับปรุงซ่อมแซมในครั้งต่อไป ก็ต้องจัดทำโครงการขออนุญาตอีกครั้งเป็นคราวๆ ไป ไม่สามารถอ้างการอนุญาตในครั้งแรกดำเนินการได้ตลอดเวลา&amp;quot; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากข้อหารือตามหนังสือกรมอุทยานฯ ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 64 ที่บัญญัติไว้ว่า &amp;quot;บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมาย เพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ &amp;quot;คณะเจ้าหน้าที่จึงเห็นว่าโครงการซ่อมแซมและปรับปรุงถนนลูกรังดังกล่าวทั้ง 3 โครงการที่ดำเนินการในปี พ.ศ.2564 ไม่สามารถนำหนังสืออนุญาตในปี พ.ศ.2555 มาอ้างเพื่อให้พ้นจากความรับผิดทางอาญาไม่ได้ ดาบตำรวจสมรัก นายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด ในฐานะเป็นผู้ว่าจ้างนั้น จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ 2562 มาตรา 19 (1) ฐานกระทำการใดๆ โดยการเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ผู้รับจ้าง ซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุก 4 ปีถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสนถึง 2 ล้าน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามตัวนายกเทศมนตรีตำบลเขาโจดและผู้เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทำถนนโครงการกว่าล้านบาทรุกพื้นที่อุทยาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนศรีนครินทร์, เอาผิดรุกที่อุทยาน, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0d0fa1bb0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 16:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ดขาด! อุทยานฯ-ปปช.เอาผิดนายกเล็กกับพวก ทำถนนรุกเขื่อนศรีนครินทร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนาวเป็นแถว อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมปปช.โร่แจ้งตำรวจเอาผิด นายกเล็กเขาโจด ทำถนนโครงการกว่าล้านบาท รุกพื้นที่อุทยานฯ โทษหนักคุก 20 ปี ปรับ 2 ล้านบาท ด้านจนท.เขาโจดอ้างว่า เคยขออนุญาตมานานกว่า 9 ปีแล้ว นึกว่าทำได้ตลอด ไม่ต้องขอใหม่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มิ.ย.64 - เมื่อเวลา 10.00 น.&amp;nbsp;นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า ตามนโยบาย ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้ดำเนินปราบปรามนายทุน และผู้มีอิทธิพล ผู้บุกรุก หรือทำลายป่าอย่างเด็ดขาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายนิพนธ์&amp;nbsp;จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ว่าที่ร.ต.สิทธิศักดิ์ ฉันสิมา ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ พร้อมด้วย น.ส.สุนันทา จำปาเงิน ผู้อำนวยการสำนักป.ป.ช.จังหวัดกาญจนบุรี&amp;nbsp;นางศิลากร นาคเอี่ยม เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดกาญจนบุรี นายพงษ์ธวัช แดงสมบูรณ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตชำนาญการ ป.ป.ช.ภาค 7 น.ส.ชัญญณัท พรโพธิ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฎิบัติการ ป.ป.ช.ภาค 7 น.ส.วรางคณา กฤตสัมพันธ์ เจ้าพนักงานป้องกันการทุจริตปฎิบัติการ ป.ป.ช.ภาค 7 ได้เดินทางไปที่เทศบาลตำบลเขาโจด หมู่ที่ 4 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับด.ต.สมรัก พรหมชนะ นายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด ในฐานะเป็นเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด คนวังก่อสร้าง ผู้รับจ้าง เข้าซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ทางเข้าบ้านน้ำพุ-ไกรเกรียง หมู่ที่ 2 &amp;nbsp;หมู่ที่ 3 &amp;nbsp;ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ &amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาต &amp;nbsp;แต่ไม่พบตัวด.ต.สมรักฯนายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2564 ที่ผ่านมาทาง ป.ป.ช.ภาค 7 ป.ป.ช.ประจำจังหวัดกาญจนบุรี &amp;nbsp;และอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้เข้าไปตรวจสอบโครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ทางเข้าบ้านน้ำพุ-ไกรเกียงหมู่ที่ 2หมู่ที่ 3 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และได้ไปแจ้งความดำเนินคดี เอาผิดกับผู้ที่ลักลอบขุดดินลูกรัง ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งคดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ของพนักงานสอบสภ.ด่านแม่แฉลบ โดยบริเวณที่ขุดดินลูกรังดังกล่าว อยู่ติดกับโครงการ ซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา หัวหน้าสำนักงานปลัดเทศบาล ตำบลเขาโจด ได้แจ้งว่า โครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังดังกล่าว มีทั้งหมด 3 โครงการ ตามสัญญาเลขที่ 11/2564 สัญญาเลขที่12/2564 สัญญาเลขที่15/2564 งบประมาณรวมกันได้จำนวน 1,454,900บาท ที่มี เทศบาลเขาโจด เป็นผู้ว่าจ้าง ได้รับอนุญาต ให้ดำเนินการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังแล้ว ตามหนังสืออุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ ที่ทส.0910.20/3117 &amp;nbsp;ลงวันที่ 22 ต.ค.2555 ของนายวิโรจน์ โรจนจินดา อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เป็นผู้อนุญาตให้ดำเนินโครงการ ซ่อมแซมและปรับปรุงถนนลูกรัง ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขื่อนศรีนครินทร์ ดังกล่าว โดยไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดโครงการฯเอาไว้ ทำให้เทศบาลตำบลเขาโจด เข้าใจว่าสามารถดำเนินการซ่อมแซม &amp;nbsp;และปรับปรุงถนนลูกรังในเส้นทางนี้ ในเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ได้ตลอดเวลา ตลอดทุกปี ตลอดทุกโครงการ โดยไม่ต้องไปขออนุญาต จากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ซ้ำอีกแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) จึงได้ทำเรื่องดังกล่าว หารือไปยังกองนิติการ กรมอุทยานฯ ต่อมา กรมอุทยานฯได้มีหนังสือ ด่วนมาก &amp;nbsp;ที่ทส.0903.2/9579 ลงวันที่ 14 พ.ค. 2564 &amp;nbsp;ตอบข้อหารือมาว่า &amp;quot;การอนุญาตโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนลูกรัง ที่เป็นอำนาจของหัวหน้าอุทยานแห่งชาตินั้น ในการอนุญาตดำเนินโครงการใด ย่อมเป็นการอนุญาตเฉพาะตามโครงการนั้นๆ หากมีความประสงค์ จะอนุญาตปรับปรุงซ่อมแซมในครั้งต่อไป ก็ต้องจัดทำโครงการขออนุญาตอีกครั้ง เป็นคราวๆไป ไม่สามารถอ้างการอนุญาต ในครั้งแรกดำเนินการ ได้ตลอดเวลา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อหารือตามหนังสือกรมอุทยานฯ ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 64 ที่บัญญัติไว้ว่า &amp;quot;บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมาย เพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ได้ &amp;quot;คณะเจ้าหน้าที่จึงเห็นว่า โครงการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ดังกล่าว ทั้ง 3 โครงการ ที่ดำเนินการในปีพ.ศ. 2564 ไม่สามารถนำหนังสืออนุญาตในปีพ.ศ. 2555 มาอ้างเพื่อให้พ้นจากความรับผิดทางอาญาไม่ได้ ดาบตำรวจสมรักฯ นายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด ในฐานะเป็นผู้ว่าจ้างนั้น จึงมีความผิดตามพรบ.อุทยานแห่งชาติ 2562 มาตรา 19 (1) ฐาน กระทำการใดๆโดยการเป็นผู้ว่าจ้าง ให้ผู้รับจ้าง ซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรังในเขตอุทยานแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาต ระวางโทษจำคุก 4 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 4 แสน ถึง 2 ล้าน บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพนธ์ฯ เผยท้ายสุดว่า ขอประชาสัมพันธ์ไปยังนายกอบจ. นายกเทศมนตรี นายกอบต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ที่มีโครงการจะทำการซ่อมแซม และปรับปรุงถนนลูกรัง ในหมู่บ้าน ในตำบล ที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ในจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี ขอให้ทำหนังสือขออนุญาต กับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ ที่รับผิดชอบในเขตท้องที่นั้น ทุกครั้งที่มีโครงการฯ ซึ่งการอนุญาตโครงการฯ จะใช้เวลาไม่เกิน 1-2 วัน เป็นการอำนวยความสะดวก ให้กับส่วนราชการท้องถิ่น ในการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องทางสัญจร เป็นไปด้วยความรวดเร็ว ตามนโยบายของกระทรวงทรัพย์ฯ และกรมอุทยานฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ จึงได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดี ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรด่านแม่แฉลบ จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามตัวนายกเทศมนตรีตำบลเขาโจด และผู้เกี่ยวข้อง มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105806</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดกาญจนบุรี, ตำบลเขาโจด, นายกเทศมนตรี, ปปช., เขื่อนศรีนครินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c08213b7803.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2018 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2018 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นดินไหว อ.ศรีสวัสดิ์ไม่มีผลกระทบ2เขื่อนใหญ่เมืองกาญจน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ธ.ค.61- นายประเสริฐ อินทับ ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ กล่าวถึงกรณีแผ่นดินไหวขนาด 4.9 แมกนิจูด จุดศูนย์กลางอยู่บริเวณพื้นที่ อ.ศรีสวัสดิ์จ.กาญจนบุรีว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้ ไม่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของเขื่อนศรีนครินทร์ เนื่องจากเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง สามารถทนสภาพได้ถึง 7.5 ริกเตอร์ เหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว จึงไม่มีผลกระทบต่อเขื่อนศรีนครินทร์ ขอประชาชนอย่าตกใจ โดยเขื่อนฯมีการเฝ้าระวังตลอด24ชม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลวกรณ ยืนยันเช่นกันว่า แผ่นดินไหวดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบเขื่อนวชิราลงกรณ ขอประชาชนอย่าตื่นตกใจ และทาง กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปทำการตรวจสอบเขื่อนด้วยสายตา จากการตรวจสอยสภาพทั่วไปของ เขื่อนและอาคารประกอบไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด และการตรวจสอบเขื่อนด้วยเครื่องมือวัด ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงขอให้ประชาชนมั่นใจในความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนวชิราลงกรณ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามภาพเขื่อนจากกล้อง CCTV ได้ทาง website vrk.egat.com และ facebook เขื่อนวชิราลงกรณ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25490</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.กาญจนบุรี, อ.ศรีสวัสดิ์, เขื่อนวชิราลวกรณ, เขื่อนศรีนครินทร์, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181231/image_big_5c29d03e18905.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือนพายุจ่อถล่มไทย14-17สค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สทนช.เตือนพายุลูก 2 จ่อถล่มไทย 14-17 ส.ค. เฝ้าระวังเขื่อนแก่งกระจานน้ำล้นสปิลเวย์ 60 ซม. กรมชลฯ เตรียมแผนพร่องน้ำ ลดภาวะล้นตลิ่ง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; &amp;nbsp; ย้ำอย่าตื่นตระหนก โทษสื่อเสนอข่าวเกินจริง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์ของศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลุ่มน้ำเพชรบุรี ยังคงมีปริมาณน้ำหลากไหลต่อเนื่องลงเขื่อนแก่งกระจานและน้ำล้นสปิลเวย์ (Spillway) ลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี ทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งบริเวณ อ.ท่ายาง ส่วนแม่น้ำโขง ระดับน้ำลดลงต่ำกว่าตลิ่ง ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีระดับเกินเกณฑ์ควบคุม (Upper Rule Curve) และปริมาณน้ำเกินร้อยละ 80 ของความจุ 4 แห่ง คือ เขื่อนแก่งกระจาน มีน้ำไหลเข้า 20.83 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วัน ระบายออก 18.20 ล้านลบ.ม.วัน น้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) สูง 60 เซนติเมตร และสภาพท้ายน้ำอยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนที่สถานี B.3A อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ระดับน้ำ 3.66 เมตร ระดับตลิ่งอยู่ที่ 4.40 เมตร ถือว่ายังต่ำกว่าตลิ่ง 0.76 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 183.70 ลบ.ม.วินาที ซึ่งปริมาณน้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบให้มีน้ำท่วมพื้นที่ริม 2 ฝั่งลำน้ำบริเวณอำเภอแก่งกระจาน อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองฯ และอำเภอบ้านแหลม แล้วจะไหลลงทะเลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังคงเร่งพร่องระบายน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีและในระบบชลประทาน ทำให้ระดับน้ำที่อำเภอเมืองเพชรบุรี มีระดับขึ้นช้าลงและต่ำกว่าตลิ่ง 55 เซนติเมตร ยังคงต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง ด้านเขื่อนน้ำอูน มีน้ำไหลเข้า 4.84 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จะเพิ่มการระบายน้ำออกเป็น 4.15 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน สภาพท้ายน้ำยังปกติ คาดว่า จะไม่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ เพราะไม่มีน้ำล้นตลิ่ง โดยควบคุมการระบายน้ำออกจากเขื่อน 3.50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และเพิ่มการระบายน้ำด้วยวิธีกาลักน้ำและเครื่องสูบน้ำอีก 0.60 ลบ.ม.ต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณ สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำ มีน้ำไหลเข้า 68.80 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ระบายออก 43 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน สภาพท้ายน้ำปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มไม่ล้นตลิ่ง แต่อาจส่งผลกระทบต่อรีสอร์ตที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแควน้อย และสุดท้าย เขื่อนปราณบุรี มีน้ำไหลเข้า 14.95 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ระบายออก 100 ลบ.ม.ต่อวินาที สภาพท้ายน้ำระดับน้ำในแม่น้ำปราณบุรีค่อยๆสูงขึ้น ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำจากอัตราการระบายที่เพิ่มขึ้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สทนช.คาดการณ์ด้วยว่า จะมีพายุดีเปรสชันเคลื่อนจากเกาะไหหลำในวันที่ 14 ส.ค. ผ่านตอนเหนือของเวียดนาม ผ่านประเทศลาวในวันที่ 15 ส.ค. และอาจพาดผ่าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ในวันที่ 16 ส.ค. และเข้าประเทศเมียนมา ในวันที่ 17 ส.ค. ซึ่งจะทำให้มรสุมกำลังแรงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ด้านตะวันตกของไทย ติดกับประเทศเมียนมา ตั้งแต่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน, &amp;nbsp;อ.แม่สอด อ.พบพระ จ.ตาก, จ.กาญจนบุรี, จ.ราชบุรี, จ.เพชรบุรี, จ.ประจวบคีรีขันธ์, จ.ระนอง จะมีความชื้น-ฝนมาก จากทะเลอันดามัน ทำให้มีฝนตกในพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่องไปถึง 17 ส.ค.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ได้ไปตรวจเยี่ยมน้ำท่วมที่เพชรบุรี ไม่อยากให้ทุกคนตื่นตระหนก แต่อยากให้มีการเตรียมตัว รัฐบาลไม่สามารถบอกได้ว่าจะไม่ท่วมร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ การจะดำเนินโครงการอะไร จะต้องทำประชาพิจารณ์ และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างเช่น คลอง D9 รัฐบาลให้งบไปกว่า 300 ล้าน เพื่อการระบายน้ำอีกเส้นทาง ซึ่งยังมีแผนดำเนินการอีก 2 เส้น แต่ต้องการทำประชาพิจารณ์จากประชาชน จึงต้องสร้างความเข้าใจกันให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีมาตรการดูแล แต่ไม่มีการพูดถึง พูดกันแต่ว่าน้ำล้นอยู่นั่นแหละ สื่อบางสื่อไปยืนถ่ายภาพอยู่ในน้ำ ทั้งนี้น้ำมันไม่ท่วมก็ไปยืนที่น้ำท่วม แล้วก็ถ่ายกันออกมา ผมไม่เข้าใจว่าสื่อแบบนี้มันคืออะไร เขียนอะไรที่มันเกินไป ผมไม่ได้หมายความว่ามันไม่ท่วม แต่อย่าบิดเบือนได้ไหม มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ผมเข้าใจว่าเมื่อสื่อเริ่มมา อีกสื่อก็ต้องเขียนให้มากกว่าเดิม ก็จะกลายเป็นข่าวมากไปเรื่อยๆ เกิดการตื่นตระหนก วุ่นวาย สับสน การทำงานยากลำบากมากขึ้น&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า จากการใช้แบบจำลองทางวิศวกรรม คาดว่าปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานจะเพิ่มขึ้นสูงสุดในวันที่ 10 ส.ค. และจะระบายออกในอัตรา 210 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใช้เวลา 15 ชั่วโมงถึงเขื่อนเพชร ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนปฏิบัติการทั้งการพร่องน้ำ วางแผนตัดยอดน้ำสู่คลองในระบบชลประทานฝั่งซ้ายและฝั่งขวา รวมทั้งผันเข้าคลอง D9 ซึ่งจะไม่เกิดภาวะน้ำล้นตลิ่งใน อ.บ้านลาดและท่ายาง แต่ในตัวเมืองเพชรบุรี แม่น้ำเพชรบุรีแคบ รับน้ำได้ 150 ลบ.ม.ต่อวินาที เมื่อน้ำไหลไปถึงในวันที่ 12 ส.ค. จะล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำสูง 30-50 เซนติเมตร แต่จะต่ำกว่า 2 ปีที่ผ่านมา จากนั้นเมื่อไหลไปที่อำเภอบ้านแหลม ซึ่งเป็นที่ลุ่มต่ำกว่า ระดับน้ำจะท่วมสูง 50-80 เซนติเมตร แล้วจะไหลออกทะเล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ขณะนี้หย่อมความกดอากาศต่ำแถบประเทศฟิลิปปินส์ กำลังก่อตัวเป็นพายุดีเปรสชัน ซึ่งจะเคลื่อนตัวช้ากว่าพายุโซนร้อน โดยแนวพายุลูกใหม่นี้จะไปเกาะไหหลำ ส่งผลต่อไทยวันที่ 14-15 ส.ค.นี้ อีกทั้งมีอิทธิมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทางฝั่งอันดามัน มาเพิ่มกำลังแรงขึ้นด้วย จะทำให้ฝนมากตลอดทั้งเดือน ส.ค.ในแถบภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก ดังนั้นภายใน 1 สัปดาห์ ต้องเร่งพร่องน้ำเขื่อนใหญ่ และเขื่อนขนาดกลาง ที่เต็มความจุเขื่อน โดยเฉพาะภาคอีสานที่มีเขื่อนขนาดกลางจำนวนมาก รวมทั้งเขื่อนขนาดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ เขื่อนแก่งกระจาน, เขื่อนน้ำอูน, เขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนปราณบุรี และเขื่อนศรีนครินทร์ ที่มีน้ำเกินความจุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดือนนี้ฝนมากทั้งเดือน ยังมีลมมรสุมกำลังแรงมาเสริม พอเกิดพายุฝั่งตะวันออกแปซิฟิก เพิ่มให้แรงขึ้น แนวร่องฝนยังอยู่ภาคเหนือ อีสาน ตะวันตก ตะวันออก พอปลายเดือน ส.ค.ต่อต้นเดือน ก.ย.ร่องฝนลงมาตรงภาคกลาง ช่วงนั้นมีแนวโน้มเข้าสู่ปีแล้งปลายปี เพราะมีฝนมากเดือน ส.ค.ตั้งแต่เดือน ก.ย.ถึงปลายปีฝนมีแนวโน้มฝนจะลดลง ซึ่งมีความเสี่ยงน้อยที่จะน้ำท่วมใหญ่แบบปี 54 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพายุที่จะเข้ามาตรงๆ หรือไม่ด้วย&amp;quot; นายเสรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ &amp;quot;คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย&amp;quot; ฉบับที่ 21 ว่า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี, ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด, ภาคใต้ : จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.จันทบุรี ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจเขื่อนคิรีธาร ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง หลังจากในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนคิรีธาร ที่เป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ใน 2 จังหวัด คือ ตราด และจันทบุรี พบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนที่มีความจุ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันมีน้ำอยู่ในเขื่อนกว่า 59 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือเพียงอีก 50 เซนติเมตร จะล้นสปิลเวย์ออกมา ในเบื้องต้น นายสุเทพ มีกระโดน กำนันตำบลบ่อเวฬุ ประสานองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี และกระทรวงพลังงาน ขอรับการสนับสนุนท่อยางมาติดตั้งกับเครื่องสูบน้ำเพื่อทำเป็นกาลักน้ำเร่งสูบน้ำระบายน้ำออกจากเขื่อนคิรีธาร เพื่อไม่ให้ไหลเข้าท่วมสวนผลไม้ และบ้านเรือนของชาวบ้านใน 2 จังหวัด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทองเปลว กองจันทร์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สมเกียรติ ประจำวงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขื่อนน้ำอูน, เขื่อนปราณบุรี, เขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนศรีนครินทร์, เขื่อนแก่งกระจาน, เสรี ศุภราทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6c4f29d480d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14848</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;น้ำเพชร-น้ำเขื่อนแก่งกระจาน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าผมเป็น &amp;quot;น้ำ&amp;quot;.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบอกชาวเมืองเพชรฯ ให้สบายใจได้ว่า ปีนี้ขอบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เข้าไปท่วมหรอก!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะเขินสื่อ แหม...ยังกะถูกโรค &amp;quot;เซเปียน-เซน้ำน้อย&amp;quot; ที่อัตตะปือหลอน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจานตามภววิสัย แล้วจะแวะเข้าไปหาขนมหม้อแกงในเมืองกินบ้างเท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สื่อนับถอยหลังกัน ยังกะมาจมเมืองจริงๆ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องภัยธรรมชาติ &amp;quot;ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ&amp;quot; ทุกวันนี้ ไม่เพียงที่เพชรบุรี ที่เหนือ ที่อีสาน หรือที่ไหนๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกที่ในโลก.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันกลายเป็นเรื่อง &amp;quot;ถึงตัว-ถึงชีวิต&amp;quot; ของคน &amp;quot;ทุกคน&amp;quot; ไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในภาวะ &amp;quot;โลกเปลี่ยนสภาพ&amp;quot;..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การไม่ประมาทเป็นเรื่องดี แต่ถ้าตื่นตกใจจนเกินการ ก็ไม่เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั่นคือ ทุกข่าวสาร ทุกความเคลื่อนไหว นอกจากสนใจแล้ว ต้องเติมสติเพื่อวิเคราะห์-ใคร่ครวญเข้าไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่งั้น จะเตลิดตามกัน น่าสมเพช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้ คนเพชรบุรีเอง &amp;quot;รู้ตามสภาพ&amp;quot; คงตื่นเต้นน้อยกว่าคนนอกพื้นที่ ซึ่งรู้ &amp;quot;ตามข่าว&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่คนในพื้นที่ ที่นั่งผวา-นอนผวาจริงๆ ตอนนี้ ต้องที่กาญจนบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผวาเรื่อง &amp;quot;เขื่อนแตก&amp;quot;!&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่าน ดร.สมิทธ ธรรมสโรช กับท่านอาจารย์เสรี ศุภราทิตย์ กูรูเรื่องน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เวลาท่านออกข่าวเตือน เรื่องน้ำ เรื่องดินฟ้าอากาศ เรื่องแผ่นดินไหว เกี่ยวพันถึงเขื่อนวชิราลงกรณ (เขาแหลม) และเขื่อนศรีนครินทร์ (เจ้าเณร)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พยายามสรรคำสวยๆ ใช้แทนคำว่า &amp;quot;เขื่อนแตก&amp;quot; ในการเตือนหน่อยได้ไหมครับ ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะท่าน ดร.สมิทธ...........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝนตั้งเค้า ฟ้ามืด ทีไร ชอบเตือนกระเดียดไปทางนั้น จนคนเมืองกาญจน์จะเป็นโรคประสาทกันไปหมดแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะคำนึง ก็...ให้ระวัง แผ่นดินไหว.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขื่อนเขาแหลม-เขื่อนเจ้าเณร จะแตก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะอยู่ใกล้ &amp;quot;รอยเลื่อนสะแกง&amp;quot; น้ำจะทะลักจมเมืองกาญจน์ ยันกรุงเทพฯ!?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนี่ย ทุกคนซาบซึ้งในความหวังดีและห่วงใยของท่าน แต่แหม.....&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ย้ำคำว่า &amp;quot;เขื่อนแตก&amp;quot; บ่อยๆ มันเป็นหวังดีที่ซาดิสม์ จนชาวบ้าน-ชาวเมือง กินไม่ได้-นอนไม่หลับกันไปหมดแล้ว!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องเตือนล่วงหน้า เป็นเรื่องดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างกรณีน้ำล้นสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน ต้องเข้าใจว่า สปิลเวย์ ก็คือ &amp;quot;ทางระบายน้ำ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำจากสปิลเวย์ ไม่ใช่น้ำล้นตัวเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากแต่เป็นน้ำที่ระบายออกไป ตามเทคนิคควบคุมน้ำในเขื่อน ให้อยู่ในระดับปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เขื่อนเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเรื่องปกติ..........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างตอนนี้ &amp;quot;สื่อ-ชาวบ้าน&amp;quot; ตื่นตัว นับเป็นเรื่องดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระตุ้นให้ &amp;quot;กรมชลประทาน&amp;quot; และเจ้าเมือง ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ตั้งแต่แรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าเมืองและกรมชลฯ รู้ธรรมชาติเมือง รู้เส้นทางน้ำ รู้ความหนักเบา ของน้ำแต่ละปี จากแก่งกระจาน ที่มาลงแม่น้ำเพชรบุรีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องท่วม มันอาจต้องท่วมบ้าง ธรรมชาติเมืองเป็นอย่างนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่การไม่ให้ท่วมถึงขั้นวิกฤติเกินการ........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมชลฯ-จังหวัด ต้องแสดงประสิทธิภาพในตำแหน่ง-หน้าที่ บริหาร-จัดการ ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดู &amp;quot;ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์&amp;quot; อดีตเจ้าเมืองเชียงราย เป็นตัวอย่าง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขาดเหลืออะไร &amp;quot;ภาครัฐ&amp;quot; สนับสนุนทุกอย่างฉับพลันอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น เจ้าเมืองเพชรบุรี กรมชลประทาน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบงานพื้นที่โดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องแสดงฝีมือให้คนเพชรบุรีเชื่อถือ-ศรัทธา ต้องไม่ชะเง้อ รอให้รัฐบาลลงไปชี้นิ้วบัญชาการ รับหน้าเสื่อเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างน้ำท่วมใหญ่ปลายปี ๕๔......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะรัฐบาล &amp;quot;นักการเมือง&amp;quot; เสือกเป็นกองหน้า ทำตัวรู้ดีกว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไปสั่งโน่น-สั่งนี่เขา เอาอยู่..เอาอยู่ เลยพังทั้งเมือง!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แม่น้ำเพชรบุรี&amp;quot; ที่กำลังพูดกันตอนนี้.......&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รู้กันหรือเปล่า ว่ามีความสำคัญ &amp;quot;คู่บ้าน-คู่เมือง&amp;quot; ขนาดไหน?&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผมเองก็ยังไม่รู้ จนได้อ่าน &amp;quot;ศิลปวัฒนธรรม&amp;quot; ฉบับเดือน กันยายน ๒๕๔๘ จากบทความคุณ &amp;quot;ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่อง &amp;quot;น้ำเสวยที่โปรดปราน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พูดถึงนิตยสารรายเดือน &amp;quot;ศิลปวัฒนธรรม&amp;quot; ถือโอกาส ขอบคุณ และเกรงใจ เป็นที่ยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นยี่สิบปีมาแล้ว ส่งให้ผมอ่านทุกเดือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พ็อกเกตแมกกาซีน ต่วย&amp;#39;ตูน เช่นกัน หลายปีดีดัก ส่งให้ไม่เคยขาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็เกรงใจ ด้วยเข้าใจหัวอกคนผลิตหนังสือ แกะถุงอ่านทีไร ก็แอบตั้งใจ จะส่งค่าสมัครเป็นสมาชิกรายปีทีนั้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก็ได้แต่ตั้งใจ ยังไม่ได้ทำตามใจที่ตั้งซักที พูดแล้วก็อาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ ขออนุญาต &amp;quot;ศิลปวัฒนธรรม&amp;quot; และคุณ &amp;quot;ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย&amp;quot; นำบางส่วนที่ลงเว็บไว้มาเป็นวิทยาทานนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;mdash;เรื่องน้ำเพ็ชรนี้ เคยทราบมาแต่ว่า ถือกันว่าเปนน้ำดี เคยได้ยินพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่&amp;nbsp; ๕ รับสั่งว่า นิยมกันว่า มีรสแปลกกว่าลำน้ำเจ้าพระยา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และท่านรับสั่งว่า พระองค์เองเคยเสวยน้ำเพ็ชรเสียจนเคยแล้ว เสวยน้ำอื่นไม่อร่อย จึงต้องส่งน้ำเสวยมาจากเพ็ชรบุรี&amp;mdash;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นข้อความในพระราชหัตถเลขาในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกล่าวถึงเรื่องน้ำในลำน้ำเพชรบุรี ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเสวยกว่าน้ำในแม่น้ำอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สมัยต้นรัตนโกสินทร์ น้ำเสวยก็คือน้ำฝนและน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนที่ใสสะอาดและนำมาผ่านกรรมวิธีที่ทำให้เป็นน้ำบริสุทธิ์สำหรับเสวย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบว่า น้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี เป็นน้ำที่มีรสชาติอร่อยกว่าน้ำในลำน้ำอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงโปรดให้ตักน้ำจากแม่น้ำนี้ส่งเข้ามาเป็นน้ำเสวยจนตลอดรัชสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; น้ำเพชรที่โปรดให้เป็นน้ำเสวยนี้ ตักจากตำบลท่าชัย ซึ่งเป็นตำบลที่อยู่เหนือตำบลบ้านปืนขึ้นไปไกลจนหมดหมู่บ้านราษฎร เป็นทางน้ำที่ไหลผ่านกรวดทรายจึงเป็นน้ำใสสะอาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วิธีทำน้ำเพชรให้เป็นน้ำเสวยนั้น มีหลายขั้นตอน เจ้าเมืองเพชรบุรี มีหน้าที่ควบคุมดูแลแต่ละขั้นตอน นับตั้งแต่ตักน้ำ และนำมาต้มในกระทะใบใหญ่ แล้วถ่ายเก็บใส่ตุ่ม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเย็นลง จึงกรองในหม้อกรองใหญ่ ทำด้วยปูนลักษณะคล้ายลูกปัศตัน ปากกว้างประมาณ ๕๐&amp;nbsp; เซนติเมตร ลึกประมาณ ๖๐-๗๐ เซนติเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้น้ำหยดจากเครื่องกรองลงตุ่มที่รองรับอยู่ข้างล่าง น้ำที่หยดลงมานี้ จึงเป็นน้ำที่ใสสะอาดบริสุทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อจะนำส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่กรมกอง น้ำเสวย น้ำสรง จะเป็นผู้รับผิดชอบ มารับน้ำนำเก็บไว้ในโรงใหญ่ ซึ่งรักษาความสะอาดอย่างเข้มงวดกวดขัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงเวลานำน้ำขึ้นถวายจะบรรจุหม้อกรัณฑ์ ซึ่งเป็นหม้อดินเผาปั้นด้วยฝีมือประณีต มีฝาปิดเป็นจุกยอดแหลมและผูกผ้าขาวตีตราครั่ง นำส่งคุณพนักงานฝ่ายใน สำหรับเป็นน้ำเสวยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัชกาลที่ ๕ เมื่อคราวเสด็จประพาสเมืองเพชรบุรี ในรัชกาลของพระองค์ น้ำเพชรเป็นน้ำเสวยที่โปรดปรานดังปรากฏในพระราชดำรัสและหนังสือถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดน้ำเสวยอยู่เนืองๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเสวยน้ำเพชรตลอดมา มีบางคราว ที่มีเหตุขัดข้องต้องงดตักน้ำเมืองเพชร ต้องเสวยน้ำแม่น้ำอื่น ก็ทรงทราบความผิดปกติทันที &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งหนึ่ง โปรดให้มีการหาน้ำอร่อยแทนน้ำเพชรโดยให้หลวงศักดิ์ นายเวรจัดน้ำกรอกใส่ขวดเหมือนกัน ๔ ขวด คือน้ำฝน น้ำเพชร น้ำบ่ออาติเชียน น้ำกลั่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเสวยน้ำ โดยทรงอมให้รู้รสชาติเสียก่อนจึงกลืน มีน้ำขวดหนึ่งอร่อยกว่าทั้งหมด ปรากฏว่าน้ำขวดนั้น คือน้ำเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงมีพระราชดำริว่า น้ำอีก ๓ ขวด จะบริสุทธิ์เกินไปกว่าพระศอที่เคยเสวย ทำให้เสวยไม่อิ่ม และไม่ระงับกระหาย จึงโปรดให้จัดน้ำเพชรเข้ามาให้เสวยต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนถึงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ยังคงโปรดเสวยน้ำเพชรอยู่ ดังที่มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับรสชาติของน้ำเพชรว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;&amp;mdash;ในส่วนตัวเราเองมิได้เคยถือนักดอกในเรื่องน้ำกิน แต่ต้องสารภาพอย่างหนึ่งว่า จะเปนเพราะเหตุใดก็ไม่ทราบบอกไม่ถูก เราได้เคยกินน้ำประปาหลายครั้ง และรู้สึกว่ากินได้ แต่ยังไม่วายรู้สึกในใจว่า สู้น้ำเสวยที่เขาจัดมาให้พิเศษไม่ได้ ทั้งนี้จะเปนด้วยอุปาทานมากกว่าอย่างอื่น&amp;mdash;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้น้ำเพชร จะมีรสชาติอร่อย เป็นที่ถูกพระโอษฐ์ ถูกพระทัยพระมหากษัตริย์ทั้ง ๒ พระองค์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อเวลาผ่านไป สภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงพัฒนาเจริญขึ้น ผู้คนเพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบกับแม่น้ำเพชร เมื่อเจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปตรวจราชการ ที่จังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp; ในวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ.๒๔๖๕ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พบว่า ณ ตำบลที่ตักน้ำเสวยนั้น มีบ้านเรือนตั้งอยู่ตลอดทั้ง ๒ ฝั่ง ทำให้มีสิ่งปฏิกูลปนเปื้อนในแม่น้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากความไม่สะอาดดังกล่าวแล้ว เจ้าพระยายมราช ยังกราบทูลถึงเหตุที่น้ำเพชรไม่สมควรเป็นน้ำเสวยอีกต่อไปว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;mdash;เมื่อนึกถึงความเข้าใจของมหาชนทั่วไป แลชาวต่างประเทศด้วยแล้ว การที่ยังจัดอยู่ในราชการปรากฏว่า น้ำในลำน้ำเพ็ชรบุรีเปนน้ำเสวยดังนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าดูเปนการเสื่อมเสียพระเกียรติยศ และเกียรติคุณของน้ำเสวย&amp;mdash;&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุผลสำคัญทั้ง ๒ ประการ ทำให้น้ำเพชรซึ่งเคยเป็นน้ำเสวยของพระมหากษัตริย์ไทยมาเป็นเวลานาน ต้องสิ้นสภาพหมดสถานะการเป็นน้ำเสวย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งนั้น น้ำประปาจึงได้เข้ามามีบทบาทเป็นน้ำเสวยต่อจากน้ำเพชร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้คนในปัจจุบัน คงหมดโอกาสที่จะได้รู้ หรือพูดว่า &amp;ldquo;น้ำเพชรมีรสอร่อยแปลกกว่าน้ำเจ้าพระยาอย่างไร&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คงจะพูดถึงน้ำที่บริโภคกันทุกวันนี้ อย่างไม่แน่ใจว่า &amp;ldquo;น้ำยี่ห้อนี้แพงกว่า คงจะสกปรกน้อยกว่ายี่ห้อนั้นนะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่.........&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;แม่น้ำเพชรบุรี&amp;quot; ที่ห่วงกันว่าจะท้นท่วมเมือง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14848</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, จ.เพชรบุรี, ดร.สมิทธ ธรรมสโรช, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย, เขื่อนวชิราลงกรณ, เขื่อนศรีนครินทร์, เสรี ศุภราทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10105</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 14:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับแพหรูรุกที่อุทยานฯ เมืองกาญจน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค. 2561 - &amp;nbsp;นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี สืบทราบว่ามีนายทุนลักลอบบุกรุกก่อสร้างแพพักแพบริการ บริเวณท่าน้ำหลังที่ว่าการอ.ศรีสวัสดิ์ ม.3 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ ซึ่งเป็นพื้นที่อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ &amp;nbsp;จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทหารร้อย รส.อ.ศรีสวัสดิ์ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.13 ผู้ใหญ่บ้านม.3 กว่า 30นาย เดินทางเข้าตรวจสอบ บริเวณท่าน้ำหลังที่ว่าการ อ.ศรีสวัสดิ์ ม.3 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบบริเวณพิกัด 0511105 E 1613604 N บริเวณท่าน้ำหลังที่ว่าการ อ.ศรีสวัสดิ์ ริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นร่องคุ้งน้ำมีต้นไม้ใหญ่หนาแน่นครึ้ม บดบังหลบสายตาผู้คนที่สัญจรไปมา พบมีการก่อสร้างแพพัก แพบริการแบบหรูใหม่เอี่ยมติดแอร์ทุกหลัง จำนวน 22 หลัง รวมทั้งแพทุ่นที่ใช้วางต้นไทร กั้นระหว่างแพแต่ละหลัง อีกจำนวน37 แพทุ่น แพลากจูง 1 หลัง พร้อมวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างอีกจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะตรวจสอบนายธนพัฒน์ ยิ้มยวน อายุ 22 ปี, นายสมนึก กิรัมย์ อายุ 34 ปี ผู้ดูแล และต่อมาน.ส.สาคร ล่ำสันต์ อายุ 45 ปี เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่รับเป็นเจ้าของ สารภาพว่าแพที่ก่อสร้างทั้งหมดเป็นของตนเอง ชื่อแพเจ็ดหลัก โดยการก่อสร้างไม่ทราบว่าเป็นพื้นที่อุทยานฯ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ดำเนินคดีข้อหาฐานยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต และฐานกระทำด้วยประการใดๆอันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาตขากพนักงานเจ้าหน้าที่ ต่อไป ส่วนของกลางแพทั้งหมดลากจูงไปเก็บรักษาไว้ที่อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10105</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, นายทุน, อุทยานแห่งชาติ, เขื่อนศรีนครินทร์, แพบริการ, แพพัก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a60da1310c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5697</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/03/2018 17:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/03/2018 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จนท.ลุยรื้อ-ยึดสำนักสงฆ์เมืองกาญจน์ ซุกไม้แปรรูป-สัตว์ป่าคุ้มครอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มี.ค.61 &amp;nbsp;- จากกรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ได้เข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ พุทธสถานบุญญพลัง บ้านท่าสนุ่น ม.4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ พบมีสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิดทั้ง กวาง นกยูง นก เต่า จำนวนหนึ่ง รวมทั้งไม้แปรรูปแผ่นขนาดใหญ่อีกจำนวนมาก จึงทำการตรวจยึด โดยวัดแห่งนี้ได้ขออนุญาตต่อกรมอุทยานฯ ในโครงการพุทธอุทยาน ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่การก่อสร้างต่างๆทางสำนักสงฆ์ ไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานฯทราบ อันเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนข้อตกลง จึงได้สั่งให้หยุดดำเนินการก่อสร้างทุกอย่างตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ นายฐิติ โสมภีร์ หัวหน้าอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ นายชัยศิริ ชุมแสง ปลัดฝ่ายป้องกัน อ.ศรีสวัสดิ์ ทหารร้อยรส.อ.ศรีสวัสดิ์ เจ้าหน้าที่บก.ปทส.ภ.จว.กาญจนบุรีพร้อมกำลังกว่า 40 นาย เข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ พุทธสถานบุญญพลัง บ้านท่าสนุ่น ม.4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรีรอบสองอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการเดินทาง ไปยังสำนักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง พิกัดที่ 0514171 E 1607562 N ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ห่างจากท่าแพขนานยนต์บ้านแม่ละมุ่นราว3กม.เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังกันเข้าตรวจสอบรอบบริเวณพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณในศาลาปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ พบบรรดาลูกศิษย์กว่า 20 คนนั่งสนทนากับพระสมฤทธิ์ รัตนญาโณ (ธรรมกะ &amp;nbsp;บุญญพลัง)เจ้าอาวาส รอบๆบริเวณศาลา ยังคงพบกรงเลี้ยงนกและสัตว์ป่าต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งกิ้งก่าอีกัวนา นกยูง ไก่ป่า นกอีมู นกกระจอกเทศ นกแก้วมาคอร์ นกกระตั้ว รวมทั้งบ่อเลี้ยงตะพาบน้ำและเต่าขนาดใหญ่หลายตัว อีกหลายบ่อ ยังคงอยู่ดังเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐิติ ได้ชี้แจงเหตุผลรายละเอียด ในการที่เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการในครั้งนี้ ให้พระสมฤทธิ์ รัตนญาโณ (ธรรมกะ &amp;nbsp;บุญญพลัง)เจ้าอาวาสทราบว่ากรมอุทยานฯได้มีหนังสือเพิกถอนที่พักสงฆ์แห่งนี้ ออกจากโครงการพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระยะที่สอง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2560 เนื่องจากที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 18 ก.ค.2560 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลังพบว่าได้กระทำผิดเงื่อนไขและข้อตกลง โดยมีการก่อสร้างฐานองค์พระขนาดใหญ่ มีไม้แปรรูป และมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครอง และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงต้องเข้ามาดำเนินการ ตรวจยึดคืนพื้นที่พร้อมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนายฐิติชี้แจงเหตุผล ในการที่เจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการในครั้งนี้ จนเจ้าอาวาสเข้าใจ จึงได้สั่งการให้กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่และสิ่งก่อสร้างอย่างละเอียด พบว่ามีอาคารสิ่งปลูกสร้าง ทั้งหมด 7 รายการ ประกอบด้วย กุฏิ 1 หลัง ศาลา 1 หลัง ลานธรรม 1 หลัง ถังเก็บน้ำ 1 หลังห้องน้ำ 1 หลังฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่กว้าง36เมตร สูง กว่า50เมตร และบันไดทางลงริมอ่างน้ำซึ่งมีการสร้างพระพุทธรูปองค์หนึ่งไว้ จึงทำการตรวจยึดพื้นที่จำนวน20ไร่ 2 งานรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฐิติ กล่าวว่าสืบเนื่องจากกรณีที่มีการโพสต์ ภาพสิ่งปลูกสร้างสำนักสงฆ์-รีสอร์ท ทางโซเชียลมีเดีย ใช้ชื่อหัวข้อ &amp;quot;ภาพว่อนสำนักสงฆ์-รีสอร์ทโผล่ในป่า เหนือเขื่อนศรีนครินทร์&amp;quot; คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วย จนท.ของส่วนอุทยานฯสบอ.3 อช.เขื่อนศรีนครินทร์ ทหาร และฝ่ายปกครอง อ.ศรีสวัสดิ์ ได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่18ก.ค.2560 ปีที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ดังกล่าว เป็นที่พักสงฆ์พุทธสถานบุญญพลัง ตั้งอยู่ท้องที่บ้านท่าสนุ่น ม.4 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ในเขต อช.เขื่อนศรีนครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมอุทยานฯ อนุมัติให้ดำเนินโครงการส่งเสริมให้ที่พักสงฆ์ช่วยงานด้านป่าไม้ ระยะที่สอง เนื้อที่ 20ไร่2งาน โดยเข้าร่วมโครงการฯ เมื่อปีพ.ศ.2559 โดยหลังตรวจสอบพบมีการกระทำผิดข้อตกลงเงื่อนไข โดยมีการก่อสร้างสิ่งต่างๆหลายรายการ ประกอบด้วย ศาลาปฏิบัติธรรม กุฏิ หอฉันท์ และห้องน้ำ ด้านข้างศาลาฯ มีการสร้างบันไดขึ้นไปบนยอดเขา ระยะทางราว 200 เมตร ซึ่งบนยอดเขานั้นมีการก่อสร้างฐาน และโครงสร้างพระพุทธรูป ขนาดหน้าตัก 35 เมตรสูง 60 เมตร แต่การก่อสร้างต่างๆทางสำนักสงฆ์ ไม่ได้แจ้งให้ทางอุทยานฯทราบ อันเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนข้อตกลงโดยไม่ขออนุญาตจากกรมอุทยานฯ รวมทั้งพบว่ามีทั้งสัตว์ป่าคุ้มครอง หลายชนิด และไม้แปรรูปแผ่นขนาดใหญ่อีกจำนวนมาก จนถูกดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมอุทยานฯจึงได้มีหนังสือเพิกถอนที่พักสงฆ์แห่งนี้ ออกจากโครงการพุทธอุทยานในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ระยะที่สอง เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2560โดยเมื่อวันที่ 5 พ.ย.2560 ทางอุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์ ก็ได้มีหนังสือแจ้งให้ทางสำนักสงฆ์แห่งนี้ ทราบในเรื่องถูกเพิกถอนไปก่อนแล้ว แต่ก็ยังเพิกเฉยและมีการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง จึงได้เข้าดำเนินการตรวจยึดคืนพื้นที่ในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวพระนที กัสปะ รับว่าเป็นผู้ดูแลวัดส่งพนักงานสอบสวนสภ.ด่านแม่แฉลบดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5697</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐิติ โสมภีร์, พระนที กัสปะ, สถานบุญญพลัง, สำนักสงฆ์, อุทยานฯเขื่อนศรีนครินทร์, เขื่อนศรีนครินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180324/image_big_5ab61f0b8073d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
