<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55051</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/01/2020 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/01/2020 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจอศพเรือล่มครบแล้ว 5 ราย! เผยคนขับหลงร่องน้ำชนตอไม้กลางเขื่อนสิริกิติ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ม.ค.63 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุเรือชนกับตอไม้ในอยู่กลางอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ พ.อ.เทพฤทธิ์ เรือนคำ รองเสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 35 และ&amp;nbsp;รองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสารภัยมณฑลทหารบกที่ 35&amp;nbsp;พร้อมด้วย พ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ พ.อ.อุไร ศรีม่วงสุข หัวหน้ากองกิจการพลเรือนมณฑลทหารบกที่ 35 พ.อ.สมัย ขำพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก&amp;nbsp;เดินทางไปที่เกิดเหตุบริเวณเกาะสิงห์โต หมู่ที่ 9 บ้านท่าเรือ ตำบลท่าปลา อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เกิดเหตุพบเรือรับส่งสินค้าที่ออกจากเกาะห้วยต้า ตำบลนางพญา อำเภอท่าปลา ซึ่งบรรทุกพืชผลทางการเกษตร&amp;nbsp;พร้อมผู้โดยสารทั้งหมด 10 คน รวมคนขับเรือด้วยอีก 1 คนเป็น 11 คน ประสบเหตุเรือโดยสารชนเข้ากับตอไม้&amp;nbsp;ก่อนถึงท่าเทียบเรือบ้านท่าเรือ หมู่ 9 ตำบลท่าปลา เพียง 2 กิโลเมตรเศษเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ที่ลดระดับลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอไม้ที่อยู่ใต้น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์โผล่ขึ้นมา เมื่อเรือโดยสารชนจึงทำให้เรือล่มและจมลงกลางอ่างเก็บน้ำทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมานายธนากร อึ้งจิตไพศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าไปบัญชาการเหตุการณ์และควบคุมการกู้ภัยของเจ้าหน้าที่เหตุเรือล่ม โดยระดมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและนักประดาน้ำจากหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp;เอกชน&amp;nbsp;มณฑลทหารบกที่ 35&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่แพทย์พยาบาลหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก&amp;nbsp;สำนักงานป้องกันและบรรเทาสารภัยจังหวัดอุตรดิตถ์&amp;nbsp;ประมงจังหวัดอุตรดิตถ์ เขื่อนสิริกิติ์ หน่วยกู้ชีพกู้ภัยสมาคมกู้ภัยวัดหมอนไม้&amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยมูลนิธิเทพนิมิตร และจิตอาสาพระราชทานจังหวัดอุตรดิตถ์ ช่วยกันค้นหาร่างของผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าวันนี้น่าจะได้ร่างของผู้สูญหายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอุปสรรคของการค้นหาศพเนื่องจากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์จุดเกิดเหตุ&amp;nbsp;มีความลึกมากกว่า 20 เมตร อุปกรณ์ทุกอย่างในการค้นหาก็ระดมกันเข้ามา เพื่อให้การค้นหาคล่องตัวและให้ได้ร่างโดยเร็ว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้จะต้องมีการถอดบทเรียนและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยของคนที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะ เนื่องจากทั้ง 11 คนที่ประสบเหตุครั้งนี้ไม่มีเสื้อชูชีพเลยแม้แต่คนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เศร้าสลดมาก พร้อมให้หน่วยงานเข้าไปดูแลช่วยเหลือเบื้องต้น&amp;nbsp;ทราบว่าเรือโดยสารลำเกิดเหตุดังกล่าวออกจากหมู่บ้านห้วยต้าเมื่อเวลาประมาณ 08.00 น.เศษ ออกเดินทางมากว่าชั่วโมงครึ่งก่อนถึงท่าเทียบเรือเรือก็ชนเข้ากับตอไม้&amp;nbsp;เป็นเหตุทำให้เรือแตกทันทีแล้วค่อยๆจมลง ขณะที่ผู้โดยสารที่อยู่ในเรือรวมคนขับเรือด้วยเป็น 11 คน ต่างก็พยายามว่ายน้ำออกมาได้ทัน 6 คน ส่วนอีก 5 คนจมไปกับเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.อ.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์&amp;nbsp;กล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า&amp;nbsp;มีผู้โดยสารที่สูญหายจากเรือล่มจำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.นายจันทร์ น้อยขัน อายุ 70 ปี 2.นายสนิท น้อยขัน อายุ 51 ปี &amp;nbsp;3. นางปรีดา อภิยะ อายุ 43 ปี 4.นายประเรียน อภิยะ อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของเรือโดยสารและเป็นคนขับเอง และ 5.นางสาวสุนิตตรา น้อยขัน อายุ 35 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยของมูลนิธิอุตรดิตถ์สงเคราะห์ ส่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำจำนวนหลายสิบนายไปทำการค้นหาผู้สูญหายอีก 5 ราย ส่วนรายชื่อผู้ที่รอดชีวิตจากเรือโดยสารครั้งนี้มีจำนวน 6 คน ประกอบด้วย 1.นายก้อย ยาสี 2.นายจำนอง อภิยะ 3.นายธิติวุฒิ น้อยขัน เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) นางพญา 4.นายพร ใจโสภา 5.นายมานะ ธรรมวงศ์ และ 6.ด.ญ.สุภาวดี ธรรมวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามผู้รอดชีวิตเบื้องต้น เล่าว่า&amp;nbsp;นายประเรียนได้ขับเรือโดยสาร จาก ม.4 บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา เพื่อนำสินค้าและโดยสารมาส่งยังฝั่งที่บ้านท่าเรือ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณระหว่างเกาะเม่น และเกาะเต่า ร่องน้ำลึกประมาณ 18-20 เมตร เรือเกิดชนกับตอไม้เสียการทรงตัวจนพลิกคว่ำ คนขับหรือเจ้าของเรือและผู้โดยสาร รวมจำนวน 11 คน จมลงใต้น้ำ ก่อนจะได้รับการช่วยเหลือ มีผู้รอดชีวิต จำนวน 6 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอติรุจ จำรูญ ผู้อำนวยการเจ้าท่าภูมิภาค สาขาแพร่ กล่าวว่าเหตุเรือชนตอไม้ในเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บ 6 คน ส่วนตัวเรือยังกู้ขึ้นมาไม่ได้ สำหรับสาเหตุน่าจะเป็นเพราะน้ำในเขื่อนลดลงอย่างต่อเนื่อง และ&amp;nbsp;คนขับอาจจะหลงร่องน้ำ จึงชนตอไม้ใต้น้ำที่กำลังจะโผล่พ้นน้ำอย่างจัง เหตุการณ์นี้เป็นครั้งแรกที่มีผู้เสียชีวิตมากขนาดนี้ สำหรับเรือลำนี้เป็นเรือไม้ชื่อ &amp;quot;เนินสวนรุ่งเรือง 2&amp;quot;&amp;nbsp;ความยาวตลอดลำเรือ 15 เมตร จดทะเบียนเป็นเรือบรรทุกสินค้า มีอุปกรณ์ป้องกันครบ แต่เมื่อตรวจสอบพบทะเบียนเรือขาดต่ออายุ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือประชาชน ขุดบรรเทาสาธารณภัย มณฑลทหารบกที่ 35 หน่วยแพทย์พยาบาล หน่วยกู้ชีพฉุกเฉินโรงพยาบาลค่ายพิชัยดาบหัก ร่วมกับ หน่วยกู้ภัย นักประดาน้ำ ทำการค้นหาผู้สูญหายจนครบทั้ง 5 ราย เมื่อเวลา 17.02 น. เรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีภูธรท่าปลา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้าตรวจสอบ และชันสูตรพลิกศพ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55051</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดอุตรดิตถ์, เขื่อนสิริกิติ์, เรือล่มกลางเขื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200120/image_big_5e258d995d3bb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>4รมต.เกษตรฯลุยแก้ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;4 รมต.เกษตรฯ ลุยแก้ปัญหาภัยแล้ง ดูสถานการณ์น้ำเขื่อนภูมิพล-เขื่อนสิริกิติ์ หารือตัวแทนเกษตรกร 15 จังหวัด จ่อออกมาตรการชดเชยราคาข้าวชาวนา มท.1 สั่งแจ้งเตือน ปชช.ก่อนประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทั้ง 3 คน ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า, นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ และนายประภัตร โพธสุธน ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมประชุมมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัยกล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการอันดับแรกคือการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งจะต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมมาตรการรองรับให้ปริมาณน้ำมีเพียงพอ แต่ยังไม่ถึงวิกฤติที่จะต้องประกาศภัยแล้ง รวมถึงการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวและยางพารา ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการตามนโยบายประกันรายได้ที่หาเสียงไว้กับประชาชน และสานต่อโครงการของนายกฤษฎา บุญราช อดีต รมว.เกษตรฯ ขณะนี้เกษตรกรทั่วประเทศเดือดร้อนจากภาวะฝนทิ้งช่วง ต้องเร่งวางระบบบริหารจัดการน้ำที่มีอยู่ให้เพียงพอ &amp;nbsp;แม้ว่าอยู่ช่วงต้นฝน แต่จากคาดการณ์ปีนี้น้ำน้อย ต้องแจ้งให้ชาวบ้านรู้ ถ้าไม่สามารถปลูกข้าวได้ หามาตรการเยียวยา ให้ปลูกพืชน้ำน้อย และมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เมื่อเกิดความเสียหาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประภัตรกล่าวว่า จะลงพื้นที่ดูสถานการณ์น้ำ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ พร้อมประชุมวางแนวทางรับมือในวันที่ 19 ก.ค. และจะเชิญตัวแทนเกษตรกรจากทั้ง 15 จังหวัดมาหารือถึงผลกระทบจากภัยแล้ง ว่ามีความเดือดร้อนแค่ไหน ส่วนมาตรการจะต้องหารืออีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ตั้งแต่ค่ำวันนี้จะลงพื้นที่ร่วมกับ 2 รมช.เกษตรฯ เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำที่จังหวัดตากและจังหวัดอุตรดิตถ์ ลุ่มเจ้าพระยา เพื่อให้ชาวนามีน้ำพอจนเก็บเกี่ยวได้ผลผลิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งแรกที่ต้องทำคือเร่งช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะชาวนา ขณะนี้ต้นทุนข้าวอยู่ที่ตันละ 5,000 บาท สถานการณ์ภัยแล้งทำให้ต้นทุนสูง แต่ผลผลิตต่อไร่ต่ำ โดยเห็นว่าควรจะมีมาตรการชดเชยรายได้ราคาข้าวให้แก่เกษตรกร แต่จะเป็นเท่าไหร่จะขอหารือกับทุกฝ่ายก่อน&amp;quot; นายประภัตรกล่าว และว่า ไม่กังวลหากจะมีม็อบเกษตรกร และยินดีให้เข้าพบเพื่อรับฟังปัญหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวมนัญญากล่าวว่า จะอาศัยประสบการณ์การทำงานในระดับท้องถิ่นที่ทำงานจริงๆ มาตลอด 10 ปี มั่นใจว่ารู้ปัญหาของเกษตรกร โดยจะนำปัญหาขึ้นมาหารือ เสนอต่อ รมว.เกษตรฯ เพื่อหาแนวทางในการแก้ปัญหา เน้นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในภาคเกษตรมากขึ้น โดยขบวนการบริหารจัดการเป็นสิ่งสำคัญ ต้องแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด คิดว่าจะนำรูปแบบการบริหารจัดงานในท้องที่ที่ประสบความสำเร็จมาบริหารในระดับประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมอบนโยบายเสร็จสิ้น นายเฉลิมชัยได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์น้ำที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิตติ์ จ.อุตรดิตถ์ ในช่วงบ่ายทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ปีนี้ปริมาณฝนไม่ค่อยมาก ทางกระทรวงเกษตรฯ เตรียมที่จะออกมาตรการขอให้งดการปลูกในบางลุ่มน้ำ และในวันที่ 19 ก.ค.นี้ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะลงพื้นที่ไปดูน้ำในเขื่อน และพาเกษตรกรในลุ่มน้ำเจ้าพระยาไปดูพื้นที่จริงว่าอาจจะปลูกพืชใช้น้ำมากหรือข้าวนาปรังไม่ได้ และคงจะมีแผนงานโครงการปลูกพืชอื่นๆ ที่เหมาะสมแทน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้แจ้งมายังกระทรวงมหาดไทย และได้แจ้งต่อไปทางจังหวัดแล้ว เพื่อนำเกษตรกรทุกจังหวัดลงไปดูพื้นที่และสถานการณ์น้ำที่เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งในส่วนของมาตรการเตรียมรับมือนั้น กระทรวงเกษตรฯ มีมาตรการทุกปีว่าพื้นที่ใดควรเพาะปลูกพืชอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) นั้น ให้พิจารณาเป็นรายพื้นที่ หากจังหวัดใดเกิดพื้นที่ภัยแล้ง ไม่ว่าน้ำที่ใช้ทำการเกษตร หรืออุปโภคบริโภค จะมีการแจ้งเตือนก่อนออกประกาศ เพื่อให้มีเวลาในการกักเก็บน้ำ แต่ถ้าถึงขั้นแล้งและต้องออกประกาศภัยพิบัติ ก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุโขทัย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวนาในพื้นที่หมู่ 5 ต.สารจิตร อ.ศรีสัชนาลัย ยังคงได้รับความเดือดร้อนหนักจากปัญหาความแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ข้าวที่หว่านไว้อายุประมาณ 1 เดือนเริ่มได้รับความเสียหาย ชาวนาบางรายจึงต้องดิ้นรนช่วยเหลือตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป คงมา อายุ 63 ปี ชาวนาในพื้นที่ เปิดเผยว่า ลงทุนทำนาข้าวหอมมะลิ 12 ไร่ หว่านไปเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.62 โดยทั่วไประยะเวลา 1 เดือน ต้นข้าวจะเติบโตสูงประมาณหัวเข่า แต่ปัจจุบันต้นข้าวหยุดเติบโตเพราะขาดน้ำ เริ่มจะเหลืองแห้งตาย จึงต้องรีบนำรถไถพ่วงแท็งก์ไปสูบน้ำจากหนองจระเข้ที่อยู่ห่างจากที่นา 2 กิโลเมตร เพื่อนำมาใส่ในนาให้ต้นข้าวที่กำลังโตได้รับน้ำหล่อเลี้ยง ลงทุนไปกว่า 17,000 บาท ยังไม่รวมค่าน้ำมัน ซึ่งถ้าฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หรือไม่มีการจัดสรรปล่อยน้ำมาบ้าง นาข้าวในพื้นที่ ต.บ้านแก่ง ต.สารจิตร คงแห้งตาย ชาวนาเดือดร้อนหลายร้อยครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ลำปาง ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบสภาพอ่างเก็บน้ำวังเฮือ หรืออ่างเก็บน้ำแม่ทะ หรือเป็นที่รู้จัก กับบรรดานักท่องเที่ยวทั่วไปคือทะเลสาบลำปาง ซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 4 &amp;nbsp;ต.พระบาท อ.เมืองลำปาง โดยเบื้องต้นพบว่าน้ำภายในอ่างเก็บน้ำแม่ทะแห้งขอดอย่างเห็นได้ชัด และมีปลาตายจำนวนมาก ซึ่งพื้นดินภายในอ่างน้ำแตกระแหงจากสภาพความแห้งแล้ง แม้ว่าบางจุดจะเหลือน้ำอยู่บ้าง แต่เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจากการสอบถามนายวิชาญ กวินภูมิเสถียร หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำโครงการชลประทานลำปาง บอกว่าอ่างเก็บน้ำแม่ทะ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 10,000 &amp;nbsp;ไร่ โดยที่ผ่านมาจากสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง ทำให้น้ำภายในอ่างลดปริมาณลงอย่างมาก ซึ่งขณะนี้น้ำในอ่างเหลือเพียง 32 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 850,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งจากปกติจะมีน้ำถึง 2,800,000 &amp;nbsp;ลูกบาศก์เมตร ทำให้มีปริมาณน้ำเหลือเพียง 32 เปอร์เซ็นต์ และหากไม่มีฝนตกลงมาจากนี้และไม่มีน้ำไหลเข้าอ่าง คาดการณ์ว่าน้ำในอ่างจะหมดประมาณกลางเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งต้นกล้าของเกษตรกรที่หว่านไว้ก่อนหน้านี้จะแห้งตาย ทั้งนี้ ได้ขอให้เกษตรกรชะลอการหว่านกล้าทำนาไว้ก่อน เนื่องจากฝนทิ้งช่วง และให้ประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัดรู้คุณค่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.หนองคาย ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ยังมีระดับต่ำกว่า 1 เมตร ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ มีระดับอยู่ที่ 84 เซนติเมตร ต่ำกว่าตลิ่งถึง 11.36 เมตร ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าระดับน้ำโขงต่ำสุดในรอบ 50 ปี โดยขณะนี้ได้ส่งกระทบกับการผลิตน้ำประปาในจังหวัดหนองคาย เนื่องจากน้ำโขงที่มีระดับต่ำไม่ถึงหัวสูบของเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ในอาคารสูบน้ำของการประปา ส่งผลให้น้ำประปาไหลอ่อนและไม่ไหลในหลายพื้นที่เขตอำเภอเมืองหนองคาย ล่าสุดทางการประปาส่วนภูมิภาคสาขาหนองคายได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำบนโป๊ะแพ เพื่อสูบน้ำดิบแทนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ในอาคารสูบน้ำเป็นการชั่วคราว แต่น้ำดิบที่สูบได้ไม่เพียงพอในการผลิตน้ำประปา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41342</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, หนังสือพิมพ์, เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์, แก้ปัญหาภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d30851ef40ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 14:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เล็งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ หวั่นพื้นที่ท้ายน้ำเจอน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เฉพาะกิจฯ เล็งปรับลดการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ป้องผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำ หลังอัตราการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาสูงกว่า 820 ลบ.ม./วินาที พร้อมเตือนพื้นที่จังหวัดชายขอบประเทศฝนซ้ำสัปดาห์หน้า คาดเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น ล่าสุดวันนี้ 16 จว.ยังเสี่ยงภัยฝนตกหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำและพื้นที่เสี่ยงสำคัญ ประจำวันที่ 2 ก.ย. 61 ว่า วันนี้ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยมีพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก 16 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคเหนือ จ.เชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย บึงกาฬ นครพนม ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ภาคตะวันออก นครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด &amp;nbsp;โดย 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา &amp;nbsp;มีฝนตกปานกลางถึงหนักในภาคเหนือ จ.แพร่ 46.2 มม. ภาคกลาง จ.กรุงเทพมหานคร 50.5 มม. และภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี 44.5 มม. ยะลา 41.4 มม. นครศรีธรรมราช 35.5 มม. ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 3&amp;ndash;7 ก.ย. 61 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันอัตราการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 820 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาด้านท้ายเขื่อนจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 30-50 ซม. ซึ่งศูนย์เฉพาะกิจฯ ได้ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) พิจารณาปรับแผนลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์ เพื่อป้องกันผลกระทบพื้นที่ท้ายน้ำให้เกิดน้อยที่สุด รวมไปถึงแจ้งจังหวัดและราษฎรให้ทราบแผนการระบายน้ำล่วงหน้า โดยขณะนี้พบว่ามีน้ำสูงกว่าตลิ่ง ที่ อ.พยุหคีรี จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานได้มีหนังสือแจ้งจังหวัดเพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่พื้นที่ 22 จังหวัดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อขอความร่วมมือชาวนาไม่ทำการเพาะปลูกข้าวต่อเนื่องหลังการเก็บเกี่ยวข้าวนาปีแล้ว เนื่องจากเป็นช่วงฤดูน้ำหลากขณะที่สถานการณ์แม่น้ำโขงแนวโน้มน้ำสูงขึ้น โดยมีน้ำสูงกว่าตลิ่งที่ จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.มุกดาหาร และ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และต้องเฝ้าระวังบริเวณ จ.บึงกาฬ ต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสำเริง กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ศูนย์เฉพาะกิจฯ ยังเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดใหญ่ มีปริมาตรน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มี 53,545 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 75 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง มี 3,143 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 รับน้ำได้อีก 19,420 ล้าน ลบ. ม. อ่างฯที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ &amp;nbsp;เขื่อนน้ำอูน 108% ลดลง 1% เขื่อนแก่งกระจาน 107% ลดลง 1% และขนาดกลาง 22 แห่ง ลดลง 11 แห่ง ซึ่งอยู่ใน ภาคเหนือ 2 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 16 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง และภาคตะวันออก 3 แห่ง &amp;nbsp;ขณะที่อ่างเฝ้าระวังที่ความจุ 80-100% &amp;nbsp;เป็นอ่างฯขนาดใหญ่ 5 แห่ง เขื่อนวชิราลงกรณ 94% &amp;nbsp;เขื่อนศรีนครินทร์ 91% &amp;nbsp;เขื่อนรัชชประภา 86% เขื่อนขุนด่านปราการชล 86% &amp;nbsp;เขื่อนปราณบุรี 79% &amp;nbsp;ขนาดกลาง 64 แห่ง เพิ่มขึ้น 9 แห่ง แยกเป็น ภาคเหนือ 8 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 36 แห่ง ภาคตะวันออก 12 &amp;nbsp;แห่ง ภาคกลาง 4 แห่ง และภาคใต้ 4 แห่ง สำหรับอ่างเฝ้าติดตามที่ความจุน้อยกว่า 30% &amp;nbsp;เป็นขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนทับเสลา ขนาดกลาง 38 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ 2 แห่ง &amp;nbsp; ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 26 แห่ง &amp;nbsp;ภาคตะวันออก 4 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง ภาคใต้ 5 แห่ง ต้องวางแผนเก็บกักน้ำและเติมน้ำโดยประสานกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการปฏิบัติการฝนหลวงต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16644</URL_LINK>
                <HASHTAG>10จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา, การบริหารจัดการน้ำ, พื้นที่ท้ายน้ำ, ระบายน้ำ, เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิติ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8b8ac7cceb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
