<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117952</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมชลฯยัน&#039;เขื่อนลำเชียงไกร&#039;ไม่แตก แค่ทำนบดินไซต์ก่อสร้างชำรุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์ว่า &amp;ldquo;ประกาศด่วน เขื่อนลำเชียงไกร #ส่วนที่ก่อสร้างแตก พี่น้องโคราช พระทองคำ ด่านขุนทด โนนไทย โนนสูง พิมายรีบขนของหนีขึ้นที่สูงด่วน&amp;rdquo; นั้น ว่า บริเวณอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ตำบลบัลลังก์ อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา กำลังก่อสร้างอาคารและทางระบายน้ำ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างไปแล้วร้อยละ 70 แต่ขณะก่อสร้างมีฝนตกหนัก ทำให้อ่างฯลำเชียงไกร (ตอนล่าง) มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน (26 ก.ย.64) มีปริมาณน้ำ 41.69 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือประมาณ 151 % ของความจุอ่างฯ มีน้ำล้นสปิลเวย์ (Spillway) มาสมทบกับบริเวณที่กำลังก่อสร้าง ประกอบกับช่วงที่ก่อสร้างได้ใช้ทำนบดินกั้นน้ำไว้ เมื่อมีปริมาณน้ำมากเกินกว่าที่อ่างเก็บน้ำจะรับไหว จึงส่งผลให้ทำนบดินไซด์ก่อสร้างชำรุด น้ำจึงไหลลงตรงที่ก่อสร้างทางประตูระบายน้ำ ยืนยันว่าตัวอ่างและสันอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร มั่นคงแข็งแรง แต่ด้วยปริมาณน้ำที่มากเกินความจุอ่างฯ จึงทำให้น้ำล้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำและพื้นที่ท้ายอ่างฯ ได้แก่ อำเภอโนนไทย และอำเภอโนนสูง เก็บทรัพย์สิน สิ่งของมีค่าต่างๆ ขนย้ายขึ้นที่สูง พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากต่อไปแล้ว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117952</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมชลประทาน, นครราชสีมา, เขื่อนลำเชียงไกร, เขื่อนแตก, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61510cac5e26d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117929</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพภาค2แจ้งเตือนชาวโคราชเขื่อนลำเชียงไกรแตกแล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-เพจกองทัพภาคที่ 2 แจ้งประกาศด่วนเขื่อนลำเชียงไกรแตกแล้ว ระบุว่า พี่น้องโคราช พระทองคำ ด่านขุนทด โนนไทย โนนสูง พิมาย รีบขนของหนีขึ้นที่สูงด่วน อ่างลำเชียงไกรล่าง จะต้องระบายน้ำเพิ่มอีกมาก ตั้งแต่วันนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอให้อำเภอด้านท้ายอ่าง ซึ่งมีตั้งแต่ อำเภอโนนไทย โนนสูง เมือง พิมาย ฯลฯ ลงไป แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมน้ำและที่ลุ่มต่ำให้เก็บทรัพย์สินสิ่งของจำเป็นขึ้นไว้ที่สูงกว่าที่เคย ระวังติดตามมวลน้ำไหลเชี่ยวแรง ดูแลเด็กเล็กและคนชรา ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; แจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้อย่างทั่วถึง ขอให้ติดตามและปฏิบัติตามคำแนะนำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;กรณีการอพยพ แจ้งขอให้ไม่ต้องห่วงทรัพย์สิน แต่ควรห่วงชีวิตและการสูญเสียทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง จะมีการลาดตระเวนตรวจตราป้องกันผู้ฉกฉวยโอกาสขโมยลักทรัพย์สินครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117929</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพภาคที่ 2, เขื่อนลำเชียงไกร, เขื่อนแตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_61506c64357ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 21:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบแล้ว 34 ศพเซ่นเขื่อนบราซิลแตก ยังสูญเกือบ 300 หวั่นเขื่อนอีกแห่งพังซ้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กู้ภัยบราซิลพบเหยื่อเขื่อนแตกแล้ว 34 ศพในวันเสาร์ แต่เกือบ 300 ชีวิตยังสูญหาย โดยเชื่อว่าจมอยู่ใต้ดินโคลนและกากแร่หลายล้านตันหลังเขื่อนเหมืองแร่เหล็กแตกเมื่อวันศุกร์ บริษัทเหมืองเตือนอันตรายระดับน้ำในเขื่อนอีกแห่งขึ้นสูงเมื่อเช้ามืดวันอาทิตย์ รีบอพยพประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากปรักหักพังของบ้านเรือนในชุมชนปาร์เกดากาโชเอียราเมื่อวันที่ 26 มกราคม หนึ่งวันหลังจากดินโคลนจากเขื่อนแตกบ่าเข้าท่วม / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างคำแถลงของบริษัทวาเล ผู้ดำเนินการเหมืองแร่เหล็กคอร์เรโก ดู เฟเจา ในรัฐมีนัสเชไรส์ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ที่ออกเมื่อเวลา 05.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม&amp;nbsp; ตามเวลาท้องถิ่น ว่าระดับน้ำในเขื่อนอีกแห่งภายในเหมืองนี้ขึ้นสูงในระดับอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขื่อนแห่งหนึ่งในเหมืองนี้แตกเมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้ดินโคลนหินและกากแร่หลายล้านตันไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เกษตร, บ้านเรือน และทรัพย์สินของประชาชนใกล้กับเมืองบรูมาดินโญซึ่งมีประชากรราว&amp;nbsp; 39,000 คน ภายหลังคำเตือนนี้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เริ่มอพยพประชาชนในชุมชนต่างๆ ใกล้เขื่อนทันที&amp;nbsp; โดยประกาศผ่านเสียงตามสายขอให้ประชาชนอพยพขึ้นไปยังพื้นที่สูงที่สุดของเมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่หยุดลงในช่วงกลางคืนได้เริ่มต้นใหม่เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น เฮลิคอปเตอร์หลายสิบลำจะถูกใช้ในปฏิบัติการนี้เนื่องจากสภาพดินโคลนเป็นอันตรายต่อการกู้ภัยจากภาคพื้นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัวจมโคลนอยู่ครึ่งตัวเมื่อวันที่ 26 มกราคม หนึ่งวันหลังจากเขื่อนแตก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์เพิ่มเป็น 34 คน แต่ยังมีคนสูญหายอีกเกือบ 300 คน ทั้งหมดเป็นคนงานหรือผู้รับจ้างของเขื่อนนี้ ขณะเขื่อนแตกนั้นคนงานจำนวนมากอยู่ในโรงอาหาร โดยมีคนรอดชีวิตมากกว่า 170 คน แต่ 23 คนได้รับบาดเจ็บถูกส่งเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟาบิโอ ชวาร์ตส์แมน ซีอีโอของวาเล และโรเมอู เซมา ผู้ว่าการรัฐมีนัสเชไรส์ เตือนไว้ก่อนหน้านี้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตคงจะสูงมาก โอกาสที่จะพบคนรอดชีวิตนั้นมีริบหรี่ การค้นหาน่าจะเจอแค่ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพได้ส่งทหาร 1,000 นายพร้อมด้วยสุนัขดมกลิ่นมายังพื้นที่ภัยพิบัติ ขณะที่กองทัพอิสราเอลแถลงว่าทหาร 130 นายพร้อมอุปกรณ์ระบุพิกัด, โดรน และโซนาร์จะมาถึงพื้นที่ในวันอาทิตย์เพื่อร่วมปฏิบัติการค้นหาผู้รอดชีวิตและศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร นั่งเฮลิคอปเตอร์ตรวจพื้นที่เมื่อวันเสาร์ และประกาศว่าจะทุ่มเทเต็มที่เพื่อดูแลผู้รอดชีวิต และวินิจฉัยข้อเท็จจริง ให้ความยุติธรรม และป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้อีก /AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทวาเลระบุว่า เขื่อนอายุ 42 ปี สูง 86 เมตร ที่แตกเมื่อวันศุกร์อยู่ระหว่างกระบวนการรื้อทิ้ง&amp;nbsp; การตรวจสอบเมื่อต้นปีพบว่าเขื่อนยังมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของบราซิลได้สั่งปรับวาเลเบื้องต้น 66.5 ล้านดอลลาร์ และรัฐมีนัสเชไรส์ขอให้ศาลอายัดบัญชีของวาเล 270 ล้านดอลลาร์เพื่อเตรียมใช้บรรเทาทุกข์แก่เหยื่อ ยังไม่นับรวมค่าปรับอีกก้อนโตหลังจากนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27637</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาอีร์ โบลโซนาโร, บราซิล, วาเล, เขื่อนแตก, เหมืองแร่เหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190127/image_big_5c4dbfe107dea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2019 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 12:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เขื่อนเหมืองแร่บราซิลแตก ทะเลดินโคลนฝังร่วม 300 ชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เขื่อนภายในเหมืองแร่เหล็กทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลพังถล่มเมื่อวันศุกร์ ทะเลดินโคลนปะปนหางแร่ไหลบ่าเข้าทับถมพื้นที่กว้างใหญ่ กู้ภัยกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 9 ศพ แต่ยังมีคนสูญหายอีกเกือบ 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยบราซิลใช้เครื่องจักรค้นหาผู้ที่ถูกฝังใต้ดินโคลน ภายหลังเขื่อนเหมืองแตกเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2562 ว่าหายนภัยเขื่อนเหมืองถล่มครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นภายในเหมืองแร่เหล็กของบริษัท วาเล ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของบราซิล ใกล้กับเมืองเบโลโอรีซอนตี ในรัฐมีนัสเชไรส์ เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทวาเลแห่งนี้เคยร่วมกิจการกับบีเอชพีกรุ๊ปจากอังกฤษ-ออสเตรเลีย ที่ดำเนินกิจการเหมืองเหล็กที่เมืองมารีอานาในรัฐเดียวกันนี้ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเขื่อนถล่มเมื่อปี 2558 ส่งกากแร่เหล็กที่เป็นอันตรายหลายล้านตันทับถมพื้นที่หลายร้อยกิโลเมตร และคร่าชีวิตคน 19 คนในตอนนั้น โดยถือเป็นหายนภัยทางสิ่งแวดล้อมครั้งเลวร้ายที่สุดของบราซิล หุ้นของวาเลดิ่งลงทันทีหลังข่าวเขื่อนแตกครั้งใหม่นี้ โดยลดลง 8% ในตลาดนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หายนภัยเขื่อนถล่มครั้งล่าสุดนี้ทำให้มีคนเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ราย รายงานเอเอฟพีอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ถูกระดมมาช่วยปฏิบัติการกู้ภัยด้วยว่า จำนวนผู้สูญหายเมื่อเช้าวันเสาร์นั้น เพิ่มเป็นเกือบ 300 คน ซึ่งเพิ่มจากยอดสูญหายเมื่อวันศุกร์ 1 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรมีอู เซมา ผู้ว่าการรัฐมีนัสเชไรส์ กล่าวว่า ทุกภาคส่วนกำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต แต่ถึงขณะนี้โอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตมีน้อยมาก และมีความเป็นไปได้มากว่าจะกู้ได้แต่ศพของผู้สูญหายที่จมอยู่ใต้ดินโคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ รัฐบาลท้องถิ่นกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานทำงานในเหมืองนี้ 427 คน โดยคนงาน 279 คนรอดชีวิต ที่เหลือสูญหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดินโคลนปะปนกับหางแร่ที่กักเก็บภายในเขื่อนไหลบ่าลงมาที่เมืองบรูมาดินโญซึ่งมีประชากรราว 39,000 คน แต่โชคดีที่ไม่ถล่มเมืองนี้โดยตรง ทะเลโคลนบ่าท่วมถนนหลายสาย, แปลงเกษตรและพื้นที่เพาะปลูก, ทำลายสะพานแห่งหนึ่งขาด และสร้างความเสียหายหรือทำลายบ้านเรือนหลายหลัง ภาพข่าวโทรทัศน์เผยให้เห็นประชาชนถูกดึงขึ้นจากโคลนที่สูงเท่าเอว แล้วส่งขึ้นเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย ที่ถูกส่งมาหลายสิบลำสำหรับปฏิบัติการกู้ภัย เนื่องจากการสัญจรทางบกถูกตัดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ซึ่งเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน ได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงกลาโหม, เหมืองแร่ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ประสบภัย ประสานความร่วมมือจัดการกับภัยพิบัติครั้งนี้ โดยโบลโซนาโรและรัฐมนตรีกลาโหมเตรียมลงพื้นที่ในวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟาบิโอ ชวาร์ตส์มาน ซีอีโอของวาเล กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่าเป็น &amp;quot;โศกนาฏกรรมของมนุษย์&amp;quot; และยอมรับว่าอาจมีคนเสียชีวิตจำนวนมาก เขาแถลงด้วยว่า เขื่อนนี้ไม่ได้ใช้งานแล้วและกำลังอยู่ในขั้นตอนการยกเลิกดำเนินการ แต่เขื่อนแตกอย่างรุนแรงและรวดเร็วมาก เขื่อนนี้กักเก็บหางแร่หรือกากแร่เหล็กปะปนกับน้ำ ซึ่งเอ่อล้นเข้าไปเขื่อนอีกเขื่อนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกลุ่มกรีนพีซของบราซิลกล่าวว่า เหตุการณ์เขื่อนแตกครั้งนี้เป็นผลพวงอันน่าเศร้าของบทเรียนที่รัฐบาลบราซิลและบริษัทเหมืองแร่ไม่ยอมเรียนรู้ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นอาชญากรรมทางสิ่งแวดล้อมที่ต้องมีการสอบสวน, ลงโทษ และชดเชย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27559</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, บริษัท วาเล, บรูมาดินโญ, มีนัสเชไรส์, เขื่อนแตก, เหมืองเหล็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190126/image_big_5c4bf654ed3e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/08/2018 23:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/08/2018 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พม่าอพยพชาวบ้าน เขื่อนแตกน้ำล้นสปิลเวย์ท่วม 100 หมู่บ้านเขตพะโค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝนตกหนักในฤดูมรสุมของพม่าทำให้น้ำในเขื่อนล้นสปิลเวย์เข้าท่วมหมู่บ้านราว 100 แห่งในเขตพะโคภาคกลางของพม่าเมื่อเช้ามืดวันพุธ ชาวบ้านกว่า 12,000 คนต้องอพยพหนีน้ำ เส้นทางเชื่อมย่างกุ้ง-มัณฑะเลย์ถูกตัดขาด ผบ.สส.พร้อมรองประธานาธิบดีลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัยอย่างไว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานทางหลวงที่เชื่อมย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนชำรุด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2561 กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานว่ามีคนเสียชีวิตหรือสูญหายในเหตุการณ์เขื่อนแตกครั้งนี้ แต่มีชาวบ้านหลายพันคนไร้ที่อยู่และต้องไปอาศัยอยู่ตามที่พักพิงชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผยู่ แล แล ตุน อธิบดีจากกระทรวงสวัสดิการสังคมกล่าวกับเอเอฟพีว่า มีชาวบ้านมากกว่า 12,600 คนต้องอพยพจากบ้านเรือนไปอาศัยตามศูนย์พักพิงชั่วคราวราว 30 แห่ง โดยมีรายงานว่า มากกว่า 14,000 ครัวเรือนใน 100 หมู่บ้าน และชาวบ้านราว 63,300 คน ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พม่ากล่าวกันว่า ทางน้ำล้นหรือสปิลเวย์ของเขื่อนสั่วจ้อง ซึ่งทำหน้าที่ระบายน้ำออกจากเขื่อนชลประทานเขื่อนนี้ แตกเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. ของวันพุธ (06.30 น.ของไทย) เพราะฝนที่ตกอย่างในหนักเขตพะโค น้ำได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ราบในเขตชนบท ชาวบ้านพากันเดินเท้าแบกสัมภาระและข้าวของหนีออกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงของกระแสน้ำทำให้สะพานทางหลวงเชื่อมระหว่างย่างกุ้งกับมัณฑะเลย์ชำรุดบางส่วน ทางหลวงสายนี้เป็นทางหลักสายสำคัญเส้นเดียวที่เชื่อมเมืองใหญ่ 2 เมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผบ.สส.พม่า (ขวา) และรองประธานาธิบดีเฮนรี วาน เทียว (ซ้าย) ตรวจสภาพสะพานที่ชำรุด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า ที่กำลังตกเป็นเป้าโจมตีจากนานาชาติว่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ ได้ลงพื้นที่อย่างรวดเร็วในวันเดียวกัน พร้อมกับรองประธานาธิบดีเฮนรี วาน เทียว โดยสื่อท้องถิ่นของพม่ารายงานคำกล่าวของ ผบ.สส.ต่อเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่า ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน หากไม่สามารถควบคุมสปิลเวย์ได้ น้ำก็จะไม่หยุดไหลออกจากเขื่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข้อมูลของกระทรวงเกษตรและชลประทานพม่า เขื่อนสั่วแห่งนี้สร้างกั้นคลองสั่วเมื่อปี 2547 สามารถกักเก็บน้ำได้ 26.68 ล้านลูกบาศก์เมตร และจ่ายน้ำสำหรับการทำชลประทานมากกว่า 50,585 ไร่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยพม่าอพยพชาวบ้านในเมืองเยดาเช เขตพะโค / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16461</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำล้นสปิลเวย์, ผบ.สส.พม่า, พม่า, พะโค, เขื่อนสั่ว, เขื่อนแตก, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180829/image_big_5b86c0bc340b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อลาวประกาศทบทวนนโยบาย &#039;หม้อไฟของอาเซียน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ท่านนายกรัฐมนตรีทองลุน สีสุลิดของ สปป.ลาว เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีวาระพิเศษ เมื่อวันที่ 6-7 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีมติ 9 ข้อเพื่อแก้ปัญหากรณี &amp;ldquo;เขื่อนแตก&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวทางการของ สปป.ลาวบางส่วนบอกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดประสงค์การประชุมเพื่อรับฟังบทรายงานของคณะทำงานเฉพาะกิจแก้ไขภัยพิบัติระดับชาติ แก้ไขภัยพิบัติเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเมืองสะหนามไช &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในการนี้ ท่านสอนไช สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขภัยพิบัติระดับชาติ เป็นผู้อ่านรายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้น ที่ประชุม ครม.ลาว ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วน และมีมติกำหนดมาตรการต่างๆ ในการแก้ปัญหา 9 ข้อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่มีข้อ 4 และข้อ 6 ที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.ที่ประชุม ครม.ตกลงแต่งคณะกรรมการสืบสวน-สอบสวนชุดหนึ่ง มอบหมายให้ &amp;quot;ท่านบุนทอง จิดมะนี&amp;quot; รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คณะรับผิดชอบสืบสวน-สอบสวนนี้ สามารถรับเอาการช่วยเหลือด้านเทคนิค การเงิน และข่าวสารจากต่างประเทศ มาช่วยพิสูจน์ตรวจตราด้านเทคนิค ค้นหาสาเหตุที่ทำให้เขื่อนแตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังสามารถเชิญตัวแทนของรัฐบาล ของประเทศที่มีบริษัทผู้ประกอบการและ &amp;quot;ขาหุ้น&amp;quot; (หุ้นส่วน) ที่จดทะเบียนอยู่มาให้คำปรึกษาหรือสังเกตการณ์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภายหลังที่มีผลการสืบสวน-สอบสวนออกมาแล้ว จึงดำเนินการต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.ที่ประชุมตกลงตั้งคณะรับผิดชอบตรวจตราย้อนหลัง ทางด้านเทคนิคและคุณภาพ ในการก่อสร้างและพัฒนาเขื่อนต่างๆ ที่กำลังก่อสร้าง และก่อสร้างสำเร็จแล้วในทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้ &amp;quot;กระทรวงพลังงานและบ่อแร่&amp;quot; เป็นเจ้าภาพสมทบกับกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าตรวจพบสิ่งผิดปกติในการออกแบบ หรือในมาตรฐานการก่อสร้าง ก็ให้มีรายงานถึงรัฐบาลเป็นแต่ละกรณี เพื่อหามาตรการปรับปรุงแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พร้อมกันนี้ รัฐบาลจะให้ &amp;ldquo;ยุติการพิจารณาโครงการเขื่อนใหม่ไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว&amp;rdquo; เพื่อศึกษาทบทวนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และแผนพัฒนาเขื่อนไฟฟ้า ใน สปป.ลาว เพื่อเป็นแหล่งอ้างอิงในการดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อมูลจากวงนักวิเคราะห์การเมืองลาวบอกว่า ดร.บุนทอง จิดมะนี รองนายกรัฐมนตรี, ประธานองค์การตรวจสอบรัฐบาลและสมาชิกกรมการเมือ ลำดับที่ 4 ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาว ได้ชื่อว่าเป็น &amp;ldquo;มือปราบคอร์รัปชัน&amp;rdquo; และทำงานด้านการตรวจสอบให้กับพรรคมาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวชิ้นนี้เป็นการยืนยันว่ารัฐบาลลาวเอาจริงกับการกู้ภาพลักษณ์ของประเทศ หลังจากเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางที่โยงกับกรณีเขื่อนแตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเรียกความมั่นใจและสร้างความน่าเชื่อถือกลับฟื้นคืนมา จึงย่อมจะต้องมีลำดับความสำคัญอันดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวเลขทางการบอกว่า ทั่วประเทศลาววันนี้มีแหล่งผลิตไฟฟ้าแยกเป็นเขื่อน 53 โครงการ โรงไฟฟ้าถ่านหิน 1 โครงการ มีเขื่อนอีก 47 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง&amp;nbsp; คาดว่าจะเสร็จทั้งหมดในปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จะต้องทบทวนนโยบายให้ สปป.ลาวเป็น &amp;ldquo;หม้อไฟของอาเซียน&amp;rdquo; หรือเป็นแบตเตอรี่ของภูมิภาคนี้ก็จะต้องทำเพื่อให้ประชาคมสากลเห็นว่าประเทศลาวจะยึดเอามาตรฐานสากลเป็นหลักปฏิบัติ และการสอบสวนครั้งนี้จะต้องมีความโปร่งใสชัดเจน เปิดให้นานาชาติมาร่วมในการตรวจสอบเพื่อค้นหาเหตุผลของเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างรอบด้านและน่าเชื่อถือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเทศไทยซึ่งมีส่วนได้เสียกับไฟฟ้าที่ผลิตจากเขื่อนในลาวจะต้องให้ความร่วมมือกับทางการลาวอย่างเต็มที่ ไม่เพียงแต่เป็นเพราะไทยมีผลประโยชน์ร่วมเท่านั้น หากแต่ยังเป็นเพราะการทบทวนครั้งนี้ควรจะต้องขยายผลไปสู่โครงการเขื่อนต่างๆ ในลุ่มน้ำโขงที่มีประเด็นถกแถลงกันมาช้านาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่เพียงแต่เป็นการถกแถลงจากข้างนอกเท่านั้น หากแต่ยังเป็นประเด็นความขัดแย้งลึกๆ ระหว่างประเทศในย่านนี้ด้วย เพราะผลกระทบจากการสร้างเขื่อนในลาว, เขมร, เวียดนาม, พม่าและไทย ก็ลามไปถึงเพื่อนบ้านอย่างปฏิเสธไม่ได้&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังมีเรื่องของเขื่อนจีนที่สร้างปัญหาให้กับประเทศลุ่มน้ำโขงตอนล่างที่ยังต้องหาทางออกร่วมกันด้วยการเจรจาและเปิดอกพูดจากันอย่างเป็นกิจจะลักษณะ&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;วิกฤติเขื่อนลาว&amp;rdquo; ครั้งนี้จึงควรจะกลายเป็น &amp;ldquo;โอกาส&amp;rdquo; ที่ประเทศต่างๆ ในแถบนี้จะนั่งลงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตั้งกลไกของการประสานและการตรวจสอบร่วมกันเพื่อตอกย้ำความสำคัญของมาตรการความปลอดภัยและการแบ่งปันผลประโยชน์บนพื้นฐานของการเคารพในสิทธิของกันและกันอย่างเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งปีหน้าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพหมุนเวียนของอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ ก็ยิ่งเป็นจังหวะดียิ่งที่ไทยเราจะเล่นบทบาทของผู้ประสานให้เกิดการหาทางออกร่วมกันอย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้เวลาแล้วที่ไทยจะใช้ &amp;ldquo;การทูตแบบรุก&amp;rdquo; เพื่อฟื้นคืนบทบาทการนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในภาวะที่มหาอำนาจสหรัฐ, จีน, รัสเซีย, ญี่ปุ่น, สหภาพยุโรป, และอินเดียกำลังประลองกำลังกันในหลายๆ ด้าน เพราะแนวทางก้าวร้าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งวอชิงตัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยิ่งการเมืองระดับโลกป่วนมากเพียงใด ก็ยิ่งจำเป็นที่ภูมิภาคนี้จะรวมตัวกันเพื่อเสริมสร้างพลังและอำนาจต่อรอง&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไทยมีคุณภาพหลายประการที่อยู่ในฐานะเป็นผู้ริเริ่มให้เกิดความเปลี่ยนแปลงภายในอาเซียนเพื่อสานประโยชน์กับประเทศยักษ์ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เราจะสวมบทอย่างนั้นได้ก็ต่อเมื่อเราจัดระเบียบในบ้านให้เรียบร้อย เรียกคืนพลังและความเป็นตัวของตัวเองกลับมาอย่างเป็นรูปธรรมเสียก่อน!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สรุปว่า สปป.ลาว เริ่มตระหนักถึงผลกระทบการสร้างเขื่อนและยุทธศาสตร์ &amp;quot;หม้อไฟอาเซียน&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15090</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพลังงานและบ่อแร่, กาแฟดำ, บุนทอง จิดมะนี, สปป.ลาว, สอนไช สีพันดอน, เขื่อนแตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 20:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กู้ภัยไทยกลับมาตุภูมิ หลังเสร็จสิ้นภารกิจช่วยน้ำท่วมในสปป.ลาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 สค.61 - นายสันติชัย วรวิริยะประเสริฐ กรรมการมูลนิธิการกุศลมุกดาหาร และรองประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร นำคณะพร้อมสิ่งของที่ได้รับบริจาค ณ มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร ส่งมอบให้แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดยมีนายสันติภาพ พรมวิหาน เจ้าแขวงสะหวันนะเขต ทำการรับมอบ เพื่อนำไปช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย สปป.ลาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากอุบัติภัยทางธรรมชาติเเขวงอัตตะปือ สปป.ลาว มูลนิธิการกุศลมุกดาหาร ได้ส่งมอบสิ่งของที่ได้รับบริจาคต่อเนื่องทุกวันหลังเปิดศูนย์คิดเป็นมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท มอบผ่านกงสุลไทยประจำแขวงสะหวันนะเขต&amp;nbsp;ทั้งยังประสานคณะกู้ภัยปอเต็กตึ้ง กู้ภัยธงแดง ร่วมเดินทางไปให้การช่วยเหลือถึงพื้นที่เมืองสนามไซ และแขวงจำปาสัก กระทั่งเสร็จภารกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมกู้ภัยปอเต็กตึ้ง-กู้ภัยธงแดง (มุกดาหาร) ที่ไปปฎิบัตหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเขื่อนเซเปียนได้เดินทางกลับไทยทั้ง&amp;nbsp;46 คน หลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยค้นหาประชาชนติดอยู่ในจุดอับที่กันดาร ยานพาหนะเข้าไม่ถึง มีการส่งศูนย์อพยพชั่วคราว&amp;nbsp;23&amp;nbsp;คน ขนย้ายผู้ป่วย4&amp;nbsp;คน (ไข้ป่า-มาเลเรีย) ตั้งโรงครัวสนับสนุนอาหารปรุงสดตลอดทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน ทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงของ สปป.ลาว ในการออกพื้นที่ตามหาผู้สูญหายตลอดทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;วัน ภาระกิจบรรเทาสาธารณภัยฉุกเฉินในเขตอุทกภัยพิบัติเมืองสนามไซ ได้ยุติการปฏิบัติงาน เมื่อเวลา&amp;nbsp;18.00&amp;nbsp;น. ของวันที่&amp;nbsp;1 ส.ค.61&amp;nbsp;และเดินทางออกจากพื้นที่ถึงด่านพรมแดนมุกดาหาร-สะหวันนะเขตเมื่อช่วงเช้า&amp;nbsp;8.00&amp;nbsp;น. เดินทางกลับเข้าสู่ประเทศไทย โดยมีนายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และกรรมการมูลนิธิ หอการค้ามุกดาหารให้การต้อนรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14651</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ภัยน้ำท่วมลาว, ทีมกู้ภัยไทย, สปป.ลาว, เขื่อนแตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b644f87ddab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
