<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76938</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2020 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2020 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมการเกษตรผลักดันตลาดออนไลน์ นำเกษตรกรแปลงใหญ่พบผู้บริหาร Lazada และสื่อมวลชน แนะนำสินค้าแปรรูปเกรดพรีเมี่ยมพร้อมต่อยอดทางธุรกิจสินค้าเกษตรแบบออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการดำเนินชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งนี้เป็นผลจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ระบบการขนส่งสินค้า (logistic)ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ทำให้ผู้คนออกจากบ้านหรือเดินทางน้อยลงจึงเป็นตัวเร่งทำให้แนวโน้มการตลาดออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างสูงและเติบโตแบบก้าวกระโดด ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าโดยต้องไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน เพียงแค่ใช้แอพพลิเคชั่นบนเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย จ่ายค่าสินค้าผ่านบัตรเครดิต หรือระบบ internet banking และรอรับสินค้าซึ่งจัดส่งให้ถึงบ้านอย่างรวดเร็วโดยบริษัทขนส่ง ดังนั้นเพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ได้ การจำหน่ายสินค้าเกษตรจึงต้องพัฒนาให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภคด้วยเช่นเดียวกัน เกษตรกรทุกกลุ่มทั้งกลุ่มแปลงใหญ่ วิสาหกิจชุมชน Young Smart Farmer และกลุ่มพัฒนาอาชีพต่างๆ จึงต้องเรียนรู้การผลิตสินค้าคุณภาพได้มาตรฐาน การจัดหาบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมทำให้สินค้ายังคงคุณภาพดีจนถึงมือผู้บริโภค รู้จักเลือกใช้ระบบการขนส่งที่เหมาะสม รวมทั้งพัฒนาและเลือกใช้ช่องการจำหน่ายออนไลน์ผ่านสื่อโซเชียลของตนเอง เช่น Facebook, Line, Instagram และ platform จำหน่ายสินค้าแบบออนไลน์ต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้านนายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ เป็นการพัฒนาเกษตรกรแบบบูรณาของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยยึดพื้นที่เป็นหลัก (Area-based Approach) เน้นการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพและพัฒนาให้ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการ และการจัดการด้านการตลาด คำนึงถึงความเหมาะสมของพื้นที่ตามข้อมูลแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri Map) หรือเป็นพื้นที่ที่สามารถปรับปรุงและพัฒนาได้ มีขนาดที่คุ้มค่าต่อการลงทุน สามารถใช้ปัจจัยการผลิตร่วมกันจากการรวมซื้อรวมขาย การใช้เครื่องมือ/อุปกรณ์/เครื่องจักรกลร่วมกันได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง มีกระบวนการกลุ่มที่เข้มแข็ง เช่น กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ และง่ายต่อการเข้าถึงการส่งเสริม สนับสนุนจากภาครัฐทั้งด้านองค์ความรู้ แหล่งทุน ให้เกิดการพัฒนาที่เข้มแข็งต่อไปในอนาคต ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมหรือนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการผลิต รวมถึงปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งคือ ความร่วมมือร่วมใจของเกษตรกรที่มารวมตัวกันเป็นกลุ่มร่วมกันผลิต มีผู้จัดการแปลงเป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรมตลอดห่วงโซ่อุปทาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้ดำเนินการพัฒนาช่องทางการตลาดหลายช่องทางให้กับเกษตรกร ทั้งแบบ offline และ online ได้แก่ การจัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกับผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดหลายแห่ง การจัดทำโครงการเพื่อจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสินค้าให้กับเกษตรกรกับตลาดค้าส่งสินค้าขนาดใหญ่ การจัดทำโครงการความร่วมมือในการพัฒนาความรู้และทักษะของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรเข้าสู่ระบบจำหน่ายสินค้าออนไลน์กับผู้ประกอบการแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าออนไลน์ รวมถึงการพัฒนาเว็บไซต์ &amp;ldquo;ตลาดเกษตรกรออนไลน์.com&amp;rdquo; ที่เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสินค้าพร้อมช่องทางติดต่อซื้อขายสินค้าโดยตรงกับกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสินค้า ซึ่งผ่านการคัดสรรจากหน่วยงานในระดับพื้นที่ทั่วประเทศในรูปแบบ e-catalog &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้านนายแจ็ค จาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า &amp;ldquo;ลาซาด้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเกษตรกรไทยในการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรบนตลาดออนไลน์ โดยมีแพลตฟอร์มลาซาด้าเป็นตัวกลางเชื่อมต่อเกษตรกรไทยกับผู้บริโภคทั่วประเทศ ทั้งนี้ ทางลาซาด้าเองพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการส่งเสริมสินค้าเกษตรกรไทยให้เป็นที่รู้จัก เพื่อนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนของเกษตรกรไทยบนตลาดออนไลน์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สำหรับผลการดำเนินงานแปลงใหญ่ปัจจุบัน มีดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2563) 1) มีการรับรองแปลงใหญ่ จำนวน 6,868 แปลง เกษตรกร 408,194 ราย พื้นที่ 6,615,298 ไร่ 2) มูลค่าเพิ่มในการผลิตสินค้าแปลงใหญ่สะสม 4 ปี (2559-2562) รวมมูลค่าเพิ่ม 36,180.25 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ลดต้นทุน 16,888.76 ล้านบาท และเพิ่มผลผลิต 19,291.48 ล้านบาท 3) การรับรองมาตรฐาน รวมทั้งสิ้น 157,832 ราย ได้แก่&amp;nbsp; GAP 131,262 ราย เกษตรอินทรีย์ 15,509 ราย RSPO 2,270 ราย อื่นๆ 8,791 ราย และ 4) การเชื่อมโยงการตลาดแปลงใหญ่ ได้แก่ ตลาดข้อตกลงล่วงหน้า 876 แปลง ตลาดอื่นๆ 5,964 แปลง และตลาดออนไลน์ 304 แปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 3 กันยายน 2563 ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้นำผู้แทนเกษตรกรพร้อมสินค้าแปลงใหญ่เกรดพรีเมี่ยม ซึ่งมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดไปจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้ เข้าพบผู้บริหารของบริษัท Lazada ประเทศไทย และสื่อมวลชน จำนวน 5 สำนัก เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าแปลงใหญ่และเปิดโอกาสให้ผู้แทนเกษตรกรแปลงใหญ่ได้พบปะและพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้ประกอบการและสื่อมวลชนในเรื่องพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76938</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, ตลาดออนไลน์, เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58981c52c7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75037</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2020 15:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงเกษตร จัดใหญ่ 4 วันห้ามพลาดเกษตรสร้างชาติแห่งปี ยกทัพสินค้าเกษตร product premium กว่า 1000 รายการ โชว์นวัตกรรมสินค้าเกษตร พัสตราภรณ์งานผ้า กว่า 100 ร้านค้า ตื่นตานิทรรศการกล้วยไม้หลากหลายสายพันธ์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนราพัฒน์&amp;nbsp; แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน เกษตรสร้างชาติ ครั้งที่ 2 smart &amp;amp; strong together รวมพลังส่งเสริมเกษตรไทย ก้าวไกลมั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งเสริมสร้างให้เกิดรากฐานที่ดี เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พวกเราจะร่วมกันสร้างชาติผ่านภาคการเกษตรที่สำคัญไปด้วยกัน ลดความเหลื่อมล้ำ ให้เกิดความมั่นคง เข้มแข็ง ยั่งยืน เพราะภาคการเกษตรเปรียบเสมือนรากฐานที่สำคัญของประเทศ ถ้ารากต้นไม้แข็งแรง ต้นไม้จึงจะเติบโตแผ่กิ่งก้านใบออกดอกติดผลได้ แต่ภาคการเกษตรจะเข้มแข็งไม่ได้ หากไม่มีกระบวนการสร้างและพัฒนาเกษตรกรให้พึ่งพาตนเอง การส่งเสริมการเกษตรของไทยได้สร้างความเข้มแข็งด้วยกระบวนการกลุ่มผ่านองค์กรเกษตรกร ปัจจุบันมีกลุ่มเกษตรกรที่เข้มแข็ง ได้แก่ เกษตรแปลงใหญ่ จำนวน 6,888 กลุ่ม สมาชิก 406,755 ราย Smart Farmer 1,101,650 ราย มีเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer ที่ได้รับการพัฒนาศักยภาพแล้วกว่า 13,051 ราย สมาชิกกลุ่มยุวเกษตรกรรวมทั้งประเทศ จำนวน 5,292 กลุ่ม จำนวนสมาชิก 121,121 ราย วิสาหกิจชุมชน 90,757 แห่ง สมาชิก 1,530,766 ราย เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน 540 แห่ง สมาชิก 12,439 ราย กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร 10,386 กลุ่ม สมาชิก 280,084 ราย&amp;nbsp; มีศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร หรือ ศพก.ที่มีเกษตรกรต้นแบบ 882 ราย และมีอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) ที่คอยสนับสนุนงานทั่วประเทศ 75,105 ราย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้น ในการสร้างเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี นอกจากนี้ยังยกระดับเกษตรกรให้เป็นผู้ประกอบการเกษตร พร้อมกับการผลักดันนโยบาย &amp;ldquo;เกษตรทันสมัย&amp;rdquo; ให้เกิดกลุ่มเกษตรนวัตกรรม เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรเทคโนโลยี และเกษตรพอเพียง ส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตและรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และยังส่งเสริมให้เกิดตลาดสินค้าพรีเมียม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และเพิ่มมูลค่าการส่งออกของประเทศ เช่น สินค้า GAP สินค้า Organic รวมถึงการสร้างสินค้าอัตลักษณ์ เช่น สินค้า GI&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการสร้างความเข้มแข็งผ่านการรวมกลุ่มเกษตรกร การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ด้านการตลาด&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยังจับมือภาคธุรกิจ ตลาดออฟไลน์ ตลาด modern trade และ บริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ รวมถึงตลาดออนไลน์ จับมือกับ E-commerce ภาคธุรกิจ และเปิดเว็บไซต์ตลาดเกษตรกรออนไลน์ เชื่อมโยงระหว่างภาคการผลิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทางการเกษตรและอาหารสู่ช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก รวมถึงการพัฒนาศักยภาพช่องทางการกระจายสินค้าเกษตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างโอกาสการขายสินค้าให้กลุ่มเกษตรกรในทุกกลุ่มสินค้า และแสดงความมั่นใจในศักยภาพของสินค้าเกษตรไทย ให้พร้อมถึงการเป็นครัวโลกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;nbsp; โดย กรมส่งเสริมการเกษตร จึงจัดงาน &amp;ldquo;เกษตรสร้างชาติ&amp;rdquo; ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 30 สิงหาคม 2563 นี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ณ ที่อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 9 - 10 อิมแพคเมืองทองธานี ซึ่งเป็นมหกรรม product premium จากเกษตรกรไทย เพื่อให้งานมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจมหภาครวมทั้งการสร้างโอกาส ให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยการส่งเสริมให้เกษตรกรพัฒนายกระดับสินค้าเกษตร และแสดงศักยภาพในการผลิตสินค้าเกษตร เพื่อเข้าสู่การแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากตลาดท้องถิ่น ตลาดภูมิภาค สู่ตลาดต่างประเทศ และตลาดออนไลน์ ให้คนเมืองได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม และเปิดโอกาสในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน ทั้งเกษตรกรผู้ผลิตและผู้บริโภค ซึ่งย่อมจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจฐานราก มีการกระจายตัวของรายได้มากขึ้น ตลอดจนสามารถเชื่อมโยงระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคได้โดยตรง เชิญชวนพี่น้องประชาชน ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ และผู้ที่สนใจ เข้าเยี่ยมชมงาน ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนภาคการเกษตร และทำความเข้าใจว่า เกษตรสร้างชาติได้อย่างไร และสินค้าเกษตรไทย พร้อมไปตลาดโลกแล้ว กิจกรรมสำคัญภายในงานประกอบด้วย การพบปะ แลกเปลี่ยน พูดคุยกับเกษตรกรตัวจริง ที่เป็นต้นแบบในการประกอบอาชีพ จากการขยายผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จาก 6 แห่งทั่วประเทศ, เกษตรแปลงใหญ่ ที่รวมกลุ่มการผลิต เปลี่ยนสินค้าจากขายในประเทศ ยกระดับสินค้า Premium to fly, เครือข่ายเกษตรกรรุ่นใหม่ Young Smart Farmer ที่ประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพการเกษตร มีความรู้ และมีความภาคภูมิใจในอาชีพ สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนหันกลับมาทำการเกษตร เป็นอนาคตของการปฏิรูปภาคการเกษตรต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบความอลังการของกล้วยไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ฟอกอากาศ หลากหลายประเภท ตื่นตาไปกับ นวัตกรรมการเกษตร โชว์เทคโนโลยีไบโอรีแอคเตอร์ ขยายเนื้อเยื่อสัปปะรดกินสดพันธุ์ MD2 และโชว์นวัตกรรมการเกษตร จากภาคีเครือข่าย เช่น หุ่นยนต์อาราขาพืช จาก ม.เกษตร อิ่มท้อง กับครัวไทย ห้ามพลาดการช๊อปปิ้งสินค้าเกษตรคุณภาพ product premium หลากหลายประเภท กว่า 1,000 รายการ&amp;nbsp; ชิม &amp;ldquo;อาหารไทย อาหารโลก&amp;rdquo; ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;ldquo;เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด&amp;rdquo;&amp;nbsp; สินค้าที่มาจำหน่าย อาหารสด เช่น ผักปลอดภัยจาก ตลาดเกษตรกร 77 จังหวัด ทั่วประเทศ อินผลัมผลสด บุรีรัมย์ หน่อไม้ฝรั่งอินทรีย์ ชัยภูมิ ผลไม้ปลอดสารพิษ อโวคาโว วังน้ำเขียว&amp;nbsp; ส้มโอทับทิมสยาม นครศรีธรรมราช อาหารแปรรูป เช่น ปลานิลหยอง จ.หนองบัวลำภู ปลาส้มสติ๊ก จ.นครราชสีมา ปลาร้าก้อนสำเร็จ จ.อำนาจเจริญ เงาะสอดไส้ฟรีซดราย จ.ชุมพร อาหารปรุงสุก เช่น ข้าวหมกอาหรับ จ.ปัตตานี หมูหมักปลาร้า จ.สุพรรณบุรี เส้นจันท์ผัดซอสมังคุด จ.จันทบุรี น้ำพริกด้วงมะพร้าว จ.เลย นาซิดาแฆ จ.นราธิวาส ซาเตข้าวอัด จ.นราธิวาส อาหารสุขภาพ เช่น ผักเคลแผ่นอบกรอบ จ.นครปฐม น้ำผักโขมผสมฟักทอง จ.จันทบุรีซุปข้าวไรซ์เบอร์รี่เสริมคอลลาเจน จ.ชลบุรี ชาเห็ดหลินจือ จ.สระแก้ว ผงมะเขือเทศชงพร้อมดื่ม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารนวัตกรรม เช่น มะม่วงเบาผง จ.สงขลา มะม่วงป๊อบ จ.สุโขทัย บิสกิตกล้วยน้ำว้าสอดไส้แยมมะกรูด จ.พิจิตร กล้วยผง จ.กำแพงเพชร มะพร้าวผง จ.สมุทรสาคร จิ้งหรีดผง จ.สุโขทัย มะขามผงชงดื่ม จ.อุตรดิตถ์ สแปรด ถั่วลายเสือ จ.แม่ฮ่องสอน เลือกสรรพัสตราภรณ์ กว่า 100 ร้านค้า จากแม่บ้านเกษตรกรคุณภาพ เช่น ผ้าทอนาหมื่น จ.ตรัง ผ้าไหมแก้มฝ้ายทอมือ จ.น่าน ผ้าไหมยกดอก จ.ลำพูน ผ้าทอมัดหมี่สี่ตะกอ จ.ลพบุรี สร้างโอกาสธุรกิจเกษตร จับคู่ Business Matching เปิดโอกาสให้กับเกษตรกรไทย ได้เป็นผู้ประกอบการเกษตร พบปะผู้ส่งออก Start up ส่งสินค้าดีมีคุณภาพสู่ตลาดสากล รวมทั้งการส่งเสริมให้เกษตรกรขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น โดยจำหน่ายผ่านตลาดเกษตรกรออนไลน์.com ฝึกอาชีพ DIY หนึ่งวันทำได้จริง กว่า 30 หลักสูตร เช่น ขนมจีนน้ำยาเห็ด ผักบุ้งดองสูตรโบราณ พวงมาลัยใบเตย การขยายพันธุ์แคคตัส&amp;nbsp; น้ำพริกกากหมู &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมสาระบันเทิง ให้บริการความรู้แก่เกษตรกรและผู้เข้าชมงาน การล้างผักอย่างปลอดภัย คำแนะนำการปลูกพืช คลินิกพืช โชว์การเดินแบบผ้าไทย สาธิตการทำอาหารจากเชฟชั้นนำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มินิคอนเสริต์จากศิลปินชื่อดัง มาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนชาติ และเห็นถึงพลังของพี่น้องเกษตรกรไทย ในงาน เกษตรสร้างชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครั้งที่ 2 มหกรรม product premium ระหว่างวันที่ 27 &amp;ndash; 30 สิงหาคม 2563 ณ ที่อิมแพค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 9-10&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75037</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตร, นราพัฒน์  แก้วทอง, เกษตรสร้างชาติ, เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200820/image_big_5f3e363b04b83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2020 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้ว เวทีประกวดแปลงใหญ่ดีเด่น ปี 63 กรมส่งเสริมการเกษตร ขอคัดดีที่สุด เพื่อเป็นแปลงตัวอย่างของประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เริ่มแล้วเวทีประกวดแปลงใหญ่ดีเด่นของกรมส่งเสริมการเกษตร คัดจากระดับจังหวัด สู่ระดับภาค ก่อนชิงระดับประเทศ เพื่อเป็นต้นแบบขยายผล พร้อมชี้นโยบายเกษตรแปลงใหญ่เห็นผลพัฒนาได้ตามเป้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เพื่อกระตุ้นการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถการดำเนินงานโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ที่เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน โดยมีเกษตรกรรวมกลุ่มเข้าร่วมมากกว่า 1,000 แปลง ดังนั้น เพื่อคัดเลือกแปลงใหญ่ที่มีผลงานดีเด่นให้เป็นตัวอย่างในการขยายผลการส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ในพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงเผยแพร่เกียรติคุณ และผลงานของแปลงใหญ่ดีเด่นสู่สาธารณะ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้กำหนดให้มีกิจกรรม&amp;ldquo;ประกวดแปลงใหญ่ดีเด่น ประจำปี 2563 &amp;rdquo;ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo;โดยการประกวดแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ การประกวดระดับจังหวัด การประกวดระดับเขต และการประกวดระดับประเทศ ทั้งนี้แปลงใหญ่ที่เข้าร่วมประกวด ต้องเป็นแปลงที่เข้าร่วมโครงการในปี 2561 หรือที่เรียกว่า แปลงใหญ่ปีที่ 3 อีกทั้งต้องมีผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างน้อย 2 ปี ภายใต้หลักเกณฑ์การพิจารณาด้านแผนและปัจจัยการนำเข้า การดำเนินการและผลตามกิจกรรม ผลลัพธ์ การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ และสุดท้ายความยั่งยืน และขณะนี้การประกวดระดับจังหวัดได้เสร็จสิ้นแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการประกวดระดับเขต ซึ่งจะแล้วเสร็จในวันที่ 15 สิงหาคม 2563 จากนั้นจะเป็นการประกวดระดับประเทศต่อไป &amp;rdquo;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;ldquo; ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรได้ริเริ่มจัดการประกวดเกษตรแปลงใหญ่ดีเด่นมาตั้งแต่ ปี 2561 ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัดรวมถึงบรรลุเป้าหมายของโครงการ ที่เน้นให้ &amp;nbsp;เกษตรกรเกิดการรวมกลุ่มเกิดการปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน&amp;nbsp; เพิ่มผลผลิตต่อพื้นที่ และมีมาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งจากการประกวดทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดการพัฒนาอย่างเห็นได้ชัด สามารถยกระดับให้เกิดแปลงใหญ่ที่มีผลดีเด่นระดับจังหวัดถึง 77 แปลง ดีเด่นระดับภาคถึง 6 แปลง และดีเด่นระดับประเทศ 1 แปลง ถือเป็นอีกความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศตามนโยบายของรัฐบาล และยุทธศาสตร์การพัฒนาของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&amp;rdquo; นายเข้มแข็ง กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73482</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, เกษตรแบบแปลงใหญ่, เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200805/image_big_5f2a4e4938ab6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมส่งเสริมการเกษตรชูพัทลุงโมเดลผลงานการเชื่อมโยงการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่กับYSF เพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการและต่อยอดกิจกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;กรมส่งเสริมการเกษตรชูพัทลุงโมเดล เตรียมขยายผลทั่วประเทศหลังแผนเชื่อมโยงการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่กับYSFประสบผลสำเร็จช่วยเพิ่มศักยภาพการจัดการผลิตและต่อยอดกิจกรรมชี้เป็นอีกก้าวสำคัญการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่าตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมด้านการเกษตรภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญด้านการปฏิรูปภาคการเกษตรของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรได้ร่วมกันบริหารจัดการระบบการผลิตของกลุ่ม รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกรเช่นเกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) กลุ่มเกษตรกรวิสากิจชุมชนสหกรณ์เชื่อมโยงถึงผู้ประกอบการรวมถึงการลดต้นทุนการผลิตการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาดโดยภาพรวมผลการดำเนินงานของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันได้มีการรับรองแปลงใหญ่แล้ว จำนวน 6,888 แปลง รวมพื้นที่ 6,578,392 ไร่ เกษตรกร 406,755 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เมษายน 2563) &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&amp;ldquo;สำหรับในปี 2563 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ให้มากยิ่งขึ้นกรมส่งเสริมการเกษตรจึงกำหนดนโยบายสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่กับเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer (YSF)โดยเน้นการเชื่อมโยงให้YSF ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีทักษะในด้านการบริหารจัดการการผลิตและการตลาด ตลอดจนมีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับเทคโนโลยี เข้าไปช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการ และการพัฒนาผลผลิตของกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่เพื่อต่อยอดไปสู่กิจกรรมการเกษตรอื่นๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวต่อไปว่าสำหรับผลดำเนินการเพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างแปลงใหญ่กับYSF ที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการได้ปรากฏผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่อาทิแปลงใหญ่สละในพื้นที่จังหวัดพัทลุงซึ่งมีนายวิชัยดำเรืองYSFผู้ประสบความสำเร็จด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตร &amp;ldquo;สวนสะละลุงถัน&amp;rdquo;ตั้งอยู่ที่อำเภอป่าบอนจังหวัดพัทลุงได้นำประสบการณ์จากความสำเร็จของตนเองมาช่วยพัฒนาเพื่อนเกษตรกรสมาชิกกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่สละจังหวัดพัทลุง จนประสบความสำเร็จในด้านการบริหารจัดการผลิตสละทั้งจังหวัด&amp;nbsp; รวมถึงเกิดการต่อยอดด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนับเป็นอีกต้นแบบความสำเร็จที่เห็นได้ชัดตามเป้าหมายของกรมส่งเสริมการเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;นายเข้มแข็งกล่าวอีกว่า สำหรับสวนสะละลุงถันนั้นถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และจากจังหวัดต่างๆโดยสวนแห่งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความทุ่มของนายถันดำเรืองหนึ่งในเกษตรกรหัวก้าวหน้าเน้นการปลูกสะละพันธ์สุมาลีบนพื้นที่ 30 ไร่และยังได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตGAP โดยในปี 2547 นายวิชัยผู้เป็นลูกชายได้เข้ามาสานต่อการทำสวนพร้อมสมัครเข้าร่วมโครงการYSF กับกรมส่งเสริมการเกษตรและได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปปรับปรุงการบริหารจัดการสวนสะละของพ่อ จนประสบความสำเร็จเกิดการต่อยอดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ขึ้นชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 15pt;&quot;&gt;&amp;ldquo; กรณีของนายวิชัย เป็นการนำความรู้ และประสบการณ์จากความสำเร็จภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ขายบริการควบคู่กับผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่ได้ในสวน&amp;rdquo;มาถ่ายทอดขยายผลสู่เกษตรกรสมาชิกกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ของจังหวัดพัทุลงและจากพื้นที่อื่นๆ ที่เดินทางมาศึกษาดูงาน จนเกิดแรงกระตุ้นทำให้เกิดการพัฒนาจนเห็นผลเด่นชัดไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิตสละคุณภาพแบบครบวงจรตั้งแต่การปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยวการจัดการด้านการตลาดมุ่งเน้นทำให้เกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่หลากหลาย สอดคล้องกับความต้องการของตลาดตามนโยบายตลาดนำการเกษตรของดร.เฉลิมชัยศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษครและสหกรณ์และยังมีการต่อยอดกิจกรรมไปสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร จะเห็นได้ว่าผลของการเชื่อมโยงการทำงานที่เกิดขึ้นภายใต้ความทุ่มเทของนายวิชัยดำเรืองรวมถึงหน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ที่เข้ามาช่วยดูแลอย่างสำนักงานเกษตรจังหวัดพัทลุง และสำนักงานเกษตรอำเภอป่าบอนมีผลต่อการพัฒนาเกษตรแปลงใหญ่อย่างเห็นผลชัดเจนจึงนับว่าเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรไทยที่กรมส่งเสริมการเกษตรดำเนินการและเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งในการพัฒนากลุ่มเกษตรแปลงใหญ่ในจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศต่อไป&amp;rdquo; นายเข้มแข็งกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการเกษตร, พัทลุงโมเดล, เกษตรแปลงใหญ่, เข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200713/image_big_5f0c56b37e947.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
