<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94961</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> NSL วางเป้าโกยรายได้ 6,000 ล้านรุกผลิตแซนวิชอบร้อนให้เซเว่น เตรียมเข้าSETไตรมาส 2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค. 2564 นายสมชาย อัศวปิยานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในระยะเวลา 5 ปี (2564-2568) จะขยายพอร์ตธุรกิจใหม่ผ่านกลยุทธ์ &amp;nbsp;Nutrition Sustainable for Life &amp;nbsp;ซึ่งเป็นการมุ่งการผลิตอาหารและเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมการผลิตของบริษัทฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้บริโภค สภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคโควิด-19 ทำให้บริษัทฯ มีการศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อวางแผนการลงทุนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วนี้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ วางกลยุทธ์ร่วมกับร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นคือ การเสริมสินค้าในรูปแบบของเดลิเวอรี่และสินค้าที่ขายใน vending machine มีสินค้าอยู่ประมาณ 40 ตัว ซึ่งจะต้องมีการสลับและพัฒนาใหม่อยู่เสมอ มีการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกับเทรนด์ของตลาดได้อย่างรวดเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการขยายธุรกิจประเภท ฟู้ดเซอร์วิส นำเข้าอาหารทะเล เนื้อสัตว์และผักแช่แข็ง โดยเมื่อปี 2562 NSLได้เข้าซื้อกิจการจาก บริษัท ควอลิตี้ฟู้ด สเปเชียลตี้ จำกัด เข้ามาเป็นแผนกหนึ่งของบริษัทฯ ส่วนทิศทางในปี 2564 จะมีการเพิ่มในส่วนของสูตรปรุงอาหารสำหรับเชนร้านอาหารในลักษณะ ready to eat หรือ ready to cook มากขึ้น และล่าสุดพัฒนาสแน็คนวัตกรรมเพื่อเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ มุ่งส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ และวางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตในไทย ภายในไตรมาส 2 ของปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทฯ ตั้งเป้าเติบโตด้านรายได้ไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปี โดยมีเป้าหมายสัดส่วนรายได้ใน 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) ที่เกิดจากธุรกิจอื่น (non 7-Eleven) ในสัดส่วน 30 เปอร์เซ็นต์ และอีก 70 เปอร์เซ็นต์เป็นธุรกิจร่วมกับร้านเซเว่นอีเลฟเว่น &amp;nbsp;(7-Eleven) จากปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ครองสัดส่วนรายได้อยู่ที่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราไม่ได้มองว่าการที่เราทำธุรกิจกับเซเว่นอีเลฟเว่นเป็นความเสี่ยง แต่เป็นการพัฒนาและเติบโตไปพร้อมๆ กันอย่างมั่นคง ที่ผ่านมาเอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ได้มีการลงนามบันทึกความตกลงร่วมกันกับทางเซเว่นอีเลฟเว่น ว่าจะเป็นผู้ผลิต แซนวิชอบร้อนให้เซเว่นอีเลฟเว่นเพียงรายเดียว ในขณะเดียวกันก็ไม่ผลิตให้ร้านสะดวกซื้อรายอื่น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและขายดีเป็นอันดับ 1 &amp;nbsp;มีกำลังการผลิตมากกว่า 1,250,000 ชิ้นต่อวัน ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังพัฒนาแบรนด์สินค้าและธุรกิจของ NSL เองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้น โดยมีการกระจายการลงทุนไปสู่ธุรกิจอาหารในรูปแบบอื่น โดยใช้ระบบ System Application and Products (SAP) เพื่อบริหารจัดการการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงสุด &amp;nbsp;บริษัทฯวางแผนธุรกิจในระยะเวลา 5 ปี นับจากนี้ว่า จะมีสัดส่วนรายได้ที่เกิดขึ้นใหม่จากร้านค้านอกเซเว่นอีเลฟเว่นมากขึ้นด้วย ปัจจุบันได้มีการผลิตขนมปังเนื้อนุ่ม และขนมปังโฮลวีทภายใต้ แบรนด์ Bakery Arigato จำหน่ายผ่านท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตและแฟมิลี่มาร์ท, Natural Bites ขนมเพื่อสุขภาพอุดมไปด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ ได้รับรางวัล SIAL Innovation Award 2019 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ &amp;nbsp;และรางวัล ThaiFex Innovation Award 2020 ขนมพริกกรอบแบรนด์ ChiLee ที่จัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงส่งออกต่างประเทศ และยังมีพายแท่งแบรนด์ปังไทที่ได้รับความนิยมอย่างมาก&amp;rdquo; นายสมชายกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจฟู้ด เซอร์วิส บริษัทฯ ได้ขยายการลงทุนเพิ่มเมื่อปี 2562 เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสจากมูลค่าตลาดที่สูงถึง 20,000 ล้านบาท แต่ยังมีผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เริ่มแรกจะเน้นนำเข้าสินค้าอาหารแช่แข็ง ได้แก่ เนื้อสัตว์แช่แข็ง อาทิ ปลาแซลมอน ปลาหิมะ เนื้อออสเตรเลีย หอยเชลล์ ส่วนในปีนี้มีการเพิ่มการลงทุนในส่วนของอาหารประเภท ready to cook และ ready to eat อาทิ การผลิตสูตรซอสอาหารสำเร็จรูปเพื่อส่งให้กับเชนร้านอาหารหรือโรงแรมต่างๆ เพื่อช่วยลดต้นทุนเนื่องจากไม่ต้องมีหัวหน้าพ่อครัว ให้บริการทุกร้านและสูตรของการให้บริการยังคงความเป็นมาตรฐานเดียวกัน &amp;nbsp;เนื่องจากบริษัทฯ มีความชำนาญและรู้แหล่งวัตถุดิบที่ดี พร้อมทั้งเชี่ยวชาญการแปรรูป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยบริษัทฯ เตรียมแผนจะพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะกลุ่ม และอาหารสำหรับคนในแต่ละช่วงวัย ทั้งผู้สูงอายุและเด็ก ซึ่งจะเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน รวมไปถึงอาหารสำหรับผู้ป่วยที่เน้นรสชาติที่ถูกปากและความปลอดภัย จำหน่ายผ่านร้านโมเดิร์นเทรด คอนวีเนียนสโตร์ และผ่านช่องทางออนไลน์ &amp;nbsp;เป็นต้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันบริษัทฯได้ขยายตลาดสินค้าที่มีนวัตกรรม &amp;nbsp;โดยได้เป็นพันธมิตรกับนักธุรกิจที่ทำแป้งโปรตีนสูงจากจิ้งหรีดใน จังหวัดเชียงใหม่เพื่อมุ่งเน้นส่งออกไปยังต่างประเทศเป็นสินค้าประเภทเบเกอรี่และขนมขบเคี้ยว &amp;nbsp; นอกจากนี้เรายังมีแผนจะเพิ่มความหลากหลายของสแน็คเพื่อจับกลุ่มคนรักสุขภาพภายใต้แบรนด์ Natural Bites &amp;nbsp; คาดว่าจะวางเริ่มวางจำหน่ายได้ในไตรมาส 2 ปี 2564&amp;rdquo; นายสมชายกล่าวเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้ในปี 2563 สิ้นสุดไตรมาส 3 เดือนกันยายน 2563 บริษัทมีรายได้รวม 2,164.9 ล้านบาท โดยกลุ่มของเบเกอรี่และอาหารรองท้องคิดเป็น 94.5 เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ทั้งหมด ในส่วนของธุรกิจฟู้ด เซอร์วิสมีรายได้ 94.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ของปีก่อนหน้า เนื่องจากเพิ่งซื้อธุรกิจนี้เข้ามาในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 สะท้อนให้เห็นทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายให้เติบโตมากขึ้นจากเดิม จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์ การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และการที่ธุรกิจเดิมเริ่มกลับมาเติบโตโดยตั้งเป้ารายได้ไม่ต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท เติบโตประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชายกล่าวปิดท้ายว่าขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยมีบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94961</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เอ็นเอสแอล ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน), สมชาย อัศวปิยานนท์, เข้าตลาดหลักทรัพย์, เป้าหมาย 5ปี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210304/image_big_60404b7c7decc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2019 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2019 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ็นทรัล รีเทล พร้อมเข้าตลาดหลักทรัพย์ จ่อ IPO 1.69 พันล้านหุ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ธ.ค.2562 นายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) เปิดเผยว่าขณะนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะเสนอขายหุ้น IPO &amp;nbsp;หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) และมีผลใช้บังคับเป็นที่เรียบร้อยในวันที่ 26 ธันวาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 1,691,000,000 หุ้น แบ่งออกเป็น 1. หุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 1,331,000,000 หุ้น คิดเป็น 22.1% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลัง IPO (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ซึ่งหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนดังกล่าว ประกอบด้วยหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายให้แก่ ผู้ถือหุ้นของบริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ &amp;ldquo;ROBINS&amp;rdquo; ที่ตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ ผ่านการแลกหุ้น (Share Swap) และหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายและจัดสรรให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ 2. หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Hawthorn Resources Limited (ผู้ถือหุ้นเดิม) จำนวนไม่เกิน 360,000,000 หุ้น คิดเป็น 6% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดหลัง IPO (ไม่รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน (Greenshoe) จำนวนไม่เกิน 169,100,000 หุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 10% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายในครั้งนี้ เพื่อนำเงินไปใช้ในการรักษาระดับราคาหุ้น เสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนวัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงการปรับปรุงสาขา ได้แก่ 1. การขยายสาขาใหม่ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และ โรบินสัน ไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์ 2. การขยายสาขาของไทวัสดุ &amp;nbsp;3. การขยายสาขาของบิ๊กซี/GO! ในประเทศเวียดนาม 4. การปรับปรุงสาขาต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ และการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน เพื่อโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมุ่งขยายความสำเร็จในระดับโลกอย่างมั่นคงในระยะยาว โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินร่วม โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินรวมภายหลังจากหักภาษี และการจัดสรรทุนสำรองต่าง ๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและซีอาร์ซีกำหนดไว้ในแต่ละปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมเดินหน้าทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ ROBINS ที่ราคาเสนอซื้อ 66.50 บาทต่อหุ้น เพื่อแลกกับหุ้น IPO ของ CRC ตามช่วงอัตราแลกหุ้นเบื้องต้นที่1.39 ถึง 1.66 หุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่ของ CRC ต่อ 1 หุ้นสามัญเดิมของ ROBINS ในระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 ถึงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 (รวม 25 วันทำการ) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นตัวแทนในการรับซื้อหลักทรัพย์ (Tender Agent) หลังจากนั้นหุ้นของ ROBINS จะถูกเพิกถอนออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมกับหุ้น IPO ของ CRC เริ่มทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายญนน์ กล่าวอีกว่า ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 มีรายได้รวม 159,506 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 6,298 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโต 4.1% จากรายได้รวมในช่วงระยะเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้า โดยจากข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 และรายงานจาก Euromonitor International ซีอาร์จีเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกผ่านรูปแบบที่หลากหลายที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีร้านค้าทั้งหมดประมาณ 1,922 ร้านค้าใน 51 จังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังได้ขยายไปยังต่างประเทศ โดยเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าระดับไฮเอนด์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศอิตาลี รวมทั้งสิ้น 9 สาขา และธุรกิจในเวียดนาม 133 ร้านค้า ใน 40 จังหวัด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาย IPO, ญนน์ โภคทรัพย์, บมจ. เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC), เข้าตลาดหลักทรัพย์, เซ็นทรัล รีเทล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191227/image_big_5e0578fda7df7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
