<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มุกดาหารตรวจยึดกัญชา-เคตามีนขนข้ามฝั่งเพื่อนบ้านเข้าไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย.64- พล.ท.ธเนศ&amp;nbsp; วงศ์ชะอุ่ม&amp;nbsp; แม่ทัพภาคที่ 2&amp;nbsp; พล.ต.บุนสิน&amp;nbsp; พาดกลาง ผบ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี มอบหมายให้กองกำลังสุรศักดิ์มนตรีร่วมกับนายเชวงศักดิ์&amp;nbsp; พลเยี่ยม&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พันเอกสุคนธรัตน์&amp;nbsp; ชาวพงษ์&amp;nbsp; ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 3&amp;nbsp; นายสมศักดิ์&amp;nbsp; บุญจันทร์ นายอำเภอหว้านใหญ่ พ.ต.อ.จารึก&amp;nbsp; พุ่มระย้า ผกก.สภ.หว้านใหญ่&amp;nbsp; พ.ต.ท.ประภาส&amp;nbsp; สุจันทา รอง ผกก.สส.สภ.หว้านใหญ่&amp;nbsp; ร.ท.นิคม&amp;nbsp; ชินเขว้า ผบ.มว.คทร.ที่ 2 ร้อย.คทร.ที่ 1 ชอน.บ.กกล.สุรศักดิ์มนตรี พ.ต.ท. จำเนียร&amp;nbsp; เศษฤทธิ์ สว.สส.สภ.หว้านใหญ่ เจ้าหน้าที่ทหารพราน เจ้าหน้าที่ นรข. เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ ตชด.234 มุกดาหาร เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอหว้านใหญ่ ร่วมกันแถลงข่าว การตรวจยึดกัญชา จำนวน 400.50 กิโลกรัม เคตามีน จำนวน 1 กิโลกรัม ที่บ้านป่งขาม ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติด (กัญชา) ล็อตใหญ่เข้ามาทางด้าน อ.หว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร จึงได้วางแผนสนธิกำลังทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองจัดชุดซุ่มตามท่าน้ำที่คาดว่ากลุ่มผู้ลำเลียงจะนำขึ้น จนกระทั่งเมื่อเวลา 22.30&amp;nbsp; น. ของวันที่ 5 มิ.ย.64 ได้พบเรือแล่นมาจากท่าน้ำฝั่งประเทศลาวมุ่งหน้าเข้ามาที่ท่าน้ำ บ้านป่งขาม หมู่ที่ 1 ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร โดยในเรือมีชายฉกรรจ์นั่งมาในเรือจำนวน 3 คน และนำเรือเทียบที่บริเวณท่าน้ำบ้านป่งขาม ฯ และยกกระสอบลงจากเรือมาวางไว้ที่ริมฝั่งท่าน้ำ ฯ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม กลุ่มชายฉกรรจ์ตกใจกระโดดวิ่งหลบหนีไปได้ โดยอาศัยความมืดและความชำนาญในการหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่ พบกระสอบปุ๋ยที่ห่อหุ้มด้วยถุงดำจำนวน 11 กระสอบ จึงได้นำของกลางมาทำการตรวจสอบที่ฐานปฏิบัติการ พบเป็นกัญชาจำนวน 400 แท่ง น้ำหนัก 400.50 กิโลกรัม และมี เคตามีน อีก 1 ถุง น้ำหนัก&amp;nbsp; 1 กิโลกรัม ที่ซุกซ่อนมาในถุงปุ๋ย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติ ได้เดินทางข้ามไปรับกัญชา จากนักค้าชาวลาว โดยจะได้ค่าจ้างเที่ยวละ 200,000 บาท โดยลำเลียงครั้งละประมาณ 400 กิโลกรัม มาขึ้นที่ท่าน้ำบ้านป่งขาม ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร อยู่เป็นประจำ และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด &amp;ndash; 19 ทำให้ประเทศลาว มีการปิดพรมแดนและห้ามประชาชนคนลาวทำการประมงในแม่น้ำโขง จึงทำให้กลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดนำกัญชามาพักไว้ตามหมู่บ้านแนวชายแดนเป็นจำนวนมาก และมีความพยายามที่จะลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทย ผ่านทางด้าน อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร และ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบัน กัญชา เป็นที่ต้องการของตลาดประเทศไทยและประเทศที่สาม โดยนำกัญชาไปผลิตเป็นยารักษาโรคจนเป็นที่นิยมของบุคคลทั่วไปเป็นจำนวนมาก และกัญชามีราคาแพงมากขึ้น แต่ข้อกฎหมายและบทลงโทษน้อยกว่ายาเสพติดประเภทอื่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105531</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชา, มุกดาหาร, ยาเสพติด, เคตามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bd9f8b5df56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผงะ!เคนมผง ระบาดวัยรุ่น คืนเดียวดับ6</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บิ๊กปั๊ด&amp;rdquo; สั่งตรวจสอบ &amp;quot;เคนมผง&amp;quot; ยาเสพติดรูปแบบใหม่แพร่ระบาดกลุ่มวัยรุ่น หลังพบหนุ่ม-สาวเสียชีวิตรวดเดียวถึง 6 ศพ &amp;quot;ผบช.ปส.&amp;quot; ชี้มีส่วนผสมของ &amp;quot;เฮโรอีน-เคตามีน-ไอซ์-ยานอนหลับ&amp;quot; ฤทธิ์แรงเสพครั้งเดียวถึงตาย เร่งส่งตัวอย่างให้ อย.แยกสารประกอบชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เกิดเหตุวัยรุ่นทั้งชาย-หญิงเสียชีวิตต่อเนื่องกันถึง 6 ราย ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 10 ม.ค. มาถึงช่วงเช้าวันที่ 11 ม.ค. เบื้องต้นสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดมาจากยาเสพติด โดยเฉพาะย่านเจริญราษฎร์ 7 พบอุปกรณ์การเสพยาในที่เกิดเหตุ คาดว่าเกิดจากยาเคสูตรใหม่ที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่นเรียกกันว่า &amp;quot;เคนมผง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำศพผู้เสียชีวิตเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากสาเหตุระบบหายใจและหมุนเวียนโลหิต แต่จะเสียชีวิตจากยาเสพติดหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจวิเคราะห์อย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ให้ข้อมูลมาว่ายาตัวนี้น่าจะมาจากการผสมระหว่างเฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานนอนหลับชนิดหนึ่งซึ่งมีฤทธิ์กดประสาทและกระตุ้นประสาท ทำให้เกิดเอฟเฟ็กต์ต่อระกายประมาณหนึ่ง เป็นเรื่องการทดลองของกลุ่มผู้เสพยาอยากลองของใหม่ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายพอสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยาเสพติดตัวนี้จะมีส่วนผสมอะไรบ้าง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) อยู่ระหว่างนำไปตรวจวิเคราะห์ น่าจะทราบผลในเร็วๆ นี้ ภายหลังทราบเรื่อง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ บช.ปส.แม่งานเรื่องยาเสพติดไปสุ่มตรวจสอบตามสถานที่ที่คาดว่ายาเสพติดตัวนี้จะแพร่ระบาด พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ทุกพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการที่คาดว่ายาเสพติดตัวนี้จะแพร่ระบาด และให้เร่งดำเนินการกวาดล้างทันที&amp;quot; พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่ากลุ่มผู้เสพยาที่เสียชีวิตหลายคนรู้จักคุ้นเคยกันหรือไม่ โฆษก ตร.กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ อยู่ระหว่างการสอบสวนของ บช.ปส. ที่ต้องสอบพยานแวดล้อม คือผู้เสพที่ยังไม่เสียชีวิต แต่ขอฝากไปยังกลุ่มวัยรุ่น ยาเสพติดจะผสมอะไรหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีอยู่แล้ว มันทำลายสุขภาพตัวเองและผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) กล่าวว่า นมผงตัวดังกล่าวเป็นยาที่ผสมขึ้นเองในหมู่ของผู้เสพเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ยามีฤทธิ์แรงขึ้น สนุกมากขึ้น และเพิ่มมูลค่าของตัวยาให้มีราคาสูงมากขึ้น ทั้งนี้พบว่ายาตัวดังกล่าวน่าจะมีที่มาจากแหล่งในจังหวัดปทุมธานี เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นแหล่งพักยาและสามารถหาส่วนผสมทั้งหมดได้ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนผสมของยาดังกล่าวมี 4 ตัว คือเฮโรอีน เคตามีน ไอซ์ และยานอนหลับ จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นพบว่าตัวยาที่อันตรายที่สุดคือเฮโรอีน เนื่องจากยาเสพติดชนิดดังกล่าวมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอาการโอเวอร์โดส จนถึงขั้นเสียชีวิตได้มากที่สุด โดยมียานอนหลับเป็นตัวประสานตัวยาและตัวเร่งฤทธิ์ของยาทั้งหมด โดยผู้เสพจะมีอาการมึนเมาเหมือนคนเมาเหล้า แต่จะไม่มีกลิ่นสุรา และจะมีอาการสะลึมสะลือ โดยอาการที่อันตรายที่สุดคืออาการปากเขียวคล้ำ และมีเลือดออกทางจมูก เนื่องจากอาการดังกล่าวแปลว่าผู้เสพมีอาการเสพยาเกินขนาดจนร่างกายไม่สามารถรับได้ หรือน็อกยา หากพบอาการดังกล่าวให้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ยาเสพติดประเภทดังกล่าวหากเสพเพียงครั้งเดียวก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ เพราะเป็นยาที่มีขนาดค่อนข้างรุนแรง&amp;quot; พล.ต.ท.มนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ปส.ระบุด้วยว่า ส่วนสาเหตุที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร จากการวิเคราะห์ของชุดสืบสวนเชื่อว่าในจุดดังกล่าวเป็นจุดที่มีอพาร์ตเมนต์ แหล่งท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงเป็นจุดที่ผู้ใช้ยาแต่ละคนนำยากลับมาเสพในที่พักของตนเอง ทั้งนี้คาดว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดน่าจะมีความเชื่อมโยงกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม จึงสามารถนำยาชนิดดังกล่าวมาเสพในกลุ่มและกระจายกลับไปในพื้นที่ของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เบื้องต้นตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้ขอตัวอย่างยาที่พบในที่เกิดเหตุส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.นำไปตรวจสอบแยกสารประกอบและตรวจสอบองค์ประกอบว่ามีตัวยาส่วนผสมชนิดใดมากที่สุด และยาเสพติดตัวใดที่ทำให้ถึงแก่ชีวิต&amp;quot; ผบช.ปส.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เรียก พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5, พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.สส.บก.น.5 เข้ารายงานข้อมูลเหตุมีผู้เสียเสพสารเสพติดเคนมผงเสียชีวิตหลายรายในพื้นที่ บช.น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นอาจมีผู้มาจำหน่ายให้หรือมีแหล่งไปเสพร่วมกัน ต้องไปขยายผล ทั้งนี้ยังไม่ยืนยันองค์ประกอบของสารตามที่เป็นข่าวว่าเป็นเคตามีนผสมยานอนหลับ เพราะต้องรอผลรายงานแพทย์ แต่ในชั้นนี้เคตามีนเป็นยาที่ใช้ในห้องผ่าตัด เมื่อมาแปลงสภาพใช้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท เราจึงได้กำชับเรื่องควบคุมการจำหน่ายให้ บช.น., ภ.1-9 บช.ปส. ต้องลงไปดูเรื่องแหล่งจำหน่าย รวมทั้งสารบางตัวนอกจากต้องใช้ใบสั่งแพทย์ อาจนำเข้ามาตามแนวชายแดน บางคนเรียกว่าโคลนาซีแพม นำไปผสมเฮโรอีน พาราเซตามอล ซึ่งอะไรที่สามารถควบคุมแหล่งจำหน่ายได้ เราก็จะเร่งดำเนินการ เช่น ตามแหล่งจำหน่ายเปิด ร้านขายยา ได้ควบคุมตามกฎหมายหรือไม่ เพราะยาบางตัวซื้อขายได้หากมีใบสั่งแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าวว่า ได้รับรายงานล่าสุดเบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นชาย 3 หญิง 3 เหตุเกิดในท้องที่ สน.วัดพระยาไกร 5 ราย และ สน.สุทธิสาร 1 ราย ผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 21-34 ปี และเชื่อว่าทั้งหมดเสียชีวิตจากยาเสพติด เนื่องจากในที่เกิดเหตุตรวจพบผงสีขาวซึ่งเชื่อว่าเป็นยาเสพติด อยู่ระหว่างส่งตรวจพิสูจน์ว่ายาเสพติดดังกล่าวประกอบด้วยอะไรบ้าง ในวันพรุ่งนี้ (12 มกราคม) จะทราบผล และยังไม่พบข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89479</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์, พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เคตามีน, เฮโรอีน, ไอซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc3bfc76cca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84758</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัจฉริยะ&#039; แจ้งความ &#039;รมว.ยุติธรรม-เลขาฯปปส.&#039; ละเว้นหน้าที่ปมยึดยาเค 11 ตัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 -&amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการ หรือ ปปป. ชั้น 4 อาคาร บี ศูนย์ราชการฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.รัชพล เทียมสะคู รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปปป. ร้องทุกข์กล่าวโทษ รมต.ว่าการกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการ ปปส.กับพวก ร่วมกันแถลงข่าวอันเป็นเท็จก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ในการจับเคตามีนที่โกดังจังหวัดฉะเชิงเทรา 11.5 ตัน มูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มาแจ้งความดำเนินคดีกับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ในความผิดตาม มาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พร้อมนำหลักฐาน คลิป และข้อมูลจากการแถลงข่าวการจับกุมยาเสพติด (เคตามีน) จำนวน 11.5 ตัน ในพื้นที่จ.ฉะเชิงเทรา มามอบให้พนักงานสอบสวน ป.ป.ป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกรณีนี้ ตนเองมองว่า เป็นการกระทำที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ เนื่องจาก กระทรวงยุติธรรม และ ป.ป.ส. เป็นองค์กรที่มีความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบยาเสพติด ซึ่งในวันดังกล่าวมีการเชิญนักวิชาการที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมตรวจสอบ โดยระบุผลตรวจเป็นสีม่วง ซึ่งถือว่าเป็นยาเสพติด แต่ภายหลังไม่กี่วัน กลับมีการแถลงข่าวอีกครั้งว่าสารที่พบดังกล่างไม่ใช่ยาเสพติด และ ผลการตรวจก็เป็นสีขาว พร้อมให้เหตุผลว่า เป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟต ในส่วนนี้ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรี ดูแลกระทรวงยุติธรรมก็ต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ รวมถึงเขาธิการ ป.ป.ส.ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตนได้ตรวจสอบข้อมูลพบว่า ช่วงสิงหาคม 63 นายอภิชาติ ซึ่งเป็นชาวม้ง ได้นำของกลางมาไว้ที่โกดัง จ.ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;จากนั้น วันที่ 3 ก.ย. ได้มีชิปปิ้งนำของกลางขนส่งไปทางท่าเรือคลองเตยและท่าเรือแหลมฉบังเพื่อส่งออกไปยังประเทศไต้หวัน กระทั่งวันที่ 26 ก.ย. ประเทศไต้หวันจับกุมของกลางและส่งหลักฐานมาให้เจ้าหน้าไทยดำเนินการ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ไทยไม่ได้ออกหมายจับแต่กลับขยายผลไปตรวจค้นและยึดของกลางมาแถลงข่าวเสียก่อน จึงทำให้เกิดความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติในการเก็บของกลาง ซึ่งปกติ รมว.ยธ. จะต้องมีลายเซ็นกำกับไว้ในของกลางเพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย แต่ครั้งนี้กลับพบว่ามีการเก็บของกลางอย่างไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ที่ผ่านมามีการนำยาเสพติดส่งออกต่างประเทศหลายครั้ง โดยประเทศไต้หวันได้ประสานทางการไทยแต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินคดีได้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84758</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาตรา 157, ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่, สมศักดิ์ เทพสุทิน, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์, เคตามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb5311c101c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปปส.&#039; แก้เกี้ยวแจ้งของกลางคือ &#039;โซเดียมไตรฟอสเฟต&#039; ยันไม่สลับ &#039;ยาเค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย.63 - ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส.แจ้งความร้องทุกข์กับ พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.ให้ดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการส่งออกเคตามีนไปยังประเทศไต้หวันกว่า 300 กิโลกรัม หลังไปยึดเคตามีนที่โกดังใน จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 11.5 ตัน มูลค่านับ 20,000 ล้านบาท แต่กลับพบว่าเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า วันนี้นำเอกสารที่ได้รับจากประเทศไต้หวันจับกุมเคตามีนไว้ได้ 300 กิโลกรัมมาแจ้งความเอาผิดกับผู้ร่วมขบวนการลอบส่งเคตามีนไปยังประเทศไต้หวัน ซึ่งบุคคลรายนี้อยู่ในประเทศไทย โดยเช่าโกดังเพื่อเก็บเฟอร์นิเจอร์แต่เมื่อตรวจค้นกลับเป็นที่เก็บสารเคมี ทั้งนี้ขอชี้แจงถึงกรณีที่ตรวจสอบเคตามีนกว่า 11.5 ตันแล้วพบว่ามีบางส่วนเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟส เบื้องต้นพบว่าสารเคมีทั้ง 2 ชนิด มีลักษณะภายนอกเหมือนกัน ตอนตรวจค้นที่โกดังพบของกลาง 66 กระสอบถูกเปิดอยู่ ที่เหลือ 406 กระสอบยังเย็บปากถุงปิดไว้ พอตรวจสอบด้วยน้ำยาเคมีกับกระสอบที่เปิดไว้แสดงผลออกมาเป็นสีม่วง จึงเชื่อว่าเป็นเคตามีนตามที่ไต้หวันจับกุมได้จากต้นทาง จากนั้นก็ได้ร่วมกับ บช.ปส.นำของกลางไปเก็บไว้ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 โดยเช่ารถบรรทุกขนของกลางไว้ 2 คัน และมีขบวนรถจากหลายหน่วยงานคอยคุ้มกันและแวะเติมน้ำมันที่เดียว ยืนยันไม่มีการสับเปลี่ยนของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวว่า ต่อมาเมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าสารเคมีดังกล่าวคือไตรโซเดียมฟอสเฟสซึ่งไม่เคยพบว่า สารตัวนี้จะแสดงผลเป็นสีม่วง โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 09.30 น.นักวิทยาศาสตร์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และผู้เชี่ยวชาญของ ป.ป.ส.จะตรวจพิสูจน์สารเคมีจากของกลางทั้งหมดอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ ป.ป.ส.ภาค 1 แต่ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2-3 วัน จึงจะทราบว่าของกลางที่เหลือเป็นยาเสพติดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัย กล่าวชี้แจงว่า สาเหตุที่การตรวจสอบล่าช้านั้น แต่แรกที่ไต้หวันจับกุมตรวจยึดของกลางได้วันที่ 23 ตุลาคม ก่อนส่งเอกสารให้ไทยลงวันที่ 29 ตุลาคม 2563 และ ป.ป.ส.รับเรื่องวันที่ 2 พฤศจิกายน จึงจะสืบสวนหาข้อมูลถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน แล้วเข้าตรวจค้นโกดัง พร้อมทำบันทึกการเข้าตรวจค้น ซึ่งผลการทดสอบสารเคมีที่พบเบื้องต้นพบเป็นเคตามีนจึงบันทึกเป็นสารคล้ายเคตามีนทุกรายการ โดยมีพยานนำตรวจค้นและตำรวจท้องที่ได้สอบปากคำเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ พฐ.ได้เก็บหลักฐานเป็นที่เย็บปิดปากถุง พร้อมประสานประเทศต้นทางเก็บหลักฐานใบส่งสินค้าและอื่นๆ ซึ่งจะนำมามอบให้ บช.ปส.ภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า บช.ปส.ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงจากทั้งพยานหลักฐาน บุคคล และเอกสาร เบื้องต้นรับคำร้องทุกข์ไว้พิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย ฉะนั้นการสอบสวน บช.ปส.ต้องเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ประสานอธิบดีอัยการตั้งคณะทำงานสอบสวน เพื่อติดตามกลุ่มเป้าหมายที่ใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดต่อไป ทั้งนี้พบว่าเคตามีนไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย แต่เป็นทางผ่านเพื่อไปสู่ประเทศที่ 3&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84757</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, บช.ปส., ปปส., ยาเค, สารไตรโซเดียมฟอสเฟต, เคตามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201123/image_big_5fbb4f82e80b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
