<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.เครียดผูกคอ ทำแม่-เมียเสี่ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตร.แจง &amp;ldquo;ร.ต.อ.&amp;rdquo; ติดโควิดผูกคอเสียชีวิตคาห้องน้ำ รพ.ตำรวจ คาดเครียดหนักเหตุทำให้แม่-เมีย-ลูกเสี่ยงติดเชื้อ แถมเจ้าตัวมีโรคประจำตัวรุมเร้า สธ.ชี้เกิดความกดดันทางจิตใจ แนะวิธีคลายเครียด ปรึกษาสายด่วน 1323&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 21 เมษายน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. ร่วมกับ พล.ต.ท.พรชัย สุธีรคุณ นายแพทย์ (สบ 8) โรงพยาบาลตำรวจ, พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) และ พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ร่วมกันแถลงชี้แจงกรณีการเสียชีวิตของ ร.ต.อ.บุญชู พรรณกลิ่น อายุ 59 ปี รองสารวัตรป้องกันปราบปราม กองบังคับการตำรวจรถไฟ (รอง สว.ป.บก.รฟ.) ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ฆ่าตัวตายด้วยการใช้เข็มขัดผูกคอเสียชีวิตภายในห้องน้ำ ขณะรักษาตัวที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ รพ.ตำรวจ เหตุเกิดวันที่ 20 เม.ย. เวลา 16.00 น.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พรชัยเปิดเผยว่า ก่อนที่ ร.ต.อ.บุญชูจะมารักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ได้ไปตรวจที่ รพ.พระมงกุฎวัฒนะ พบว่าติดเชื้อโควิด-19 จึงได้ประสานมาที่ รพ.ตำรวจเพื่อรับมาดูแล ช่วงแรกที่มาถึง รพ.ตำรวจ วันที่ 18 เม.ย. ผู้ป่วยยังไม่มีอาการ จึงให้พักโรงพยาบาลสนามของ รพ.ตำรวจ อยู่ได้ประมาณวันเศษมีอาการหายใจติดขัด จึงได้ย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ เพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด อาการยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ และทราบว่าผู้ป่วยมีประวัติการรักษาโรคเบาหวานและความดันโลหิตอยู่ วันที่เกิดเหตุผู้ป่วยได้ไปเข้าห้องน้ำแล้วหายไป พยาบาลสงสัยหายตัวไปนานจึงตามไปดู พบว่าผู้ป่วยหยุดหายใจแล้ว จึงพยายามให้ทีมแพทย์ทำการกูชีพ แต่สุดท้ายไม่สามารถช่วยเหลือชีวิตได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.เมธีกล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจาก รพ.ตำรวจว่า มีผู้เสียชีวิต จึงได้แจ้งให้ สน.ปทุมวันร่วมกับแพทย์เข้าทำการชันสูตร การเข้าชันสูตรเจ้าหน้าที่มีการสวมชุดป้องกันเชื้อโควิด-19 ตามมาตรฐานที่สาธารณสุขได้กำหนด โดยได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายครบถ้วน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.พันษากล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากได้รับแจ้ง พนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์ เบื้องต้นที่คุยกับแพทย์สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากการขาดอากาศหายใจ ไม่ได้เสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 จึงได้ดำเนินการขั้นตอนและส่งศพไปยังนิติเวช รพ.ตำรวจ ส่วนมูลเหตุจูงใจจากการสอบสวนพบว่าผู้เสียชีวิตมีความเครียดจากการที่จะทำให้แม่ ภรรยา ลูก มีความเสี่ยงการติดเชื้อ โดยทั้งแม่ ภรรยา ได้เข้าตรวจหาเชื้อที่ รพ.พระมงกุฎวัฒนะ และอยู่ระหว่างการกักตัว ซึ่งผู้ตายยังไม่ทราบผลว่าแม่และภรรยาติดเชื้อหรือไม่ รวมทั้งผู้ตายเองมีปัญหาสุขภาพที่รักษา รพ.รามาธิบดี คือเบาหวานและความดันโลหิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการสอบสวนไม่กล้าโทรศัพท์ไปคุยกับแม่และภรรยาเพราะรักและห่วง รู้สึกละอายใจ แต่ได้โทรศัพท์ไปหาน้องบ่นว่า ทำไมต้องมีโรคนี้ด้วย สอดคล้องกับที่พูดคุยกับเพื่อนตำรวจที่รักษาอยู่ รพ.ตำรวจเช่นเดียวกันว่าฝากแม่และครอบครัวด้วย พูดแบบทีเล่นทีจริง กระทั่งถึงวันเกิดเหตุได้เข้าห้องน้ำตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. มีโทรศัพท์ดังขึ้นหลายครั้งไม่มีคนรับ เพื่อนที่เป็นผู้ป่วยข้างเคียงได้เรียกหลายครั้งไม่มีการตอบรับ จึงไปตามแพทย์และพยาบาลตรวจสอบ ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว และจากการสอบสวนญาติไม่ติดใจการเสียชีวิตในครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม กระบวนการสอบสวนต้องดำเนินการต่อไป&amp;quot; ผกก.สน.ปทุมวัน ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.พรชัยกล่าวถึงมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยทั้งที่ รพ.สนามและอาคาร รพ.ตำรวจ ว่า รพ.ตำรวจได้มีการยกระดับดูแลรักษาผู้ป่วยเป็นอย่างดี มีการเตรียมการสำหรับห้องผู้ป่วยปกติเราแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการให้ผู้ป่วยรักษาที่ รพ.สนามก่อน ถ้าผู้ป่วยมีอาการมากขึ้นจึงจะย้ายไปยังหอผู้ป่วยเพื่อดูแลใกล้ชิดมากขึ้น เรามีเครื่องมือพร้อม แต่เตียงผู้ป่วยมีจำกัดไม่สามารถรับได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เรามีปริมาณที่รับและดูแลได้ทุกราย มีมาตรฐานในการรักษาดูแลเป็นอย่างดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ประชาชนและข้าราชการตำรวจมีความเครียด รพ.ตำรวจมีกลุ่มงานจิตเวชดูแลอยู่ ถ้ามีความเครียดหรือซึมเศร้า สามารถโทร.มาได้ตลอดเวลา แต่ตำรวจที่เสียชีวิตเราไม่ทราบว่ามีความเครียด เพราะเพิ่งเข้ามารักษาตัวที่ รพ.ได้แค่ 2-3 วัน โดยช่วงแรกแพทย์ระมัดระวังคืออาการเจ็บป่วย จึงไม่ทันระวังเรื่องความเครียด อย่างไรก็ตาม เราได้มีการเพิ่มมาตรการในการประเมินความเครียดของผู้ป่วยมากขึ้น ที่จริงแล้วเรื่องความเครียดได้ดำเนินการมาตั้งแต่ระยะแรก แต่เนื่องจากช่วงหลังมีผู้ป่วยเข้ามาจำนวนมากเร็วกว่าที่เราคาดคิดไว้ จึงไม่สามารถกรองทุกอย่างได้อย่างครบถ้วน และในปัจจุบันสังคมมีการเสพข่าวทางโซเชียลมากในเชิงลบ อาจจะกระทบต่อจิตใจเรื่องนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ขอให้สื่อมวลชนเสนอข่าวในแง่บวกบ้าง เพื่อส่งเสริมให้คนมั่นใจในระบบการดูแลที่ดี ส่งเสริมให้ทุกคนดูแลตัวเองจะดีมากกว่า แต่ถ้าเครียดมาก รพ.ตำรวจพร้อมให้คำปรึกษา หมายเลขโทรศัพท์ 08-1932-0000
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อโควิด-19 สรุปตัวเลขวันที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา รวม 412 คน ทั้งรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจและตาม รพ.ต่างๆ ตามภูมิภาค ทั้งนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีข้อห่วงใยการป้องกันตัวของตำรวจที่ออกพบปะปฏิบัติหน้าที่กับประชาชนและสถานที่ราชการ จึงกำชับต้องดูแลตัวเองตามมาตรฐานของกรมควบคุมโรค เพื่อไม่ให้ตำรวจรับเชื้อเข้ามา และไม่ให้ตำรวจแพร่เชื้อสู่ประชาชน รวมทั้งไม่ให้เข้าไปอยู่ในแหล่งที่อาจมีความเสี่ยงเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 นอกจากมีความเจ็บปวดทางร่างกายแล้ว ยังมีผลกระทบทางจิตใจ มีความกดดันทางจิตใจด้วย ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่าผู้ติดเชื้อโควิดฆ่าตัวตายเข้ามา 1 ราย หากได้ข้อสรุปที่เรียบร้อยแล้วก็จะมีการรายงานต่อประชาชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.พิเศษ นพ.ปราการ ถมยางกูร ที่ปรึกษากรมการแพทย์ กล่าวว่า การระบาดของโรคโควิดทำให้คนมีความกังวล เพราะกลัวว่าตัวเองจะติดโรคหรือไม่ คนใกล้ตัวจะติดโรคหรือไม่ ซึ่งเมื่อกังวลมากๆ จะกลายเป็นความเครียด และทำให้เกิดความโกรธแค้นต่อสิ่งต่างๆ โกรธคนแพร่เชื้อ โกรธระบบบริการ โกรธในเรื่องต่างๆ รวมไปถึงการโกรธและการรังเกียจเรื่องเชื้อชาติ เหมือนที่ปรากฏเป็นข่าวคนเอเชียถูกทำร้ายร่างกายในหลายๆ ประเทศ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม บางคนกลัว เครียดจนไม่กล้าออกไปข้างนอก ไม่ทำอะไรเลยก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ วิธีสังเกตว่าตัวเราหรือคนใกล้ชิดมีความเครียดเกินไปหรือไม่นั้น สังเกตได้จากหัวใจเต้นเร็ว ใจสั่น เหงื่อออกง่าย ปวดหัว ความคิดจิตใจไม่แจ่มใส ดังนั้นวิธีที่จะช่วยให้คลายเครียดคือการไม่เสพข่าวสารมากเกินไป ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ทำกิจกรรมอื่นๆ เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ร่วมกับการป้องกันตัวเองเพื่อให้ปลอดจากโรค คือการสวมหน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่าง และล้างมือบ่อย ซึ่งเมื่อเราป้องกันตัวเองดี จะทำให้ปลอดภัยจากสถานการณ์ จะไม่เครียดเกินไป หรือถ้าไม่รู้จะพูดหรือคุยกับใครสามารถปรึกษาสายด่วน 1323 ได้.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100263</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กดดันทางจิตใจ, ผูกคอเสียชีวิต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครียดหนัก, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210421/image_big_6080421b3eab4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เซ่นโควิดอีก2ศพ ไลฟ์สดผูกคอตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; พิษโควิดทำคนจนคิดสั้นไม่หยุด หนุ่มบุรีรัมย์ไปทำงานรับจ้างที่ปทุมธานีกลายเป็นคนว่างงาน เครียดหนักไลฟ์สดผูกคอฆ่าตัวตาย แม่กับเมียเห็นเต็มตาถึงช็อกเพราะหมดปัญญาช่วย ที่ขอนแก่น หนุ่มก่อสร้างก็ฆ่าตัวตายด้วยวิธีเดียวกัน แม่เผยว่างงาน ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5 พัน แต่ยังไม่ได้จึงสิ้นทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 เมษายนนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านสี่เหลี่ยม ต.สี่เหลี่ยม อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ว่าชายคนหนึ่งซึ่งไปทำงานรับจ้างอยู่ที่ จ.ปทุมธานี ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก คลิปภาพตัวเองกำลังจะผูกคอตายภายในห้องพัก เมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ที่เห็นไลฟ์สดต่างพยายามโทรศัพท์ และส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กเข้าไปปลอบใจ แต่ก็ไม่เป็นผล ชายคนดังกล่าวได้ใช้เชือกผูกคอตัวเองเสียชีวิตผ่านการไลฟ์สด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดินทางไปถึงบ้านเกิดของผู้เสียชีวิต ก็พบญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เพื่อรอรับร่างนายเอกพงษ์ หรือเอก (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ผู้ที่ไลฟ์สดผูกคอเสียชีวิต กลับมาประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัว โดยเฉพาะนางเอียด รักษา อายุ 54 ปี ผู้เป็นแม่ ที่ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเห็นลูกก่อเหตุต่อหน้า แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ไกล และทราบว่าเพื่อนที่ทำงานด้วยกันที่ จ.ปทุมธานี แต่พักคนละแห่งก็เห็นไลฟ์สด และพยายามโทร.ไปปลอบใจ แต่ไม่กล้าออกไปช่วย เพราะใกล้เวลาเคอร์ฟิว เนื่องจากตอนเกิดเหตุเป็นเวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางเอียดเปิดเผยว่า เมื่อ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกชายเพิ่งพาภรรยาและลูกน้อยมาไว้ที่บ้าน เพราะกลัวจะติดโควิด-19 และก็บ่นว่าช่วงนี้ไม่ค่อยมีงาน เนื่องจากสถานการณ์โควิด จากนั้นลูกชายก็กลับไปทำงานที่ปทุมธานีคนเดียว จึงคิดว่าลูกชายอาจจะเครียดกับสถานการณ์โควิดรายได้ไม่พอใช้จ่าย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.ศศิภา อายุ 21 ปี ภรรยาของนายเอกพงษ์กล่าวว่า เมื่อเห็นสามีไลฟ์สดกำลังจะผูกคอฆ่าตัวตาย ก็ตกใจมากทำอะไรไม่ถูก พยายามปลอบใจแล้ว แต่ไม่เป็นผล ส่วนสาเหตุคิดว่าน่าจะเครียดเรื่องงานที่ไม่สามารถทำงานได้ปกติเหมือนเดิม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ จนสามีต้องพาตนเองและลูกมาส่งไว้ที่บ้านแม่แล้วกลับไปทำงานคนเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ขอนแก่น เที่ยงวันอาทิตย์ พ.ต.ท.เข็มเพชร ประชาจิตกุล สว. (สอบสวน) สภ.พล รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักเลขที่ 154 หมู่ 9 ต.โจดหนองแก อ.พล จึงประสานแพทย์เวร รพ.พล และหน่วยกู้ภัยมิตรภาพเมืองพล ไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูง ภายในห้องน้ำชั้นล่าง พบศพนายพิฑูรย์ สีชา อายุ 31 ปี ผูกคอด้วยเชือกไนลอนสีแดงกับขื่อห้องน้ำ เสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 6 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางอำพร โพธิ์ชา อายุ 52 ปี แม่ของนายพิฑูรย์เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นช่างก่อสร้าง โดยทำงานอยู่กับน้าชายมานานแล้ว แต่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 น้าชายต้องหยุดธุรกิจชั่วคราว ลูกชายจึงไม่มีงานทำ จากนั้นลูกได้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล 5,000 บาท และก็รอมาเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา ลูกชายเงียบไม่พูดไม่คุย ไม่กินข้าว ก่อนเกิดเหตุตนได้ออกไปทำธุระ ขากลับแวะซื้อขนมจีนมาให้ลูกกิน มาถึงบ้านเกือบเที่ยงไม่เห็นลูกชาย จึงตะโกนเรียก และเดินหาจนเห็นประตูห้องน้ำปิดอยู่ เมื่อเปิดประตูออกก็พบว่าลูกชายผูกคอตายเป็นศพ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านและญาติพี่น้องทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารย์ ผกก.สภ.พล กล่าวว่า ผู้ตายอาจจะเกิดความเครียด เนื่องจากไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ จึงคิดสั้นผูกคอเสียชีวิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงบ่าย นางอำพรและครอบครัวได้นำศพนายพิฑูรย์ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดโชติการาม ในหมู่บ้าน โดยเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวต่างนำเงินมาบริจาคเพื่อใช้ในการจัดงานศพ ทั้งยังนำข้าวสาร อาหาร และสิ่งของที่จำเป็นมาช่วยด้วย เนื่องจากมารดาผู้ตายยากจนไม่มีเงินจัดงานศพให้กับลูกชายของตัวเอง และกำหนดจะเผาศพในวันที่ 27 เม.ย.นี้ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาอยากช่วยเหลือนายอำพร สามารถบริจาคเข้าบัญชีธนาคาร ธกส. สาขาเมืองพล หมายเลขบัญชี 020176169052 ชื่อบัญชี น.ส.อำพร โพธิ์ชา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายที่ 3 พ.ต.ท.พีรณัฐ งามเลิศรัตนชัย รอง ผกก.ป. สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งชายคนหนึ่งปีนขึ้นไปบนโครงสะพานปรีดีธำรง ข้ามแม่น้ำป่าสัก&amp;nbsp;จึงไปตรวจสอบ พร้อมประสานรถกระเช้าเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา, เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูอยุธยานำรถพยาบาลและเรือเร็วไปให้ความช่วยเหลือ บนโครงสะพานสูง 12 เมตร พบชายนั่งคร่อมตัวโครงสะพานอยู่ สอบถามนางคนึง ธารีสิทธิ์&amp;nbsp;อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุคือน้องชาย ชื่อนายสมชาย ธารีสิทธิ์ อายุ 37 ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง&amp;nbsp;ช่วงนี้ตกงานไม่มีงานทำ ขาดรายได้ โดยได้ลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยา 5,000 บาท แต่อยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรงงานทำอิฐใกล้บ้านปล่อยควันทำให้หายใจไม่สะดวก ทำให้เกิดความเครียดสะสมจึงก่อเหตุดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมระยะหนึ่ง ในที่สุดก็ช่วยนายสมชายลงมาได้โดยปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64340</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนว่างงาน, พิษโควิด, เครียดหนัก, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โควิด 19, โควิด-19, ไลฟ์สดผูกคอฆ่าตัวตาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea57fff6d8cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
