<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 19:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 18:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวมญาติชาวเล ‘ทวงมติ ค.ร.ม.9 ปี’ แต่ยังแก้ปัญหาไม่ได้ เผยคดีพิพาทที่ดินถูกนายทุนฟ้องขับไล่ 27 คดี  133 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พังงา/ เครือข่ายชาวเลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดงาน &amp;lsquo;รวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 9&amp;rsquo; ที่บริเวณอนุสรณ์สถานสึนามิ&amp;nbsp; บ้านน้ำเค็ม&amp;nbsp; อ.ตะกั่วป่า&amp;nbsp; จ.พังงา&amp;nbsp; ทวงมติ ค.ร.ม.2 มิถุนายน 2553 เพื่อแก้ไขปัญหา 10 ข้อให้แก่กลุ่มชาวเล&amp;nbsp; แต่ผ่านมาแล้ว 9 ปีแล้วยังแก้ปัญหาหลักไม่ได้&amp;nbsp; ชาวเลยังถูกจับในเขตอุทยานทางทะเล&amp;nbsp; ถูกขับไล่ออกจากที่ดิน โดยฟ้องรอ้งรวม 37 คดี&amp;nbsp; และไร้บัตรประชาชนกว่า 400&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ทำให้ขาดสิทธิต่างๆ &amp;nbsp;เตรียมผลักดัน พ.ร.บ.เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; และพิสูจน์สิทธิที่ดินที่นายทุนครอบครอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 1-2&amp;nbsp; ธันวาคม 2561 เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอันดามัน&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคี&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิชุมชนไท&amp;nbsp; สถาบันวิจัยสังคม&amp;nbsp; จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย&amp;nbsp; ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร&amp;nbsp; เครือข่ายสิทธิชุมชนคนจนภูเก็ต&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ได้ร่วมกันจัดงาน &amp;lsquo;รวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 9&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่อนุสรณ์สถานสึนามิ&amp;nbsp; บ้านน้ำเค็ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; อ.ตะกั่วป่า&amp;nbsp; จ.พังงา&amp;nbsp; โดยมีชาวเลและเครือข่ายต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 500 คน&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; การแสดงศิลปะ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; การเสวนา&amp;nbsp; และนำเสนอปัญหาต่างๆ ของชาวเล&amp;nbsp; โดยมีนายพงษ์ศักดิ์&amp;nbsp; คารวานนท์&amp;nbsp; รองผู้ว่าฯ จ.พังงาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายนิรันดร์&amp;nbsp; หยังปาน&amp;nbsp; คณะกรรมการเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอันดามัน &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; ชาวเลในประเทศไทยมี 3 กลุ่ม&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ชาวมอแกน&amp;nbsp; มอแกลน&amp;nbsp; และอูรักลาโว้ย&amp;nbsp; รวมประมาณ&amp;nbsp; 14,000 คน&amp;nbsp; อาศัยอยู่ริมชายทะเลด้านฝั่งอันดามันและเกาะต่างๆ&amp;nbsp; ใน&amp;nbsp; 5 จังหวัด&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ระนอง&amp;nbsp; พังงา&amp;nbsp; ภูเก็ต&amp;nbsp; กระบี่&amp;nbsp; และสตูล&amp;nbsp; รวม 44 ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพประมงพื้นบ้าน&amp;nbsp; และรับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ชาวเลอยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ริมทะเลมานานหลายร้อยปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในอดีตชาวเลมักจะไม่ได้เรียนหนังสือ&amp;nbsp; เพราะต้องร่อนเร่ออกหาปลา&amp;nbsp; หรือเมื่อตั้งชุมชนเป็นหลักแหล่งแล้ว&amp;nbsp; แต่ไม่รู้สิทธิในการแจ้งการครอบครองที่ดินตามกฎหมายที่ดิน&amp;nbsp; เพราะถือว่าที่ดินและทะเลเป็นของส่วนรวม&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุการณ์สึนามิในปี 2547 นายทุนและเอกชนกว้านซื้อที่ดินริมทะเลเพื่อสร้างโรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวจึงอ้างสิทธิครอบครอง&amp;nbsp; ทำให้เกิดข้อพิพาท&amp;nbsp; ชาวเลถูกฟ้องขับไล่&amp;nbsp; หรือถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเมื่อเข้าไปในเขตอุทยานฯ ทางทะเล&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายนิรันดร์ยกตัวอย่างปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จากปัญหาต่างๆ ชาวเลจึงร่วมกันผลักดันให้มีการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานต่างๆ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; ต่อมาคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน&amp;nbsp; 2553 เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและแก้ปัญหาต่างๆ ให้แก่ชาวเล&amp;nbsp; จำนวน 10 ข้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.การสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยด้วยการจัดทำโฉนดชุมชนเพื่อเป็นเขตสังคมและวัฒนธรรมพิเศษสำหรับกลุ่มชาวเล&amp;nbsp; โดยให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินเพื่อพิสูจน์สิทธิที่อยู่อาศัยชุมชนชาวเลเป็นการเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;2.ให้ชาวเลสามารถประกอบอาชีพประมงตามเกาะต่างๆ และเข้าไปหากินในเขตอุทยานฯ เขตอนุรักษ์ทางทะเล&amp;nbsp; โดยใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้านได้&amp;nbsp; รวมทั้งกันเขตพื้นที่จอดเรือ&amp;nbsp; พื้นที่เข้า-ออก&amp;nbsp; เพราะที่ผ่านมาทับซ้อนกับพื้นที่ท่องเที่ยว&amp;nbsp; ทำให้เกิดความขัดแย้ง&amp;nbsp; 3.การช่วยเหลือด้านสาธารณสุขเพื่อฟื้นฟูชาวเลที่ได้รับผลกระทบจากการประมง&amp;nbsp; การดำน้ำหาปลา&amp;nbsp; 4.การแก้ปัญหาสัญชาติในกลุ่มชาวเลที่ยังไม่มีบัตรประชาชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งการแก้ไขปัญหาในระยะยาวด้วยการกำหนดเขตพื้นที่คุ้มครองทางวัฒนธรรมแก่กลุ่มชาวเล (รวมทั้งชาวกะเหรี่ยง)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางฉลวย&amp;nbsp; หาญทะเล&amp;nbsp; ชาวเลอูรักลาโว้ย&amp;nbsp; เกาะหลีเป๊ะ&amp;nbsp; จ.สตูล&amp;nbsp; กล่าวแสดงความรู้สึกว่า&amp;nbsp; ชาวอูรักลาโว้ยหวังว่าเมื่อมีมติ ค.ร.ม. ปี 2553 แล้ว&amp;nbsp; ชีวิตของพวกเราจะดีขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ชาวเลยังถูกอุทยานฯ จับกุมเมื่อเข้าไปหาปลา&amp;nbsp; โดนนายทุนฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่ดินที่พวกเราอยู่มาตั้งแต่บรรพบุรษ&amp;nbsp; บางพื้นที่ถูกกรมเจ้าท่าขับไล่&amp;nbsp; และชาวเลอีกหลายร้อยยังไม่มีบัตรประชาชน&amp;nbsp; ทำให้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลของรัฐไม่ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ชาวเลที่เกาะหลีเป๊ะนับพันคน&amp;nbsp; กว่า 300หลังคาเรือน&amp;nbsp; มีปัญหาเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยและสุสานบรรพบุรุษ&amp;nbsp; เพราะถูกเอกชนฟ้องร้องขับไล่ออกจากที่ดิน 4 &amp;nbsp;คดี&amp;nbsp; เพื่อเอาที่ดินไปขายทำเรื่องท่องเที่ยว&amp;nbsp;&amp;nbsp; และถูกอุทยานประกาศเขตทับที่ดินทำกิน&amp;nbsp; และยังถูกจำกัดเขตหากินทางทะเล&amp;nbsp; ทั้งๆ ที่พวกเราชาวเลเป็นผู้บุกเบิกที่อยู่อาศัยริมทะเล&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็นผู้บุกรุก&amp;nbsp; เพราะพวกเราอยู่กันมานานก่อนที่จะมีประกาศเขตอุทยานฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางฉลวยบอกเล่าปัญหาของชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;แบ่งกลุ่มพูดคุยปัญหาชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายนิรันดร์&amp;nbsp; หาญทะเล&amp;nbsp; ตัวแทนชาวเลจากเกาะลันตา&amp;nbsp; จ.กระบี่&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สิ่งที่ชาวเลอยากจะได้&amp;nbsp; คือกฎหมายหรือร่าง พ.ร.บ.เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรม&amp;nbsp; เพราะชาวเลอาศัยอยู่มานานก่อนที่จะมีการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; แต่เดี๋ยวนี้ปรากฏว่าอุทยานฯ&amp;nbsp; อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวได้&amp;nbsp; แต่ไม่ให้ชาวเลเข้าไปหาปลา&amp;nbsp; ทั้งที่ชาวเลทำประมงแบบพื้นบ้านเพื่อหากินเลี้ยงครอบครัว&amp;nbsp; และไม่ได้ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ&amp;nbsp; นอกจากนี้ก็อยากจะแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวเลมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางปรีดา&amp;nbsp; คงแป้น&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิชุมชนไท&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; มติ ค.ร.ม.ที่ออกมาในปี 2553&amp;nbsp; มีเนื้อหาให้แก้ไขปัญหาของชาวเลทั้งระยะเร่งด่วน&amp;nbsp; และระยะยาว&amp;nbsp; แต่ที่ผ่านมา&amp;nbsp; 9 &amp;nbsp;ปี&amp;nbsp; ยังไม่ได้ทำอะไรเลย&amp;nbsp; โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทำกิน&amp;nbsp; ที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; พื้นที่ทางจิตวิญญาณ&amp;nbsp; วัฒนธรรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ชาวเลจึงต้องประสบกับปัญหาต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นจึงต้องมีการยกระดับมติ ค.ร.ม.ให้เป็นกฎหมาย&amp;nbsp; โดยการเสนอเป็น พ.ร.บ.เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อให้มีกฎหมายและมีผลบังคับใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ชาวเลควรมีสิทธิ์เข้าไปใช้พื้นที่หน้าชายหาดเพื่อหาปลา&amp;nbsp; ไม่ใช่เฉพาะนายทุน&amp;nbsp; นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ใช้งบประมาณในการโปรโมทพื้นที่ชายฝั่งอันดามันปีหนึ่งเป็นเงินมหาศาล&amp;nbsp; ควรจะนำเอางบประมาณสัก 20 เปอร์เซ็นต์มาสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยววิถีชุมชนและวัฒนธรรมของชาวเล&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวเลได้รับประโยชน์&amp;nbsp; ไม่ใช่เฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว&amp;nbsp; และที่ผ่านมาธุรกิจเหล่านี้ได้ยึดครองพื้นที่จิตวิญาณ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สุสาน&amp;nbsp; พื้นที่พิธีกรรม&amp;nbsp; ของชาวเลโดยมีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp; แต่ชาวเลที่อยู่มานานกลับถูกขับไล่&amp;nbsp; ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้ามาดูแลและคุ้มครองวิถีชีวิตชาวเล&amp;nbsp; และให้ชาวเลสามารถปรับตัวอยู่กับการท่องเที่ยวได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการมูลนิธิชุมชนไทกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิริยะ&amp;nbsp; แต้มแก้ว&amp;nbsp; ผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.มีนโยบายสนับสนุนให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; ซึ่งก็รวมถึงพี่น้องชุมชนชาวเลด้วย&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมา พอช.ได้มีบันทึกข้อตกลงร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยในเขตป่าชายเลนในพื้นภาคใต้ โดยเริ่มจากจังหวัดสตูล&amp;nbsp; โดยมีการสำรวจเขตที่ดินป่าชายเลนกับชุมชนให้ชัดเจน&amp;nbsp; เพื่อกันเขตชุมชนออกจากพื้นที่ป่าชายเลน&amp;nbsp; และให้ชุมชนดูแลป่าชายเลน&amp;nbsp; หากชุมชนสามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้&amp;nbsp; พอช.ก็จะสนับสนุนงบประมาณการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วหลายแห่ง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ชุมชนมอแกน&amp;nbsp; บ้านแหลมสัก&amp;nbsp; จ.กระบี่ และจะดำเนินการต่อเนื่องในชุมชนอื่นๆ&amp;nbsp; ในจังหวัดกระบี่และระนองในปีงบประมาณ 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอำเภอตะกั่วป่ารับมอบข้อเสนอแก้ไขปัญหาชาวเล.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การจัดงาน &amp;ldquo;รวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 9&amp;rdquo;&amp;nbsp; นี้&amp;nbsp; ชาวเลได้รวบรวมปัญหาต่างๆ พบว่ายังมีข้อติดขัดทั้งนโยบายและการปฏิบัติ ดังนี้ 1.ชาวเลจำนวน 28 แห่งที่อาศัยอยู่ในที่ดินรัฐ &amp;nbsp;ยังไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน รวมทั้งถูกเอกชนออกเอกสารสิทธิ์ทับซ้อน 4 ชุมชน &amp;nbsp;กว่า 200 ครอบครัว ถูกฟ้องร้องขับไล่ที่&amp;nbsp; 2.พื้นที่ทางจิตวิญญาณที่ชาวเลใช้เป็นสุสานฝังศพและพื้นที่พิธีกรรม จำนวน 23 แห่ง &amp;nbsp;ถูกเบียดขับบุกรุกโดยกลุ่มทุน (รวมชาวเลถูกฟ้อง 27 คดี,ราไวย์&amp;nbsp; จ.ภูเก็ต 23 คดี,เกาะหลีเป๊ะ &amp;nbsp;จ.สตูล 4 คดี&amp;nbsp; รวมผู้ถูกฟ้อง 133 คน)&amp;nbsp; 3.ชาวเล 441 คน ไม่มีบัตรประชาชน &amp;nbsp;ทำให้เข้าไม่ถึงสิทธิพื้นฐานจากรัฐและเป็นช่องทางการเอารัดเอาเปรียบจากสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;4.ชาวเลบางแห่งไม่สามารถทำการประมง ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมได้ &amp;nbsp;เนื่องจากขัดกับกฎหมายของอุทยานฯ และทำให้ชาวเลถูกจับกุม&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง ๆ ที่ได้มีการหารือจนนำไปสู่ข้อตกลงร่วมกับอุทยานฯ 8 แห่งแล้วก็ตาม &amp;nbsp;5.วัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวเลถูกทำลายโดยนโยบายการพัฒนาที่มุ่งเน้นด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;6.ชาวเลยังไม่ได้รับบริการด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง ขาดการส่งเสริมการศึกษาของเด็กและเยาวชน &amp;nbsp;รวมทั้งการสนับสนุนภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่นชาวเลอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ส่วนข้อเสนอถึงรัฐบาลมี&amp;nbsp; 3&amp;nbsp; ข้อ&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;1.เพื่อทำให้ประเด็นปัญหาของชาวเลตามมติ ค.ร.ม. วันที่ 2 มิถุนายน 2553&amp;nbsp;ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ &amp;nbsp;มีส่วนร่วมและความเข้าใจที่ดีต่อกันจากทุกภาคส่วน &amp;nbsp;จึงควรให้มีคณะทำงานด้านแก้ไขปัญหาชาติพันธุ์ชาวเลใน 5 จังหวัด โดยมีองค์ประกอบจากภาคประชาสังคมและชุมชนมากกว่ากึ่งหนึ่ง ให้มีหน้าที่ในการร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหา รวมทั้งติดตาม &amp;nbsp;สรุปบทเรียน &amp;nbsp;และประมวลปัญหาที่ติดขัดคั่งค้างเพื่อพัฒนาข้อเสนอเชิงโครงสร้างและนโยบายต่อคณะกรรมการระดับชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;2.ในการติดตามผลการแก้ไขปัญหาชาวเลในภาพรวม&amp;nbsp; ควรจัดตั้งกลไกคณะกรรมการระดับชาติเพื่อติดตามและหนุนเสริมการแก้ไขปัญหาชาติพันธุ์ชาวเล&amp;nbsp; และพิจารณาขับเคลื่อนการดำเนินงานในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่ซับซ้อน ซึ่งต้องการประสานงานระหว่างหน่วยงานในระดับกระทรวง และปัญหาที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้างกฎหมายและนโยบาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;3.เพื่อให้เกิดความมั่นคงต่อชุมชนชาวเลในทุก ๆ ด้าน &amp;nbsp;จึงเห็นควรให้รัฐมีนโยบายเขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมชาติพันธุ์ชาวเล &amp;nbsp;โดยเริ่มพื้นที่นำร่องที่มีการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ &amp;nbsp;ชุมชน ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ&amp;nbsp; เพื่อที่จะถอดบทเรียนและขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นๆ ตามเจตนารมณ์ของมติคณะรัฐมนตรี 2 มิถุนายน 2553 &amp;nbsp;โดยมีงบประมาณและทรัพยากรสนับสนุน&amp;nbsp; เพราะเมื่อชุมชนมีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและการทำมาหากินแล้ว รัฐก็จะประหยัดงบประมาณในการจัดหาความช่วยเหลือและสวัสดิการเพื่อคนกลุ่มนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; แม้ว่าจะมีมติคณะรัฐมนตรี 2 มิถุนายน 2553 แล้ว แต่ยังพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐยังไม่ได้รับรู้และเข้าใจเรื่องนี้เท่าที่ควร&amp;nbsp; เกิดข้อจำกัดในการทำงาน จึงควรจะมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์เรื่องความสำคัญและหลักปฏิบัติในมติคณะรัฐมนตรี 2 มิถุนายน 2553 &amp;nbsp;และมีหนังสือสั่งการไปยังหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp; ข้อเสนอของเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลฯ ระบุตอนท้าย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการร่าง &amp;ldquo;พ.ร.บ.เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp; ขณะนี้คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิตอยู่ในระหว่างการร่าง&amp;nbsp; โดยมีสาระสำคัญ&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; เขตคุ้มครองทางวัฒนธรรมจะครอบคลุมพื้นที่เพื่อการอยู่อาศัยของชุมชน&amp;nbsp; พื้นที่ทำมาหากิน&amp;nbsp; รวมทั้งพื้นที่ทางจิตวิญญาณ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถานที่ประกอบพิธีกรรม&amp;nbsp; สุสาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; และหากพื้นที่ใดเป็นพื้นที่ที่มีการโต้แย้งเรื่องสิทธิ์ที่ดิน&amp;nbsp; ควรจะมีการตรวจสอบ&amp;nbsp; พิสูจน์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และคุ้มครองสิทธิ์&amp;nbsp; โดยคำนึงถึงวัฒนธรรมชุมชน&amp;nbsp; และเอกสารสิทธิ์ไม่ควรจะเป็นหลักฐานเดียวที่ใช้ในการพิจารณาเรื่องสิทธิ์ในที่ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้การร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตามแผนงานของเครือข่ายชาวเลและหน่วยงานภาคีจะแล้วเสร็จภายในปี 2562 &amp;nbsp;หลังจากนั้นจะนำร่าง พ.ร.บ.เสนอต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กระทรวงวัฒนธรรม&amp;nbsp; และกระทรวงท่องเที่ยวฯ&amp;nbsp; รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ&amp;nbsp; เพื่อให้ช่วยผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โรงแรมสร้างใหม่ในพื้นที่เดิมที่ชาวเลเคยอยู่อาศัยที่ อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23286</URL_LINK>
                <HASHTAG>.ตะกั่วป่า, จ.พังงา, ชาวเล, รวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 9’, หน่วยงานภาคี, เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอันดามัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181202/image_big_5c03c579c367f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
