<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86553</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นบุกทำเนียบจี้รัฐยกเลิกอุตสาหกรรมจะนะเคารพวิถีชีวิตคนในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ธ.ค.63 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
คืนนี้ ขอส่งหัวใจไปอยู่กับพี่น้องจะนะ หน้าทำเนียบรัฐบาล
&amp;ndash;--------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมชาวจะนะต้องเข้ายึดพื้นที่หน้าทำเนียบรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-วันนี้ 10 ธันวาคม 2563 เวลา 16:00 น ชาวบ้านจะนะจำนวน 50 คนได้เดินทางเข้าพื้นที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยืนยันเจตนารมณ์สื่อสารต่อสาธารณะให้ยกเลิกนิคมอุตสาหกรรมจะนะ
-เหตุผลที่ต้องไปหน้าทำเนียบเพราะที่นั่น คือศูนย์กลางอำนาจศักดินาที่อนุมัติโครงการนี้โดยไม่ชอบ โครงการนี้ถูกอนุมัติโดยรัฐบาลเผด็จการคสช มีบิ๊กป้อมเป็นหัวเรือใหญ่ที่ผลักดัน ผนวกกับทุนขุนศึกอย่างเครือ TPI​ ที่ได้บริจาคโต๊ะจีนให้พรรคพลังประชารัฐ 6 ล้านบาทเป็นการต่างตอบแทน​&amp;nbsp; มีการผลักดันโครงการโดยไม่ชอบโดย​ ศอ.บต.​ จนชาวบ้านเอือมระอา​
-การขึ้นกรุงเทพฯครั้งนี้​ ชาวจะนะตั้งใจจะสื่อสารกับพี่น้องคนไทยทั้งประเทศให้เห็นถึงความไม่ชอบธรรมของระบอบอำนาจนิยมที่เป็นอยู่ ให้เห็นถึงเครือข่ายชนชั้นนำที่มุ่งเขมือบทรัพยากรของชาติโดยไม่เคยเห็นหัวชาวบ้าน และให้คนไทยทุกคนร่วมกันปกป้องแผ่นดินจากระบอบเผด็จการอำนาจนิยมประยุทธ์-ประวิตร​ที่คิดถึงแต่นาฬิการาคาแพง
-เมื่อมีตู้คอนเทนเนอร์และรั้วลวดหนาม กั้นสะพานชมัยมรุเชฐ ชาวบ้านจึงต้องปักหลักอยู่ที่นั่น โปรดติดตามอย่างใกล้ชิดว่ารัฐบาลจะเข้าสลายกลุ่มชาวบ้านจะนะในครั้งนี้หรือไม่​ และอยากเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนมาเยี่ยมให้กำลังใจกับชาวบ้านจะนะ อย่างต่อเนื่องด้วยครับ
*ขอขอบคุณข้อมูลจากเพจ : นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ
----------------------------------------------
แถลงการณ์ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ฉบับที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เรื่อง ยกเลิกโครงการอุตสาหกรรมจะนะ หยุดสืบทอดมรดกอัปยศยุค คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-โครงการ &amp;ldquo;จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; คือ มรดกตกทอดจากยุค คสช. ด้วยเป็นโครงการที่ถูกอนุมัติทิ้งทวนการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งสุดท้ายในยุคนั้น
-จึงเห็นถึงความผิดปกติตั้งแต่ต้น จนเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับมาเป็นผู้นำรัฐบาลอีกครั้ง ภายใต้พรรคพลังประชารัฐ โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะจึงถูกขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติต่อเรื่องนี้หลายครั้งเพื่อรวบรัดขั้นตอนการดำเนินงานจนผิดปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ยังให้มีข้อพึงสงสัยต่อท่าทีของรัฐบาลว่ากำลังเอื้อประโยชน์ หรือตอบแทนบุญคุณให้กับกลุ่มบริษัทในตระกูล TPIPP หรือไม่ เพราะทราบว่าช่วงการเลือกตั้งได้บริจาคเงินทุนให้กับพรรคพลังประชารัฐหลายล้านบาท ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการดำเนินงานในหลายขั้นตอนของหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเป็นไปโดยมิชอบ ตามที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเคยร้องเรียนไปแล้วผ่านกลไกต่าง ๆ
-โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เป็นกิจการของเอกชน 2 บริษัท คือ TPIPP. และ IRPC.&amp;nbsp; ต้องใช้เนื้อที่กว่า 16,700 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 ตำบล คือตำบลสะกอม ตำบลตลิ่งชัน และตำบลนาทับ
-ถือได้ว่าเป็นโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกับประชาชนในพื้นที่ในหลายมิติ เช่น ด้านสิ่งแวดล้อม การกัดเซาะชายฝั่งทะเล มลพิษ สูญเสียแหล่งจับสัตว์น้ำของชาวประมงพื้นบ้าน เสียพื้นที่เพาะปลูก รวมถึงสังคมวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ที่ผ่านมา เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นได้พยายามยื่นหนังสือผ่านกลไกต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลได้ทบทวนกระบวนการดำเนินงานที่ผ่านมาทั้งหมด โดยเฉพาะวิธีการทำงานที่ผิดเพี้ยนไร้ความเป็นมืออาชีพ ของศูนย์อำนวยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ที่ใช้อำนาจจนเกินงามและกลายเป็นผู้สร้างปัญหา สร้างความขัดแย้งใหม่ระหว่างประชาชนด้วยกันเอง
-และรวมถึงการดำเนินงานของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ถูกบีบบังคับให้แก้ไขผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วงรองรับโครงการดังกล่าว จนต้องละเลยขั้นตอนสำคัญของกฏหมายที่บัญญัติไว้
-ปรากฏการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เห็นถึงการลุแก่อำนาจของรัฐบาลอันเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาจากยุค คสช. ด้วยหวังจะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ทุกรูปแบบ แม้แต่การปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยต่อโครงการนี้อย่างแยบยล รวมถึงการใช้กลไกความมั่นคงชายแดนภาคใต้ อย่าง ศอ.บต. เข้าไปสร้างกลุ่มสนับสนุนโครงการอย่างเป็นระบบ สร้างการสื่อสารเฉพาะด้านจนนำไปสู่ความแตกร้าวของชุมชนอย่างหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราไม่สามารถยอมรับได้อีกต่อไป จึงเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล เพื่อเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐบาลต้องยุติการดำเนินโครงการจะนะเมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตทั้งหมด ทั้งการแก้ไขผังเมือง และการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA. ในทันที เพื่อหยุดมรดกอัปยศอันไม่ชอบธรรมที่ส่งต่อมาจากระบอบ คสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อยุติการเดินหน้าโครงการแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้รัฐบาลจัดให้มีการศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA. อย่างรอบคอบ เพื่อสร้างชุดข้อมูลทางวิชาการที่มีคุณภาพประกอบการตัดสินใจต่อแนวทางและโครงการพัฒนาในพื้นที่ต่าง ๆ ของภาคใต้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราไม่ได้ปฏิเสธว่าบ้านเมืองจะต้องพัฒนาไปข้างหน้า หากแต่การพัฒนานั้นจะต้องตั้งอยู่บนความถูกชอบธรรม และต้องเคารพวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ จึงหวังว่ารัฐบาลจะเปิดใจรับฟังเรียกร้องดังกล่าว ซึ่งพวกเราจะอยู่รอรัฐบาล ณ ที่แห่งนี้ด้วยความสงบ จนกว่าจะได้รับคำตอบ
แถลง ณ ทำเนียบรัฐบาล
วันที่ 10 ธันวาคม 2563
------------------------------------------------
#หยุดมรดกหายนะคสช
#จะนะจะไม่ม่วง
#จะนะจะไม่ทน
#จะนะจะไม่หายนะ
#หยุดเปลี่ยนผังเมืองจะนะเป็นสีม่วง
#หยุดEIAขี้โกง
#ศูนย์อำนวยการบริหารจะนะยั่งยืน
#savechana
#ปกป้องทะเลจะนะ
#หยุดนิคมอุตสาหกรมจะนะ
#จะนะต้องชนะ
#ยกเลิกมติครมขี้โกง
#มือลั่นเพื่อชาติ
#MobfromHome
#WELOVECHANA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86553</URL_LINK>
                <HASHTAG>บรรจง นะแส, ศอ.บต., เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น, โครงการอุตสาหกรรมจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd2bec16df76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดจดหมายประวัติศาสตร์การต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม จาก &#039;ลูกสาวทะเลจะนะ&#039; ถึง &#039;เกรตา ธันเบิร์ก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - นายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์ภาพจดหมายของแกนนำเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ส่งถึง &amp;quot;เกรตา ธันเบิร์ก&amp;quot; นักรณรงค์สิ่งแวดล้อมชาวสวีเดน โดยมีข้อความระบุว่า จดหมายจากลูกสาวแห่งทะเลจะนะ ถึงเกรต้า....ความรู้สึกที่ถ่ายเทถึงกัน...น่าอ่านครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สวัสดี เกรตา ธันเบิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันได้ติดตามเรื่องราวและสิ่งที่คุณทำมาระยะหนึ่งแล้ว ในฐานะผู้เคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนที่มีอายุน้อย แต่ทรงพลัง คุณมีความตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้และกำลังรุนแรงมากขึ้นในอนาคต คุณเริ่มต้นด้วยการประหยัดพลังงาน หลีกเลี่ยงการกระทำทุกอย่างที่จะก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนไม่ได้สนใจการกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดมลภาวะบนโลกใบนี้ จนทำให้คุณต้องออกมาแสดงออกเพื่อเรียกร้องให้พวกเขาหยุดพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งคุณทำมันได้ดีจนเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวางและเป็นที่ยอมรับของสังคมโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันรู้สึก และสัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่น ความกล้าหาญ และความความอดทนในตัวของคุณ นี่คือความยิ่งใหญ่ที่ฉันชื่นชมคุณด้วยหัวใจ
ฉันชื่อยะห์ ไครียะห์ ระหมันยะ อายุ 17 ปี เราน่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ฉันอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ชื่อบ้านสวนกง ใน ต.นาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา ที่อยู่ติดริมทะเลอ่าวไทย ทางภาคใต้ของประเทศไทย พ่อแม่ของฉัน และคนส่วนใหญ่ที่นี่เป็นชาวประมงพื้นบ้าน จับสัตว์น้ำอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม บ้านของฉันในอำเภอจะนะมีลำคลอง 2 สาย ที่ไหลลงสู่ทะเล มีระบบนิเวศโดยรวมที่อุดมสมบูรณ์ มีอากาศที่บริสุทธิ์มาก พวกเราสามารถจับสัตว์น้ำทะเลได้ง่ายหลากหลายชนิด ถือเป็นแหล่งรายได้ที่หล่อเลี้ยงฉันและครอบครัวมาตั้งแต่เกิดจนปัจจุบันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัตว์น้ำทะเลบ้านฉันจะถูกนำไปจำหน่ายที่ตลาดในตัวเมือง และจำนวนหนึ่งถูกนำส่งออกต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี มาเลเซีย สิงค์โปร์ ญี่ปุ่น ทะเลบ้านฉันจึงเป็นแหล่งผลิตอาหารให้กับคนจำนวนมาก ที่ไม่ใช่เฉพาะคนไทยเท่านั้น ทะเลบ้านฉันจึงเป็นเสมือนครัวของอาเซียน นอกจากนี้แล้ว บ้านของฉันยังมีการทำเกษตรแบบอินทรีย์ ปลูกข้าว ทำไร่แตงโม ทำสวน เลี้ยงสัตว์ และที่อำเภอจะนะยังมีการเลี้ยงนกเขาชวากันมาก จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาวันนี้ บ้านของฉันกำลังจะกลายเป็นเมืองแห่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้เนื้อที่ของชายฝั่งทะเลเกือบ 2 หมื่นไร่ ซึ่งจะเปลี่ยนชุมชนของฉันให้เป็นพื้นที่รองรับโรงงานอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ กว่า 200 โรง รวมถึงอุตสาหกรรมหนักอย่างปิโตรเคมีก็จะเข้ามาอยู่ในพื้นที่แห่งนี้ด้วย อีกทั้งการก่อสร้างต่างๆ ในพื้นที่เขตนิคมฯจะต้องตัดต้นไม้จำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อน้ำและระบบนิเวศในคลองและทะเลในวงกว้าง หากเป็นเช่นนั้นจริงไม่ใช่เฉพาะชุมชนของฉันเท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบ อากาศบริสุทธิ์ ระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม สังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรม รวมถึงอาชีพของพ่อแม่ฉันและพวกเราทุกคนจะหายไป ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ความเสียหายในทุกด้านอย่างรุนแรงกับพวกเราในอนาคต และแน่นอนว่าจะเกิดมลพิษขึ้นจากกิจกรรมด้านอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างไร้การควบคุม อันจะส่งผลกระทบกับชั้นบรรยากาศของโลกที่จะก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเป็นคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านคนหนึ่งที่ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่มีอยู่ในชุมชน เพราะฉันอยากเติบโตอยู่ในพื้นที่ที่มีสภาวะแวดล้อมที่ดีดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้ และในอนาคตลูกหลานของฉันก็ต้องมีสิทธิ์ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสภาวะเช่นนี้ด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์เช่นนี้ ได้ทำให้ฉันคิดถึงคุณ เด็กสาวของโลกที่ไม่เคยย่อท้อต่อความคิดความเชื่อของตัวเอง ที่จะปกป้องโลกใบนี้ไว้ ส่วนฉันที่กำลังปกปัองบ้าน ชุมชน ทะเล และอากาศในพื้นที่เล็กๆ ของอำเภอจะนะ กำลังประสบกับปัญหาอุปสรรคมากมายจากระบบอำนาจของรัฐที่มีอยู่ และรวมถึงความคิดความเข้าใจของพี่น้องเราจำนวนหนึ่งที่อยากจะร่ำรวยจากนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเขาไม่ได้คิดว่าสิ่งนั้นจะต้องแลกกับความหายนะครั้งใหญ่ของชุมชนและของโลกใบนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันเดินทางจากบ้านใน อ.จะนะ จ.สงขลา เข้ากรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ เป็นระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อมายื่นหนังสือถึงผู้นำประเทศของฉันอย่างไร้ความหวังและไม่รู้ชะตากรรมในอนาคต หากแต่เป็นหนทางหนึ่งที่เราจำเป็นต้องทำ ในขณะเดียวกันนี้เพื่อนๆ ของฉันกำลังเดินทางไปเรียนหนังสือหลังจากโรงเรียนปิดมานานกว่า 3 เดือน ด้วยสถานการณ์ไวรัสโควิด19 มันทำให้ฉันคิดถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของคุณ ที่เคยเลือกที่จะต้องขาดเรียนหนังสือเพื่อปกป้องโลกใบนี้ไว้ สิ่งนี้ได้ทำให้พลังใจของฉันฟื้นคืนขึ้นอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันจึงอยากบอกเล่าความคิด ความรู้สึก และเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นกับฉันและพี่น้องของฉันให้คุณได้รับรู้ ด้วยหวังว่าพลังระหว่างเราทั้งสองคนจะเชื่อมโยงถึงกันได้ ซึ่งฉันจะได้นำไปใช้เพื่อการปกป้องบ้านเกิดและชุมชนของฉัน ซึ่งหมายถึงการได้ปกป้องโลกใบนี้ร่วมกันด้วย สิ่งที่คุณทำได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับฉัน ทำให้ฉันมั่นใจในสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่ ขอบคุณนะ...เกรต้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธา
ไครียะห์ ระหมันยะ
9 ก.ค. 63
กรุงเทพฯ ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบรรจง โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า คิดว่าจะเป็​นจดหมายแห่ง​ประวัติศาสตร์ของ​การต่อสู้​เพื่อ​ชุมชน​และ​สิ่ง​แวดล้อม​...แปลเป็นภาษาอังกฤษโดย ธรรมสิรี และ ธรรมรุจา ธรรมสโรช&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70970</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกรตา ธันเบิร์ก, เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f070d9614a10.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2020 19:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2020 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น&#039; ร้อง &#039;ยูเอ็น&#039; แกนนำคัดค้านโครงการเมืองอุตสาหกรรมถูกคุกคามหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น&amp;quot; ร้อง &amp;quot;ยูเอ็น&amp;quot; แกนนำคัดค้านโครงการเมืองอุตสาหกรรมถูกคุกคามหนัก ระบุส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารประกบตัวถึงบ้านแถมสร้างเพจ IO หวั่นเวทีรับฟัง 11 กค.บานปลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.63 - คณะทำงานเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น นำโดย น.ส.ไซหนับ ยะหมัดยะ ได้เดินทางไปยังอาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน กทม. เพื่อยื่นหนังสือถึงสํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ (OHCHR) สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมของเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (ESCAP) ผู้ประสานงานสหประชาชาติ (UN Resident Coordinator) และผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย (EU) เพื่อขอให้ตรวจสอบรัฐบาลไทยและติดตามโครงการจะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือระบุว่าตามที่รัฐบาลไทย โดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 และวันที่ 21 มกราคม 2563 เห็นชอบหลักการจะนะเมืองต้นแบบฯ โดยมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ซึ่งโครงการฯนี้ต้องการใช้พื้นที่ชายฝั่งทะเลของตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จำนวน 16,753 ไร่ ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สุดของภาคใต้ โดยอ้างว่าจะจัดสรรพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม 6 ประเภท คือ 1.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมเกษตรและอุตสาหกรรมเบา 4,253 ไร่ 2.พื้นที่อุตสาหกรรมหนัก 4,000 ไร่ 3.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้า 4,000 ไร่ จำนวน 4 แห่ง กำลังผลิตรวม 3,700 เมกะวัตต์ 4.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับกิจกรรมหลังท่าเรือ 2,000 ไร่ 5.พื้นที่เขตอุตสาหกรรมศูนย์รวมและกระจายสินค้า 2,000 ไร่ 6.พื้นที่ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จและแหล่งที่พักอาศัย 500 ไร่ และได้อนุมัติการใช้งบประมาณก้อนแรก 18,680 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบสาธารณูปโภค และได้ดำเนินการเชิญชวนประชาชนในพื้นที่สนับสนุนโครงการนี้ด้วยรูปแบบวิธีการต่างๆ โดยอ้างว่าประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์ และทางรัฐจะเปิดโอกาสให้ชาวบ้านสามารถขออะไรก็ได้ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมได้อย่างดีที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือระบุว่า หากในข้อเท็จจริงแล้วโครงการนี้จะสร้างปัญหาให้กับประชาชนในอนาคตในหลายมิติ คือ 1. การเริ่มต้นโครงการนี้กำลังสร้างความขัดแย้งอย่างหนักในพื้นที่ อันเกิดจากความคิดเห็นที่แตกต่างจากความไม่เข้าใจถึงข้อเท็จจริงของโครงการของประชาชน ซึ่งมีความกังวลว่าโครงการนี้จะสร้างความเจริญหรือจะเข้ามาสร้างความเสียหายให้กับคนในพื้นที่มากกว่า และท้ายที่สุดแล้วคนที่ได้ประโยชน์แท้จริงคือกลุ่มทุน นักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เจ้าหน้าที่รัฐได้สร้างความหวังเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยบอกว่าหากโครงการนี้เกิดขึ้นก็จะดำเนินการให้มีการอนุมัติกรรมสิทธิ์ที่ดินกับประชาชนในกรณีรายที่ไม่มีกรรมสิทธิ์มาก่อน จึงเสมือนเป็นการล่อลวงให้หลงเชื่อ เพื่อหวังจะใช้ชาวบ้านเป็นเครื่องมือในการสนับสนุนโครงการ ในขณะเดียวกันกลุ่มทุนจะมีการจับจองเพื่อขอซื้อที่ดินเหล่านั้นของชาวบ้านเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของนิคมอุตสาหกรรม และยิ่งไปกว่านั้นวิธีการนี้คือการเอื้อประโยชน์นายทุนผู้ถือครองที่ดินแปลงใหญ่ที่ต้องการขายที่ดินให้กลุ่มทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ศอ.บต. และกลุ่มทุนที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ พยายามรวบรัดขั้นตอนกระบวนการดำเนินงาน โดยไม่สนใจระเบียบปฏิบัติทางกฎหมาย และไม่สนใจต่อสภาวะทางสังคม วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ อันรวมถึงวิกฤติด้านสุขภาพในปัจจุบัน ดังเช่นความพยายามที่จะจัดเวทีแก้ไขผังเมืองในช่วงการที่มีการถือศีลอดของพี่น้องมุสลิม และยังอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19 อย่างรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.โครงการนี้จะสร้างความเสียหายกับทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างมหาศาลในอนาคต และเชื่อว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนสภาพของชายหาดอย่างรุนแรง อันรวมถึงสภาพอากาศจากมลพิษโรงงานจำนวนมาก และน้ำเสียที่จะปล่อยลงสู่ทะเล ที่จะทำลายระบบนิเวศโดยรวมของสัตว์น้ำ แหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำทะเล ทั่วทั้งจังหวัดสงขลา และจังหวัดใกล้เคียง อันจะนำมาซึ่งความยากลำบากในการดำรงชีวิตปกติของประชาชนในชุมชนทั้ง 3 ตำบล ของอำเภอจะนะอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ประชาชนในพื้นที่จะขาดความมั่นคงในการดำรงชีวิตโดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน อันเป็นผลพวงจากที่ดินจำนวนมากที่จะต้องเปลี่ยนสภาพเป็นเขตนิคมอุตสาหกรรม และที่ทำกินในทะเลอันเป็นพื้นที่ทำการประมงสำคัญของจังหวัดสงขลาก็จะได้รับผลกระทบจากการมีท่าเรือขนาดใหญ่อีก 3 แห่ง และเชื่อว่ากิจกรรมจากการเดินเรือขนส่งสินค้าจะส่งผลให้วิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านแห่งนี้ยากลำบากมากขึ้น และอาจจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.มีการคุกคามผู้ที่ลุกขึ้นมาแสดงออกแสดงความเห็นคัดค้านโครงการฯ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจไปถึงที่บ้าน เพื่อสอบถามว่าจะไปร่วมการรับฟังความเห็นในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ หรือไม่การจัดตั้งกลุ่มบุคคลไปถือป้ายเป็นขบวนขับไล่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะเนื่องจากคัดค้านโครงการ และการสร้างเพจเฟซบุ๊กในลักษณะ Information Operation(IO) หรือ &amp;ldquo;ปฏิบัติการข่าวสาร&amp;rdquo; คุกคามผู้คัดค้านโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.มีการเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากหลายจังหวัดในภาคใต้เพื่อไปอารักขาการประชุมรับฟังความคิดเห็นวันที่ 11 กรกฎาคม นี้ ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้กับประชาชนที่คัดค้านโครงการที่จะไปแสดงความเห็นในเวที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การกระทำดังกล่าวเป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้อง และไม่ชอบตามหลักกระบวนการมีส่วนร่วม การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนอย่างรุนแรง จึงขอให้ได้โปรดติดตามการกระทำของรัฐบาลไทยที่ได้ดำเนินการในโครงการนี้ดังนี้ 1.ติดตามและให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยเกี่ยวกับการอนุมัติโครงการของคณะรัฐบาลไทยว่าได้ดำเนินการภายใต้แนวคิดของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) หลักการชี้แนะแห่งสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และหลักสิทธิมนุษยชน หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ติดตามตรวจสอบและทำความเห็นและข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทย ในกรณีที่มีละเมิดสิทธิชุมชน และหลักการปกป้องคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตลอดทั้งการคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ภายใต้สนธิสัญญา กติการะหว่างประเทศ ที่รัฐไทยได้ผูกพันไว้ 3. ขอให้ติดตามและสังเกตการณ์ที่ ศอ.บต.จะจัดประขุมรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามสถานการณ์มิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน&amp;rdquo;ในหนังสือ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70969</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศอ.บต., เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f070aa94d533.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10เหตุผลเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นจี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ยกเลิกเขตอุตสาหกรรม ซัดศอ.บต.เล่นผิดบทเป็นผู้รับใช้กลุ่นทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63- กลุ่มประชาชนในนามเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้ยื่นหนังสือของเครือข่ายเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 กรณีให้ยกเลิก มติคณะรัฐมนตรีในโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตทั้งสองครั้งนั้น พวกข้าพเจ้าใช้โอกาสนี้แสดงเหตุผลและขอย้ำข้อเสนอที่ได้ยื่นไปแล้ว เพื่อให้นายกรัฐมนตรีประกอบการตัดสินใจเพิ่มเติมอีกครั้ง ก่อนจะให้คำตอบพวกเราในวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ที่จะถึงโดยมี 10 เหตุผล ที่ต้องยกเลิก มติ ครม. นิคมอุตสาหกรรมณจะนะ และหยุดเวทีพิธีกรรมหนุนโครงการของ ศอ.บต. ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2563 นี้ ที่อำเภอจะนะ ประกอบด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.โครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงตั้งแต่ต้น เพราะใช้วิธีอนุมัติโครงการโดยคณะรัฐมนตรีก่อน แล้วจึงมาจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นภายหลัง &amp;nbsp;2.ในการอนุมัติโครงการโดยรัฐบาล คณะรัฐมนตรีไม่มีข้อมูลทางวิชาการและข้อเท็จจริงอันเป็นความเห็นของประชาชนประกอบอย่างรอบด้านเพื่อตัดสินใจตั้งแต่ต้น 3. การอนุมัติโครงการตามมติคณะรัฐมนตรีครั้งแรก เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2562 ถือว่ามีที่มาอันไม่สวยงาม เพราะเป็นการอนุมัติแบบทิ้งทวนในปลายรัฐบาลยุค คสช.ในการประชุม ครม.นัดสุดท้าย ทั้งที่กำลังจะมีการตั้งรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 4. แม้จะมีการรับฟังความคิดเห็นตามหลัง แต่กลับพบว่าเวทีเหล่านั้นคือ &amp;ldquo;พิธีกรรม&amp;rdquo; ที่จัดขึ้นเพื่อต้องการรายชื่อสนับสนุนจากประชาชนในพื้นที่ทั้ง 3 ตำบลเท่านั้น อันจะได้นำไปอธิบายกับสังคมว่าได้สร้างการมีส่วนร่วมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ศอ.บต.ไม่ได้สร้างกลไกอันเป็นที่ยอมรับ และมีประสิทธิภาพเพียงพอ ในการดำเนินงานของกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ตามความหมายของกฎหมายการมีส่วนร่วมของประชาชน 2548 หากแต่ได้ใช้พวกพ้องของเจ้าหน้าที่ ศอ.บต.เป็นผู้รับงานจัดเวทีเหล่านั้น เสมือนเป็นการเอื้อประโยชน์ระหว่างกัน 6. โครงการใหญ่ระดับประเทศ และต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล แต่กลับปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนในพื้นที่ที่เห็นต่าง และจำกัดขอบเขตการรับรู้โครงการเฉพาะ 3 ตำบลอันเป็นที่ตั้งโครงการเท่านั้น ซึ่งควรจะต้องเปิดการรับฟังประชาชนทั้งจังหวัดเป็นอย่างน้อย 7. การจัดเวทีวันที่ 11 ก.ค. 2563 นั้น ไม่มีความชัดเจนว่าจัดขึ้นด้วยเหตุผลใด และอยู่ในขั้นตอนใดของกระบวนการดำเนินงานโครงการ เพียงแต่แจ้งว่าต้องการรับฟังความคิดเห็นประชาชน 3 ตำบล หากแท้จริงแล้วต้องการใช้เวทีนี้เพื่อนำไปสู่การปรับแก้ผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วงเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;8. ศอ.บต. กำลังเล่นผิดบท โดยการทำหน้าที่เสมือนเป็นเจ้าของบริษัทหรือกลุ่มทุนที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของนิคมอุตสาหกรรมฯเสียเอง จึงทำหน้าที่แทนกลุ่มทุนทุกอย่าง ทั้งตอบคำถาม อธิบายแบบขัางๆคูๆ อย่างไม่มีความเข้าใจจริง อันไม่ใช่บทบาทของตนเอง จนบางคนได้นิยามบทบาทเช่นนี้ว่า &amp;ldquo;ผู้รับใช้&amp;rdquo; กลุ่มทุน 9. เราต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาล รวมถึงทรัพยากรอื่นๆ ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเฉพาะกลุ่ม จนมีคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไม ศอ.บต. ถึงยอมทุ่มทุนถึงขนาดนี้ 10. ศอ.บต.ได้กลายเป็นผู้สร้างความขัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เสียเองแล้วจากโครงการนี้ โดยการยุยง ส่งเสริม ปลุกปั่น ประชาชนที่เห็นดีเห็นงามกับตนในทุกรูปแบบ เพื่อจะยับยั้ง ปิดกั้น และทำลายความน่าเชื่อถือของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการ จนทำให้มีการแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนขึ้น และได้สร้างการสื่อสารที่จะนำไปสู่ความแตกแยก อันจะกลายเป็นความขัดแย้งเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งถือว่าผิดวิสัยของความเป็น ศอ.บต. อันเป็นองค์กรรัฐที่ควรทำหน้าที่สร้างความสมานฉันท์ และจัดการความขัดแย้งให้ลดน้อยลงหรือหมดหายไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสังเกตเหล่านี้คือบางส่วนของเหตุผลที่รัฐบาลจะต้องทบทวนกระบวนการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;จะนะเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต&amp;rdquo; นี้ใหม่ทั้งหมด และหากจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการ ดังนี้คือ 1. ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ได้อนุมัติโครงการนี้ไปแล้วทั้ง 2 ครั้ง คือ มติ ครม.7 พ.ค. 62 และมติ ครม. 21 ม.ค. 63 และให้หยุดกระบวนการทั้งหมดในทันที 2. ต้องสร้างระบบ และกลไกดำเนินการใหม่ทั้งหมด ในรูปของคณะกรรมการให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน อย่างเช่นการกำหนดองค์ประกอบของกลไกให้ครอบคลุมครบถ้วน และต้องมีความเป็นมืออาชีพ เป็นกลาง&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องมีสัดส่วนของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆในชายแดนใต้ ภาคประชาสังคมที่หลากหลายมีบทบาทนำทางสังคมอันเป็นที่ยอมรับ &amp;nbsp;ผู้แทนท้องที่ท้องถิ่นที่ไม่เกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ในโครงการนี้ ข้าราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ตามสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่ง ศอ.บต. ต้องเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนการทำงานเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้คณะทำงานตามขัอ 2 ทำการศึกษาศักยภาพอำเภอจะนะ ในทุกมิติ เช่น ด้านสังคม วิถีวัฒนธรรม เศรษฐกิจ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และอื่นๆ เพื่อให้เห็นต้นทุนที่มีอยู่ อันจะนำไปสู่การออกแบบพัฒนาที่สอดคล้องเหมาะสม และยั่งยืนได้อย่างแท้จริง 4. ต้องยุติเวทีวันที่ 11 ก.ค. 63 ออกไปก่อน เพื่อให้มีการดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ 1- 3 เสียก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น จะเดินทางไปขอคำตอบจากรัฐบาล ในเช้าวันที่ 8 กรกฏาคม 2563 นี้ ตามที่ได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงค์ไว้แล้วเมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2563 &amp;nbsp;ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70558</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มติครม., มติครม.นิคมอุตสาหกรรมจะนะ, ศอ.บต., เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น, โครงการอุตสหกรรมจะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f017ab7bda1b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
