<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายชาวเลร้องชะลอสร้างบ้านใหม่ให้มอแกน เหตุคับแคบไม่สอดรับวิถีดั้งเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายชาวเลยื่นหนังสือชะลอสร้างบ้านหลังใหม่ให้มอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เหตุคับแคบ-เสนอขยายพื้นที่บนหาดเดิม-ปลัดทส.รับลูกนำเข้าที่ประชุม นักวิชาการแนะหน่วยราชการมุ่งช่วยชุมชนมากกว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เครือข่ายชาวเลอันดามันนำโดยนายวิทวัส เทพสง ได้ยื่นหนังสือต่อนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวง ทส.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเลและชาวกะเหรี่ยง เพื่อขอให้ชะลอการสร้างบ้านชาวเลชนเผ่ามอแกน หมู่เกาะสุรินทร์และขยายพื้นที่เพียงพอต่อการดำรงวิถีชีวิต โดยนายวิจารย์รับปากว่าจะรีบนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื้อหาในหนังสือที่ยื่นระบุว่าชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ บุกเบิกตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 150 ปี โดยหลังจากมีการแบ่งเส้นขอบแดนและแบ่งน่านน้ำของแต่ละประเทศ ทำให้ชาวเลมอแกนในอันดามันถูกจำกัดพื้นที่การไปมาหาสู่และออกหากิน ขาดสิทธิขั้นพื้นฐานทั้งๆที่ชาวเลมอแกนมีวิถีชีวิตหากินกับทะเลและชายฝั่ง พึ่งพาธรรมชาติ โดยอาศัยเครื่องมือจับปลาดั้งเดิมที่ไม่ทำลายล้างทรัพยากร เหตุการณ์ไฟไหม้หมู่บ้านมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ 61 หลังคาเรือน ทำให้มอแกนกว่า 70 ครอบครัว กว่า 273 คน ต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ข้าว ของ เครื่องใช้ เครื่องมือหากิน โดยเฉพาะเงินทองที่เก็บสะสมมาทั้งชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหนังสือระบุว่าหลังไฟไหม้แล้ว ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาช่วยเหลือ เมื่อเริ่มตั้งหลักได้ก็ต้องเริ่มสร้างบ้าน กลับไม่มีทางเลือกให้สร้างบ้านได้เหมือนเก่า ทั้งๆที่มีการบริจาคมากพอที่จะสร้างบ้านมอแกนให้พออยู่เหมือนก่อนถูกไฟไหม้ เมื่อแบบบ้านออกมาก็มีคำถามว่าคน 12 คน จะอยู่ในบ้านขนาด 3X6.5 อย่างไร โดยข้อเสนอของชาวเลมีดังนี้ 1.ชะลอกระบวนการสร้างบ้านที่มีแบบบ้านคับแคบ ไม่พออยู่อาศัยสำหรับมอแกนบางหลัง ซึ่งเดิมอาศัยรวม 2-3 ครอบครัวในหลังใหญ่ 2.ให้นำเรื่องการสร้างบ้านของชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เข้าสู่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล ตาม มติ ครม.2 มิถุนายน 2553 เพื่อให้หน่วยงาน ชาวเล และทุกภาคส่วนในระดับที่พอจะตัดสินใจได้หารือเพื่อหามติ 3.ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯชาวเล เพื่อสนับสนุนการสร้างบ้านและยกระดับคุณภาพชีวิตชาวเลชนเผ่ามอแกนเกาะสุรินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นางนฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ลงพื้นที่ชุมชนมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์เมื่อวันที่ &amp;nbsp;9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กล่าวว่าขณะนี้ข้าวของบริจาคบางชนิดมากเกินความจำเป็น เช่น เสื้อผ้าที่วางกองไว้มากมาย ท้ายสุดเกรงว่าจะกลายเป็นขยะ เสื้อผ้าที่รับบริจาคเป็นเสื้อผ้าทั่วไป แต่หญิงชาวมอแกนส่วนใหญ่ใส่ผ้าถุงและเสื้อชั้นใน ส่วนผู้ชายมักจะใส่กางเกงขาสั้นและเสื้อยืด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สำคัญคือการจัดกระบวนการสำหรับการแจกจ่ายข้าวของ ซึ่งควรให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม และมีบุคคลที่คอยประสานงานระหว่างภายนอกและภายใน เพื่อที่จะได้ตรวจสอบว่ามีอะไรที่ได้รับบริจาคครบแล้ว และยังมีสิ่งใดที่ขาดแคลนบ้าง จะได้รับบริจาคข้าวของเครื่องใช้ เครื่องมือที่ชาวมอแกนได้ใช้ประโยชน์จริงและมีความทนทานในการใช้งาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จริงๆ แล้วการฟื้นฟูควรมุ่งเน้นไปที่การสร้างชุมชนและการประสานงานร่วมกันทั้งหน่วยงานและชุมชน ไม่ควรเน้นเชิงกายภาพ หรือเน้นการปฎิบัติภารกิจของหน่วยราชการและหน่วยที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จอย่างรวบรัด เพราะจะเกิดการนำเอาเป้าหมายของหน่วยงานเป็นตัวตั้งแต่ละเลยการสร้างความเป็นชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา ความเจริญที่เข้ามาภายหลังเหตุการณ์สึนามิทำให้ชาวมอแกนต่างคนต่างอยู่ &amp;nbsp;วิกฤตครั้งนี้เป็นโอกาสที่จะทำให้ชุมชนหันมารวมตัวกันและเรียนรู้วิถีที่จะอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ได้ แต่เข้าใจว่าหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลืออาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับวิถีวัฒนธรรม จึงเข้าใจเพียงบางเสี้ยวและได้ข้อมูลไม่รอบด้าน อยากให้รับฟังมุมมองจากชุมชน ชวนชาวบ้านมาหารือ โดยเริ่มสร้างกลุ่มบนพื้นฐานระบบเครือญาติที่มีอยู่ ไม่ใช่แต่งตั้งผู้นำเดี่ยวหรือเรียกใครคนใดคนหนึ่งมาสอบถาม และควรจะให้เวลาชาวบ้านได้มีเวลาคิดร่วมกัน พูดคุยปรึกษาหารือกันเพื่อวางแผนอนาคต ซึ่งชุมชนบ้านน้ำเค็มเป็นตัวอย่างของการฟื้นฟูตนเองจากภัยพิบัติสึนามิ&amp;rdquo; นางนฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนฤมล กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องการสร้างบ้านหลังใหม่ให้กับชาวมอแกนนั้น เจ้าหน้าที่อุทยานฯเน้นให้สร้างบ้านในพื้นที่เดิมไปก่อน หากครอบครัวใดมีความจำเป็นก็ค่อยต่อเติมเอาภายหลัง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในผังแบบบ้านครั้งนี้มีพื้นที่โล่งสำหรับใช้ประโยชน์ร่วมกันของคนในชุมชนอยู่น้อย ขณะเดียวกันชาวมอแกนก็เสนอว่าควรขยับขยายพื้นที่ไปยังที่ดินอีกด้านหนึ่งของโรงเรียน ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งจะทำให้ลดความแออัดของชุมชนได้มาก และจะมีแนวกันไฟเพื่อป้องกันอุบัติเหตุอัคคีภัยในอนาคตได้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28834</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์, สร้างบ้านใหม่ให้ชาวมอแกน, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์, เครือข่ายชาวเล, เครือข่ายชาวเลอันดามัน, ไฟไหม้ชาวเลมอแกน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c613acf4bcc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/11/2018 18:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/11/2018 18:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายชาวเลเตรียมจัดงานวันรวมญาติ สะท้อนปัญหาที่ยังรอแก้ไข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ย.61 -&amp;nbsp;นายไมตรี จงไกรจักร์ ที่ปรึกษาเครือข่ายชาวเล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา ผู้แทนชาวเลในจังหวัดพื้นที่ต่างๆของอันดามันได้ประชุมร่วมกับหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ(อช.)ทางทะเล 7 แห่ง เช่น อช.หมู่เกาะสุรินทร์ อช.หมู่เกาะลันตา อช.ตะรุเตา รวมทั้งผู้แทนมูลนิธิชุมชนไท ณ ที่ทำการอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ โดยมีผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช)เป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมได้หารือถึงประเด็นปัญหาต่างๆของชาวเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี กล่าวว่า 1.ปัญหาที่ดินทำกินของชาวเลที่อยู่บนฝั่งแต่เกิดการทับซ้อนเมื่อมีการประกาศอุทยานฯนั้น ได้ข้อสรุปว่าทั้งสองฝ่ายจะไปทำข้อมูลร่วมกันเพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 30 มิ.ย. 2541 ที่ผ่อนปรนให้ชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ โดยระหว่างนี้จะไม่มีการจับกุมหรือคุกคามใดๆ 2.ในพื้นที่ที่อยู่อาศัย เช่น บนเกาะหลีเป๊ะ จะมีการจัดทำพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิให้มีความชัดเจน โดยพื้นที่บางแปลงของเอกชนที่บวมหรือออกโดยมิชอบนั้น อุทยานฯจะเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหา 3.อุทยานฯอนุญาตให้ชาวเลดำรงชีวิตไปตามวิถี และหากมีการเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็น เช่น ปลูกยาง ก็สามารถทำได้ 4.เรื่องปัญหาการประกอบอาชีพโดยเฉพาะการทำประมงนั้น จะมีการผ่อนปรนให้ใช้เครื่องมือที่ชาวเลใช้อยู่ได้โดยอุทยานฯแต่ละแห่งและชาวเลจะไปร่วมหารือกันกำหนดกติกา รวมทั้งการกำหนดแนวเขต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในที่ประชุมทางผู้บริหารอุทยานฯยังได้ประกาศชัดเจนว่า ต่อไปหากมีปัญหาอะไรขอให้ชาวเลไปพบกับหัวหน้าอุทยานฯได้โดยตรง ซึ่งเรื่องนี้เป็นนโยบายของท่านอธิบดีกรมอุทยานฯที่ได้สั่งการมาเพราะต้องการช่วยเหลือดูแลคุ้มครองชาวเล&amp;rdquo;นายไมตรี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไมตรี กล่าวว่า ในวันที่ 1-2 ธันวาคมนี้ จะมีการจัดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 9 ขึ้นที่อนุสรณ์สึนามิ บ้านน้ำเค็ม อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา โดยชื่องานในครั้งนี้คือ &amp;ldquo;เหลียวหลังแลหน้า 9 ปีมติ ครม.ชาวเล&amp;rdquo; ซึ่งในวันที่ 1 ธ.ค.จะเป็นการพบปะและแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรมของชาวเล ส่วนวันที่ 2 ธ.ค.จะเป็นพิธีเปิดงานโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดพังงาเป็นประธาน หลังจากนั้นชาวเลจะร่วมกันตรวจสอบมติครม.ที่ออกมาแล้ว 9 ปีว่ามีประเด็นใดบ้างที่มีความคืบหน้าและไม่มีความคืบหน้า จากนั้นจะทำเป็นข้อเสนอไปยังรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรีดา คงแป้น ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท กล่าวว่าหลังจากมีการหารือกับอุทยานฯแล้วทำให้เห็นแนวโน้มการแก้ไขปัญหาชาวเลในทางที่ดีขึ้นโดยหัวหน้าอุทยานฯต่างๆจะลงพื้นที่ไปทำข้อมูลร่วมกับชาวเล ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่ชาวเลถูกจับเมื่อออกไปทำมาหากินและถูกขับไล่ออกจากที่ดินที่เคยอยู่กันมานาน ซึ่งในครั้งนี้รัฐบาลได้มีมติคณะรัฐมนตรีออกมาแก้ไขปัญหาพื้นที่อุทยานฯที่ทับซ้อนพื้นที่ของชาวบ้าน ทำให้ปัญหาต่างๆมีทีท่าคลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ดร.นฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า 9 ปีของมติ ครม.ที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาชาวเลนั้น ในแง่ของความคืบหน้าคือปัญหาชาวเลได้รับความสนใจจากสังคมกว้างขวางขึ้น ขณะที่ตัวชาวเลเองก็ได้เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการเรียกร้องปัญหาของตัวเอง แม้ยังไม่เป็นขบวนที่เข้มแข็งนักเพราะชาวเลส่วนใหญ่ยังไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม มีเพียงแกนนำบางส่วนเท่านั้น แต่ก็ยังดีกว่าเมื่อ 20 ปีก่อนมากเพราะตอนนั้นชาวเลแทบจะไม่กล้าพูดกับคนภายนอกและไม่กล้าบอกปัญหาให้คนอื่นได้รับรู้ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยของพวกเขาที่มัก &amp;ldquo;หลบ ยอม หนี&amp;rdquo; ซึ่งถ้ามองในแง่ดีคือทำให้ไม่เกิดความรุนแรงและเป็นการยึดแนวสันติวิธีมาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.นฤมล กล่าวว่า ถ้าการแก้ไขปัญหาชาวเลยังเรียบๆเรื่อยๆอยู่เช่นเดิมก็จะไม่ทันการณ์กับสิ่งที่ชาวเลถูกคุกคาม ซึ่งการแก้ไขปัญหาสามารถทำได้ เช่น สนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งขณะนี้ชาวเลในบางพื้นที่ได้จัดนำเที่ยวเชิงวิถีวัฒนธรรม ดังนั้นรัฐบาลควรเข้ามาสนับสนุน รวมทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในหลายประเทศเขามีเขตวัฒนธรรมพิเศษสำหรับกลุ่มชาติพันธุ์หรือคนพื้นเมือง เช่น ในออสเตรเลีย เขาก็ให้เกียรติกับชาวอะบอริจิน และทำเป็นอุทยานโดยมีกฎหมายรองรับอย่างถูกตั้ง ให้สิทธิต่างๆ ซึ่งชาวบ้านก็อยู่มีวิถีชีวิตดั้งเดิมในสภาพสิ่งแวดล้อมของเขา แต่ประเทศไทยมีเพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ยอมยกเว้นกฏหมายต่างๆเพราะให้ความสำคัญกับเม็ดเงินมากกว่า เขตวัฒนธรรมพิเศษที่เคยพูดกันมานานกลับไม่เกิดเสียที ทั้งๆที่มีหลายพื้นที่ที่สามารถทำได้เลย ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านห้วยหินลาดใน จังหวัดเชียงราย หรือ พื้นที่ชุมชนชาวเลหมู่เกาะสุรินทร์จังหวัดพังงา&amp;rdquo; ดร.นฤมล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23107</URL_LINK>
                <HASHTAG>9ปีมติครม.ชาวเล, จังหวัดพังงา, นายไมตรี จงไกรจักร์, ปัญหาชาวเล, มูลนิธิชุมชนไท, วันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเล, อุทยานแห่งชาติทางทะเล, เขตวัฒนธรรมพิเศษ, เครือข่ายชาวเล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181129/image_mid_5bffce38b200b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
