<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 17:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 17:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขบวนเครือข่ายชุมชนร่วมงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ’ ที่ จ.น่าน ชูประเด็นขับเคลื่อน “การจัดการที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินเพื่อคนทุกคน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ขบวนรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่ จ.น่าน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.น่าน / &amp;nbsp;ขบวนเครือข่ายชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ ขอนแก่นและสุพรรณบุรี ประมาณ 600 คน&amp;nbsp; ร่วมงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ&amp;rsquo; ที่ จ.น่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชูประเด็นการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา &amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินเพื่อคนทุกคน&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528 &amp;nbsp;โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดย UN &amp;ndash; HABITAT&amp;nbsp; มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดมหกรรม &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ทั่วภูมิภาค&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตกที่จังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาคตะวันออกที่ จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp; กรุงเทพฯ &amp;nbsp;ภาคเหนือที่ จ.น่าน&amp;nbsp; ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; และภาคใต้ที่ จ.ชุมพร&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ขบวนรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกที่ จ.น่าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ :&amp;nbsp; &amp;ldquo;ฮ่วมแฮง&amp;nbsp; ฮ่วมใจ๋ แป๋งบ้าน&amp;nbsp; แป็งเมือง กู่คน&amp;nbsp; เพื่อชุมชนหมู่เฮา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ 17 จังหวัด&amp;nbsp; ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดงาน &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ ปี 2563&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่จังหวัดน่าน &amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยมีประเด็นสำคัญในการจัดงาน&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อคนทุกคน&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ฮ่วมแฮง&amp;nbsp; ฮ่วมใจ๋ แป๋งบ้าน&amp;nbsp; แป็งเมือง กู่คน&amp;nbsp; เพื่อชุมชนหมู่เฮา&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การจัดงานวันแรก (30 ตุลาคม)&amp;nbsp; นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ได้เดินทางมารับฟังปัญหาและรับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจากประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายวราวุธ รมว.กระทรวงทรัพยากรฯ(ยืนกลางใส่หมวก) ร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกเมื่อ 31 ตุลาคม&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ส่วนการจัดงานวันนี้ (31 ตุลาคม)&amp;nbsp; จัดขึ้นที่วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน&amp;nbsp; อ.ภูเพียง&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp; มีการจัดเวทีเสวนา&amp;nbsp; นิทรรศการการแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp; การออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีนายวิบูรณ์&amp;nbsp; แววบัณฑิต&amp;nbsp; รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน &amp;nbsp;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาประธานอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ 17 จังหวัด&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายชุมชนจังหวัดขอนแก่นและสุพรรณบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 600 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พื้นที่ภาคเหนือ เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชน &amp;nbsp;ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; มีชุมชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; ร่วมกับเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีในระดับจังหวัด &amp;nbsp;ร่วมกันดำเนินการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;สนับสนุนงบประมาณในการจัดกระบวนการ &amp;nbsp;นำไปสู่การการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; โดยกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัด &amp;lsquo;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;rsquo; &amp;nbsp;ที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน &amp;nbsp;มีความมั่นคงในการอยู่อาศัย และถูกต้องตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:2.0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in 0in 0in 2in;&quot;&gt;เวทีเสวนา &amp;ldquo;รูปธรรมการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินชนบท&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ช่วงเช้าวันที่ 31 ตุลาคม&amp;nbsp; มีการจัดเวทีเสวนาเรื่อง &amp;ldquo;รูปธรรมการจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินชนบท&amp;rdquo; ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนพื้นที่รูปธรรม&amp;nbsp; ผู้แทนหน่วยงานต่าง&amp;nbsp; และผู้แทนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายกระมล&amp;nbsp; อุประรัตน์&amp;nbsp; ผู้แทนชุมชนตำบลเวียงสรวย &amp;nbsp;อ.แม่สรวย &amp;nbsp;จ.เชียงราย &amp;nbsp;กล่าวว่า&amp;nbsp; ตำบลเวียงสรวยเป็นพื้นที่ชนบทอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ&amp;nbsp; สวนป่าของกรมป่าไม้&amp;nbsp; และเขตอุทยานแห่งชาติ&amp;nbsp; มีทั้งหมด 17 ตำบล&amp;nbsp; ประชากรมีชาติพันธุ์อาข่า&amp;nbsp; ม้ง&amp;nbsp; และคนเมือง&amp;nbsp; ประมาณ 4,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร&amp;nbsp; ปลูกข้าวไร่&amp;nbsp; ข้าวโพด&amp;nbsp; ลำใย&amp;nbsp; กาแฟ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชาวบ้านมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยที่ทับซ้อนกับพื้นที่ป่าไม้&amp;nbsp; ชาวบ้านถูกจับกุมดำเนินคดี&amp;nbsp; เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลในปี 2559 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชาวบ้านจึงได้ใช้สภาองค์กรชุมชนฯ เป็นเวทีแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีการเจรจากับป่าไม้และอุทยานฯ นำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ&amp;rdquo; ผู้แทนตำบลเวียงสรวยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เวทีการเสวนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;กระบวนการที่ชาวบ้านตำบลเวียงสรวยลุกขึ้นมาจัดการแก้ไขปัญหาที่ดินด้วยตนเอง &amp;nbsp;โดยการเตรียมความพร้อม &amp;nbsp;สร้างความเข้าใจกันทั้งชุมชนเพื่อขับเคลื่อนเรื่องการแก้ไขปัญหาที่ดิน &amp;nbsp;มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ชุมชน &amp;nbsp;คือ&amp;nbsp; บ้านโป่งปูเฟือง บ้านริมทาง &amp;nbsp;และบ้านห้วยน้ำมา &amp;nbsp;โดยร่วมกันสำรวจข้อมูลการถือครองที่ดิน จัดทำขอบเขตที่ดิน &amp;nbsp;รังวัดพื้นที่ &amp;nbsp;จัดทำผังชุมชน&amp;nbsp; โดยใช้เครื่องมือ GPS ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ต่อมาจึงได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่ดินโดยใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด (คทช.จังหวัด&amp;nbsp; มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฯ) &amp;nbsp;เพื่อรองรับสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่หลายฝ่าย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนตำบล &amp;nbsp;เทศบาลตำบลเวียงสรวย &amp;nbsp;คทช.อำเภอ &amp;nbsp;คทช.จังหวัด ป่าไม้ อุทยานและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เริ่มจากการสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ครัวเรือนที่มีฐานะยากจน&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการจัดทำโครงการบ้านมั่น&amp;nbsp; โดยทางสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะสนับสนุนงบประมาณในการซ่อมสร้างบ้านเรือนที่ทรุดโทรมให้มีสภาพมั่นคงแข็งแรง&amp;nbsp; เหมาะสมกับการอยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ในปี 2561 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนโครงการบ้านมั่นคงชนบทเทศบาลตำบลเวียงสรวย &amp;nbsp;จำนวน 227 ครัวเรือน&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 11,029,000 บาท&amp;nbsp; (เฉลี่ยครัวเรือนละ 40,000 บาท) โดยมีทีมงานช่างชุมชนจากทั่วประเทศมาร่วมซ่อมสร้างบ้าน&amp;nbsp; และซ่อมสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในช่วงปลายปี 2562 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ผู้แทนตำบลเวียงสรวยบอกด้วยว่า&amp;nbsp; นอกจากการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนแล้ว&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ ยังร่วมสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; ส่งเสริมเรื่องอาชีพ&amp;nbsp; และรายได้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์พัฒนาสังคมบนพื้นที่สูง&amp;nbsp; สนับสนุนให้เอาอัตลักษณ์&amp;nbsp; เอกลักษณ์&amp;nbsp; ภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์มาทำผ้าปักมือ&amp;nbsp; สนับสนุนกลุ่มผู้สูงอายุผลิตสินค้า&amp;nbsp; การท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; อนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหารในป่า&amp;nbsp; มีหน่อไม้&amp;nbsp; เห็ด&amp;nbsp; ผักต่างๆ&amp;nbsp; เป็น &amp;lsquo;ซุปเปอร์มาเก็ต&amp;rsquo; ของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นางฑิฆัมพร&amp;nbsp; กองสอน&amp;nbsp; ผู้นำตำบลบัวใหญ่&amp;nbsp; อ.นาน้อย&amp;nbsp; จ.น่าน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;lsquo;เครือข่ายคนน่านจัดการตนเอง&amp;rsquo; เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มต่างๆ ที่ทำงานในทุกประเด็นงาน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มูลนิธิฮักเมืองน่าน&amp;nbsp; ฯลฯ มาทำงานร่วมกัน &amp;nbsp;โดยมีที่มาจากปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยในจังหวัดน่าน&amp;nbsp; เพราะในจังหวัดน่านมีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 17 ป่า&amp;nbsp; และเขตอุทยานอีกหลายแห่ง&amp;nbsp; ทำให้คนน่านอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; หรือตกอยู่ในสภาพ &amp;ldquo;เกิดมาก็ผิดกฎหมายแล้ว&amp;nbsp; เพราะอยู่ในพื้นที่ป่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;เฉพาะพื้นที่ตำบลบัวใหญ่เริ่มรวมตัวกันแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2547-2548 &amp;nbsp;โดยร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ครัวเรือนที่อยู่ในเขตป่าฯ&amp;nbsp; พื้นที่ทับซ้อน&amp;nbsp; เมื่อได้ข้อมูลแล้วจึงเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; โดยเฉพาะหน่วยงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เพื่อพูดคุยหาทางออก&amp;nbsp; และขยับจากการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ไปสู่การแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย&amp;nbsp; โดยเสนอข้อมูลปัญหาและแนวทางการแก้ไขให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ นำไปพิจารณา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เครือข่ายคนน่านจัดการตนเองยังร่วมกับพี่น้องที่มีความเดือดร้อนร่วมกันจัดทำกระบวนการการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ให้การสนับสนุน&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ไม่ให้ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไล่จับกุมอีก&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางฑิฆัมพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ข้อเสนอเชิงนโยบายแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ในการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือปี 2563 ที่จังหวัดน่าน&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนได้ยื่นข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยให้แก่นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ที่เดินทางมาร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกฯ&amp;nbsp; โดยมีข้อเสนอ 7 ข้อ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รมว.กระทรวงทรัพยฯ รับมอบข้อเสนอจากผู้แทนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;1.หน่วยงานภาครัฐทุกระดับต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;2.ขอให้หน่วยงานในระดับจังหวัดบรรจุแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัด โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;3.ให้มีการจัดประชุมคณะทำงานการแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัด และ ผลักดันพื้นที่&amp;nbsp; ที่มีประเด็นปัญหาข้อติดขัดต่อ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด อย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;4.ในเชิงกลไกคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ให้มีการทบทวนองค์ประกอบ เพิ่มสัดส่วนสภาองค์กรชุมชน กลุ่มผู้เดือดร้อนเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเสนอแนะ และปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้น เพื่อสะท้อนถึงปัญหา ตลอดจนสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;5.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และคุณภาพชีวิต โดยให้ผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมบริหารจัดการ&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจของพื้นที่ เช่น เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ของ พอช. ซื้อโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ และเอกชน หรือกลับภูมิลำเนา ฯลฯ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;6.การบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ &amp;nbsp;รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่โครงการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;7.ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับให้กับผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รูปธรรมการแก้ไขปัญหาที่จังหวัดน่าน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ผู้แทนสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดน่าน&amp;nbsp; กล่าวในเวทีเสวนาว่า&amp;nbsp; จังหวัดน่านมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 7.5 ล้านไร่&amp;nbsp; มีพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 16 ป่า&amp;nbsp; สามารถออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่ประชาชนได้เพียง 12 % ของพื้นที่&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือหรือที่อยู่ในเขตป่าสงวนฯ&amp;nbsp; และอุทยานฯ&amp;nbsp; จะดำเนินงานตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดอื่นๆ&amp;nbsp; ในภาคเหนือรวมทั้งหมด 17 จังหวัดก็จะใช้แนวทางของ คทช.เช่นเดียวกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ความคืบหน้าของการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ต่างๆ จะไม่เหมือนกัน&amp;nbsp; ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของแต่ละพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ส่วนในจังหวัดน่าน&amp;nbsp; มีเป้าหมายจะกันพื้นที่ที่ประชาชนเข้าอยู่อาศัยในพื้นที่ป่าลุ่มน้ำชั้น&amp;nbsp; 3-4-5 &amp;nbsp;มีเป้าหมายประมาณ 270,000 ไร่&amp;nbsp; โดยจะนำข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่ที่ประชาชนเข้าครอบครองทำประโยชน์เสนอต่อ คทช. จังหวัด (คณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด&amp;nbsp; มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน)&amp;nbsp; แต่ดำเนินการได้ปีหนึ่งไม่กี่พันไร่&amp;nbsp; ทางผู้ว่าฯ &amp;nbsp;จ.น่าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นความสำคัญของการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; จึงสนับสนุนงบประมาณตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัด&amp;nbsp; เพื่อให้เร่งรัดการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; การรังวัดพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอข้อมูลต่อ คทช.จังหวัด จนสำรวจได้ครบ 270,000 ไร่&amp;nbsp; ภายในปีงบประมาณ 2563 (กันยายน) ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ยังมีกระบวนการในการดำเนินการต่อไป&amp;nbsp; โดยพื้นที่ที่กันเอาไว้ให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเสนอเรื่องการขอใช้ประโยชน์ในที่ดินป่าสงวนฯ&amp;nbsp; (พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 3-4-5) ไปยังกรมป่าไม้เพื่อพิจารณาอนุญาต&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยขณะนี้ส่งเรื่องเข้าไปแล้วประมาณ 90,000 ไร่&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 100,000 ไร่ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้อง&amp;nbsp; เพื่อเสนอกรมป่าไม้ต่อไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช. เป็นกลไกรัฐ&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เป็นเครื่องมือของประชาชน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; จุมผา&amp;nbsp; รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวในเวทีเสวนาว่า&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นโจทย์ของแผ่นดิน&amp;nbsp; เป็นปัญหาความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; ไม่เป็นธรรมในสังคม&amp;nbsp; ซึ่งภาคประชาชนทั้งในเมืองและชนบทได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหามาก่อนหน้านี้แล้ว&amp;nbsp; ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีแผนงานในการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เพราะในประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; แต่มีปัญหาที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงหรือไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเองรวมทั้งหมดประมาณ&amp;nbsp; 5,870,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายปฏิภาณ&amp;nbsp; รอง ผอ.พอช. (ยืนขวาสุด)&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;วันที่อยู่อาศัยโลกปีนี้&amp;nbsp; องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติมีคำขวัญว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rsquo;&amp;nbsp; คือมีความหมายว่า&amp;nbsp; มวลมนุษยชาติควรจะมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; ซึ่งพี่น้องขบวนชุมชนได้ทำเรื่องนี้กันมาแล้วหลายปี&amp;nbsp; และรัฐบาลมีแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยระยะ 20 ปี&amp;nbsp; (พ.ศ.2560-2579) โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp; ร่วมกับกระทรวงต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน&amp;nbsp; มีเป้าหมายภายในปี 2579&amp;nbsp; ให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยกันถ้วนทั่ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายปฏิภาณกล่าวต่อไปว่า &amp;nbsp;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยนี้จะต้องแก้ไขปัญหากันทั้งตำบล&amp;nbsp; ทั้งเมือง&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหาทุกมิติ&amp;nbsp; โดยมีระบบการสำรวจและจัดเก็บข้อมูล&amp;nbsp; โดยชุมชนท้องถิ่นต้องเป็นเจ้าภาพ&amp;nbsp; เป็นเจ้าของเรื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง&amp;nbsp; สร้างความร่วมมือร่วมกับหน่วยงานภาคีต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งภาครัฐ&amp;nbsp; เอกชน&amp;nbsp; และสภาองค์กรชุมชนตำบลควรจะเป็นกลไกกลางในการเชื่อมต่อกับหน่วยงานและภาคีต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ด้วยแนวทางนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาโดยมีพี่น้องประชาชนเป็นกำลังสำคัญ&amp;nbsp; ใช้เรื่องบ้านเป็นเครื่องมือ&amp;nbsp; นำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาทุกปัญหา ทุกมิติ&amp;nbsp; ส่วนสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เป็นกลไกของรัฐ&amp;nbsp; แต่เป็นเครื่องมือของประชาชน&amp;nbsp; พอช.จะเป็นเพื่อนร่วมทางของประชาชนและหน่วยงานภาคีต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านี้ร่วมกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายปฏิภาณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นางสาวสมสุข&amp;nbsp; บุญญะบัญชา&amp;nbsp; ที่ปรึกษาประธานอนุกรรมการโครงการบ้านมั่นคง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความร่วมมือเป็นวาระใหม่ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งเมืองและชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากให้การจัดงานเป็นจุดมุ่งหมายใหม่&amp;nbsp; ให้เกิดการแก้ไขปัญหาร่วมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากให้นำทิศทางการทำงานนี้ไปดำเนินการ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความมั่นคงสำคัญของชีวิตมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้คำว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;การมีอยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สร้างระบบการจัดการ&amp;nbsp; การเชื่อมโยงเพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมืองและชนบทเป็นเครื่องมือในการสร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;การสร้างบ้านแปงเมือง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีที่ดิน&amp;nbsp; ปัจจัยสาธารณูปโภค&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีระบบที่ประสานความร่วมมือ โดยชุมชนเป็นตัวตั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ต้องมีตัวบ้านที่ต้องทำให้เป็นรูปธรรม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนต้องเป็นผู้ทำ&amp;nbsp; ไม่ต้องการให้คนอื่นทำให้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ให้เริ่มต้นจัดการแก้ไขปัญหาที่ไม่มั่นคงทั้งหลาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; การสร้างระบบที่ทำให้ทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควรใช้โครงการที่มีอยู่เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;nbsp; เพื่อสร้างความมั่นคง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การออกแบบวิถีชีวิตและความมั่นคงสมัยใหม่ให้เท่าเทียมกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจต้องคิดค้น&amp;nbsp; สร้างสรรค์ระบบที่เป็น ปัจจุบัน&amp;rdquo; นางสาวสมสุขให้ความคิดเห็นในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นายวิบูรณ์&amp;nbsp; แววบัณฑิต&amp;nbsp; รองผู้ว่าฯ จ.น่าน&amp;nbsp; มอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ชุมชนที่มีการแก้ไขปัญหาที่ดิน-ที่อยู่อาศัยดีเด่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82387</URL_LINK>
                <HASHTAG>น่าน, วันที่อยู่อาศัยโลก 2563, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เครือข่ายชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201031/image_big_5f9d39431d0d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2020 15:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2020 15:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ’ ร่วมงานครบรอบ  “20 ปี  พอช.”   และงานวันที่อยู่อาศัยโลก “บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชชาชีวะ (ยืนกลางแถวที่ 2 ) กับผู้บริหาร พอช.และผู้นำชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอช./ &amp;lsquo;อภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชชาชีวะ&amp;rsquo; อดีตนายกฯ ร่วมงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;(Housing For All : A Better Urban Future) &amp;nbsp;ขณะที่ผู้แทนเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และ พอช. ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และเดินหน้าสนับสนุนให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงระบบการเงินและระบบสินเชื่อ&amp;nbsp; ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเอง&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นองค์การมหาชนแห่งแรกที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์การมหาชน พ.ศ.2542 &amp;nbsp;เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2543&amp;nbsp; ปัจจุบัน พอช.ดำเนินงานครบ 20 ปี&amp;nbsp; มีภารกิจในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและองค์กรชุมชนผ่านกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; เศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; การดูแลอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องในโอกาสที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ดำเนินงานครบรอบ 20 ปี&amp;nbsp; มีการจัดงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช.พลังองค์กรชุมชนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 26-27 ตุลาคมนี้&amp;nbsp; ที่สถาบันฯ &amp;nbsp;ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; การประกาศเจตนารมณ์เพื่อสร้างชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็งจัดการตนเองได้เต็มประเทศภายในปี 2575&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศงานด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในวันนี้มีการจัดงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;(Housing For All : A Better Urban Future)&amp;nbsp; โดยมีนายอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชชาชีวะ&amp;nbsp; อดีตนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;มาร่วมงาน&amp;nbsp; และมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; และผู้บริหารสถาบันฯ ให้การต้อนรับ &amp;nbsp;มีผู้แทนชุมชนและหน่วยงานต่างๆ เช่น&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; เข้าร่วมงานประมาณ 500 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานมีเวทีอภิปราย Housing For All : A Better Urban Future ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน &amp;nbsp;เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอ่านสาส์นเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;nbsp;และกล่าวแสดงความยินดี &amp;nbsp;เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี พอช. &amp;nbsp;โดยผู้แทน UN-Habitat ประเทศไทย&amp;nbsp; การมอบโล่รางวัลบ้านมั่นคงดีเด่น&amp;nbsp; และโล่รางวัลนวัตกรรมสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;ประจำปี 2563&amp;nbsp; การแสดงละครเรื่อง กว่าจะเป็นบ้านมั่นคง &amp;nbsp;โดยผู้แทนชาวชุมชนบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บรรยากาศในห้องประชุม พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN &amp;ndash; HABITAT)&amp;nbsp;&amp;nbsp; กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็น &amp;lsquo;วันที่อยู่อาศัยโลก&amp;rsquo; หรือ &amp;lsquo;World Habitat Day&amp;rsquo;&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่ปี 2528&amp;nbsp; โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ &amp;nbsp;ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; โดย UN &amp;ndash; HABITAT&amp;nbsp; มีคำขวัญว่า &amp;ldquo;Housing for all A better urban future&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พอช.และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจัดมหกรรม &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;nbsp; : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม&amp;rdquo; ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้&amp;nbsp; ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; สุพรรณบุรี&amp;nbsp; ปราจีนบุรี&amp;nbsp; น่าน&amp;nbsp; ขอนแก่น&amp;nbsp; และชุมพร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;ทั้งนี้ พอช.เริ่มสนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยตามโครงการบ้านมั่นคงตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; โดยยึดหลักการให้ชุมชนที่มีความเดือดร้อน&amp;nbsp; มีความไม่มั่นคงในที่ดินและที่อยู่อาศัยได้รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่สนับสนุนให้ชาวชุมชนร่วมกันแก้ปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; ร่วมกันแต่งตั้งคณะทำงาน&amp;nbsp; ร่วมกันสำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ข้อมูลผู้เดือดร้อน&amp;nbsp; รวมกลุ่มกันออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp; วางแผนการแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สร้างบ้านใหม่ในชุมชนเดิม&amp;nbsp; เช่าที่ดิน&amp;nbsp; หรือจัดหาที่ดินใหม่&amp;nbsp; ร่วมกันออกแบบผังชุมชน&amp;nbsp; ออกแบบบ้าน&amp;nbsp; ร่วมกันบริหารโครงการ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;ส่วน พอช.มีบทบาทเป็นพี่เลี้ยงหรือให้คำปรึกษา&amp;nbsp; ส่งเจ้าหน้าที่และสถาปนิกมาร่วมทำงานกับชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; สนับสนุนด้านสินเชื่อและงบประมาณบางส่วน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; ระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน) นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานภาคีในท้องถิ่นร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; เทศบาล&amp;nbsp; การไฟฟ้า&amp;nbsp; การประปา&amp;nbsp; สถาบันการศึกษา&amp;nbsp; พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีช่างชุมชน&amp;nbsp; จิตอาสาร่วมสนับสนุนการซ่อมสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border: none; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ฟังบรรยายการจัดแสดงนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;border:none&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน&amp;nbsp; รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความยากจน&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม สร้างความเป็นธรรมในสังคม &amp;nbsp;และสร้างโอกาสในการเข้าถึงสวัสดิการและบริการพื้นฐานของรัฐ&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จัดทำ &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; &amp;nbsp;(พ.ศ.2560-2579)&amp;nbsp; โดยมีวิสัยทัศน์ &amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;ตามแผนแม่บทดังกล่าว&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; &amp;nbsp;รับผิดชอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยอาศัยให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศประมาณ 1,050,000&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (การเคหะแห่งชาติประมาณ 2 ล้านครัวเรือน) แบ่งเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนแออัดและผู้มีรายได้น้อยในเมือง 701,702 ครัวเรือน (บ้านมั่นคง&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร&amp;nbsp; คนไร้บ้าน) 2.ผู้มีรายได้น้อยในชนบท 352,000 ครัวเรือน (ซ่อมสร้างบ้าน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา&amp;nbsp; พอช. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทุกประเภทไปแล้วกว่า 3,000&amp;nbsp; ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp; ประมาณ 249,000 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;อภิสิทธิ์&amp;rsquo; &amp;nbsp;:&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประชาชนต้องเป็นคนแก้ปัญหาของตนเองได้จะยั่งยืนที่สุด&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายอภิสิทธิ์&amp;nbsp; เวชาชีวะ&amp;nbsp; กล่าวปาฐกถาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาชุมชน &amp;nbsp;โดยมีใจความสรุปว่า &amp;nbsp;งานพัฒนาที่ทำแล้วลึกกว่าเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัย 4 &amp;nbsp;ความสำเร็จด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคง &amp;nbsp;บ้านพอเพียง &amp;nbsp;และการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไร้บ้าน&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญคือการพัฒนาคนโดยผ่านการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; และเรื่องการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; โครง การบ้านมั่นคงของ พอช. เริ่มตั้งแต่รัฐบาลนายกทักษิณ&amp;nbsp; ชินวัตร ในปี 2546 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;แต่ความต่างของโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;เป็นโครงการที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง &amp;nbsp;ตามความต้องการของบริบทชุมชน &amp;nbsp;ให้คนที่อยู่ร่วมกันในชุมชนมีโอกาส &amp;nbsp;มีความมั่นใจในการเดินต่อได้ &amp;nbsp;การออกแบบต้องมาจากภาคประชาชน จึงต่างจากโครงการต่างๆ&amp;nbsp; ที่รัฐบาลทำให้ประชาชน &amp;nbsp;แต่โครงการบ้านมั่นคงต้องไปหาประชาชนก่อน &amp;nbsp;ที่ผมได้เกี่ยวข้องคือที่ชุมชนบางบัว &amp;nbsp;คนที่ทำข้อมูล&amp;nbsp; ทำแผนที่คือชาวบ้าน &amp;nbsp;แนวคิดนี้เป็นการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;และเป็นการคลายความขัดแย้งของทุกภาคส่วนในสังคมด้วย &amp;nbsp;การคิดพัฒนาต่อเรื่องอาชีพ &amp;nbsp;เรื่องการพัฒนาระบบสาธารณูปโภค&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายอภิสิทธิ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;อดีตนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวต่อไปว่า&amp;nbsp; แนวคิดนี้คือที่มาในการคิดเรื่องโฉนดชุมชน &amp;nbsp;ปัญหาที่ทำกินยังเป็นปัญหาคนรุกป่า &amp;nbsp;หรือป่ารุกคน &amp;nbsp;กลัวชาวบ้านได้เอกสารสิทธิ์แล้วขายให้นายทุน &amp;nbsp;จึงคิดออกแบบเรื่องโฉนดชุมชน &amp;nbsp;แต่น่าเสียดายที่มีการเคลื่อนต่อน้อย &amp;nbsp;พื้นที่ที่ดำเนินการสำเร็จเพียง 2 พื้นที่&amp;nbsp; แต่ก็ยังติดปัญหาเรื่องภาษีที่ดิน&amp;nbsp; โครงการแบบนี้ไม่สามารถให้นายกรัฐมนตรี หรือผู้บริหารที่ไหนไปสั่งให้ทำได้&amp;nbsp; แต่ต้องเริ่มจากพื้นที่ที่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;ส่วนเรื่องกองทุนสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;ช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายก &amp;nbsp;มีคณะรัฐมนตรีด้านสังคม &amp;nbsp;ครูชบ&amp;nbsp; ยอดแก้วได้เสนอเรื่องการออมวันละบาท &amp;nbsp;ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ &amp;nbsp;เมื่อตนได้มาเป็นนายกฯ คิดว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และปัจจุบันก็เริ่มเป็นแล้ว &amp;nbsp;นอกจากการพยายามหาทางดูแลผู้สูงอายุ ก็มีการคิดเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ &amp;nbsp;แต่งบในประเทศก็ไม่มี แต่พยายามสร้างหลักประกันให้คนที่ไม่อยู่ในระบบราชการ &amp;nbsp;ไม่มีระบบสวัสดิการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลทุกชุดมักจะมีการส่งเสริมให้คนเป็นหนี้ &amp;nbsp;ไม่ค่อยมีรัฐบาลที่ส่งเสริมเรื่องการออม &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลกลางควรมีการสนับสนุนการออม&amp;nbsp; โดยการสมทบกองทุนวันละบาท&amp;nbsp; และให้ท้องถิ่นในการร่วมสมทบ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่เป็นการสั่งการให้มีการจัดตั้งก่อน &amp;nbsp;การสมทบกองทุนที่สามารถรับการสนับสนุนแล้ว &amp;nbsp;มีตัวชี้วัดชัดเจน &amp;nbsp;ต้องพิสูจน์ว่ามีสมาชิก &amp;nbsp;มีการออม &amp;nbsp;มีระเบียบวินัยในการออม และมีศักด์ศรีในการรับอย่างมีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; อดีตนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการการแก้ปัญหาของขบวนองค์กรชุมชนว่า &amp;nbsp;ต้องพัฒนาให้มากขึ้น &amp;nbsp;เรื่องมาตรฐานการบริหารก็ประสบปัญหากับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)&amp;nbsp; สมัยตนฯ เป็นนายกก็จัดเวทีพูดคุยระหว่างท้องถิ่นกับ สตง. ให้ชี้แจงว่าอะไรทำได้ &amp;nbsp;ไม่ได้ &amp;nbsp;ให้บอกกันก่อน &amp;nbsp;ไม่ใช่ทำผิดแล้วเรียกเงินคืน &amp;nbsp;การวินิจฉัยให้มีบรรทัดฐาน &amp;nbsp;เรื่องเดียวกันบางจังหวัดทำได้ &amp;nbsp;บางจังหวัดทำไม่ได้ &amp;nbsp;ควรมีคู่มือเป็นบรรทัดฐานให้ทราบโดยทั่วไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถ้าเป็นอุปสรรคก็ต้องนำมาแก้ไข&amp;nbsp; ต้องยอมรับว่าทุกที่อาจจะมีกรณีที่ทำไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;ชุมชนก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล &amp;nbsp;เพราะข้อโต้แย้งเรื่องการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;คือท้องถิ่นมีการทุจริต &amp;nbsp;แต่ก็ยังน้อยกว่ารัฐบาลส่วนกลาง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ปัญหาของสังคมไทยโดยรวมเรามักจะอยู่กับคนที่คิดเหมือนเรา &amp;nbsp;เราต้องคิดขยายการทำเรื่องดีๆ ไปสู่คนอื่น &amp;nbsp;สร้างการแลกเปลี่ยนเพื่อสร้างการรับรู้ &amp;nbsp;ความเข้าใจ &amp;nbsp;เกิดการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาได้ &amp;nbsp;เพื่อคลายความขัดแย้ง โจทย์ในอนาคตมีปัญหาเพิ่มอีกมาก &amp;nbsp;การต้องการมาอยู่ในเมือง &amp;nbsp;การต้องการการขนส่งโดยรวดเร็ว &amp;nbsp;เมื่อสภาพของเมืองเปลี่ยนทั้งเรื่องการเกิดศูนย์กลางธุรกิจ &amp;nbsp;โครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐ &amp;nbsp;ก็จะสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้น&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ในสถานการณ์โควิด &amp;nbsp;มีคนพูดกันเรื่อง New Normal &amp;nbsp;แต่คิดว่าเป็น No Normal ไม่มีอะไรปกติ &amp;nbsp;จะมีการปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อย &amp;nbsp;ต้องรู้จักปรับเปลี่ยนตลอดเวลา &amp;nbsp;การร่วมมือกันภายใน &amp;nbsp;และร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก &amp;nbsp;นำองค์ความรู้ที่สะสมมา ประชาชนต้องเป็นคนแก้ปัญหาของตนเองได้จะยั่งยืนที่สุด &amp;nbsp;ส่งเสริมความสามัคคีปรองดองที่สุด &amp;nbsp;การแก้ปัญหาโดยอำนาจนิยมไม่สามารถแก้ปัญหาได้ &amp;nbsp;เพราะไม่มีใครชอบการถูกบังคับ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;การเชื่อมั่นในศักยภาพของชุมชน ให้หน่วยงานสนับสนุนเราจะเดินหน้าไปได้ทั้งด้านสังคม &amp;nbsp;เศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม &amp;nbsp;และการเมือง&amp;rdquo;&amp;nbsp; อดีตนายกรัฐมนตรีให้ข้อแนะนำในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:4.5pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่มีบทบาทสนับสนุนการผลักดันให้เกิด พ.ร.บ.องค์การมหาชน&amp;nbsp; และนำมาสู่การจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ในปี 2543&amp;nbsp; เคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงปี 2551-2554&amp;nbsp; เคยอนุมัติโครงการไทยเข้มแข็ง&amp;nbsp; ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา&amp;nbsp; สตูล&amp;nbsp; ยะลา&amp;nbsp; ปัตตานี&amp;nbsp; และนราธิวาส) โดยสนับสนุนงบประมาณผ่านสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ทำให้ประชาชนทั้ง 5 จังหวัดที่มีฐานะยากจนได้ซ่อมแซมบ้านเรือนที่ทรุดโทรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวม 48,992 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp; &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน &amp;nbsp;เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:4.5pt&quot;&gt;ในช่วงท้ายของการจัดงาน &amp;ldquo;20 ปี พอช. กับการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก &amp;ldquo;บ้านมั่นคง : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo;(Housing For All : A Better Urban Future)&amp;nbsp; โดยมีการอ่านสาส์นเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกของเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ &amp;nbsp;และกล่าวแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปี พอช. โดยผู้แทนองค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN-Habitat) ประจำประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ผู้แทน UN-Habitat อ่านสาส์นเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณให้กับองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายชุมชน &amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีพัฒนา &amp;nbsp;เพื่อเป็นประกาศเกียรติคุณ &amp;nbsp;และสื่อสารต่อสาธารณะในการเป็นต้นแบบอันดีของการขับเคลื่อนงานพัฒนาชุมชนท้องถิ่นและแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยตามแนวทางโครงการบ้านมั่นคงจนสำเร็จเป็นรูปธรรม &amp;nbsp;ประกอบด้วย 8 ประเภทรางวัล &amp;nbsp;34 โล่รางวัล &amp;nbsp;41 &amp;nbsp;ใบประกาศเกียรติคุณ &amp;nbsp;และหน่วยงานภาคีพัฒนา 50 โล่รางวัล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการสถาบันฯ มอบโล่ให้ผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ที่สนับสนุนการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการจัดงาน&amp;nbsp; ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนที่มาร่วมงาน&amp;nbsp; ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&amp;nbsp; มีเนื้อหาว่า&amp;nbsp; เป้าหมายการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยตามแผนปฏิบัติการที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) คู่ขนานไปกับยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) &amp;nbsp;ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน &amp;nbsp;ภายใต้วิสัยทัศน์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing For All)&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว ได้ยึดโยงกับปฏิญญาสากลที่ประเทศไทยได้ให้การรับรอง ได้แก่ เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;เป้าหมายที่ 11 ของสหประชาชาติ &amp;nbsp;และวาระใหม่แห่งการพัฒนาเมือง &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ทางการเมืองในการพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและยั่งยืนสำหรับทุกคน &amp;nbsp;โดยเน้นการแบ่งตามระดับรายได้ &amp;nbsp;และการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับวงจรชีวิต &amp;nbsp;ยุทธศาสตร์การพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ20ปี (พ.ศ.2560 -2579) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ 5 ประการ &amp;nbsp;คือ 1. สนับสนุนให้ทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐาน &amp;nbsp;2.ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงระบบการเงินและระบบสินเชื่อ &amp;nbsp;3. ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานด้านที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;4. ชุมชนเข้มแข็งสามารถพึ่งพาตนเองได้ &amp;nbsp;5. การจัดการระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;ระบบสาธารณูปการ &amp;nbsp;จัดการที่ดินและผังเมืองที่เป็นมิตรต่อ สิ่งแวดล้อม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายองค์กรชุมชน &amp;nbsp;เครือข่ายประชาสังคม &amp;nbsp;และ พอช. ซึ่งร่วมกันทำงานแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตในชุมชนเมืองและชนบท &amp;nbsp;ขอร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เพื่อคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 จึงได้กำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกัน &amp;nbsp;6 เปลี่ยน &amp;nbsp;8 คุณภาพ &amp;nbsp;9 เนื้อหา &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; 6 เปลี่ยน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เปลี่ยนจาก &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ทำร่วมกับใคร&amp;rdquo; &amp;nbsp;เป็นการสร้างความร่วมมือ 2. เปลี่ยนจากการทำโครงการบ้านมั่นคงโดดเดี่ยว เป็นทำทั้งเมือง/ตำบล &amp;nbsp;3.เปลี่ยนคุณภาพองค์กรชุมชน &amp;nbsp;บริหารโครงการให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;มีประสิทธิภาพ มีส่วนร่วม &amp;nbsp;4.เปลี่ยนวิธีคิด &amp;nbsp;จากแค่การสร้างบ้าน &amp;nbsp;เป็นการสร้างบ้านที่มากกว่าบ้าน &amp;nbsp;5.เปลี่ยนจากการเป็นเครือข่ายเฉพาะบ้านมั่นคง &amp;nbsp;ให้ครอบคลุมทุกชุมชนคนจนในเมือง &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 6.เปลี่ยนจากการถูกออกแบบให้ &amp;nbsp;เป็นการร่วมออกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;8 คุณภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.พัฒนาองค์กรชุมชนให้มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;สมดุล &amp;nbsp;มีส่วนร่วม &amp;nbsp;ตื่นตัวในการเรียนรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.พัฒนาการวางแผน &amp;nbsp;วางผังการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า &amp;nbsp;มีส่วนร่วม&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ฟื้นฟูและสร้างกองทุนชุมชน &amp;nbsp;กองทุนเมือง ให้เป็นสถาบันการเงินของชุมชนที่เข้มแข็ง &amp;nbsp;4.มีแนวทางและแผนการพัฒนาอาชีพ &amp;nbsp;รายได้ &amp;nbsp;สร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง &amp;nbsp;5. เปิดพื้นที่ให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทของการพัฒนา &amp;nbsp;เพื่อเป็นกำลังในการขับเคลื่อนต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.ส่งเสริม และให้ความสำคัญกับบทบาทของผู้หญิงต่อการทำงานพัฒนา &amp;nbsp;&amp;nbsp;7.สร้างชุมชนแห่งสวัสดิการเพื่อการอยู่ร่วมกัน &amp;nbsp;8.สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาเมือง/ท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;9 เนื้อหา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เสนอนโยบายที่ดินรัฐเพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;2. สำรวจข้อมูลชุมชนทั้งเมืองทุกเรื่อง &amp;nbsp;โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ยกระดับการจัดระบบ &amp;nbsp;ฐานข้อมูล &amp;nbsp;สู่การวางผังพัฒนาเมือง/ตำบล &amp;nbsp;3.พัฒนากลุ่มออมทรัพย์ &amp;nbsp;สร้างกองทุนชุมชน &amp;nbsp;สวัสดิการชุมชนในเมืองให้เข้มแข็ง &amp;nbsp;4.เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชน &amp;nbsp;สภาองค์กรชุมชนเป็นพื้นที่กลาง &amp;nbsp;ผู้เดือดร้อนและขบวนองค์กรชุมชนเป็นหลัก &amp;nbsp;หน่วยงานเป็นผู้หนุนเสริม &amp;nbsp;5.พัฒนาระบบสาธารณูปโภค &amp;nbsp;สาธารณูปการชุมชนให้ครบถ้วน ครอบคลุม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.วิเคราะห์ต้นทุน &amp;nbsp;วางแผนพัฒนาทั้งเมือง/ตำบล &amp;nbsp;ที่คลอบคลุมทุกด้าน &amp;nbsp;7.พัฒนาคุณภาพองค์กร &amp;nbsp;ระบบบริหารจัดการให้มีธรรมาภิบาล &amp;nbsp;พร้อมทั้งเสริมสร้างศักยภาพ &amp;nbsp;คนทำงาน &amp;nbsp;8.ปรับแก้กฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยให้บรรลุตามแผนปฏิบัติที่อยู่อาศัย 20 ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;9.พัฒนายกระดับการสร้างนวัตกรรม/เทคโนโลยีสนับสนุนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยพลังการขับเคลื่อนงานพัฒนาท้องถิ่นดังกล่าวแล้วนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจะร่วมกับภาคีการพัฒนาทุกภาคส่วน &amp;nbsp;สร้างความมั่นคงของมนุษย์ด้านที่อยู่อาศัยชุมชนผู้มีรายได้น้อยให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing For All)&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บ้านมั่นคง &amp;nbsp;: ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน &amp;nbsp;เพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;(ประกาศ ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81943</URL_LINK>
                <HASHTAG>20 ปี พอช., บ้านมั่นคง, วันที่อยู่อาศัยโลก 2563, อภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ, เครือข่ายชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201027/image_big_5f97d7553e7fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/08/2019 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/08/2019 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายชุมชนเสนอแผนพัฒนาภาคประชาชนต่อ ผวจ.สุพรรณฯ ด้าน ‘เดชา  ศิริภัทร’ ชูสุพรรณเป็นศูนย์กลาง ‘กัญชารักษาโรค’ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุพรรณบุรี/ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและขบวนองค์กรชุมชน จ.สุพรรณบุรี&amp;nbsp; จัดงาน &amp;lsquo;โครงการสนับสนุนส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีแบบบูรณาการ&amp;rsquo; ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนพัฒนาภาคประชาชนระดับตำบล-อำเภอต่อจังหวัด&amp;nbsp; โดยผู้ว่าฯ รับปากจะนำแผนประชาชนไปดำเนินการในปีงบ 2563 &amp;nbsp;ด้าน &amp;lsquo;เดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;rsquo; ชูสุพรรณเป็นศูนย์กลางของโลกในการใช้กัญชารักษาโรค&amp;nbsp; เตรียมระดมทุนสร้างโรงพยาบาลที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp; และเตรียมแจกน้ำมันกัญชา 1 แสนขวดให้ผู้ป่วยทั่วประเทศ 1 กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (21 สิงหาคม)&amp;nbsp; เวลา 9.00-16.00 น. มีการจัดงาน &amp;lsquo;โครงการสนับสนุนส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีแบบบูรณาการ&amp;rsquo; ประจำปีงบประมาณ 2562 ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี (อบจ.) จัดโดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนและขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากชุมชน&amp;nbsp; มีนายนิมิต&amp;nbsp; วันไชยธนวงศ์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีนายปฏิภาณ &amp;nbsp;จุมผา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และนายเดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิข้าวขวัญให้การต้อนรับ&amp;nbsp; มีภาคีเครือข่ายการพัฒนา 18 &amp;nbsp;เครือข่าย และผู้แทนชุมชนในอำเภอต่างๆ เข้าร่วมงานประมาณ 350 &amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิมิต&amp;nbsp; วันไชยธนวงศ์&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; กล่าวว่า การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดในช่วงที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ภาคประชาชนจะไม่มีส่วนร่วม&amp;nbsp; เพราะเป็นการจัดทำแผนโดยหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด&amp;nbsp; แต่ในครั้งนี้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมและบูรณาการการจัดทำแผนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ โดยใช้เวลาจัดทำแผนประมาณปีเศษ&amp;nbsp; และมานำเสนอแผนในวันนี้&amp;nbsp; ซึ่งทางจังหวัดจะนำไปปฏิบัติเพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าภาคประชาชนกับราชการจับมือกันและเดินไปด้วยกันก็จะทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า&amp;nbsp; และต่อไปหากมีโครงการพัฒนาต่างๆ ตนจะตั้งคณะทำงานที่มาจากภาคประชาชนด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้เสนอความคิดเห็นต่างๆ ในที่ประชุม&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้มีมิติและมุมมองที่หลากหลาย&amp;nbsp; ส่วนข้อเสนอจากภาคประชาชนที่ยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดในวันนี้&amp;nbsp; ผมจะนำไปปฏิบัติให้เป็นจริงในปีงบประมาณ 2563&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้ว่าฯ จ.สุพรรณบุรีกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาววิภาศศิ&amp;nbsp; ช้างทอง&amp;nbsp; อนุกรรมการประสานงานขบวนองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; กล่าวถึงข้อเสนอเชิงนโยบายที่เสนอต่อ ผวจ.สุพรรณบุรี และหน่วยงานภาครัฐ&amp;nbsp; ซึ่งมีทั้งหมด 12 ข้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.ขอให้ ผวจ.สุพรรณบุรีนำแผนพัฒนาภาคประชาชน จ.สุพรรณบุรีไปบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด&amp;nbsp; และให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการที่มาจากตัวแทนภาคประชาชนทั้ง 10 อำเภอ (อำเภอละ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; คน) เช่น&amp;nbsp; คณะกรรมการจัดการภัยพิบัติจังหวัด&amp;nbsp; คณะกรรมการบริหารแบบบูรณาการจังหวัด&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้แทนภาคประชาชนยื่นแผนพัฒนาต่อ ผวจ.สุพรรณบุรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.สนับสนุนให้มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรี&amp;nbsp; เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp; 3.สนับสนุนบุคลากรและงบประมาณในการประชุมระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;nbsp; 4.ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีผู้แทนของสภาองค์กรชุมชนตำบลเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เป็นจริง&amp;nbsp; เพื่อให้เกิด &amp;lsquo;1 แผน&amp;nbsp; 1 ตำบล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ร่วมกับหน่วยงานในระดับพื้นที่อย่างมีคุณภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการแก้ไขปัญหาที่ดินและที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืนแบบมีส่วนร่วม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนกลไกกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ดินอย่างบูรณาการ&amp;nbsp; และแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินของรัฐให้กับผู้เดือดร้อนเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; การขออนุญาตใช้ที่ดินและสนับสนุนสาธารณูปโภคเพื่อจัดทำโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; การสมทบงบประมาณของท้องถิ่น&amp;nbsp; 7.ส่งเสริมให้เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับหน่วยงานด้านสังคมพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชน&amp;nbsp; พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย &amp;nbsp;เด็ก เยาวชน&amp;nbsp; สตรี ผู้พิการ&amp;nbsp; ด้อยโอกาส ฯลฯ ทั้งในระดับหมู่บ้านถึงจังหวัด&amp;nbsp; 8.ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์&amp;nbsp; พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9.ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายป่าพลเมืองแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน&amp;nbsp; 10.ส่งเสริมและสนับสนุนกลไกการสื่อสารให้เกิดการทำงานแบบมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; 11.ส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนการพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานรากตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; และ 12.การสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมและชาติพันธุ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแผนพัฒนายุทธศาสตร์ภาคประชาชนจังหวัดสุพรรณบุรีระยะ 5 ปี (พ.ศ.2561-2556) มีเป้าหมาย&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;ชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีคุณภาพชีวิตที่ดี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&amp;rdquo; มีประเด็นพัฒนาต่างๆ &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.การบริหารจัดการให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีการพัฒนาผู้นำชุมชน 114&amp;nbsp; พื้นที่&amp;nbsp; รวม 900&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; 2.การพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พัฒนาคนรุ่นใหม่&amp;nbsp; ยกระดับความรู้ด้านการผลิต&amp;nbsp; การแปรรูป&amp;nbsp; การจำหน่าย&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ เป้าหมาย 110 ตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมสุขภาพชุมชนสู่สังคมสุขภาวะ&amp;nbsp; การบริโภคอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; ส่งเสริมความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; มีเป้าหมาย&amp;nbsp; ประชาชนไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมดมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น&amp;nbsp; และ 4.การบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมการประยุกต์ใช้พลังงานสะอาด&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป้าหมาย&amp;nbsp; เกิดการบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบไม่น้อยกว่า 12 ชุมชน&amp;nbsp; เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายกลไกบริหารจัดการน้ำไม่น้อยกว่า 3 เครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาอำเภอต่างๆ ที่ภาคประชาชนจัดทำขึ้นมา&amp;nbsp; แยกเป็นแผนพัฒนาอำเภอ&amp;nbsp; และแผนพัฒนาตำบล&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;แผนพัฒนาอำเภอศรีประจันต์&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาระบบชลประทาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; แผนพัฒนาตำบลศรีประจันต์&amp;nbsp; มีปัญหาผลผลิตทางการเกษตรราคาตกต่ำ&amp;nbsp; แก้ไขโดยการคัดเกรดผลผลิตเพื่อให้ขายได้ราคาดี&amp;nbsp; ปัญหาการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp; ทำบ่อเก็บน้ำ&amp;nbsp; ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง&amp;nbsp; ใช้สารชีวภาพที่ผลิตเองแทนสารเคมี&amp;nbsp; ปลูกพืชตามสภาพอากาศ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเดชา&amp;nbsp; ศิริภัทร&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ&amp;nbsp; ผู้รณรงค์การใช้กัญชารักษาโรค&amp;nbsp; กล่าวว่าตนสนับสนุนแผนการพัฒนาของภาคประชาชนเพราะตรงกับความต้องการที่แท้จริงของประชาชน&amp;nbsp; ไม่ใช่มีคนอื่นมาจัดทำแผนให้&amp;nbsp; โดยประชาชนไม่มีส่วนร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ซึ่งในส่วนของการพัฒนาจังหวัดสุพรรณบุรีนั้น&amp;nbsp; ตนอยากจะพัฒนาให้สุพรรณบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยว&amp;nbsp; เพราะมีข้าวอินทรีย์&amp;nbsp; มีอาหารปลอดภัย&amp;nbsp; และมีกัญชาเป็นยารักษาโรค&amp;nbsp; โดย &amp;lsquo;แอ๊ด&amp;nbsp; คาราบาว&amp;rsquo;&amp;nbsp; กำลังจะหาทุนสร้างโรงพยาบาลเพื่อให้เป็นแหล่งรักษาโรคต่างๆ จากกัญชา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มะเร็ง&amp;nbsp; อัลไซเมอร์&amp;nbsp; โรคไมเกรน&amp;nbsp; โรคซึมเศร้า&amp;nbsp; โรคสะเก็ดเงิน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรงพยาบาลแห่งนี้จะใช้พื้นที่ประมาณ 200 ไร่&amp;nbsp; ตั้งอยู่ที่อำเภอด่านช้าง&amp;nbsp; ตอนนี้ได้ที่ดินแล้ว 70 ไร่&amp;nbsp; ต่อไปเราจะพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาล&amp;nbsp; มีพิพิธภัณฑ์กัญชา&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีพื้นที่ปลูกกัญชา&amp;nbsp; เพื่อนำกัญชามาสกัดทำเป็นยา&amp;nbsp; เพื่อรักษาโรคต่างๆ&amp;nbsp; มีการวิจัยเพิ่มเติม&amp;nbsp; สามารถนำกัญชามาเป็นส่วนผสมของอาหาร&amp;nbsp; เครื่องสำอาง&amp;nbsp; และจะใช้กัญชารักษาโรคฟรี&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้มีนักท่องเที่ยวแห่เข้ามา &amp;nbsp;ทำรายได้ให้คนสุพรรณ&amp;nbsp; และจะทำให้จังหวัดสุพรรณบุรีเป็นศูนย์กลางของโลกในการใช้กัญชารักษาโรค&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายเดชากล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า ในวันที่ 1 กันยายนนี้ตนจะแจกน้ำมันกัญชาจำนวน 1 แสนขวดให้แก่ผู้ป่วยทั่วประเทศประมาณ 40,000 คน&amp;nbsp; เป็นกัญชาจากองค์การเภสัชกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43940</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัญชารักษาโรค, นิมิต  วันไชยธนวงศ์, ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., เครือข่ายชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cea71eaa65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
