<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16180</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งบ้านพักศาล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2561 - &amp;nbsp;เฟซบุ๊ก The North องศาเหนือ ได้รายงานถึงกิจกรรมของเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพในชื่อ &amp;nbsp;&amp;ldquo;รวมพลังหัวใจสีเขียว ทวงสัญญาป่าแหว่ง&amp;rdquo; แม่น้ำร้อยสายไหลรวมเป็นหนึ่ง ซึ่งเป็นการชุมนุมใหญ่ที่บริเวณลานประตูท่าแพ ในตัวเมืองเชียงใหม่ว่า การชุมนุมเพื่อทวงสัญญาป่าแหว่งของเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ หลังเดินรณรงค์จาก 4 มุมเมือง รวมแม่น้ำร้อยสายแล้ว ยังประกอบพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังโพสต์อีกว่า แม้จะมีมติย้ายบ้านพักและที่ทำการศาลฯ ไปเชียงราย แต่การยื้อตลอดที่ผ่านมาส่อแววจะมีหน่วยงานอื่นเข้าไปอยู่อาศัย การสาปแช่งไม่ให้ผู้ใดอาศัยในเขตที่สัญญาไว้ว่าจะไม่มีคนอยู่ คือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้คือไม่มีผู้อยู่อาศัยในบ้านพัก 45 หลังและอาคาร 9 หลังเขตป่าดั้งเดิม และฟื้นฟูให้เป็นป่าสมบูรณ์ดังเดิม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16180</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรม, ทวงสัญญา, บ้านพักศาล, ป่าแหว่ง, เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, เผาพริกเผาเกลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180826/image_big_5b824ed5c139f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9651</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2018 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2018 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทวงคืนป่าแหว่งหวั่นยื้อเวลาจี้รื้อบ้านพักตุลาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21พ.ค.61 -ที่บริเวณแจ่งกู่เฮือง ในตัวเมืองเชียงใหม่ แกนนำเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ จัดกิจกรรมแสดงจุดยืนการเรียกร้องให้รื้อถอนอาคารบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ โดยนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ แกนนำ กล่าวว่า ทางกลุ่มยังมีความเป็นห่วงเรื่องการยื้อเวลาและหากยังไม่มีการรื้อถอนอาคารดังกล่าว ตามผลการเจรจาก็จะไม่สามารถเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูป่าตามเจตนารมย์ได้ ทั้งนี้ได้มีการติดป้ายแสดงสัญลักษณ์ว่า&amp;quot;จนกว่าจะรื้อ&amp;quot;ในจุดสำคัญ 6 จุดของเมืองคือ สะพานนวรัฐ สะพานนครพิงค์ ประตูช้างเผือก แจ่งกู่เฮือง สะพานใกล้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 และ ตลาดต้นพยอม โดยจะไม่นำออกจนกว่าจะมีการรื้อถอนอาคารออกไป เนื่องจากขณะนี้ ยังไม่มีความคืบหน้าในการแต่งตั้งคณะทำงาน 2 ชุดตามที่ตกลงไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราขอให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทั่วประเทศแสดงความเห็นและแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผ่านทางเพจ ทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งวันเดียวกันนี้จะมีการประชุมหารือกิจกรรมที่จะเริ่มต้นฟื้นฟูป่าในพื้นที่ที่ขอทวงคืนในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ที่ มทบ.33 ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9651</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ, ป่าแหว่ง, เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, เชียงใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02808a15e5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8724</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้ง2คณะทำงาน 27พ.ค.คิกออฟ ฟื้นฟู&#039;ป่าแหว่ง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งคณะทำงาน 2 ชุดแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ ดึงตัวแทนท้องถิ่น-ภาคประชาชนร่วมกับภาครัฐ ธนารักษ์ขอเข้ารังวัดแนวเขต 10 พ.ค. คิกออฟปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าแหว่ง 27 พ.ค. ขณะที่ศาลรอหนังสือตอบกลับจากรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม เวลา 13.30 น. นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมหารือผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 หลังจากได้ข้อสรุปร่วมกันในการเจรจาร่วมกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตัวแทนของรัฐบาลเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้มีหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่, อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, ชลประทานเชียงใหม่ รวมทั้งตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เช่น นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ, นายชัชวาล ทองดีเลิศ และ น.ส.ลักขณา ศรีหงส์ เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่ประชุมได้แจ้งผลสรุปของการหารือร่วมกับนายสุวพันธุ์ 3 ด้านเพื่อเป็นกรอบในการทำงาน ก่อนจะให้ทุกฝ่ายได้เสนอทิศทางและการตั้งคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อน และมีข้อสรุปร่วมกันคือ ให้มีการตั้งคณะทำงาน 2 ชุดใหญ่ คือคณะที่จะทำงานด้านการฟื้นฟูป่า และคณะที่จะจัดการกับอาคารสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำเป็นป่าที่สมบูรณ์ โดยแต่ละคณะมีตัวแทนร่วมกันทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาชน &amp;nbsp;เบื้องต้นการปลูกป่าฟื้นฟูจะเริ่มทำในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ในพื้นที่ที่สามารถดำเนินการได้ไปก่อนแล้วค่อยทำเป็นระยะๆ ไปจนครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีการสำรวจแนวเขตเพื่อรังวัดพื้นที่ ธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ได้ทำหนังสือขออนุญาตไปยังศาลยุติธรรมเพื่อเข้าไปดำเนินการในวันที่ 10 พ.ค. แต่ขึ้นอยู่กับศาลจะพิจารณาอนุญาตให้เข้าไปรังวัดหรือไม่และเป็นวันไหน สำหรับการส่งมอบพื้นที่คืนกรมธนารักษ์ น่าจะสามารถดำเนินการได้ในเดือน ก.ค. หลังจากมีการรับมอบงานจากผู้รับเหมาในเดือน มิ.ย.นี้ สำหรับการส่งมอบพื้นที่ให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ต้องหารือในรายละเอียดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพระบุว่า จะเปิดรับความเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในการเสนอแนวทางร่วมกันเพื่อหาทางออก โดยเฉพาะในข้อกฎหมายที่ยังติดขัดอยู่ เพราะถือว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และเป็นบทเรียนที่จะไม่เกิดปัญหาข้อพิพาทในลักษณะดังกล่าวนี้ในประเทศไทยต่อไปอีกในอนาคต พร้อมแสดงความกังวลว่าภาครัฐจะยื้อเวลา และจะไม่นำไปสู่การรื้อบ้านพักตุลาการหรือบ้านป่าแหว่ง โดยได้ย้ำว่าหากผิดจากเจตนารมณ์ ไม่ได้รับความคืบหน้าในเร็ววัน จะมีการยกระดับการเคลื่อนไหว ซึ่งรองผู้ว่าฯ เชียงใหม่ได้อธิบายให้เข้าใจตรงการในการทำงานที่ต้องมีความรอบคอบและอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายพุฒิพงศ์กล่าวสรุปว่า ที่ประชุมมีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามแผนระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว รวม 2 คณะ คือ คณะทำงานด้านการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และคณะทำงานปรับโครงสร้างเพื่อดำเนินการกับสิ่งปลูกสร้างให้กลับเป็นป่าสมบูรณ์ โดยมีการกำหนดรายชื่อตัวแทนจากภาครัฐและเครือข่ายส่งไปให้หัวหน้าผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีดำเนินการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งคณะทำงานจะทำงานควบคู่กันไปโดยมีคณะอำนวยการที่มีผู้ว่าฯ เชียงใหม่เป็นประธานช่วยดูแลให้งานเดินหน้าไปโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกิจกรรมเริ่มต้นในการปลูกป่าที่ทำได้ทันทีคือ การเข้าไปปลูกป่าในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ตามมติเดิมเพื่อเร่งฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ซึ่งจะมีทั้งการปลูกต้นไม้ในพื้นที่บางส่วนของอาคารชุดและทำฝายสร้างความชุ่มชื้นในพื้นที่โดยรอบ สำหรับพื้นที่บริเวณบ้านเดี่ยว 45 หลังยังไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ &amp;nbsp; เพราะยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่การก่อสร้างจากเอกชนให้แก่ศาล ซึ่งมีกำหนดส่งมอบพื้นที่คืนในวันที่ 20 &amp;nbsp;มิ.ย.61 จึงไม่อยากให้ใจร้อนเพราะของราชการไม่สามารถหายไปไหนได้ จึงต้องมีคณะทำงานมาช่วยกันพิจารณาทางที่เหมาะสม และข้อกฎหมายมีทางให้เดินอยู่ ถึงที่สุดอาจจะใช้คำสั่งของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้ หากพิสูจน์ได้ว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย แต่ตอนนี้ยังไปไม่ถึงจุดนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชาติชาย นาคทิพวรรณ ผู้อำนวยการส่วนจัดการต้นน้ำ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 &amp;nbsp;เชียงใหม่ กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ จากการประเมินแบ่งออกเป็น 3 โซน &amp;nbsp;คือโซนลำห้วยสองด้าน คือห้วยแม่ชะเยืองและแม่จอกหลวง โซนอาคารชุด 9 หลัง และโซนรอบๆ นอกจากต้นไม้ใหญ่ ต้องมีการปลูกพืชคลุมดิน เพื่อป้องกันการพังทลาย หญ้าแฝก โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความลาดชัน สำหรับพันธุ์ไม้ที่นำมาปลูกจะเน้นพันธุ์ไม้พื้นถิ่น เช่น คำมอกหลวง คูน อินทนิล ตะขบ มะขามป้อม สัก เต็ง รัง พลวง ซึ่งขณะนี้มีกล้าเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว รวมทั้งไม้อื่นที่เหมาะสมเพื่อความหลากหลายในการกลับคืนสู่ธรรมชาติ โดยทั้ง 3 โซนที่กำหนดก็จะดำเนินการไปตามระยะและขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สุรินทร์ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ทส.มีความพร้อมที่จะเข้าสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวโดยการปลูกป่า ขณะนี้ได้เตรียมกล้าไม้เอาไว้พร้อมแล้ว เพื่อรองรับฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงเร็วๆ นี้ สำหรับต้นไม้ที่จะใช้การฟื้นฟูในครั้งนี้จะเป็นไม้ถิ่นที่เข้ากับพื้นที่ได้ เพราะบริเวณตรงนั้นเป็นป่าเต็งรัง ต้นไม้ที่เตรียมไว้จะเป็นไม้เต็ง &amp;nbsp;ไม้รัง ไม้แดง ไม้ประดู่ มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ อาทิ ไม้ใหญ่ 1,600 ต้น กล้าไม้ 4,000 ต้น รวมถึงหญ้าแฝก พืชคลุมดิน และฝายชะลอน้ำขนาดเล็ก 110 ฝาย โดยจะเริ่มปลูกพร้อมกันในวันที่ 27 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;อีกทั้งในวันที่ 29 พ.ค.จะตรงกับวันต้นไม้แห่งชาติ จะถือโอกาสในการปลูกป่าพร้อมกันทั่วประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.สุรศักดิ์เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ในวันที่ &amp;nbsp;8 พ.ค.นี้ ทส.จะเสนอขอความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. &amp;hellip; ซึ่งหากที่ประชุม ครม.เห็นชอบจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีส่วนร่วมในการดูแลป่า ทั้งป่าไม้และป่าเศรษฐกิจ เป็นกฎหมายที่ชาวบ้านเฝ้ารอมานานกว่า 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนสามารถอนุมัติได้ แต่รัฐบาลนี้จะผลักดันให้เป็นผลสำเร็จ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้มีมติทำหนังสือถึงรัฐบาลเพื่อขอแนวทางแก้ปัญหาว่า หากรัฐบาลจะให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการอย่างไรก็ไม่ขัดข้องที่จะดำเนินการ ดังนั้นเมื่อสำนักงานศาลยุติธรรมได้มีหนังสือถึงรัฐบาลไปแล้ว และผลการประชุมที่มีข้อสรุปเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา หากมีข้อตกลงอย่างไรบ้างเข้าใจว่าคงจะมีการนำกราบเรียนให้รัฐบาลทราบ และขั้นตอนหลังจากนั้นเข้าใจว่าคงจะมีหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการมายังสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมจะเสนอให้ &amp;nbsp;ก.บ.ศ.พิจารณาต่อไป แต่ในขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียด คงต้องรอหนังสือตอบกลับอย่างเป็นทางการก่อน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ &amp;quot;ต้องถาม&amp;quot; กรณีข้อสรุปของรัฐบาลเกี่ยวกับบ้านพักตุลาการบริเวณเชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ว่า เห็นด้วยที่จะคืนพื้นที่ก่อสร้าง ส่วนต้นทุนที่ลงไปแล้วต้องแบกรับ เพื่อยืนยันความต้องการของเราและเป็นวิธีการปรามจากพื้นที่อื่นๆ ซึ่งได้ยินมาเหมือนกันว่ามีอีกหลายพื้นที่ที่มีลักษณะคล้ายกันกับกรณีดังกล่าว จะได้หยุดยั้งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า การก่อสร้างครั้งนี้ถูกกฎหมาย หากมีการรื้อถอนถือว่าผิดกฎหมายใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความต้องการของรัฐ ซึ่งถือเป็นโครงการใหม่ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพของพื้นที่ และยังมองไม่เห็นว่าการที่รัฐตัดสินใจในลักษณะดังกล่าวจะผิดกฎหมาย ถ้าผิดจริงแสดงว่าสิ่งที่รัฐตัดสินใจจะทุบหรือรื้อไม่ได้เลยใช่หรือไม่ ซึ่งไม่น่าใช่ อย่างไรก็ตาม บริเวณดอยสุเทพยังมีร้านอาหาร สวนสัตว์ซาฟารี และอื่นๆ ซึ่งควรเข้าไปดูให้เป็นไปตามที่ต้องการและควรทำให้สอดคล้องเป็นหลักการเดียวกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8724</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าแหว่ง, นายชาติชาย นาคทิพวรรณ, นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย, เครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, แก้ปัญหาบ้านพักตุลาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af0625582e4a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
