<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2019 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2019 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการฮึ่ม! 5 มิถุนาอย่าโหวต &#039;ลุง&#039; เป็นนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.62 - นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) &amp;nbsp;และแกนนำเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง โพสต์เรื่อง &amp;quot;5 มิถุนา อย่าโหวต&amp;quot;ลงในเฟซบุ๊กAnusorn Unno

โดยมีเนื้อหาดังนี้ &amp;nbsp;ผมคิดว่าในการเปิดประชุมสภาวันที่ 5 มิถุนายน นี้ ส.ส. และ ส.ว. ไม่ควรโหวต &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; เป็นนายกฯ ด้วยเหตุผลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; มาจากพรรคการเมืองที่ทำลายกติกาและมารยาททางการเมือง เพราะนอกจากชื่อพรรคการเมืองนี้จะจงใจตั้งให้พ้องกับนโยบายรัฐบาลเพื่อให้จดจำง่ายและใช้ประโยชน์ในการหาเสียง บรรดาผู้บริหารพรรคก็เป็นรัฐมนตรีที่ชิงเก็บคะแนนล่วงหน้าในช่วงเวลาที่พรรคการเมืองอื่นยังถูกห้ามดำเนินกิจกรรมทางการเมือง และแม้ต่อมาผู้บริหารพรรคเหล่านี้จะลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีเพราะกระแสกดดันของสังคม แต่ &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; ก็ยังดึงดันที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อแม้จะตอบรับคำเชิญการเสนอชื่อเป็นนายกฯ ของพรรคนี้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ แม้จะได้จำนวน ส.ส. เป็นลำดับสอง แต่พรรคการเมืองนี้ก็ยังหน้าด้านอ้าง popular votes อย่างผิดๆ ในการอ้างความชอบธรรมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลและเดินสายส่งเทียบเชิญพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วมพร้อมกับโหวต &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; เป็นนายกฯ และเมื่อถูกพรรคการเมืองอื่นต่อรองมากเข้า พรรคการเมืองนี้ก็ทำท่าจะไปพึ่งพา ส.ว. ที่ คสช. แต่งตั้งมาในการโหวต &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; เป็นนายกฯ แล้วตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ก็ขู่ว่าจะยุบสภาแทน หากไม่หยุดกระบวนการนี้ไว้ประเทศก็จะไม่เหลือกติกาและมารยาททางการเมืองให้ยึดถือกันต่อไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; เป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา เพราะ &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; และพรรคการเมืองนี้เป็นร่างทรงของคณะรัฐประหารที่ต้องการสืบทอดอำนาจด้วยการบิดเบือนระบอบประชาธิปไตยและทำลายระบบรัฐสภา ระบบการเลือกตั้งไม่เพียงแต่ถูกออกแบบมาเพื่อสลายความเข้มแข็งของพรรคการเมือง หากแต่ยังบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนด้วยการทำให้จำนวน ส.ส. เขตผกผันกับจำนวน ส.ส. บัญชีรายชื่อ และยิ่งบวกกับวิธีการคำนวณเก้าอี้ ส.ส. ของ กกต. ด้วยแล้ว เจตนารมณ์ของประชาชนก็ยิ่งหล่นหายและกลายเป็นช่องทางเข้าสู่สภาของ ส.ส. กเฬวรากจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ในส่วนของระบบรัฐสภา นอกจากจะย้อนเวลากลับไปให้ ส.ว. มาจากการแต่งตั้ง ยังให้อำนาจ ส.ว. โหวตนายกฯ รวมถึงผ่านกฎหมายโดยความร่วมมือของศาลรัฐธรรมนูญในบางกรณี เพราะเชื่อว่า ส.ว. เหล่านี้จะอยู่ใต้อาณัติและตอบแทนบุญคุณด้วยการโหวต &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; ที่แต่งตั้งพวกเขามาเป็นนายกฯ รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ ในสภา รัฐสภาจึงไม่ได้เป็นสถานที่ที่ตัวแทนประชาชนเข้ามาทำหน้าที่ในลักษณะตรวจสอบถ่วงดุลกัน หากแต่เป็นช่องทางให้คณะรัฐประหารได้บงการประเทศต่อไปอย่างไม่ชอบ วิธีเฉพาะหน้าที่จะกู้วิกฤติประชาธิปไตยและรัฐสภาได้ก็คือการไม่โหวต &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; เป็นนายกฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; ไม่สามารถพาประเทศฝ่าวิกฤติได้ เพราะนอกจาก &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; จะไม่ตระหนักว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; ยังขาดคุณสมบัติผู้นำอย่างรุนแรง &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; ไม่สามารถควบคุมสติอารมณ์ได้เมื่อเผชิญคำถามยากหรือไม่ถูกใจ แทนจะใช้เหตุผลและข้อมูลในการหักล้าง &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; กลับใช้กริยาเกรี้ยวกราดหยาบคายยุติการซักถามเสีย แล้วอย่างนี้ &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; จะรับมือกับการอภิปรายในสภาได้อย่างไร ขณะเดียวกัน &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; ก็ไม่มีสติปัญญาพอที่จะจับใจความสำคัญของหนังสือที่ใครก็เข้าใจหรือไม่ &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; ก็ไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; อาจช่วยให้ประเทศดูสงบเพราะอาศัยรถถังและกฎหมายเถื่อน แต่ก็เป็นเพียงภาพลวงตาและรอเวลาปะทุมากกว่าเก่า เพราะในด้านหนึ่งก็มีความไม่พอใจที่ &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; และพวกไม่สามารถดำเนินการปฏิรูปตามที่ให้สัญญาไว้ได้ ผู้เห็นต่างที่บางส่วนถูกจับกุมคุมขัง ข่มขู่คุกคามและรุมทำร้าย กลายเป็นศพอย่างปริศนาหรือว่าหายตัวอย่างไร้ร่องรอยก็สั่งสมความคับแค้นมากขึ้นทุกวัน ไม่นับรวม &amp;ldquo;คนรุ่นใหม่&amp;rdquo; ที่ผิดหวังและเจ็บแค้นใจกับการถูก &amp;quot;ฉ้อโกง&amp;quot; ผลการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิต ขณะที่การดำเนินนโยบายรัฐแบบสมคบทุนใหญ่แล้วเจียดกำไรมาสงเคราะห์คนอนาถาได้ก่อปัญหาและผลกระทบในวงกว้างท้ังต่อบุคคล ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ไม่จำกัดว่าจะสนับสนุนขั้วการเมืองไหน ประเทศชาติและประชาชนจะเป็นอย่างไรหากให้ &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; และพวกปกครองประเทศต่อไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงคิดว่า ส.ส. และ ส.ว. ไม่ว่าจะเข้ามาด้วยวิธีไหน สง่างามหรือไม่ จะต้องถามตัวเองให้หนักว่ารู้อย่างนี้แล้วในวันที่ 5 มิถุนายน นี้ ยังจะโหวตให้ &amp;ldquo;ลุง&amp;rdquo; เป็นนายกฯ อีกหรือ จะเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะหน้า จะเลือกตอบแทนบุญคุณด้วยความขลาดเขลา หรือว่าจะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และร่วมกันสร้างนิติรัฐและนิติธรรม ก็เลือกเอาว่าพวกคุณอยากจะถูกจดจำอย่างไร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37393</URL_LINK>
                <HASHTAG>5มิถุนายน2562, อนุสรณ์ อุณโณ, เครือข่ายนักวิชการ, เลือกนายกรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefc0f467d01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33362</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายนักวิชาการบี้กกต.ถอนฟ้องปชช.7ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอนุสรณ์ อุณโณ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองถึง กกต. โดยระบุว่า การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. นอกจากไม่ช่วยให้ประเทศไทยพ้นสภาวะวิกฤติตามที่ควรจะเป็น กลับยิ่งซ้ำเติมให้วิกฤติรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งที่มีข้อพิรุธและก่อให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้มาใช้สิทธิที่ไม่ตรงกับบัตรลงคะแนน จำนวนคะแนนร้อยละ 5 สุดท้าย ที่ไม่ได้สัดส่วนกับจำนวนหน่วยเลือกตั้ง หรือว่าวิธีการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อที่ผิดหลักการรวมทั้งอาจขัดรัฐธรรมนูญ ขณะที่ประชาชนที่เข้าชื่อถอดถอน กกต. เพราะเห็นว่าปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมกลับถูกฟ้องร้องดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท ยิ่งสร้างความไม่พอใจในสังคมเพิ่มขึ้น ซึ่งสภาพการณ์ดังกล่าว กำลังพาสังคมไทยไปสู่จุดตีบตันหรือว่าวิกฤติระลอกใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนส.จึงมีข้อเรียกร้องต่อ กกต. ดังนี้ &amp;nbsp;1. กกต. ต้องเปิดเผยผลการนับคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง รวมถึงวิธีการรวบรวมผลการนับคะแนน เนื่องจากผลคะแนนรวมที่ กกต. รายงานไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ หากผลคะแนนไม่ตรงกัน กกต. ก็ต้องนับใหม่ให้สิ้นข้อสงสัย ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและการยอมรับผลคะแนนรวมในที่สุด 2. กกต. ต้องเปิดเผยวิธีการและขั้นตอนการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อโดยละเอียดอย่างเป็นทางการ เนื่องจากการแถลงข่าวของ กกต. ที่ผ่านมาที่ไม่ได้ระบุวิธีการลงคะแนนที่ชัดเจนยิ่งก่อให้เกิดข้อกังขาว่าอาจมีการนำวิธีการคำนวณที่ไม่ถูกต้องมาใช้ในทางที่เอื้อประโยชน์บางฝ่าย หาก กกต. ไม่เร่งสร้างความกระจ่าง รวมทั้งไม่นำวิธีการคำนวณที่ถูกต้องที่ฝ่ายต่างๆ เสนอมาประกอบการพิจารณา การประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการของ กกต. ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
3. กกต. ต้องถอนฟ้องประชาชนที่แชร์การลงชื่อถอดถอน กกต. รวมถึงประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การทำงาน กกต. ในลักษณะอื่น เพราะการลงชื่อและการวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานรัฐและเป็นการใช้สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองตามกติกา ไม่ได้มีเจตนาจะหมิ่นประมาท กกต. ไม่ควรใช้กฎหมายมาปิดปาก หรือสุ่มเลือกดำเนินคดีกับบางคนภายใต้เป้าหมายบางประการ หาก กกต. ไม่ถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย ก็ขอให้ดำเนินคดีกับนักวิชาการที่ลงชื่อและแชร์การถอดถอน กกต. ใน Change.org จำนวน 121 คนเพื่อความเท่าเทียมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุสรณ์ กล่าวว่า อยากให้ กกต. ทำงานด้วยความกล้าหาญมากกว่านี้ อย่าเห็นแก่ตนเองที่ได้รับการปลุกปั่นหรือหวาดกลัวสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อทำให้ กกต. เป็นองค์กรอิสระที่เที่ยงธรรม อย่างไรก็ตามจากการติดตามการทำงานของ กกต. ในช่วงแรกๆ เครือข่ายเราได้เดินทางมาให้กำลังใจ กกต. ถึง &amp;nbsp;2 ครั้ง แต่หลังจัดการเลือกตั้งแล้วเสร็จพบว่า กกต. ชุดนี้มีความไม่เป็นกลางมากที่สุด ส่วนตัวประเมินว่าสอบตก เพราะจนถึงขณะนี้ตอบไม่ได้ว่าเหตุใดจำนวนผู้ใช้สิทธิ์กับจำนวนบัตรลงคะแนนจึงไม่ตรงกัน นอกจากนี้ยังทราบมาว่าหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานความมั่นคงจำนวนมากนับคะแนนการเลือกตั้งเป็นรายหน่วยเช่นกัน แต่ภาพรวมตัวเลขไม่ตรงกัน จึงเป็นข้อสงสัยว่านับกันแบบไหนถึงไม่ตรงกัน ดังนั้น กกต. ควรจะรีบเปิดเผยผลคะแนนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่เครือข่ายนักวิชาการต้องการคือเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลคะแนนรายหน่วย ถ้าพบว่ามีความผิดพาดในหน่วยใดก็ให้นับคะแนนใหม่ และถอนฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ไม่ได้มองไปไกลถึงทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ การลงชื่อถอดถอนเป็นเพียงยุทธวิธี เพราะเอาเอาจริงการลงชื่อถอดถอนนั้นไม่ได้มีผลทางกฎหมาย แต่ทำไปเพื่อให้เกิดแรงกดดันทางสังคม&amp;rdquo; นายอนุสรณ์ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33362</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., คนส., ถอนฟ้อง, สูตรปาร์ตี้ลิสต์, อนุสรณ์ อุณโณ, เครือข่ายนักวิชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cad9f06aa820.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
