<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24232</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุนโซนนิงร้านเหล้า สถานศึกษาปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เปลี่ยนร้านเหล้า...เจ้าปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เป็นร้านหนังสือรอบมหา&amp;#39;ลัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ขยายเข้าสู่กลุ่มเด็กและเยาวชนมากขึ้นจากปัจจัยหลายด้านที่ขาดการควบคุมจากภาครัฐอย่างจริงจัง ตลอดจนกลยุทธ์ของธุรกิจสุราที่พยายามรุกเข้าหาสถานศึกษาในรูปแบบต่างๆ ส่งผลกระทบกับอนาคตของชาติในด้านการเรียน คุณภาพชีวิต รวมทั้งก่อให้เกิดอุบัติเหตุ สูญเสียชีวิตจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เล็งเห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ สร้างสังคมปลอดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อมุ่งไปสู่การสร้างสังคมสุขภาวะให้เกิดขึ้นในสถานศึกษา โดยมีสถาบันที่เข้าร่วมโครงการ 70 สถาบันทั่วประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา ร่วมกับมหาวิทยาลัยปลอดเหล้าทั้ง 70 แห่ง และ สสส. จัดกิจกรรม &amp;ldquo;คุมโซนนิงร้านเหล้ารอบสถานศึกษา พัฒนาให้ยั่งยืนได้อย่างไร&amp;rdquo; ภายในงานมีการแสดงละครชุด &amp;ldquo;ปกป้องเยาวชนจากภัยน้ำเมา&amp;rdquo; พร้อมทั้งโชว์แบบสำรวจความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และภูมิภาค ต่อกรณีโซนนิงควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ที่สำรวจระหว่างวันที่ 25-30 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จำนวน 1,500 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากผลสำรวจพบกลุ่มตัวอย่าง 1 ใน 3 หรือร้อยละ 32.56 เท่านั้นที่รับรู้กฎหมายโซนนิงควบคุมร้านเหล้าตามคำสั่ง คสช. โดยส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า คือการห้ามมีร้านเหล้ารอบสถานศึกษา นอกจากนี้ ร้อยละ 65.39 ยังระบุว่า การมีคำสั่ง คสช.ทำให้ร้านเหล้าลดลง ที่น่าห่วงคือ กลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง ร้อยละ 52.39 ชี้ว่า ยังไม่เคยพบเห็นเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาตรวจร้านเหล้ารอบสถานศึกษาเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่เมื่อถามว่า เคยทราบหรือพบเห็นร้านเหล้าทำผิดกฎหมายแล้วสั่งปิดหรือไม่ กว่าร้อยละ 67.03 ตอบว่า เคยทราบและพบเห็น นอกจากนี้ 1ใน 4 ยังทราบอีกว่า หลายแห่งถูกสั่งปิดไปแล้ว ยังกลับมาเปิดใหม่ได้ แค่เปลี่ยนชื่อร้าน ย้ายที่ตั้ง เปลี่ยนเจ้าของ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(คำรณ ชูเดชา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า จากผลสำรวจสะท้อนชัดเจนว่าผลกระทบที่เกิดจากร้านเหล้ารอบสถานศึกษา คือเสียงดัง ทะเลาะวิวาท จราจรติดขัด อาชญากรรม อุบัติเหตุ การล่วงละเมิดทางเพศ ยาเสพติด และเมื่อมีกฎหมายนี้ ทำให้ร้านเหล้าลดลงจริง ข้อสำคัญคือร้านรายใหม่ก็จะมาเปิดในพื้นที่นี้ไม่ได้ ปัญหาต่างๆ โดยรวมมีแนวโน้มลดลง ส่งผลดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้ร้านนม ร้านอาหาร ร้านหนังสือ เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เครือข่ายต้องการเห็นความยั่งยืนของคำสั่งนี้ด้วยการสนับสนุนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ในกระทรวงยุติธรรมมีสถานะความเป็นเจ้าภาพที่ชัดเจน มีความเข้มแข็ง มีงบประมาณและคนทำงานที่มากขึ้น เพื่อรับมือกับภารกิจสำคัญนี้ ซึ่งเป็นการจัดการกับปัญหาที่ต้นน้ำ ไม่ใช่จัดการแค่คนที่ทำผิดมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่นักศึกษาชั้นปีที่ 2 นายสนธยา เขียวแก้ง มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ระบุว่า เห็นด้วยและชื่นชมอย่างยิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับมาตรการโซนนิงควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา เพราะมันส่งผลให้สถานศึกษาหลายแห่งปลอดภัยจากร้านเหล้า อบายมุข จากแต่ก่อนที่มักเห็นกลุ่มเพื่อนนักศึกษาหลายคน ตกเย็นหลังเลิกเรียนชวนกันไปตั้งวงดื่มเหล้าในร้านเหล้า ยิ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ยิ่งแน่นร้าน แต่พอมีการจัดระเบียบทำให้รู้สึกว่าปลอดภัย ไม่ต้องไปหมกมุ่นอยู่กับร้านเหล้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ช่วยจัดระเบียบได้มาก ปัญหาต่างๆ ลดลงเยอะ แทนที่วันศุกร์นักศึกษาจะไปดื่มเหล้า ตอนนี้ก็เอาเวลาไปทบทวนอ่านหนังสือ อยู่ครอบครัว หรือทำกิจกรรมทดแทนการดื่ม เช่น จัดปาร์ตี้หมูกระทะ สังสรรค์อย่างอื่นที่ไม่ใช่การดื่มเหล้า&amp;rdquo; นายสนธยาทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(พีระพงศ์ สวัสดิ์โกมล)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านนายพีระพงศ์ สวัสดิ์โกมล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้ก็ตรงกับเป้าหมายที่มหาวิทยาลัยวางแนวทางไว้ให้ปฏิบัติตาม การสั่งปิดร้านเหล้าเป็นการตอบสนองคำสั่ง คสช. และช่วยให้เป้าหมายของมหาวิทยาลัยบรรลุผล เป็นการช่วยเด็ก ช่วยชุมชน เมื่อก่อนมีการร้องเรียนมาก เสียงดัง ทะเลาะวิวาท มีร้านติดหอพัก เดี๋ยวนี้ไม่เกิดขึ้นเลย ลดภาวะความตึงเครียดได้มาก อยากให้ช่วยกันรณรงค์และสร้างการรับรู้ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ กิจกรรมดีๆ แบบนี้ควรจัดขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนำมาแลกเปลี่ยนและนำความรู้มาปรับใช้จนเกิดประโยชน์สูงสุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(ปิยวัชน์ คงอินทร์)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายปิยวัชน์ คงอินทร์ อาจารย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า การควบคุมโซนนิงร้านเหล้ารอบสถานศึกษาตามคำสั่ง คสช.22/2558 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญ สามารถคุมร้านเหล้าให้อยู่ในที่ในทาง ร้านใหม่ไม่เพิ่ม ร้านเดิมทำตามกฎหมาย ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยได้ให้ความร่วมมือสอดส่องเฝ้าระวัง ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งสรรพสามิต เจ้าหน้าที่ตำรวจ และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ออกตรวจย้ำเตือนผู้ประกอบการห้ามทำผิดกฎหมาย หยุดธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่จัดโปรโมชั่น โฆษณากระตุ้นยอดขายด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราต่อสู้กับค่านิยมนี้มานานมาก และคงต้องทำอย่างต่อเนื่อง เน้นกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เชียร์ ชื่นชม ให้กำลังใจร้านนม ร้านอาหารที่เข้ามาทดแทนร้านเหล้า สื่อสารสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริหารในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งนี้ ใกล้ถึงช่วงเลือกตั้งจึงอยากเรียกร้องให้พรรคการเมืองต่างๆ ที่กำลังหาเสียงอยู่ขณะนี้เสนอนโยบายที่ชัดเจน เน้นปกป้องคุ้มครองเด็กเยาวชนจากปัญหาอบายมุข ของมึนเมา และหากเข้ามาทำหน้าที่จะต้องกล้าหาญต่อสู้กับกลุ่มทุนที่มีอิทธิพลที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เพราะทุกวันนี้กลุ่มทุนได้ครอบงำสังคมไปมากแล้ว&amp;rdquo; นายปิยวัชน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 10pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;(สุภาภรณ์ ชมชัย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่นางสาวสุภาภรณ์ ชมชัย เลขาฯ คณะกรรมการศูนย์อำนวยการกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 (ศอกต.) กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายโซนนิงควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ประสบความสำเร็จได้ผลยั่งยืนนั้น มาจากปัจจัยหลายส่วน ทั้งต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือของชุมชน ภาคประชาสังคม สถานศึกษา นักเรียน ช่วยดูแลสอดส่อง คอยแจ้งเหตุ ทำให้ปัญหาอบายมุขรอบสถานศึกษาทั้งกว่า 3 หมื่นแห่งลดลงอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ล่าสุด ศอกต.ได้ประชุมหารือและวางกรอบแนวทางไว้ว่าต้องมีการทบทวนปรับปรุงมาตรการกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้ง พ.ร.บ.สุรา ของกรมสรรพสามิต พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ร.บ.สถานประกอบการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายให้ยั่งยืน กำหนดคำนิยามให้ครอบคลุมทุกสถานประกอบการ เนื่องจากในอนาคตหลังเลือกตั้ง ถ้าหากไม่มีคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 แล้ว มาตรการทางกฎหมาย รูปแบบนโยบายการดำเนินงานต่างๆ ต้องสานต่อ เพื่อไม่ให้ปัญหาเดิมกลับมาอีก ขณะเดียวกัน ศอกต.ยังเปิดรับการแจ้งเหตุร้องเรียนการทำผิดกฎหมายของสถานประกอบการได้ที่เบอร์ 0-2141-6501&amp;rdquo; นางสาวสุภาภรณ์กล่าวทิ้งท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อว่าเสียงสะท้อนของคำสั่งที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมเช่นนี้ จะดังไปถึงรัฐบาลชุดใหม่ให้สานต่อการปกป้องเยาวชนจากภัยของสุราอย่างแน่นอน. &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24232</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำรณ ชูเดชา, ปิยวัชน์ คงอินทร์, พีระพงศ์ สวัสดิ์โกมล, สสส., สุภาภรณ์ ชมชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c138877e3490.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเด็ก99%ซื้อเหล้าเบียร์ได้สำเร็จ ใช้เด็ก6ขวบเข้าร้านสะดวกซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงเสวนาถกปัญหาขายเหล้าให้เด็ก พบ99%ซื้อเหล้าเบียร์ได้สำเร็จ น่าห่วงเพียง6ขวบซื้อเหล้าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 22มีนาคม เวลา10.00น. ที่เดอะฮอลล์บางกอก ในเวทีเสวนา &amp;ldquo;ปัญหาขายเหล้าให้เด็ก ผลกระทบและการบังคับใช้กฎหมาย&amp;rdquo; จัดโดย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กและเยาวชนไทยยังน่าเป็นห่วง จากรายงานศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) ที่ทดสอบให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้า 417 ร้าน ใน4จังหวัด พบว่า ร้อยละ 99 สามารถซื้อได้สำเร็จ ทั้งที่เป็นการจำหน่ายที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; สอดคล้องกับข้อมูลของเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ยังพบเห็นการใช้ให้เด็กอายุเพียง6ขวบ ไปซื้อเหล้าเบียร์ในร้านสะดวกซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ศวส.สำรวจจำนวนร้านค้าที่ปฏิบัติตามมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์300เมตร รอบสถานศึกษา เปรียบเทียบระหว่างมหาวิทยาลัย7แห่ง ที่บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น กับ8แห่งที่ไม่เข้มข้น ในปี 2559 พบว่า ในพื้นที่ที่มีการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เจ้าหน้าที่ลงตรวจร้านเหล้ามากกว่า และ เห็นว่าร้านค้าลดลงไปมากกว่า ตลอดจนยอมรับว่ายอดขายลดลงมาก&amp;nbsp; ส่งผลให้นักศึกษาและประชาชนรู้สึกเดือดร้อนรำคาญลดลงและเห็นการทะเลาะวิวาทตีกันลดลงเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนยังเป็นปัญหาใหญ่ ทุกภาคส่วนคงต้องช่วยกัน ภาคธุรกิจควรต้องมีจิตสำนึกปฏิบัติตามกฎหมายไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชน ภาครัฐต้องบังคับใช้กฎหมายให้จริงจังมากขึ้น ภาคประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็งต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้เยาวชนจะฉลองด้วยการดื่มฯมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเยาวชนคือกลุ่มที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากที่สุดในช่วงสงกรานต์ทุกๆปี&amp;rdquo; นพ.บัณฑิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กล่าวว่า การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชน แม้จะมีกฎหมายควบคุมแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้อง ให้ความร่วมมือเคารพกฎหมาย ฝากถึงผู้ประกอบการ อยากให้คำนึงถึงสิ่งที่ตามมา อย่าโหมการตลาด อย่าหวังแต่กำไร และไม่อยากให้มองว่ากฎหมายควบคุมมีบทลงโทษน้อย แล้วจะขายให้ใครก็ได้ ยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่ขายแอลกอฮอล์แล้วได้กำไรมาก จึงไม่สนใจทำตามกฎหมาย และมักพบปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ เมาแล้วขับทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งทุกปี&amp;nbsp; อยากแจ้งผู้ประกอบการเรื่องของการเคารพกฎหมายห้ามขายแอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า20ปี หากตรวจพบว่าฝ่าฝืน จำเป็นต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายเด็กขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ฤทธินันท์&amp;nbsp; ปุ้ยพันธวงศ์&amp;nbsp; ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; กล่าวว่า ที่ผ่านมา ไม่ใช่ร้านค้าอย่างเดียวที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กเยาวชน แต่ซุ้มตามงานเทศกาลต่างๆได้แอบขายแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขายแอลกอฮอล์ให้กับเด็กเยาวชนที่อายุต่ำกว่า20ปี&amp;nbsp; โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ เราจึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆรวมถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น ออกตรวจตามหมู่บ้าน และจุดเสี่ยง เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักในเรื่องนี้&amp;nbsp; ส่วนช่วงเวลาปกติจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามร้านสะดวกซื้อที่ใกล้กับสถานศึกษา เพื่อตรวจสอบว่ามีการขายเหล้าให้กับเด็กเยาวชนนักศึกษาหรือไม่ ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยได้ตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้นทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มเตรียมตั้งจุดตรวจแล้ว นอกจากนี้เรายังประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ตั้งจุดตรวจในหมู่บ้านพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจร้านค้าในชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีผู้ที่ดื่มสูง มีความเสี่ยงสูง ก่อให้อันตรายทั้งทรัพย์สินและร่างกาย หากเป็นไปได้ไม่อยากให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการจำหน่ายให้กับเยาวชน ส่วนผู้ปกครองควรเลิกสนับสนุนให้ลูกหลานดื่มแอลกอฮอล์ และปลุกฝังทัศนคติใหม่เกี่ยวกับการดื่มของมึนเมา จะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้ เสียใจ ที่ลูกหลานเมาแล้วขับจนถึงแก่ชีวิต&amp;rdquo; พ.ต.อ.ฤทธินันท์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเหล้าให้เด็ก, นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช, นพ.บัณฑิต ศรไพศาล, สสส., เครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3375b73daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
