<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯพอใจผลงาน3เดือนปปส.ปราบปรามยาเสพติดเตือนหากเรียกรับประโยชน์ต้องลงโทษเด็ดขาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.63 - เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 พ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ถนนดินแดง เขตพญาไท กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการติดตามผลการดำเนินงานด้านการปราบปราม ยึดทรัพย์ และตัดวงจรการค้ายาเสพติด โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ ป.ป.ส. ร่วม โดยมีผู้บัญชาการตำรจภูธรแต่ละภาค นำเสนอผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ในเครือข่ายยาเสพติด 4 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายนายฟ้าใส(ท้าวโต่น) ไชยะสิงห์ ชาวลาว ตามยุทธการตาปีพิฆาต เครือข่ายนายสุภาพ แซ่ส้ง เครือข่ายนายอิศเรศ จริตงามและพวก และเครือข่าย Mr.Kum Chee Cheong โดยยึดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด ได้จำนวน 2,000 รายการมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ประกอบด้วยบ้านพร้อมที่ดิน 7 รายการ โรงงาน 1 รายการ เงินสด 25.9 ล้านบาท รถยนต์ 400 คัน จักรยานยนต์ 300 คัน ทอง 600 รายการ ปืน 27 กระบอกและอื่นๆ อีกกว่า 400 รายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวมอบนโยบายว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนและทุกระดับในผลการปฏิบัติงานในวันนี้ และขอให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้อย่างต่อเนื่องให้ครบทุกมิติ ซึ่งทุกคนคงทราบถึงความสำคัญของรัฐบาลในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร จึงหวังว่าจะได้เห็นผลสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ปัญหายาเสพติดถือเป็นความสำคัญของประเทศเรา ขณะเดียวกันขอให้เจ้าหน้าที่มีความปลอดภัยและระมัดระวังในการทำงานด้วย สิ่งเหล่านี้จะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจในเกียรติยศ ชื่อเสียง ที่ทำเพื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอบคุณในความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ซึ่งยาเสพติดถือเป็นอันตรายต่อลูกหลานของเรา ต้องขอชื่นชมการปฏิบัติงานขอให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจ โดยเกียรติยศและชื่อเสียงจะอยู่กับเราตลอดไป ผมก็จะรอฟังผลงานต่อไป วันนี้ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการดำเนินงานต่อไป ตามมาตรฐานใหม่ที่รัฐบาลบอกไปแล้ว ทั้งด้านความรวดเร็ว ด้านการข่าว ขอให้ทุกคนปลอดภัยและขอให้รักษาความดีไว้ ขอบคุณทุกคน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ทุกคนคงเข้าใจแนวทางการปราบปรามยาเสพติดแนวคิดใหม่ ซึ่งตนยินดีที่มาเป็นประธานแถลงผลเรื่องการปราบปราม ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพ รวมทั้งการฟอกเงินตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว จึงต้องทบทวนว่าที่ผ่านมามีสิ่งใดบกพร่องและต้องพัฒนา ซึ่งหลายอย่างอาจติดขัดข้อกฎหมายและระเบียบขั้นตอนต่างๆ แต่วันนี้ ต้องการให้เกิดการบูรณาการอย่างแท้จริง จึงมีการจัดตั้งคณะทำงานพิเศษขึ้นมา เพื่อให้เกิดการบูรณาการทั้งแผนงาน งบประมาณและบุคลากร ถ้าต่างคนต่างทำก็จะได้ผลปฏิบัติน้อยเกินไป ทุกภาคส่วนจึงต้องช่วยกัน วันนี้เป็นผลงานแรกซึ่งเร็วแบบที่ตนต้องการในระยะเวลา 3 เดือนมีผลปฏิบัติในระยะที่ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จากผลการจับกุมจะเห็นว่ามีการนำยาเสพติดมาจากแหล่งผลิตภายนอก จึงต้องเร่งดำเนินการเข้มงวดตั้งแต่ต้นทางแหล่งผลิต ส่วนกลางทางพื้นที่ภายในทุกภาค และกระจายสู่ผู้ค้ารายย่อย สิ่งที่ผ่านมาปรับได้เฉพาะผู้ค้ารายย่อย จึงต้องแก้ไขไป เพราะฝ่ายผู้ร้ายก็ปรับวิธีการ และที่ผ่านมาไม่ใช่ไม่ดำเนินการ แต่มีการจับกุมดำเนินคดีมากมายโดยเฉพาะการปะทะตามแนวชายแดน แต่ทำไมยังไม่เข็ดและไม่เลิก จึงต้องย้อนไปดูคนเหล่านี้มีทรัพย์สินยึดโยงใคร เข้าข่ายฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งวันนี้ที่เห็น เฉพาะ 4 รายแต่ถ้าปราบได้อีกเครือข่ายทั้งหมดจะหายไปเรื่อยๆ เมื่อเงินไม่มายาก็ไม่เดิน ก็จะเดือดร้อนถึงข้างล่างที่เคยทำอาชีพเหล่านี้ จึงต้องไปตามดู เหมือนการฟื้นฟูและมีแอพพลิเคชั่นติดตาม ไม่เช่นนั้นกลับมาผลิตใหม่ ดังนั้นเราต้องทำครบวงจร&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกคนเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งจากผลการจับกุมถือเป็นผลงานที่ดีสามารถจับได้จำนวนมาก แต่หากมองในภาพใหญ่ก็ถือเป็นส่วนเดียวเท่านั้น จึงต้องดูทั้งกลางทางและต้นทางด้วย นอกจากนี้จะเห็นว่าปัญหายาเสพติดเกี่ยวข้องกับพื้นที่ภาคใต้ด้วย ซึ่งการแก้ปัญหาภาคใต้ก็ต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการแก้ปัญหายาเสพติด ถ้าแก้ปัญหายาเสพติดได้การแก้ปัญหาภาคใต้ก็จะเร็วขึ้นด้วย อย่างไรก็ตามทรัพย์สินที่ยึดได้ในครั้งนี้อาจมองว่าเป็นจำนวนไม่มาก แต่ที่กระจายในเครือข่ายข้างล่างอีกตั้งเท่าไรต้องยึดให้หมด ใครเกี่ยวข้องยึดหมดตามกฎหมาย แต่ต้องระวังเรื่องสิทธิมนุษยชน ห้ามโดยเด็ดขาด รัฐบาลไม่เคยให้แนวทางเช่นนั้น ขอให้เคารพกฎหมายทุกประการ และขอให้ทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สิ่งเหล่านี้เป็นความตั้งใจของรัฐบาล และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอย่างทุ่มเทเสียสละ รวมถึงอัยการและองค์กรตรวจสอบก็ต้องทำตามหน้าที่ ผมเป็นรัฐบาลไม่เคยไปก้าวก่ายใครทั้งสิ้น ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นสิ่งที่จะทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ ดังนั้นขอทุกคนอย่าตกเป็นเครื่องมือคนไม่หวังดีที่ยังเห็นแก่ได้ สุดท้ายขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเททำงานอย่างเสียสละ ขอให้มุ่งมั่นในการทำงานต่อไปและต้องระมัดระวังทุกเรื่อง หากมีการเรียกรับผลประโยชน์ต้องลงโทษอย่างเด็ดขาด ขอให้ทำงานให้เร็ว ทำงานเชิงรุก มีแผนเผชิญเหตุ ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ และต้องระมัดระวังตัวเองให้ปลอดภัยและประชาชนต้องปลอดภัยด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ป.ป.ส.ได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแนวทางของนายกรัฐมนตรีว่ารัฐบาลนี้ต้องแก้ไขปัญหา ไม่ใช่การฆ่าตัดตอนเหมือนรัฐบาลในอดีต แต่จะใช้วิธีการให้เรียบร้อยสิ้นซากด้วยการยึดทรัพย์ ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่าการดำเนินการเป็นไปด้วยความล่าช้า แต่จากการเรียนรู้จากต่างประเทศโดยไม่ต้องเสียเวลาพิสูจน์ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งใช้วิธีประเมินจากรายได้จากการค้ายาเสพติด value-based ที่ผ่านมาพร้อมเสนอให้มีการแก้ไขระเบียบสินบนรางวัลคดีฟอกเงินยาเสพติด ที่เคยยกเลิกไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65370</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายนิยม เติมศรีสุข, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน, ป.ป.ส., ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เครือข่ายยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb4eecc70d26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์15ล้าน ล่าทนายขนยาไอซ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจตามล่าทนายหนุ่มรวมหัวทนายสาวขนยาไอซ์ 860 กก. ปรากฏขนทรัพย์สินเผ่นไปก่อนหน้า แต่ก็ยังยึดที่เหลือมูลค่าไม่ต่ำกว่า 15 ล้าน คาดยังหลบหนีอยู่ในประเทศ พบสนิทสนมกับเครือข่ายยาเสพติด เคยว่าความให้หลายครั้งก่อนผันตัวมาทำเสียเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5, พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ส.ภาค 5 ได้นำหมายศาลเข้าจับกุมนายเอกราช พิทักษ์ไพร อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/3 หมู่ 12 ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ อาชีพเป็นทนายความ ในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง เขต ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเปิดเป็นสำนักงานทนายความด้วย แต่ปรากฏว่านายเอกราชและครอบครัวได้ไหวตัว ขนย้ายทรัพย์สินออกไปก่อนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงอายัดเอกสารสำคัญ เป็นโฉนดที่ดิน, บัญชีเงินฝากธนาคารที่มีเงินไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท รถยนต์จำนวน 1 คัน อาวุธปืน 3 กระบอก กระสุน-อาวุธปืนสงคราม และกระสุนปืนชนิดต่างๆ อีกกว่า 900 นัด ทองรูปพรรณ เงินแท่ง รวมทั้งบ้านพักในพื้นที่ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ อีก 1 หลัง รวมมูลค่าทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การออกหมายจับนายเอกราช สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึก วันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภาค 5 ได้จับกุมตัว น.ส.ชญาดา ชัยแว่นแคว้น อายุ 29 ปี อาชีพทนายความ พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 32 กระสอบ หนักรวมประมาณ 860 กิโลกรัม รถยนต์กระบะติดตั้งห้องเย็น สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน รถยนต์กระบะโตโยต้า วีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กข 1759 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง โดยจับกุมได้บนนถนนสายเทิง-เชียงราย เชิงสะพานข้ามแม่น้ำลาว ต.ท่าสาย อ.เมือง จ.เชียงราย สอบสวน น.ส.ชญาดารับสารภาพว่า ร่วมกับนายเอกราชที่หลบหนีได้ ขนยาไอซ์จากเชียงรายจะไปส่งให้นายทุนในจังหวัดเชียงใหม่ ก่อนส่งต่อเข้าพื้นที่ภาคกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากการติดตามจับกุมนายเอกราชแล้ว เจ้าหน้าที่ยังได้ไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 116/95 หมู่ 5 ต.สันผีเสื้อ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.ชญาดา สามารถตรวจยึดเงินสด 3 แสนบาท แหวนและสร้อยคอทองคำมูลค่ากว่า 2 แสนบาท รถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน งค 6166 เชียงใหม่ สมุดบัญชีธนาคาร 5 เล่มยอดเงินรวม 5 แสนบาท จึงอายัดทรัพย์สินไว้ทั้งหมด จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 299/28 หมู่ 2 ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีป้ายหน้าบ้านเป็นสำนักงานเอกพิทักษ์ยุติธรรมทนายความ เป็นบ้านของนายเอกราชอีกแห่งหนึ่ง ทำการอายัดบ้านไว้ ราคาประมาณ 4 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ภาณุเดชเปิดเผยว่า จากการสอบสวน น.ส.ชญาดา ทราบว่าผู้ต้องหามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายเอกราช ทนายความหนุ่มที่เปิดสำนักงานทนายความ 2 แห่ง โดยนายเอกราชจากการตรวจสอบประวัติเคยว่าความให้กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดหลายครั้ง มีความสนิทชิดเชื้อ จนผันตัวมาเป็นคนขนส่งยาเสพติด ซึ่งคาดว่าน่าจะทำมานานอย่างน้อย 4 ปีแล้ว โดยดูได้จากบัญชีเงินฝากที่มีเงินเข้ามาแต่ละครั้งหลายล้านบาท นอกจากนี้ จากการตรวจค้นบ้านนายเอกราช ยังพบแผนที่ด่านตรวจยาเสพติดของเจ้าหน้าที่ ตลอดเส้นทางจากภาคเหนือถึงภาคใต้ เพื่อใช้ลำเลียงยาเสพติดหลบเลี่ยงด่านตรวจด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลจับกุมเครือข่ายเท่าที่หลักฐานจะไปถึง ทั้งนี้ คาดว่านายเอกราชยังหลบหนีอยู่ภายในประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชญาดา ชัยแว่นแคว้น, ป.ป.ส., พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ, พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง, ยาไอซ์ 860 กก., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครือข่ายยาเสพติด, เอกราช พิทักษ์ไพร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0ea5d719ed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2018 09:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2018 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มตรังซุกยาบ้าครึ่งล้านเม็ด-ไอซ์7กิโลกรัม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 61 - นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายพงษ์ศักดิ์ คารวานนท์ ปลัด จ.ตรัง &amp;nbsp;ได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง (ชปพ.ปค.) จ.ตรัง สนธิกำลังกับมว.รส.ร.15 พัน.4/บก.ควบคุม มทบ.43 &amp;nbsp;ร่วมกับ กอ.รมน.ตรัง, ชปส.ภ.จว.ตรัง, กก.3 บก.ปส.4 และ ชปส.กก.9 บก.รน. &amp;nbsp;เข้าทำการจับกุมตัว นายสมคิด ยอดการ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลข 317 ม.1 ต.วังมะปรางเหนือ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจากการตรวจค้นที่หอพักแสงตะวัน เลขที่ 44/12 ม.1 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่พบตัวผู้ต้องหาคนดังกล่าว พร้อมของกลาง จำนวน 3 รายการ ได้แก่ &amp;nbsp;ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า จำนวน 490,000 เม็ด &amp;nbsp;ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) จำนวน 7 กิโลกรัม &amp;nbsp;รวมทั้งตรวจยึดรถยนต์ จำนวน 2 คัน ซึ่งคาดว่าจะใช้เป็นพาหนะในการขนส่งยาเสพติดทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น จึงควบคุมตัว นายสมคิด ผู้ต้องหา พร้อมด้วยของกลาง ไปดำเนินการตามกฏหมาย &amp;nbsp;พร้อมทั้งเร่งกำลังดำเนินการตรวจสอบ และขยายผลเครือข่ายยาเสพติดเหล่านี้เพิ่มเติม.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6111</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ยาบ้า, ยาเสพติด, ยาไอซ์, ศิริพัฒ พัฒกุล, สมคิด ยอดการ, เครือข่ายยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180330/image_big_5abd96fe96c54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
