<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 13:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพรก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119809</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้มท.ฟันโทษสูงสุดร้านเหล้าขาใหญ่สระบุรีถูกสั่งปิดซ้ำซากปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเย้ยพ.ร.ก.ฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ พร้อมด้วย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน และมูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 10 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ผ่านทาง นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบริการ &amp;ldquo;หลังเขา&amp;rdquo; ที่ละเมิด คำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และกฎหมายหลายฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวเมื่อวันที่10 ต.ค.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค ได้ตรวจค้นร้านหลังเขา อ.หนองแค จ.สระบุรี พบวัยรุ่นชายหญิง จำนวน 220 คน มั่วสุมปาร์ตี้เหล้า-ยา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งสถานบันเทิงแห่งนี้ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ จับกุมเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2564 ข้อหาร่วมกันมั่วสุมทำกิจกรรมอันเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 และยังเคยถูกชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย บุกจับกุมเมื่อปลายปี 61 จนถูกสั่งปิดเป็นเวลา 5 ปี ตามคำสั่ง คสช.แม้เคยถูกสั่งปิด แต่กลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเหตุการณ์ล่าสุดพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 8 คน และต้องกักตัวผู้ต้องหา กลุ่มนักเที่ยวไว้ทั้งหมดที่ศูนย์พักคอยไว้ 14 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง และภาคีเครือข่ายต่างๆ ตระหนักในประเด็นปัญหาเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน มีเจตนารมณ์ร่วมกันในการลดปัญหาสังคม รวมถึงร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเอกชน ในการรณรงค์และบังคับใช้กฎหมายปกป้องเด็ก เยาวชน และประชาชนให้ปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ มีจุดยืนและข้อเสนอต่อปลัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้ 1.ขอให้กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายขั้นสูงสุดกับสถานบันเทิงแห่งนี้ที่ละเมิด คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พรบ.สถานบริการ&amp;nbsp; พรบ.ยาเสพติด และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีพฤติกรรมการกระทำผิดที่ซ้ำซากและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ซึ่งการฝ่าฝืนเปิดในสถานที่เดิมนี้ยังเป็นความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่46/2559 อีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;2.ขอให้กระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งกำชับทุกจังหวัดให้ตรวจสอบ ดูแล กวดขัน สถานบริการหรือสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2558&amp;nbsp; พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&amp;nbsp; พรบ.ควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp; พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น และนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่&amp;nbsp; 3.เครือข่ายฯ เข้าใจถึงความเดือดร้อนของสถานประกอบการ สถานบริการ ร้านเหล้า ผับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายมีการผ่อนผันให้สามารถดำเนินธุรกิจได้&amp;nbsp; ทุกสถานประกอบการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา ทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 และปัญหาสังคมอื่นๆ ตลอดจนสถานบริการควรช่วยกันตรวจสอบ จัดการผู้ประกอบการที่สร้างปัญหา ทำผิดกฎหมาย ไม่เคารพกติกาบ้านเมือง&amp;nbsp; และ&amp;nbsp; 4.เครือข่ายขอให้กำลังใจกรมการปกครอง&amp;nbsp; และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อความสงบสุขของสังคม และขอเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาเฝ้าระวัง&amp;nbsp; แจ้งเหตุร้านเหล้าผับบาร์ที่ทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณัฐพงศ์&amp;nbsp; สำเภาแก้ว&amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง&amp;nbsp; กล่าวว่า การกระทำของสถานบันเทิงแห่งนี้จะเห็นว่ามีการกระทำความผิดในหลายๆ ครั้ง ในประเด็นเดิมๆ เคยถูกสั่งปิด แต่ก็สามารถกลับมาเปิดใหม่ในพื้นที่เดิมโดยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และโรคระบาด ทางเครือข่ายฯ จึงขอให้มีการลงโทษตามกฎหมายสูงสุด มิใช่มุ่งเอาผิดแค่ผู้เข้ามาใช้บริการ และควรพิจารณาด้วยว่ามีใครที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่&amp;nbsp; และกระทรวงมหาดไทยควรมีข้อสั่งการให้ทุกจังหวัดตรวจสอบ และเข้มงวดสถานบันเทิง การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะขณะนี้เรากำลังจะเดินหน้าเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา จึงไม่ควรปล่อยปละละเลยให้สถานบันเทิงกลายเป็นจุดเสี่ยงแพร่โรค เกิดคลัสเตอร์โควิด-19 ขึ้นมาอีก ซึ่งอาจจะกระทบกับแผนการเปิดประเทศของเราได้&amp;nbsp; จำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันมิใช่ยอมทำผิดกฎหมายเพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายพิริยะ&amp;nbsp; ฉันทดิลก รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ขอไปตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง คงต้องไปดูในรายละเอียดของพฤติกรรม สภาพแวดล้อม เพราะแต่ละเคสเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน อยากขอร้องผู้ประกอบการว่าอย่าทำเรื่องแบบนี้เลย เพราะนอกจากจะเป็นแหล่งแพร่ระบาดของโควิด ยังทำให้เด็กเยาวชนไปมั่วสุม ดังนั้นควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ทำธุรกิจต้องมีจริยธรรม หยุดอาศัยช่องว่างทางกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนกับสังคม ทั้งนี้ฝากถึงประชาชนขอให้แจ้งเบาะแสการกระทำผิดเข้ามา เพื่อทางเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบลงโทษต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119808</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ จันทรส, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน, พรบ.สถานบริการ, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_616924be83f68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; หาช่องคุ้มครองผู้บริโภค เล็งแก้โฆษณาสินค้า &#039;น้ำดื่ม-เบียร์&#039; ใช้โลโก้เดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับหนังสือจากเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุราและเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ภาคีเครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศ ที่ได้มายื่นจดหมายเปิดผนึก เพื่อสนับสนุนให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ออกกฏหมายลูก ห้ามโฆษณาปิดช่องว่างธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้ตราเสมือน น้ำดื่ม โซดา น้ำแร่ เบียร์ 0% ไร้แอลกอฮอล์ ว่า ทราบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหามานาน สำหรับกฎหมายที่ออกมาใหม่และค่อนข้างรัดกุมมากขึ้น แต่ก็เป็นช่องว่างของกฎหมาย บริษัทที่ขายสุราใช้กลยุทธ์ในการทำการตลาดออกตราผลิตภัณฑ์เดียวกัน ซึ่งพบว่าเป็นที่ทราบกันอยู่และเกือบทุกยี่ห้อที่จะมีผลิตภัณฑ์น้ำดื่มแล้วใช้ตราเดียวกัน เพราะเนื่องจากว่าไม่สามารถโฆษณาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ ก็ไปโฆษณาร้านที่ใช้ตราสัญลักษณ์ยี่ห้อเดียวกัน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะนำข้อเสนอทุกอย่างนี้ไปพิจารณา โดยในวันเดียวกันนี้ได้ให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) มาร่วมรับทราบ และรับเรื่องราวไปดูด้วยว่าจะสามารถมีช่องทางใดที่ไหนเบื้องต้นจะทำเรื่องเตือน หรือสามารถดำเนินการตามกฏหมายได้ เพราะเรื่องนี้เวลาเราทุกคนไปไหนมาไหนก็เห็นป้ายโฆษณาชัดเจนว่าในความเป็นจริงก็ใช้โลโก้อันเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เป็นน้ำเปล่า ซึ่งเป็นช่องว่างทางกฎหมายและผมจะได้ให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคไปพิจารณา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ กล่าวว่าขอบคุณทุกคนที่มีความเป็นห่วงปัญหาดังกล่าวเพราะเราคงไม่อยากให้เยาวชนไทยหรือประชาชนคนไทยไปลุ่มหลงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมรับที่จะไปหารือกับสคบ.ก่อน เพื่อดูว่ามีช่องทางอย่างไร และในโอกาสต่อไปจะได้เชิญทางเครือข่ายมาปรึกษาหารือกันหาทางออกที่ดี หรือจัดเวทีเสวนาด้วยกันขอขอบคุณในความหวังดีเจตนาดีเพื่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56447</URL_LINK>
                <HASHTAG>เครือข่ายงดเหล้า, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3b9e484fc80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/11/2019 11:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/11/2019 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายป้องกันภัยน้ำเมาอัดหอการค้าชงขยายเวลาปิดผับเลิกคุมเวลาขายเหล้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17พ.ย. นายชูวิทย์ &amp;nbsp;จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า จากกรณีนายกลินท์ สารสิน ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กำลังผลักดันนโยบายให้รัฐบาลยกเลิกการควบคุมเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และขยายเวลาปิดผับ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนนั้น เครือข่ายฯมองว่าเป็นความพยายามของฝ่ายธุรกิจการท่องเที่ยว ที่เชื่อแบบนี้มาโดยตลอด ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ขายไอเดียปิดผับตีสี่มาจนถูกวิจารณ์อย่างหนักมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้กลับมาอีกด้วยแนวคิดเดิมๆ เพียงแค่เปลี่ยนตัวละครใหม่ๆ ออกมาเล่นในนามสภาหอการค้า แต่เลยเถิดไปไกลถึงขั้นเสนอให้ยกเลิกการควบคุมเวลาขาย &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่ขาดความรอบคอบอย่างยิ่ง ไม่มีฐานข้อมูลทางวิชาการใดๆ มารองรับ &amp;nbsp;อ้างลอยๆ ว่ากระตุ้นการท่องเที่ยว โดยไม่คิดถึงผลกระทบที่มากกว่า ควรเลิกคิดแล้วเอาเวลาไปกระตุ้นการท่องเที่ยวด้วยวิธอื่น เช่น การท่องเที่ยวเมืองรอง &amp;nbsp;การท่องเที่ยวชุมชน ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวปลอดภัย &amp;nbsp; หรือทำอย่างไรให้การเติบโตของการท่องเที่ยวอยู่บนฐานความยั่งยืนมากกว่า การกอบโกย แต่ทำลายล้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเห็นแค่มิติเดียว มองข้ามผลกระทบความเสียหายที่จะเกิดขึ้นไปได้อย่างไร แค่ต้องการเอาใจนักท่องเที่ยวสายเมา ตกลงเราต้องการคุณภาพนักท่องเที่ยวแบบนี้หรือ ส่วนตัวยังเชื่อว่ารัฐบาลคงไม่บ้าจี้ตาม &amp;nbsp;เพราะทุกวันนี้แค่ทำงานแก้ไขปัญหาจากน้ำเมารายวันก็แทบแย่ คนไทยตายจากเมาแล้วขับติดอันดับต้นๆของโลกอยู่แล้ว ทุกหน่วยงานเขาร่วมมือกันทุ่มเทสรรพกำลังทุกรูปแบบยังเอาไม่อยู่ แล้วหอการค้ากล้าดีอย่างไรจึงเสนออะไรที่สวนทาง และซ้ำเติมปัญหาแบบนี้&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำรณ &amp;nbsp;ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า ข้อเสนอแบบนี้ถือว่าถอยหลังเข้าคลอง จากการสำรวจในหลายการศึกษา พบว่า นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย ไม่ได้มาเพื่อหวังเมา &amp;nbsp;แต่มาเพราะสนใจธรรมชาติ ศิลปวัฒนธรรมที่สวยงาม &amp;nbsp;อีกทั้งเวลากลางวันเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวดื่มด่ำกับกิจกรรมกลางแจ้ง ดำน้ำ ลงทะเล เที่ยวภูเขา น้ำตก หรือวัดวาอาราม ดังนั้นมันเป็นวิธีการที่สิ้นคิดหากปลดล๊อคเวลาขายเหล้าเบียร์ ด้วยการมอมเมาคนไทยและนักท่องเที่ยวเพื่อเม็ดเงิน เพราะจะสร้างผลกระทบให้เมาหนักมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ทำให้มาตรการควบคุมการจำหน่ายและการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อ่อนแอลง &amp;nbsp;สร้างภาระให้กับสังคม มีเพียงธุรกิจสุรา สถานบริการร้านเหล้าผับบาร์เท่านั้น ที่ได้ประโยชน์ กลับกันถ้ามีข่าวคนเมาทำร้ายนักท่องเที่ยว จะทำลายการท่องเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอคัดค้านมาตรการที่หอการค้าฯเสนอต่อนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ทั้งการขอให้ปลดล๊อคเวลาห้ามจำหน่ายสุรา การขยายเวลาปิดผับบาร์ออกไป ซึ่งเร็วๆ นี้เครือข่ายฯจะขอเข้าพบนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ดูเรื่องนี้เพื่อเสนอข้อมูลผลกระทบที่รอบด้าน เพราะเวลาที่อนุญาตให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน เหมาะสมต่อสถานการณ์สังคมไทยดีอยู่แล้ว ขอเวลากลางวันที่ปกติสงบสุขให้กับประชาชน เด็กและเยาวชนบ้าง ทำไมต้องยัดเยียดความเสี่ยงให้เพิ่มขึ้นในสังคม&amp;rdquo; นายคำรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50447</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชงขยายเวลาปิดผับ, ชูวิทย์  จันทรส, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd0d2efc4129.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42667</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2019 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2019 13:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ ผบ.ชน.-ยุติธรรม สั่งปิดร้านเหล้าซอยวงศ์สว่าง11  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ถูกมีดแทงเสียชีวิต ภายในซอยวงศ์สว่าง11 แขวงวงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ โดยผู้ก่อเหตุเป็นนักศึกษาอาชีวะ ปี 1-ปี 3 และศิษย์เก่าสถาบันอาชีวะแห่งหนึ่ง ย่านพระราม 7 อายุตั้งแต่16-17 ปี &amp;nbsp;ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจากดื่มสุราจากร้านขายสุราภายในซอยวงศ์สว่าง11 เช่นกัน เป็นชายจำนวน 11 คน หนึ่งในกลุ่มคนร้าย อายุ 16 ปี พกอาวุธมีดยาวประมาณ 8 นิ้ว แทงที่คอผู้เสียหายจนเสียชีวิต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4สิงหาคม) นายชูวิทย์ &amp;nbsp;จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ กล่าวว่า ข้อมูลที่ปรากฏในข่าวพบว่าเป็นการมุ่งเอาผิดกับผู้ก่อเหตุ &amp;nbsp;โดยละเลยที่จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการร้านค้าที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็ก &amp;nbsp;ตามข่าวชัดเจนว่ามีร้านที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้ที่อายุต่ำกว่า20ปี แน่นอน เป็นร้านที่ผู้ก่อเหตุไปดื่มกิน ซึ่งเป็นคำให้การของผู้ก่อเหตุ ที่อายุอยู่ระหว่าง 16-17ปี ทั้งนี้ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 29ระบุไว้ชัดเจน &amp;nbsp;ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า20ปี ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1ปี ปรับไม่เกิน 20,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ &amp;nbsp;และยังมีคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ 22/2558ที่ว่าด้วยเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาร้านเหล้ารอบสถานศึกษา และปัญหาเด็กแว้นซ์ &amp;nbsp;ซึ่งกำหนดพื้นที่ควบคุมหรือโซนนิ่งร้านขายเหล้าทุกรูปแบบ &amp;nbsp;ห้ามมิให้ทำผิดกฎหมายในประเด็นสำคัญๆ เช่น ห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20ปี &amp;nbsp;ห้ามขายเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;ห้ามเสียงดังเกินที่กฎหมายกำหนด &amp;nbsp;เป็นต้น ซึ่งตามคำสั่งนี้หากอยู่ในพื้นที่โซนนิ่ง สถานประกอบการดังกล่าวที่ทำผิดจะถูกสั่งปิด 5ปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ &amp;nbsp;กล่าวอีกว่า เมื่อตรวจสอบเข้าไปดูในเว็บไซต์ของกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก &amp;nbsp;ซึ่งเป็นฝ่ายเลขาตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 ได้ระบุพิกัดพื้นที่โซนนิ่งไว้ชัดเจนว่าในซอย วงษ์สว่าง 11 ทั้งสองฝั่งเป็นพื้นที่ควบคุมตามกฎหมายนี้ &amp;nbsp;ดังนั้นจากข่าวที่ปรากฏจึงจำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายให้จริงจัง &amp;nbsp;เพื่อให้ผู้ประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้สถานศึกษาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ขายให้เด็กและเยาวชน ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;และสถานบริการโดยเคร่งครัด &amp;nbsp;เพื่อลดปัญหาผลกระทบทางสังคม ดังนั้นในกรณีนี้ &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการด้วย &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นต้นทางของผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การละเลยไม่บังคับใช้กฎหมายกับร้านเหล้าผับบาร์เหล่านี้ จึงสุ่มเสี่ยงต่อความผิดในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เครือข่ายจึงขอเรียกร้องให้ กรมพินิจและคุ้มครองเด็ก &amp;nbsp;กระทรวงยุติธรรม และผู้บัญชาการตำรวจนครบาล &amp;nbsp;พิจารณาในประเด็นร้านขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่โซนนิ่งรอบสถานศึกษามีการขายให้เด็ก อายุต่ำกว่า 20ปี คือกลุ่มผู้ก่อเหตุ &amp;nbsp; ให้มีคำสั่งปิดสถานประกอบการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดังกล่าวเป็นเวลา5ปี &amp;nbsp;และขอเรียกร้องให้ตำรวจ พนักงานเจ้าหน้าที่เอาผิดกับร้านค้าตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งในประเด็นการขายให้เด็กและอาจเข้าข่ายขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ด้วย &amp;nbsp;มิเช่นนั้นแล้วไม่ว่าจะเกิดความสูญเสียซักกี่ราย ต้นทางของการเกิดเหตุคือร้านเหล้าผับบาร์เหล่านี้ก็จะยังคงลอยนวล และกอบโกยอยู่ต่อไปโดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายชูวิทย์ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42667</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปิดร้านเหล้า, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190804/image_big_5d467a4823210.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสถิติข่าวภัยน้ำเมาในรอบปี เมาทะเลาะวิวาทสูงสุด คาดปีใหม่ตายเกิน 400 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;20 ธ.ค.61 - เวลา10.00น. ที่เดอะฮอล์บางกอก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.)และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561&amp;rdquo;&amp;nbsp;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปี 2561 ที่รวบรวมไว้ในwww.stopdrink.com โดยมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน พบว่า มีทั้งหมด 872 ข่าว หรือเฉลี่ยวันละ2ข่าว พบคนบาดเจ็บ 523 ราย เสียชีวิต 434 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มวัยทำงาน รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ยังพบ ผู้ก่อเหตุเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และหากจำแนกข่าวจะพบว่า มีข่าวอาชญากรรมทะเลาะวิวาทสูง 207ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.74 ข่าวอุบัติเหตุอื่นๆ 205 ข่าว หรือร้อยละ 23.51 ที่น่าตกใจคือจำนวนนี้เป็นข่าวเมาจมน้ำตาย กว่า 80 ข่าว และข่าวก่อกวน/สร้างความวุ่นวาย 202 ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.16 และข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนน 146 ข่าวคิดเป็นร้อยละ16.74 ส่วนใหญ่เกิดกับกลุ่มเยาวชน และข่าวความรุนแรงในครอบครัว/คุกคามทางเพศ112 ข่าว คิดเป็นร้อยละ12.85 ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามแก้ปัญหาการเสียชีวิตและพิการจากอุบัติเหตุจราจร แต่ประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในปีพ.ศ.2560 จำนวน 15,262 ราย โดยเฉพาะในเทศกาลปีใหม่ปีพ.ศ.2561 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ60คน คิดเป็นเกือบ1.5 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ84 ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจราจร สัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงร้อยละ40 โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ประสบอุบัติเหตุจราจรจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 1.5 เท่า เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันจะไม่สามารถหักหลบ หรือเอามือป้องกันศีรษะตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานยนต์จะสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 2.9 ในขณะที่ผู้ไม่ดื่มสุราจะสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 58.3&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;ในช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ.2562 ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเสียชีวิตของคนไทยอีกกว่า 400 คน เหมือนทุกปี โดยในเทศกาลปีใหม่ การดื่มสุราจะเป็นการจัดงานเลี้ยงในที่ทำงาน ในบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยราชการ ซึ่งจะต่างจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดที่บ้านและชุมชน เมื่อเลิกงานเลี้ยงผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับ และประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง&amp;quot; นพ.พงศ์เทพ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์, พิษภัยน้ำเมา, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี, เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b1c756f89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอ โวย กิจกรรม&quot;หมอชวนวิ่ง&quot;มีบูธคล้ายขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26พ.ย.61-NGO&amp;nbsp;จะเดินทางเพื่อยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ถึงกรณีงานกิจกรรม &amp;ldquo;หมอชวนวิ่ง&amp;rdquo;ปล่อยให้มีบูธเครื่องดื่ม ซึ่งมีโลโก้เสมือนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำรณ ชูเดชา&amp;nbsp;ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า ในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พ.ย. ทางเครือข่ายฯ พร้อมด้วยเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่จะเดินทางเพื่อยื่นหนังสือถึง ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ถึงกรณีงานกิจกรรม &amp;ldquo;หมอชวนวิ่ง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโครงการที่ดีจัดกันทั่วประเทศ และปิดงานที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในงาน กลับปล่อยให้มีบูธเครื่องดื่ม ซึ่งมีโลโก้เสมือนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังอย่างชัดเจน และยังระบุในแก้วน้ำว่า เครื่องดื่มตรา.... ซึ่งไม่สามารถทำได้ เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขเคยฟ้องร้องประเด็นนี้ เพราะการใช้ลักษณะดังกล่าว จะรวมถึงเครื่องดื่มทุกชนิดของยี่ห้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อนี้ ซึ่งศาลก็มีการพิจารณาไปแล้ว เข้าใจว่าน่าจะหลุดออกมา แต่ถ้าเป็นงานอีเว้นท์ใหญ่จะไม่พบเห็นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำรณ กล่าวว่า ประเด็นคือ กระทรวงสาธารณสุข เป็นกระทรวงสุขภาพ การจะปล่อยให้มีสปอนเซอร์ หรือผู้สนับสนุนในลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเราเป็นตัวอย่างสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชนไม่ใช่หรืออย่างไร ซึ่งผมยังเชื่อว่า เรื่องนี้ รัฐมนตรีฯ หรือผู้บริหารระดับสูงคงไม่ทราบเรื่อง จึงไม่แน่ใจว่า เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการ ของผู้ปฏิบัติหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรเสียเรื่องนี้ ทางเครือข่ายฯมองว่า ก็ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็อาจเกิดปัญหาซ้ำๆอี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมหมอชวนวิ่่ง, คำรณ ชูเดชา, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครื่องดื่มชูกำลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfbcffce9fa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
