<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>50241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/11/2019 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/11/2019 08:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธิดา&#039;ละเมอหนักมาก!พวกป้าไม่มีชายชุดดำ ไม่ได้เผาเมือง ไม่มีเครือข่ายล้มเจ้า สงสัยผู้มีอำนาจจัดฉาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
14 พ.ย.62- นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษาแนวร่วมประชาธิปไตยเต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ความเท็จที่ทำให้สังคมเชื่อว่าเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยทั่วไปผู้รักประชาธิปไตย รักสิทธิ เสรีภาพ ความเท่าเทียม และอำนาจประชาชน จะไม่ใช่คนที่เอาเรื่องเอาราวไปฟ้องร้องใครทางการเมืองให้ติดคุก หรือให้ติดคุกนาน ๆ นี่เป็นความจริงที่ปรากฏมาตลอด นอกจากคู่กรณีบางคนที่จำเป็นต้องฟ้องร้องเพื่อปกป้องชื่อเสียง เกียรติยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่โดยภาพรวมของการต่อสู้ทางการเมือง เราถูกกระทำในฐานะเป็นฝ่ายรับ ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อหา...มีชายชุดดำที่เป็นกองกำลังอาวุธ ใช้ความรุนแรง
ข้อหา...มีเครือข่ายล้มเจ้า
ข้อหา...เผาบ้านเผาเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามข้อหานี้ถูกป่าวประกาศ เผยแพร่ ใส่ความซ้ำแล้วซ้ำอีก แม้แต่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล มาออกรายการเล่าเรื่องยังอ้างถึงรถแก๊ส ชายชุดดำของ นปช. คนเสื้อแดง ทั้งสามเรื่องนี้นอกจากทำให้สังคมหลงผิด ยังมีผลต่อคดีความของคนเสื้อแดงและแกนนำ นปช. ทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งตราบเท่าทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเขียนย้อนรอยเหตุการณ์เมื่อพ.ศ. 2552 เราได้เล่าให้ฟังแล้วว่า การชุมนุมของ นปช. นั้น ต่างกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ชัดแจ้ง อย่างหนึ่งคือ เราไม่เคยบุกรุกเข้าหน่วยงานราชการไปเล่นงานเจ้าหน้าที่รัฐใด ๆ อาจมีกรณีเดียวที่บุกรุกกระทรวงมหาดไทยโดยการนำของ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ทราบว่าถูกฟ้องร้อง แต่คงอยู่ในระยะต้น และอาจหลุดคดีอีก เพราะเขา &amp;ldquo;อยู่เป็น&amp;rdquo; ทางการเมืองเรื่องอำนาจรัฐ แต่เท่าที่ทราบ พวกเขาก็อยู่ข้างหน้าบริเวณประตูทางเข้า ไม่ได้เข้าไปในกระทรวง มีพวกแหกคอก (ที่รัฐไม่ยอมจับ ขนาดเห็นหน้าโทนโท่ หรือเป็นพวกเดียวกันสร้างสถานการณ์) ไปทุบรถที่แล่นออกมาจำนวนหนึ่ง แต่แกนนำ นปช. นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ ก็ห้ามปราบไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อหาบุกรุกหน่วยงานรัฐนี้ โปรดสังเกตว่า กปปส. และ พธม. ทำเหมือนกัน คือพยายามยึดหน่วยงานสำคัญ เช่น ทำเนียบรัฐบาล, กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สถานีโทรทัศน์ NBT, กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), ท่าอากาศยาน ฯลฯ รุกไล่เจ้าหน้าที่รัฐ แม้แต่ในลิฟท์ เพราะม็อบ พธม., กปปส. คิดว่าตนเองจะยึดอำนาจรัฐได้โดยมวลชน จึงต้องยึดสถานที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์ของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การชุมนุม นปช. ไม่ได้คิดในการยึดอำนาจรัฐ เป็นเพียงการชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้ดำเนินตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ยุบสภา, เลือกตั้งใหม่คืนอำนาจให้ประชาชน เป็นต้น เพราะเรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของชนชั้นนำอนุรักษ์นิยมหรือกองทัพ
ประการสำคัญต่อมาที่จะพูดต่อไปนี้คือ ปัญหา นปช. มีหรือไม่มีกองกำลังอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้มาชุมนุมส่วนมากเปิดเผยตัวตนชัดเจน ใส่เสื้อสีแดงด้วยความภาคภูมิใจว่าเขาเป็นพลเมืองดี เป็นการต่อสู้สันติวิธีตามรัฐธรรมนูญ ไม่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ไม่มีปัญหากับความมั่นคง เพราะไม่เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนระบอบแต่อย่างใด แต่เรียกร้องให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ คืนอำนาจให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่ามีคนใส่เสื้อสีดำบ้างไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอบได้ว่าก็มีสิ เพราะคนจำนวนหนึ่งชอบเสื้อดำ เพราะดูเท่ดี และอยากแสดงตัวเป็นการ์ด นปช. ซึ่งทำหน้าที่เพียงดูแลความเรียบร้อยและตรวจจับอาวุธคนที่เข้ามาในที่ชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ดังได้กล่าวมาก่อนนี้ว่า ในปี 2552 เราประกาศนโยบาย 6 ข้อชัดเจน เรื่องเป้าหมายการเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข และใช้หนทางสันติวิธี ทั้งองค์กร นปช. และสมาชิก นปช. ต้องปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างเคร่งครัด ใครที่คุยโม้โอ้อวดเรื่องต่อสู้ด้วยอาวุธหรือใช้ความรุนแรงเป็นความรับผิดชอบส่วนตัว และโดยหลักถือว่าเขาไม่ใช่ นปช. อาจเป็นปัญหาส่วนตัวที่ชอบแสดงออก หรือเป็นกลุ่มแดงอิสระบางกลุ่มที่ไม่ยอมรับแนวทาง นปช. ใน 2 ข้อดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการกล่าวหาเรื่องรถแก๊ส เรื่องชายชุดดำที่ใช้อาวุธ ขอยืนยันว่าไม่ใช่การตัดสินใจของ นปช. และแกนนำ นปช. เด็ดขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราพูดซ้ำแล้วซ้ำอีกเรื่องหนทางสันติวิธีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและเป้าหมายทางการเมืองการปกครอง ในโรงเรียน นปช. ทั่วประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกเวทีปราศรัยและการแถลงข่าว แต่ก็ยังถูกกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานใด ๆ ความจริงจนบัดนี้ยังไม่สามารถจับชายชุดดำที่ใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหารได้เลย ได้แต่มีข้อกล่าวหาคนบางส่วนที่อยู่กับอาวุธและคดียังไม่สิ้นสุด มิพักต้องกล่าวถึงว่า ไม่สามารถโยงมาถึง นปช. จริงแต่อย่างใด ดังคำพิพากษาของศาลอาญาเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 62 ในคดีข้อกล่าวหาก่อการร้ายต่อแกนนำ นปช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานที่คู่ความทั้งสองฝ่ายนำสืบแล้ว เห็นว่าการกระทำในการเดินขบวนชุมนุมประท้วงโต้แย้งหรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย และมีคำตัดสินว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากพยานหลักฐานทางนำสืบของโจทก์ไม่มีพยานปากใดที่เข้ามาเบิกความยืนยันว่ามีจำเลยคนหนึ่งคนใดที่เป็นแกนนำกลุ่ม นปช. ได้ทำการปราศรัยหรือกระทำการอันเป็นการยุยงปลุกปั่นให้ผู้ร่วมชุมนุมกระทำการดังที่ได้ระบุไว้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 (1) ถึง (3) แม้โจทก์จะมีพยานเบิกความต่อศาลว่า ระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช. มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นมากมายหลายแห่งตามข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง แต่พยานโจทก์ไม่ได้เบิกความยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นการกระทำของบุคคลใดหรือเป็นการกระทำของฝ่ายใด และไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของแหล่งข่าวว่าเป็นจริงหรือไม่ และยังมีพยานโจทก์อีกหลายปากเบิกความต่อศาลว่าการชุมนุมของ นปช. เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องทางการเมืองให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประกาศยุบสภา แล้วจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่ เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการชุมนุม โดยเฉพาะเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายน 2553 ก็ไม่มีพยานปากใดเบิกความยืนยันว่าเป็นการกระทำของกลุ่ม นปช. การเดินทางไปที่รัฐสภาและสถานีดาวเทียมไทยคมก็เป็นการเดินทางไปเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลมีคำสั่งให้ต่อสัญญาณสถานีโทรทัศน์ช่องพีเพิล ชาเนล ที่รัฐบาลมีคำสั่งให้ปิดหรือตัดสัญญาณไปก่อนหน้านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายชุดดำ ก็ไม่ปรากฏว่าเป็นกองกำลังของฝ่ายใด และไม่สามารถจับกุมบุคคลใดมาดำเนินคดีได้ในขณะนั้น ทั้ง ๆ ที่สถานที่ที่ปรากฏตัวชายชุดดำมีประชาชนอยู่ด้วยจำนวนมาก จึงไม่น่าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐจะจับกุมดำเนินคดีไม่ได้ทันท่วงที การที่แกนนำกลุ่ม นปช. ปราศรัยบนเวทีที่ว่าหากทหารออกมาสลายการชุมนุมหรือทำรัฐประหารให้ประชาชนนำน้ำมันและให้มีการเผานั้น เป็นการกล่าวปราศรัยบนเวทีก่อนวันที่จะมีการชุมนุมใหญ่หลายวัน และไม่มีเหตุการณ์เผาทำลายทรัพย์สินตามที่มีการปราศรัยแต่อย่างใด
(อ่านรายละเอียดได้จาก https://prachatai.com/journal/2019/08/83861)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น การไม่ยอมยุติข้อกล่าวหาเรื่องชายชุดดำ, เรื่องรถแก๊ส ที่เป็นคดีในปี 2552 ถามว่า นปช. สั่งให้เอารถแก๊สไปจอดที่แฟลตดินแดงเพื่ออะไร? นปช. คนเสื้อแดงได้อะไร? มีแต่เสียหาย มีแต่คนที่จงใจสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายป้ายสี นปช. เท่านั้นที่จะทำ ซึ่งอาจเทียบได้กับการเผาตึก ร้านค้า ในกรุงเทพมหานครและศาลาว่าการในต่างจังหวัด ซึ่งคำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 62 ศาลฎีกาคดีประกันภัยที่ตลาดหลักทรัพย์เป็นโจทก์ ฟ้องเรียกค่าเสียหายในความผิดเรื่องประกันภัยต่อ 6 บริษัทประกันภัย โดยในคำพิพากษาระบุชัดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ทางนำสืบของคู่ความทั้งสองฝ่ายรับฟังได้ว่า เหตุเพลิงไหม้อาคารเกิดขึ้นตอน 15.00 น. ภายหลังแกนนำประกาศยุติชุมนุมตอน 13.00 น. ตลอดจนผู้ก่อเหตุทุบทำลายและเผาอาคารก็มีประมาณ 10 คน ทั้งเป็นกลุ่มคนที่ปิดบังอำพรางใบหน้า และกลุ่มที่ทำในลักษณะมีเจตนาก่อเหตุร้ายแล้วหลบหนีไปทันที โดยไม่มีประชาชนอื่นใดร่วมกระทำการ พยานหลักฐานของจำเลยทั้งหกไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟังว่าเหตุเพลิงไหม้ตามฟ้องเป็นผลมาจากการก่อความไม่สงบของประชาชนที่ลุกฮือต่อต้านรัฐบาล และเป็นการก่อการร้ายเพื่อหวังผลทางการเมืองตามข้อต่อสู้ของจำเลยทั้งหก ดังนั้นจำเลยทั้งหกจึงไม่อาจอ้างข้อยกเว้นความรับผิดชอบตามกรมธรรม์ประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายกฟ้องโจทก์ทั้งสามมานั้น ศาลฏีกาฯ ไม่เห็นพ้องด้วย ฏีกาของโจทก์ทั้งสามฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยที่ 1-6 ชดใช้ให้ &amp;ldquo;ตลาดหลักทรัพย์&amp;rdquo; พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อไป
(อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.posttoday.com/social/general/587947)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือคดีเผาเซ็นทรัลเวิลด์ ที่มีคำพิพากษายกฟ้อง 2 นปช. โดยระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลเห็นว่า แม้โจทก์มีพยานเป็นรปภ.ซึ่งถ่ายภาพจำเลยที่ 1 ได้ในที่เกิดเหตุ แต่ตามคำเบิกความของรปภ. พยานโจทก์ ระบุว่าอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร โดยเห็นเพียงว่าจำเลยที่ 1 ถือถังดับเพลิงเท่านั้น แต่ถังดับเพลิงดังกล่าวก็ไม่ใช่อุปกรณ์ที่จะใช้ในการวางเพลิง ประกอบกับพยานโจทก์ไม่สามารถตอบทนายจำเลยได้ว่าเห็นจำเลยที่ 1 เป็นผู้วางเพลิงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำเลยที่ 2 แม้โจทก์จะมีพนักงานห้างที่อยู่ที่เกิดเหตุ 4 คนเบิกความทำนองเดียวกันว่าเห็นคนร้าย 40-50 คน ที่มีชาย 4-5 คนเดินนำหน้าแล้วใช้หนังสติ๊กยิงใส่ต่อเนื่อง กลุ่มพนักงานจึงหลบหาที่กำบัง ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายภายในห้างได้ 9 คน มีจำเลยที่ 2 รวมอยู่ด้วย ศาลเห็นว่ามีข้อน่าสงสัยตามคำเบิกความของพยานโจทก์กลุ่มนี้สามารถจำจำรูปพรรณสัณฐานจำเลยที่ 2 ได้ตรงกันหมด แต่โจทก์ไม่นำเจ้าหน้าที่ที่จับกุมจำเลยที่ 2 มาเบิกความถึงรายละเอียดการจับกุม ยังมีเหตุสงสัยว่าจำเลยที่ 2 จะกระทำผิดตามฟ้องจริงหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
(อ่านรายละเอียดได้ที่ https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/496870)
แม้กระทั่งการเผาศาลากลางต่างจังหวัด มีข้อสงสัยตั้งแต่การทำสำนวนต้นทางจากพนักงานสอบสวน ซึ่งพยายามให้คนที่มีภาพว่าไปศาลากลางจังหวัด (ไปดู, ไปช่วยเจ้าหน้าที่ดับไฟ) รับว่าได้ทำการและข้อสมมุติฐานอื่น ๆ ซึ่งยังไม่ได้ยกประโยชน์แห่งความน่าสงสัยในหลักฐานให้กับผู้ถูกกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งซึ่งขาดหายไปในการพิจารณาคือ การสร้างสถานการณ์โดยฝ่ายคนของรัฐหรือมวลชนจัดตั้งฝ่ายขวาจากองค์กรรัฐ เพื่อทำให้ดูราวกับว่าผู้ชุมนุมเมื่อเลิกชุมนุมก็ก่อความวุ่นวาย ทั้งที่แกนนำยุติการชุมนุมไปแล้ว และสถานที่สำคัญในกรุงเทพฯ รวมทั้งต่างจังหวัดอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสังคมใช้ตรรกะว่า ความวุ่นวายต้องเกิดจากผู้ชุมนุม การยุติการชุมนุมที่มีไม่ใช่เกิดจากการจงใจสร้างสถานการณ์ของฝ่ายผู้ปราบปราม ผู้ชุมนุมก็กลายเป็นผู้ถูกกระทำ ทั้งจากการปราบปรามโดยอาวุธจริง และจากการใช้กลไกรัฐทางกฎหมายจับกุมคุมขังนับจากปี 2553&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนมากถูกดำเนินคดีในขั้นต่าง ๆ
หลายคนไม่ได้ประกันตัว ตั้งแต่วันยุติการชุมนุม
หลายคนได้รับการปล่อยตัวไปแล้ว หลังผ่านไป 7-8 ปี
หลายคนยังอยู่ในที่คุมขัง
หลายคนกำลังจะถูกคุมขังอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดิฉันผ่านการชุมนุมมาตั้งแต่ 14 ตุลา 16 พบว่า การที่ผู้ชุมนุมจะเผาอาคารสถานที่นั้น ต้องมีเป้าหมายว่าเป็นหน่วยงานรัฐที่มีปัญหากับประชาชน แล้วฝูงชนทำอย่างเปิดเผยขณะเคลื่อนไหวจลาจล ไม่ใช่แอบงุบงิบทำ และที่สำคัญ กรณีที่เป็นสถานที่เอกชน ซึ่งไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐที่ปราบปรามประชาชน โดยทั่วไปผู้ชุมนุมจะไม่ทำให้เอกชนเดือดร้อนถึงขนาดเผาตึก เพราะไม่เกี่ยวกับการเอาชนะอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือวิธีคิดของฝ่ายประชาชน ไม่มีการแอบงุบงิบทำไม่ให้ใครเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพิ่งจะเห็นว่าในยุค 2553 นี่แหละที่มีการแอบเผาตึกเอกชนที่ไม่เกี่ยวกับอำนาจรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าผู้ชุมนุมจะทำทำไม? ให้เอกชนเดือดร้อนและผู้ชุมนุมเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผู้ปราบปรามและมวลชนจัดตั้งต้องการสร้างสถานการณ์เพื่อกล่าวโทษผู้ชุมนุม 2553 หรือเปล่า?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าสงสัยอยู่ ???&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชายชุดดำ, ธิดา ถาวรเศรษฐ, ประธานที่ปรึกษานปช., เครือข่ายล้มเจ้า, เผาเมือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191114/image_big_5dccb0f6dff45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
