<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 13:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังคณา&#039;บี้รัฐบาลดูแลผู้อพยพลี้ภัยจากเมียนมาตามหลักสิทธิมนุษยชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.64 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน 62 องค์กร นำโดยนาง อังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช นักวิชาการอิสระด้านสันติภาพ นายศิววงศ์ สุขทวี เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ ยื่นแถลงการณ์ &amp;ldquo;ผู้ลี้ภัยจากประเทศพม่าคือเพื่อนบ้านของประชาชนไทย&amp;rdquo; พร้อมข้อเสนอจากภาคีองค์กรภาคประชาชน 5 เม.ย. 2564 ถึงนายกรัฐมนตรี มีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอังคณา กล่าวว่า มีการใช้ความรุนแรงและใช้อาวุธปราบปรามชนกลุ่มน้อยในเมียนมา ที่ถูกกดดันให้กลับประเทศ และหากปราบปรามมากขึ้นก็จะมีการอพยพเข้ามาในไทย ท่ามกลางการแพร่ระบาดโควิด-19&amp;nbsp; ถ้าเราไม่เตรียมพร้อมสถานที่ก็อาจมีปัญหาดังนั้นเราต้องมีมาตรการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ในการส่งสิ่งของช่วยเหลือ จึงมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยในการรับมือกับการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัยคือ
1.รัฐจะต้องไม่ปฏิเสธการเข้าลี้ภัย โดยหน่วยงานความมั่นคงจะต้องเปิดให้ผู้ลี้ภัย เข้าพักภายในประเทศตามหลักสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวที่รัฐได้จัดไว้
2.เมื่อหน่วยงานความมั่นคงเปิดรับให้ผู้ลี้ภัยเข้าสู่พื้นที่พักพิงแล้วก็ต้องมอบความรับผิดชอบให้กับกระทรวมหาดไทยระดับอำเภอและจังหวัดในการดูแลให้ความคุ้มครอง ซึ่งจะได้ประสานกับหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่นให้มีบทบาทนำในด้านงานควบคุมโรคและองค์กรมนุษยธรรมซึ่งมีประสบการณ์และความพร้อมในด้านงประมาณ
3.รัฐจะต้องอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคประชาชนไทยที่ประสงค์จะช่วยเหลือผู้ลี้ภัย
4.รัฐควรอนุญาตให้สำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) สามารถเข้าถึงผู้ลี้ภัยกลุ่มดังกล่าวและสามารถใช้กลไกคณะกรรมการพิจารณาคัดกรองผู้ได้รับความคุ้มครองตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรองคต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมิลำเนาได้ พ.ศ. 2562 เพื่อคัดกรองผู้ที่ต้องการความคุ้มครองเป็นการเฉพาะเนื่องจากบุคคลเหล่านี้อาจยังไม่สามารถกลับคืนถิ่นฐานพร้อมกับชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนชายแดนได้
และ 5.การตัดสินใจที่จะอำนวยความสะดวกให้ผู้หนีภัยกลุ่มใดหรือบุคคลใดกลับคืนถิ่นฐานจะต้องเป็นบทบาทรวมของหน่วยงานที่ให้ความคุ้มครองดูแลผู้ลี้ภัยไม่ใช่บทบาทของฝ่ายความมั่นคงแต่เพียงฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98921</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางอังคณา นีละไพจิตร, รัฐประหารเมียนมา, สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ, เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_606fec08dc7bd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2018 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยฯจี้รัฐบาลออกแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนต่อชาวโรฮิงญา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.61-เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ ออกแถลงการณ์ ระบุให้รัฐบาลไทยต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนต่อกรณีผู้อพยพทางเรือชาวโรฮิงญา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
หลังจากเหตุการณ์ความรุนแรงครั้งล่าสุดในพื้นที่รัฐยะไข่ในเดือนสิงหาคม 2560 &amp;nbsp;ประเทศเมียนมา ทำให้มีชาวโรฮิงญาเสียชีวิตจำนวนมาก &amp;nbsp;และกว่าเจ็ดแสนคนต้องหนีข้ามไปยังประเทศบังคลาเทศรวมกับผู้ลี้ภัยที่มีอยู่เดิม ทำให้มีจำนวนชาวโรฮิงญาผู้ลี้ภัยรวมทั้งสิ้นว่า &amp;nbsp;900,000 คน ดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่แออัดและขาดสุขอนามัยที่เหมาะสมเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเมื่อวันที่ 1 เมษยน ที่ผ่านมา ได้พบเรือของผู้อพยพชาวโรฮิงญาจำนวน 56 คน มาขึ้นฝั่งไทยเป็นครั้งแรก ในพื้นที่ชายฝั่งอำเภอลันตา จังหวักกระบี่ นับตั้งแต่มีการทำลายขบวนการค้ามนุษย์ที่ปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ทะเลอันดามันของไทย มีการออกหมายจับเจ้าหน้าที่และคนที่เกี่ยวข้องกว่า 150 คน และในวันที่ 19 กรกฎาคม 2560 ศาลได้ตัดสินลงโทษผู้ต้องหาทั้งสิ้น 62 คน จากจำนวนจำเลย 102 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการรายงานข่าว เจ้าหน้าที่ได้ให้ความช่วยเหลือให้เดินทางทางเรือต่อไป ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงการขาดแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายในการเผชิญเหตุการณ์ผู้อพยพทางเรือที่มีประสิทธิภาพและเคารพในความเป็นมนุษย์ตามหลักสากล รวมถึงการป้องกันไม่ให้ผู้มีอิทธิพล และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมายอย่างที่เคยเกิดขึ้นในระหว่างปี 2556-2558&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งกำหนดมาตรการภายใต้กฎหมายของไทยที่สอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนสากลที่ชัดเจนอย่างเร่งด่วน โดยคำนึงถึงอำนาจตามกฎหมายภายในของไทย และความสอดคล้องหลักการสิทธิมนุษยชน ดังรายละเอียดต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยจากการเดินทางทะเล กำหนดให้มีการคัดกรอง จัดทำประวัติ และจำแนกกลุ่มที่เปราะบางเพื่อให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเด็ก ผู้หญิง ผู้ที่มีความเปราะบางอื่นๆ ที่มีความสงสัย ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปรามปรามการค้ามนุษย์ และพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ซึ่งเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนสากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ให้ดำเนินการตามมาตรา 19 ในพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ที่ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาตไปพำนัก ณ สถานที่ที่เห็นสมควรในระหว่างการดำเนินการ เช่น มัสยิด หรือบ้านพักฉุกเฉิน โดยต้องไม่กักขังตัวไว้ที่ห้องกัก ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เร่งจัดตั้งกลไกประสานงานส่งต่อกับหน่วยงานราชการ ประชาสังคมภายในประเทศ และระหว่างประเทศ ทั้งในระดับพื้นที่ชายฝั่ง และระดับชาติ ที่ประกอบด้วยรัฐบาลของชาติที่เกี่ยวข้องในกลุ่มประเทศอาเซียน และหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการหยุดยั้งการเดินทางออกมาจากชายฝั่งบังคลาเทศ รวมถึงรับมือกับสถานการณ์ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่อาจจะเดินทางมามากขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.รัฐบาลไทยจะต้องเร่งรัดจัดทำกลไกการคัดกรองกลุ่มผู้หลบหนีเข้าเมืองและผู้ลี้ภัย ตามมติ คณะรัฐมนตรีเมื่อ 10 มกราคม 2560 เพื่อให้เป็นแนวทางกำกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนในกรณีที่พบผู้อพยพลี้ภัยในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.รัฐบาลจะต้องยุติมาตรการ &amp;quot;ช่วยเหลือให้ไปต่อ&amp;quot; ที่เคยดำเนินการระหว่างปี 2555 - 2558 รวมถึงนโยบายในทางลับที่อนุญาตให้หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ใช้อำนาจโดยไม่มีการตรวจสอบ และเป็นปัจจัยผลักดันที่จะทำให้มีการใช้อำนาจเกินกว่ากฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การขยายตัวของขบวนการนำพาและค้ามนมนุษย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6336</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้อพยพ, รัฐบาลไทย, สิทธิมนุษยชน, เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ, เมียนมา, โรฮิงญา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180403/image_big_5ac2f01da77c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
