<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2020 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2020 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทวัญ&#039; หาช่องคุ้มครองผู้บริโภค เล็งแก้โฆษณาสินค้า &#039;น้ำดื่ม-เบียร์&#039; ใช้โลโก้เดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ก.พ.63 - ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังรับหนังสือจากเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุราและเครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ภาคีเครือข่ายงดเหล้าทั่วประเทศ ที่ได้มายื่นจดหมายเปิดผนึก เพื่อสนับสนุนให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค ออกกฏหมายลูก ห้ามโฆษณาปิดช่องว่างธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้ตราเสมือน น้ำดื่ม โซดา น้ำแร่ เบียร์ 0% ไร้แอลกอฮอล์ ว่า ทราบว่าเรื่องดังกล่าวเป็นปัญหามานาน สำหรับกฎหมายที่ออกมาใหม่และค่อนข้างรัดกุมมากขึ้น แต่ก็เป็นช่องว่างของกฎหมาย บริษัทที่ขายสุราใช้กลยุทธ์ในการทำการตลาดออกตราผลิตภัณฑ์เดียวกัน ซึ่งพบว่าเป็นที่ทราบกันอยู่และเกือบทุกยี่ห้อที่จะมีผลิตภัณฑ์น้ำดื่มแล้วใช้ตราเดียวกัน เพราะเนื่องจากว่าไม่สามารถโฆษณาเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้ ก็ไปโฆษณาร้านที่ใช้ตราสัญลักษณ์ยี่ห้อเดียวกัน เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมจะนำข้อเสนอทุกอย่างนี้ไปพิจารณา โดยในวันเดียวกันนี้ได้ให้เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) มาร่วมรับทราบ และรับเรื่องราวไปดูด้วยว่าจะสามารถมีช่องทางใดที่ไหนเบื้องต้นจะทำเรื่องเตือน หรือสามารถดำเนินการตามกฏหมายได้ เพราะเรื่องนี้เวลาเราทุกคนไปไหนมาไหนก็เห็นป้ายโฆษณาชัดเจนว่าในความเป็นจริงก็ใช้โลโก้อันเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนจากเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์เป็นน้ำเปล่า ซึ่งเป็นช่องว่างทางกฎหมายและผมจะได้ให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคไปพิจารณา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทวัญ กล่าวว่าขอบคุณทุกคนที่มีความเป็นห่วงปัญหาดังกล่าวเพราะเราคงไม่อยากให้เยาวชนไทยหรือประชาชนคนไทยไปลุ่มหลงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมรับที่จะไปหารือกับสคบ.ก่อน เพื่อดูว่ามีช่องทางอย่างไร และในโอกาสต่อไปจะได้เชิญทางเครือข่ายมาปรึกษาหารือกันหาทางออกที่ดี หรือจัดเวทีเสวนาด้วยกันขอขอบคุณในความหวังดีเจตนาดีเพื่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56447</URL_LINK>
                <HASHTAG>เครือข่ายงดเหล้า, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เทวัญ ลิปตพัลลภ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200206/image_big_5e3b9e484fc80.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28824</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2019 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/02/2019 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละแบรนด์ดีเอ็นเอเหล้า รัฐเกียร์ว่างปล่อยช่องเอื้อทุน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.พ.62- ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา จัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสครบรอบ11ปี พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551ภายในงานได้มีการจัดขบวนจำลองสถานการณ์สะท้อนผลกระทบจากน้ำเมา ทั้ง อุบัติเหตุ ทะเลาะวิวาท ความรุนแรงในครอบครัว โรคภัยไข้เจ็บ และอาชญากรรม เดินรณรงค์แจกสื่อประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุญอยู่ ขอพระประเสริฐ &amp;nbsp;อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยเกริกกล่าวในเวทีเสวนา &amp;ldquo;หยุดตราเสมือนเลี่ยงกฎหมายควบคุมสุรา&amp;rdquo; โดยเปิดเผยงานวิจัย เรื่องการรับรู้ของประชาชนต่อการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านตราเสมือนหรือแบรนด์DNA และสัญลักษณ์ที่มีความคล้ายคลึงกัน ปี2561 สำรวจกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ15ปีขึ้นไป ใน10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี จันทบุรี ราชบุรี เชียงใหม่ พิษณุโลก นครศรีธรรมราช สงขลา สุรินทร์ ขอนแก่น โดยให้กลุ่มตัวอย่างดูภาพ ทั้ง30ภาพที่เป็นตราสัญลักษณ์ที่คล้ายคลึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 80-85%มองว่าทั้ง11ภาพเป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากนี้70-79% มองว่าทั้ง15ภาพเป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ60-68% มองว่าทั้ง 4 ภาพ เป็นตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุญอยู่ ระบุว่า &amp;nbsp;ซึ่งสรุป คือเกือบทั้งหมดมองว่าแบรนด์ดีเอ็นเอ คล้ายคลึงกับแบรนด์ของยี่ห้อแอลกอฮอล์ ซึ่งธุรกิจน้ำเมาใช้มาก่อน แล้วนำมาดัดแปลง บางส่วน จดทะเบียน เป็นเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำดื่ม น้ำแร่ ซึ่งในการรับรู้ของประชาชนผู้บริโภคนึกถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และรับรู้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์เดิมนั้นๆ โดยไม่เห็นถึงความแตกต่าง ยังยึดติดของเดิม ในการรับรู้แบรนด์ดีเอ็นเอสินค้านั้น ว่าเป็นของแบรนด์แอลกอฮอล์เดิม ซึ่งคือเจตนาแอบแฝงโฆษณาแอลกอฮอล์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดร.บุญอยู่ กล่าวต่อว่า กฎหมายไทยมีข้อบังคับควบคุมไม่ให้โฆษณาในกรณีของแบรนด์ดีเอ็นเอ เพราะมันชี้ชัดว่ารับรู้แล้วเชื่อมโยงไปสู่แบรนด์เดิม เป็นท็อป ออฟ ไมน์ สิ่งที่อยู่ในใจเชื่อมโยง แบรนด์เดิม ความทรงจำเดิมแรกที่เห็น คืออาศัยช่องทางกฎหมาย ความไม่บูรณาการของหน่วยงานรัฐ กระทรวงพาณิชย์ยอมให้จดทะเบียนได้ เป็นแบรนด์ดีเอ็นเอ ขณะที่ กระทรวงสาธารณสุขก็มีกฎหมายควบคุมการโฆษณา แต่กลับทำงานย้อนแย้งหน่วยงานรัฐไม่ยอมทำความเข้าใจร่วมกันพาณิชย์ก็ไม่ฟังนโยบายสาธารณสุข นี้คือปัญหา มันไม่ใช่กฎหมายตีความไปไม่ถึง เพราะกฎหมายคุมหมดแล้ว ในการสื่อการตลาดเรื่องสัญลักษณ์ แต่นี้คือเจตนาตีความแอบแฝง ซึ่งงานวิจัยชุดนี้ต้องการพิสูจน์ว่าแบรนด์ดีเอ็นเอ กับ แบรนด์แอลกอฮอล์ดั้งเดิม คนยังรับรู้ แม้จะมีการแปลงเป็นอย่างอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ยกตัวอย่างเช่น รถคนคันนี้สีดำ แต่คนไทยไปเขียนติดป้ายไว้หลังรถว่าสีแดง เขียนติดเพราะความเชื่อ ซึ่งเรื่องนี้ก็เช่นกัน แบรนด์แอลกอฮอล์ เดิม กับแบรนด์ดีเอ็นเอ ก็เหมือนกัน เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มองว่าเป็นสีดำ ทั้งที่มันเป็นสีดำ แต่ไปเขียนตามเขาบอกว่าเป็นสีแดง แล้วให้จดทะเบียนซึ่งมันเป็นปัญหาการทำงานของรัฐ ความไม่เข้าใจของหน่วยงานรัฐด้วยกัน ทำงานย้อนแย้งกันเอง ไม่ใช่ว่ากฎหมายควบคุมหรือไปไม่ถึง ซึ่งเป็นการทำเพื่อให้ทุนแอลกอฮอล์ได้ประโยชน์&amp;rdquo; ดร.บุญอยู่ กล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุญอยู่ กล่าวด้วยว่า งานวิจัยชุดนี้ เพื่อเป็นข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ถึงการรับรู้ของประชาชนที่มีต่อการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผ่านแบรดน์ดีเอ็นเอ โดยการเก็บข้อมูลและทำการศึกษาความคิดเห็นของประชาชน เด็กและเยาวชน ผ่านแบรนด์ดีเอ็นเอ ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลสำหรับการสร้างความรู้เท่าทันการตลาด ของกลุ่มทุนแอลกอฮอล์ ทั้งให้หน่วยงานรัฐ และเครือข่ายเฝ้าระวังการกระทำความผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และจนท.ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงพัฒนาปรับปรุงกฎหมายเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;น.ส.สถาพร อารักษ์วทนะ นักวิชาการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทธุรกิจแอลกอฮอล์เก่งในการตลาด และยอมจ่าย เพราะเขาคิดว่ารายได้คุ้ม ถึงแม้จะมีกฎหมายมาบังคับใช้เหมือนในปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการทำงานเชิงรุกของ อย.หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะคงไม่มีประชาชนที่ไหนจะไปเรียกร้องหรือ ฟ้องร้อง ได้ทุกวัน เพราะฉะนั้นหน่วยงานรัฐอย่าง อย. จึงต้องมีหน่วยติดตามตรวจสอบ จริงจัง ไม่ใช่ล่าช้า ถ้าหากเป็นห่วงเป็นใยประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในกระบวนการทางกฎหมาย เพราะกว่าที่ อย.จะดำเนินการ ก็ใช้เวลานาน และเราต้องสูญเสียไปจำนวนเท่าไหร่ เพราะการเสพสื่อ ที่สร้างผลเสีย ต่อเด็กเยาวชน อาชญากรรมปัญหาสังคมต่างๆ ซึ่งต้องยอมรับว่านี้คือปัญหาโครงสร้างใหญ่ แต่รัฐและประชาชนเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อ ครอบครัว เยาวชน เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และประเทศชาติ จึงไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการใช้แบรนด์เสมือนหรือแบรนด์DNA ในโฆษณาเดียวกันได้ &amp;nbsp;ซึ่งจะต้องระงับ ยกเลิก และที่ผ่านมา อย.มีการเรียกปรับแบบประณีประณอมธุรกิจทุนเหล่า จึงขอเรียกร้องให้ อย.หรือ หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบดูแล ให้บังคับใช้โทษปรับสูงสุด มีการออกกฎหมายเรื่อง แบรนด์ดีเอ็นเอให้ชัดเจน&amp;rdquo; น.ส.สถาพร กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า การยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าน้ำดื่มต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา เข้าลักษณะ ตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 &amp;nbsp;มาตรา 8 คนทั่วไปสับสน ไม่สามารถแยกแยะความแตกต่างของเครื่องหมายการค้าที่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับน้ำดื่มหรือผลิตภัณฑ์ที่มิใช่สุราตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตได้ มาตรการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2551เป็นมาตรการสำคัญในการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ธุรกิจสุราอาศัยช่องว่างของกฎหมายเลี่ยงไม่ใช้เครื่องหมายการค้าของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในการโฆษณา ใช้เล่ห์กลไปจดทะเบียนน้ำดื่ม โซดาหรือผลิตภัณฑ์อื่นแทน แต่เป้าหมายแท้จริงคือ ต้องการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านสื่อต่าง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อยากเรียกร้องให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่รับจดทะเบียนให้กับธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสั่งเพิกถอนเครื่องหมายการค้าของเครือข่ายธุรกิจสุราที่มีปัญหาลักษณะเดียวกัน ที่เคยจดทะเบียนไว้ &amp;nbsp;เพราะถือเป็นกรณีการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายที่ต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามกฎหมาย และถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ในขณะที่มองในมิติผู้บริโภคก็สุ่มเสี่ยงที่จะเข้าข่ายหลอกลวงทำให้สับสน ผลสำรวจที่ออกมาก็ระบุชัดโดยเฉพาะเด็กเยาวชนที่กลายเป็นเหยื่อ ความสับสนที่โน้มเอียงไปทางตราแอลกอฮอล์ อาจจะเข้าข่ายหลอกลวงสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคต้องดูตรงนี้ได้ &amp;nbsp;เพราะกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดการปัญหานี้ไม่ได้ กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งมีช่องทางในการดำเนินการได้&amp;quot; นายคำรณ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28824</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธุรกิจแอลกอฮอล์, พรบ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, องค์กรผู้บริโภค, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, แบรนด์ดีเอ็นเอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190211/image_big_5c6114a072714.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 11:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 11:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดสถิติข่าวภัยน้ำเมาในรอบปี เมาทะเลาะวิวาทสูงสุด คาดปีใหม่ตายเกิน 400 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;20 ธ.ค.61 - เวลา10.00น. ที่เดอะฮอล์บางกอก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.)และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561&amp;rdquo;&amp;nbsp;เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปี 2561 ที่รวบรวมไว้ในwww.stopdrink.com โดยมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน พบว่า มีทั้งหมด 872 ข่าว หรือเฉลี่ยวันละ2ข่าว พบคนบาดเจ็บ 523 ราย เสียชีวิต 434 ราย ส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มวัยทำงาน รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;นอกจากนี้ยังพบ ผู้ก่อเหตุเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และหากจำแนกข่าวจะพบว่า มีข่าวอาชญากรรมทะเลาะวิวาทสูง 207ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.74 ข่าวอุบัติเหตุอื่นๆ 205 ข่าว หรือร้อยละ 23.51 ที่น่าตกใจคือจำนวนนี้เป็นข่าวเมาจมน้ำตาย กว่า 80 ข่าว และข่าวก่อกวน/สร้างความวุ่นวาย 202 ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.16 และข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนน 146 ข่าวคิดเป็นร้อยละ16.74 ส่วนใหญ่เกิดกับกลุ่มเยาวชน และข่าวความรุนแรงในครอบครัว/คุกคามทางเพศ112 ข่าว คิดเป็นร้อยละ12.85 ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามแก้ปัญหาการเสียชีวิตและพิการจากอุบัติเหตุจราจร แต่ประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในปีพ.ศ.2560 จำนวน 15,262 ราย โดยเฉพาะในเทศกาลปีใหม่ปีพ.ศ.2561 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ60คน คิดเป็นเกือบ1.5 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ84 ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจราจร สัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงร้อยละ40 โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ประสบอุบัติเหตุจราจรจะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 1.5 เท่า เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันจะไม่สามารถหักหลบ หรือเอามือป้องกันศีรษะตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานยนต์จะสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 2.9 ในขณะที่ผู้ไม่ดื่มสุราจะสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 58.3&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;x&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;quot;ในช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ.2562 ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเสียชีวิตของคนไทยอีกกว่า 400 คน เหมือนทุกปี โดยในเทศกาลปีใหม่ การดื่มสุราจะเป็นการจัดงานเลี้ยงในที่ทำงาน ในบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยราชการ ซึ่งจะต่างจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดที่บ้านและชุมชน เมื่อเลิกงานเลี้ยงผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับ และประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง&amp;quot; นพ.พงศ์เทพ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24656</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์, พิษภัยน้ำเมา, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, เภสัชกรสงกรานต์ ภาคโชคดี, เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b1c756f89f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17206</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2018 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2018 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ห่วง&#039;โอ วรุฒ&#039; เผชิญภาวะแทรกซ้อนไต-กระแสเลือด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากเฟซบุ้ค ธงชัย ยงยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งกำลังใจ &amp;#39;โอ วรุฒ&amp;#39; แพทย์ดูแลใกล้ชิด สมองไม่รับรู้ ห่วงภาวะแทรกซ้อนไต -กระแสเลือด แห่ให้กำลังใจพระเอกอารมณ์ดีทั่วสารทิศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ก.ย.61- ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ของ รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่เกี่ยวกับอาการของ&amp;quot;โอ-วรุฒ วรธรรม&amp;quot; อดีตพระเอกชื่อดังวัย 49 ปี หลังจากเคลื่อนย้ายแบบฉุกเฉินมาจาก รพ.หางดง เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมา(9 ก.ย.) จากอาการหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน ทำให้แพทย์ต้องใช้เครื่องทำการปั๊มหัวใจนานกว่า 20 นาที จนชีพจรกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะย้ายมาที่ รพ.นครพิงค์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า อดีตพระเอกดังยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในห้อง ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยที่ผู้ป่วยยังมีอาการทรงตัว ชีพจรยังเต้นอยู่ และยังใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยวันนี้ทีมแพทย์และผู้บริหาร รพ.นครพิงค์ จะเข้ามาดูประเมินสถานการณ์และจะให้ความคืบหน้าที่ชัดเจนอีกครั้ง ท่ามกลางกำลังใจจากทุกฝ่าย รวมทั้งผู้มาใช้บริการที่ รพ.นครพิงค์ต่างก็แสดงความเป็นห่วงอดีตพระเอกหนุ่มอารมณ์ดีผู้นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามตลอดคืนที่ผ่านมาทางครอบครัวทั้งคุณพ่อแรม วรธรรม และญาติพี่น้อง คนใกล้ชิดของอดีตพระเอกดัง ก็มาเฝ้ารอดูอาการตลอดและทางญาติรวมทั้งผู้ใกล้ชิด ได้ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่ายวันที่ 9 ก.ย. โอ-วรุฒ ได้เดินทางไปทำงานที่จังหวัดลำพูน รับเชิญให้ไปร่วมงาน แข่งขันอาหาร ก่อนจะเดินทางกลับมาบ้านที่ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ในช่วงเย็นเพื่อพักผ่อน ในระหว่างที่กำลังจะเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพัก ช่วงที่น้องสาวหันหลัง โอ วรุฒก็ได้ล้มลง แต่โชคดีที่อยู่ใกล้คว้าตัวไว้ทันก่อนที่จะล้มลงกระแทกพื้น แต่หลังจากนั้นก็เกิดอาการเกร็งและชักจนหมดสติไป ญาติจึงช่วยกันปฐมพยาบาลและรีบโทรแจ้งให้หน่วยกู้ชีพ 1669 มาช่วยเหลือ แต่เมื่อมาถึง โอ วรุฒ ก็หมดสติไปแล้ว จึงเร่งนำส่งนำตัวส่ง รพ.หางดงอย่างเร่งด่วนและช่วง 20.30น. ก็ถูกส่งตัวมาที่ รพ.นครพิงค์ในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายธงชัย ยงยืน เครือข่ายองค์กรงดเหล้า สคล.ภาคเหนือ ผู้ที่มีบทบาทสำคัญทำให้โอ วรุฒ เลิกเหล้าและสนิทเหมือนน้องชายของโอ บอกว่า ทันทีที่ทราบข่าวตกใจมากและมาที่โรงพยาบาลทันที ซึ่งครอบครัวต่างรอฟังอาการและเป็นห่วง ซึ่งภรรยาของพี่โอ เป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลนี้ด้วย ทั้งนี้ทราบว่า อาการยังทรงตัวและสาหัสอยู่ ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ยังไม่ได้สติ แต่คุณหมอดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้สมองยังไม่รับรู้อะไร มีอาการแทรกซ้อนหลายอย่าง ทั้งไต กระแสเลือด ขอให้ทุกคนช่วยกันสวดมนต์ภาวนาส่งพลังใจให้พี่โอด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17206</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้ชีพ1669, รพ.นครพิงค์, อาการ, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, โอ วรุฒ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180910/image_big_5b9602e86bdbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14890</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/06/2018 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ควันหลงสงกรานต์เลือด “วัยรุ่น”ชี้ยังเกาไม่ถูกที่คัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมาจะมีมาตรการรณรงค์ให้ผู้คนเลิกดื่มแอลกอฮอล์เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่เมื่อถึงสถานการณ์จริง แนวโน้มความสูญเสียกลับไม่ลดน้อยลงเลย สันนิษฐานเบื้องต้นว่าเกิดจากเหตุปัจจัยหลายประการ อาทิ เป็นเพราะบริษัทน้ำเมายังโฆษณาแอบแฝงขายสินค้าโดยไม่คำนึงถึงสังคม นักดื่มยังขาดจิตสำนึกต่อส่วนรวม และการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐไม่เข้มงวด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียงสะท้อนดังกล่าวดังมาจากความคิดเห็นที่หลากหลายจากงานเสวนา &amp;ldquo;ควันหลง...สงกรานต์ ถอดรหัส เจ็บ ตาย : หรือเกาไม่ถูกที่คัน&amp;rdquo; จัดโดยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เมื่อเร็วๆ นี้&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์ ประธานคณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาของช่วงเทศกาลหยุดยาวที่ผ่านมากว่า 10 ปี มักพบปัญหาจากสุราที่เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บ ตาย พิการ ทะเลาะวิวาท พฤติกรรมไม่เหมาะสมที่ขัดกับวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของคนไทย ตัวอย่างที่ผ่านมาจากเทศกาลสงกรานต์ แม้จะมีมาตรการต่างๆ ออกมามากมาย แต่ข้อมูลสถิติจากศูนย์ความปลอดภัยทางถนน พบว่า ตั้งแต่วันที่ 11-17 เมษายน 2561 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมประมาณ 418 ราย ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บ 3,897 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ที่มีผู้เสียชีวิต 390 ราย&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต สุรายังคงเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและความรุนแรงต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งข้อมูลจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2560 พบว่า ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 55.9 ล้านคน เป็นผู้ที่ดื่มสุราในรอบปีที่ผ่านมาประมาณ 15.9 ล้านคน (ร้อยละ 28.4) ซึ่งจำนวนผู้ดื่มสุราลดลงจากเดิมเมื่อปี 2557 และ 2558 (ร้อยละ 32.3 และ 34.5) แม้สถานการณ์การดื่มของประชาชนไทยลดลง แต่ผลกระทบจากสุราทั้งการบาดเจ็บ ตาย พิการ พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ มีให้เห็นตลอดระยะเวลาในช่วงเทศกาลหยุดยาวของคนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวกนิษฐา ไทยกล้า อาจารย์สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า จากการศึกษาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ระหว่างพื้นที่โซนนิงปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และพื้นที่ปกติ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พบว่า แม้เทศกาลงานสงกรานต์ส่งผลดีในแง่ธุรกิจการท่องเที่ยว แต่เมื่อมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเกี่ยวข้องย่อมกระทบเชิงลบ ได้แก่ การคุกคามทางเพศ การลวนลาม การเมาและทะเลาะวิวาท พบมากที่สุดในพื้นที่รอบคูเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตโซนนิงปลอดเหล้า มีคนเล่นน้ำสงกรานต์เป็นจำนวนมาก นิยมดื่มแอลกอฮอล์ทั้งบนรถ ทางเท้า สนามหญ้าสาธารณะ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุจราจร กระทบวัฒนธรรม ประเพณีไทย ส่วนการรณรงค์สงกรานต์ปลอดเหล้านั้น แค่ขอความร่วมมืออาจไม่เพียงพอ แต่ต้องสร้างจิตสำนึกให้แก่คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้ทราบถึงประเพณี วัฒนธรรมที่ไม่จำเป็นต้องดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรรณรงค์อย่างต่อเนื่องและเข้มข้น บังคับใช้กฎหมาย เช่น เพิ่มกฎหมายการห้ามดื่มในทางเดินทางสาธารณะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสมควร งูพิมาย ภาคประชาสังคมนครราชสีมา กล่าวถึงบทเรียนความสูญเสียกรณีไลฟ์สดดื่มแล้วขับ จนมีผู้เสียชีวิตถึง 4 รายที่โคราช ในช่วงสงกรานต์ซึ่งผ่านมาได้เพียงไม่นานว่า จากการเข้าไปพูดคุยกับญาติผู้สูญเสีย พบว่ากระทบต่อจิตใจอย่างมาก เช่น ครอบครัวที่เสียลูกชายทั้ง&amp;nbsp;


respin88 2 คน น้องชายเพิ่งเรียนจบ อนาคตกำลังไปได้ดี ส่วนพี่ชายก็เป็นเสาหลักของบ้าน พอเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ทำให้คนในบ้านกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เหมือนตายทั้งเป็น ตอนนี้ภรรยาผู้เสียชีวิตไม่ยอมพูดคุยกับใคร เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า และลูกชายวัย 8 ขวบยังปรับตัวไม่ได้ ไม่ยอมไปโรงเรียน เพราะเสียใจที่พ่อจากไป ส่วนอีกครอบครัวต้องมีหนี้สินเพิ่ม เนื่องจากกู้เงินเพื่อไปทำงานที่ต่างประเทศ แต่ผู้เป็นพ่อต้องออกจากงานกะทันหันเพื่อมางานศพลูก และแทบขาดใจ รับไม่ได้กับเหตุการณ์สูญเสียครั้งนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ความสูญเสียครั้งนี้กระทบจิตใจญาติพี่น้อง ลูกเมียอย่างรุนแรง อีกทั้งยังถูกโลกโซเชียลตีตราว่าเป็นคนผิด ถือเป็นบทเรียนให้ต้องมาช่วยกันป้องกันปัญหาที่เกิดจากสุรา และอยากฝากถึงผู้ที่ใช้รถใช้ถนนว่าต้องมีสติ ดื่มไม่ขับเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ส่วนบริษัทน้ำเมาต้องหยุดโฆษณาโหมการตลาด เพราะไม่เคยเห็นธุรกิจนี้ออกมาแสดงความรับผิดชอบเมื่อมีเหยื่อน้ำเมาเกิดขึ้นจากสินค้าของตนเองเลย&amp;rdquo; นางสมควรกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนพัฒนานโยบายสาธารณะ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า กล่าวว่า มาตรการเรื่องโซนนิงพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์ ถือว่าได้ผลลดปัญหาต่างๆ ได้ เช่น ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น, สงกรานต์ที่ถนนสีลม สงกรานต์ผ้าขาวม้าที่สยามสแควร์, สงกรานต์ M2F ที่ Central World และถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ แต่ก็ยังมีพื้นที่จัดงานเอกชนและห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ต่างๆ กลับกลายเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงแทน เนื่องจากถูกธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้เป็นสถานที่ส่งเสริมการขาย มีการจัดเป็นสงกรานต์กลางคืน หรือ Midnight สงกรานต์ ที่พ่วงลานเบียร์ซึ่งยากต่อการควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ถึงเวลาแล้วที่สังคมต้องร่วมกันขยายผลมาตรการโซนนิงพื้นที่เล่นน้ำให้เกิดความต่อเนื่อง และสร้างกระแสให้สังคมร่วมกันผลักดัน กระตุ้นผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ตระหนักถึงผลกระทบการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อช่วยลดความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำ ลดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ลดการล่วงละเมิดทางเพศ และลดอุบัติเหตุและผู้เสียชีวิตที่เกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านความเห็นจากตัวแทนเยาวชน คือ น.ส.ปาลิณี ต่างสี แกนนำเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ กล่าวว่า สาเหตุที่ยังมีเยาวชนเข้าไปดื่มสุราและเบียร์ และสร้างความสูญเสียในช่วงที่ผ่านมา เพราะยังมีการลักลอบการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นอกเวลา ส่งผลให้พวกเขาดื่มได้อย่างอิสระและมากขึ้น รวมทั้งสถานบันเทิงต่างๆ ยังมีการแอบเปิดเกินเวลา เพราะอ้างว่าเป็นช่วงเทศกาล และไม่มีการตรวจบัตรประชาชนเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน ทะเลาวิวาท และคุกคามทางเพศ จึงอยากเรียกร้องให้ปีต่อๆ ไป ผู้เกี่ยวข้องต้องมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการต่างๆ และบริษัทผู้จำหน่ายน้ำเมา ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ตัวเองมาร่วมกิจกรรมต่อต้านสุรากับเครือข่าย เพราะมีคนใกล้ชิดได้รับผลกระทบจากน้ำเมา จึงไม่อยากให้คนในสังคมมีฝันร้ายแบบตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับนายธนเดช ใจสบาย แกนนำเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เพราะมีการให้ขายสุราแก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 20 ปี จึงทำให้พวกเขาขาดสติเมื่อขี่รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน รวมทั้งการทะเลาะวิวาท ที่ส่วนใหญ่มักเกิดในเส้นทางสถานบันเทิง และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น เยาวชน รวมทั้งผู้ปกครองก็มานั่งเสียใจภายหลัง ซึ่งบางครั้งอาจสายเกินไป ดังนั้นหากจะแก้ปัญหา พวกเราต้องปลูกจิตสำนักแก่ส่วนรวมให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนให้เห็นโทษของสุรา เพราะจะหวังความรับผิดชอบจากผู้ประกอบการที่ขายสุรา หรือบริษัทน้ำเมาคงเป็นเรื่องยาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากสถิติและเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นจะทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงปัญหา พร้อมหามาตรการรับมือก่อนความสูญเสียรอบใหม่จะเกิดขึ้น.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14890</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควันหลง...สงกรานต์, งดดื่มสุรา, ช่วงเทศกาลหยุดยาว, นายแพทย์คำนวณ อึ้งชูศักดิ์, ประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่, สสส, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b69444e3ec2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2018 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2018 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039; ชวนคนไทยดื่มนมงดเหล้า - ปัดตอบปมขอโทษ &#039;พุทธะอิสระ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.61 &amp;nbsp;- ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยก่อนการประชุมนายกฯไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวต่อกรณีที่ออกมาขอโทษการเข้าจับกุม นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือพระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย เป็นเพราะไม่สบายใจหรือไม่ และไม่ตอบกรณีที่ นายแพทย์เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เรียกร้องให้ใช้คำสั่งคสช. มาตรา 44 ปลดพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ก่อนเดินขึ้นตึกบัญชาการทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน &amp;ldquo;วันดื่มนมโลก (World Milk Day)&amp;rdquo; โดยด.ช.สราวุธ สังขรัตน์ หรือน้องเบส นักกีฬาปิงปอง แชมป์เยาวชนปี 2560 ได้ชวนพล.อ.ประยุทธ์ ดื่มนม ก่อนแข่งกันงัดข้อ ซึ่งผลออกมาเสมอกัน ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอให้คนไทยช่วยกันรณรงค์ให้มีการดื่มนมมากขึ้น จากเดิมเฉลี่ยปีละ 18 ลิตรต่อคนต่อปี เป็น 25 ลิตรต่อคนต่อปี เพราะจะเสริมสร้างทั้งร่างกายและสมอง โดยเฉพาะเด็ก ซึ่งเป็นวัยที่กำลังเจริญเติมโต ส่วนผู้ใหญ่ก็สามารถดื่มได้ แต่ต้องดูด้วยเพราะอาจมีปัญหาบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีนมไขมันต่ำให้ดื่มด้วย ดังนั้น จึงไม่ต้องกลัวการดื่มนม เพราะไม่มีปัญหาอะไร มีคุณมากกว่าโทษ ขอให้ช่วยดื่มนมกันต่อไป แล้วใครจะเสริมด้วยการดื่มน้ำนมข้าวก็ได้ ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะเรากำลังผลิตน้ำนมข้าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ประเทศไทยดื่มน้ำอัดลมเป็นอันดับ 1 และดื่มเหล้าเป็นอันดับ 5 ของโลก ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอบว่า ต้องลดการดื่มเหล้า น้ำอัดลม และอาหารขยะ แล้วหันมาดื่มนม รับประทานอาหารอินทรีย์ ผัก และอื่นๆ ขอให้ช่วยกันรณรงค์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น นายสินธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ นำคณะเข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงานแสดงสินค้าอาหาร 2561 หรือ THAIFEX - World of Food Asia 2018 โดยนายกฯได้ชิมแมลงทอดกรอบ อาทิ ดักแด้ แมงสะดิ้ง พร้อมบอกแมลงมีโปรตีน และโอเมก้าสูง ช่วยบำรุงสมอง จึงอยากให้ช่วยส่งเสริมให้คนไทยหันมารับประทานกันมาก เพราะแมลงทอดกรอบเป็นสินค้าที่ส่งออกไปยังเมืองนอกอีกด้วย จากนั้นนายกฯ ได้นำแมลงทอดไฮโซ และแมลงทอดกรอบกระป๋อง ภูฟาร์ม มาให้ผู้สื่อข่าวชิม พร้อมกล่าวว่า นักข่าวควรกิน ใครถามเรื่องไม่เป็นเรื่องให้ลองกินแมลง ก่อนที่จะหยิบแมลงทอดกรอบหนึ่งกำมือมาชิมเอง และกล่าวว่าแมลงทอดมีรสชาติอร่อยมาก กินแล้วจะติดใจ อารมณ์ดีทั้งวัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายกฯ ได้ชิมแครกเกอร์แมงกะพรุน และกล่าวว่า กินแล้วผิวสวย อีกหน่อยแมงกะพรุนคงหมดทะเล ก่อนที่จะชิมกาแฟผสมน้ำผึ้งปราศจากน้ำตาล พร้อมระบุว่า เมืองไทยของเราไม่อดตายอยู่แล้ว ยิ่งถ้าขยันขันแข็ง อย่างไรก็ตาม ในตอนท้ายนายกฯกล่าวด้วยว่า &amp;ldquo;เช้านี้แพ้อากาศ แต่คงดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งดีๆ เกิดขึ้นทุกวัน ถ้าไม่ดีก็อย่าไปพูดกันมาก ต้องช่วยกันแก้ไข&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10158</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวนคนไทยดื่มนม, นายกฯ, บิ๊กตู่, ประยุทธ์, วันวิสาขบูชา, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180528/image_big_5b0b8e3f9a372.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2018 12:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยเด็ก99%ซื้อเหล้าเบียร์ได้สำเร็จ ใช้เด็ก6ขวบเข้าร้านสะดวกซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วงเสวนาถกปัญหาขายเหล้าให้เด็ก พบ99%ซื้อเหล้าเบียร์ได้สำเร็จ น่าห่วงเพียง6ขวบซื้อเหล้าได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 22มีนาคม เวลา10.00น. ที่เดอะฮอลล์บางกอก ในเวทีเสวนา &amp;ldquo;ปัญหาขายเหล้าให้เด็ก ผลกระทบและการบังคับใช้กฎหมาย&amp;rdquo; จัดโดย เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายองค์กรงดเหล้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ปัญหาการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กและเยาวชนไทยยังน่าเป็นห่วง จากรายงานศูนย์วิจัยปัญหาสุรา(ศวส.) ที่ทดสอบให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านค้า 417 ร้าน ใน4จังหวัด พบว่า ร้อยละ 99 สามารถซื้อได้สำเร็จ ทั้งที่เป็นการจำหน่ายที่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; สอดคล้องกับข้อมูลของเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ ยังพบเห็นการใช้ให้เด็กอายุเพียง6ขวบ ไปซื้อเหล้าเบียร์ในร้านสะดวกซื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ศวส.สำรวจจำนวนร้านค้าที่ปฏิบัติตามมาตรการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์300เมตร รอบสถานศึกษา เปรียบเทียบระหว่างมหาวิทยาลัย7แห่ง ที่บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น กับ8แห่งที่ไม่เข้มข้น ในปี 2559 พบว่า ในพื้นที่ที่มีการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เจ้าหน้าที่ลงตรวจร้านเหล้ามากกว่า และ เห็นว่าร้านค้าลดลงไปมากกว่า ตลอดจนยอมรับว่ายอดขายลดลงมาก&amp;nbsp; ส่งผลให้นักศึกษาและประชาชนรู้สึกเดือดร้อนรำคาญลดลงและเห็นการทะเลาะวิวาทตีกันลดลงเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากข้อมูลจะเห็นได้ว่าการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนยังเป็นปัญหาใหญ่ ทุกภาคส่วนคงต้องช่วยกัน ภาคธุรกิจควรต้องมีจิตสำนึกปฏิบัติตามกฎหมายไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชน ภาครัฐต้องบังคับใช้กฎหมายให้จริงจังมากขึ้น ภาคประชาชนต้องช่วยกันเฝ้าระวังอย่างเข้มแข็งต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมาถึงนี้เยาวชนจะฉลองด้วยการดื่มฯมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุเมาแล้วขับ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเยาวชนคือกลุ่มที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมากที่สุดในช่วงสงกรานต์ทุกๆปี&amp;rdquo; นพ.บัณฑิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กล่าวว่า การจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชน แม้จะมีกฎหมายควบคุมแล้ว แต่ยังไม่เห็นผลเท่าที่ควร ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้อง ให้ความร่วมมือเคารพกฎหมาย ฝากถึงผู้ประกอบการ อยากให้คำนึงถึงสิ่งที่ตามมา อย่าโหมการตลาด อย่าหวังแต่กำไร และไม่อยากให้มองว่ากฎหมายควบคุมมีบทลงโทษน้อย แล้วจะขายให้ใครก็ได้ ยิ่งใกล้เทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงที่ขายแอลกอฮอล์แล้วได้กำไรมาก จึงไม่สนใจทำตามกฎหมาย และมักพบปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์ เมาแล้วขับทำให้เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งทุกปี&amp;nbsp; อยากแจ้งผู้ประกอบการเรื่องของการเคารพกฎหมายห้ามขายแอลกอฮอล์ให้กับเด็กที่อายุต่ำกว่า20ปี หากตรวจพบว่าฝ่าฝืน จำเป็นต้องดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายเด็กขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พ.ต.อ.ฤทธินันท์&amp;nbsp; ปุ้ยพันธวงศ์&amp;nbsp; ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; กล่าวว่า ที่ผ่านมา ไม่ใช่ร้านค้าอย่างเดียวที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กเยาวชน แต่ซุ้มตามงานเทศกาลต่างๆได้แอบขายแอลกอฮอล์ให้กับเยาวชนด้วย ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขายแอลกอฮอล์ให้กับเด็กเยาวชนที่อายุต่ำกว่า20ปี&amp;nbsp; โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ เราจึงร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆรวมถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น ออกตรวจตามหมู่บ้าน และจุดเสี่ยง เพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักในเรื่องนี้&amp;nbsp; ส่วนช่วงเวลาปกติจะมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตามร้านสะดวกซื้อที่ใกล้กับสถานศึกษา เพื่อตรวจสอบว่ามีการขายเหล้าให้กับเด็กเยาวชนนักศึกษาหรือไม่ ช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ต้องเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยได้ตั้งจุดตรวจเพิ่มขึ้นทั้งถนนสายหลักและถนนสายรอง ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเริ่มเตรียมตั้งจุดตรวจแล้ว นอกจากนี้เรายังประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ให้ตั้งจุดตรวจในหมู่บ้านพร้อมส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจร้านค้าในชุมชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่วงเทศกาลสงกรานต์มีผู้ที่ดื่มสูง มีความเสี่ยงสูง ก่อให้อันตรายทั้งทรัพย์สินและร่างกาย หากเป็นไปได้ไม่อยากให้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะการจำหน่ายให้กับเยาวชน ส่วนผู้ปกครองควรเลิกสนับสนุนให้ลูกหลานดื่มแอลกอฮอล์ และปลุกฝังทัศนคติใหม่เกี่ยวกับการดื่มของมึนเมา จะได้ไม่ต้องมานั่งร้องไห้ เสียใจ ที่ลูกหลานเมาแล้วขับจนถึงแก่ชีวิต&amp;rdquo; พ.ต.อ.ฤทธินันท์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5573</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเหล้าให้เด็ก, นพ.นิพนธ์ ชินานนท์เวช, นพ.บัณฑิต ศรไพศาล, สสส., เครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180322/image_big_5ab3375b73daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
