<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 08:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดศึกรอบใหม่!&#039;มนัญญา&#039;ขยับ หลังสภาหอการค้าอ้างพิษโควิด ชง&#039;สุริยะ&#039;เลื่อนแบน 3 สารพิษ ไปปลายปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เม.ย.63- เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) โพสต์ข้อความ และอ้างถึงจดหมายของนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย ทำหนังสือถึง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศ ในการกำหนดให้พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 จากที่กำหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 โดยขอขยายเวลาบังคับใช้ออกไปถึงวันที่ 31 ธ.ค.63 หรือจนกว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะสิ้นสุดลง โดยอ้างว่าจะกระทบเรื่องผลผลิตด้านอาหารของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เครือข่ายเตือนภัยสารเคมี ออกมาเคลื่อนไหว และติดตามวาระการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะประธาน ว่าจะมีบทบาทอย่างไร ในวันที่ 30 เมษายน นี้ &amp;nbsp;โดยมีวาระแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังคงมีความเป็นไปได้ว่าคณะกรรมการวัตถุอันตรายอาจพิจารณากดดันให้กรมวิชาการเกษตร ที่มีนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้กำกับดูแล ผลักดันให้มีการตั้งอนุกรรมการ เพื่อเปิดทางอนุญาตให้มีการนำเข้าสารพิษทั้ง 3 ชนิดได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต เข้ามาในประเทศอีกครั้ง หลังจากนางสาวมนัญญา ได้มีคำสั่งยกเลิกการนำเข้ามาตั้งแต่กลางปี 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นที่น่าจับตาการประชุมในครั้งนี้เป็นอย่างมากว่าผลออกมาจะเป็นไปไหนทิศทางใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันที่ 28 เมษายน 2563 นางสาวมนัญญา จะมีการประชุมหารือในเรื่องดังกล่าว เวลา14.00 น. ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64472</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 สารเคมีอันตราย, ขยายเวลา, น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์, เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea7826660c0a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 20:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 20:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล่า5หมื่นชื่อถอด&quot;พาราควอต&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;NGO เดินหน้าล่า 5 หมื่นรายชื่อสนับสนุนการแบนพาราควอตอีกครั้ง หลังจากอนุกรรมการเฉพาะกิจมีท่าทีจะจำกัดการใช้สารพาราควอต ชี้ เพื่อให้รู้ว่าภาครัฐมีสิทธิ์มีเสียงเช่นเดียวกัน เนื่องจากผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 7 พ.ค. น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai PAN) กล่าวถึงกรณีเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง ได้มีการล่ารายชื่อ 50,000 รายชื่อ &amp;nbsp;สนับสนุนสนับสนุนให้ไทยยกเลิกการใช้สารฆ่าหญ้าพาราควอต สารฆ่าแมลงคลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้สารฆ่าหญ้าไกลโฟเซต เพื่อ ร้องเรียนกับพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ คณะกรรมการวัตถุอันตราย ว่า การล่ารายชื่อดังกล่าว เป็นแคมเปญเดิม ของเครือข่ายฯ ที่ประกอบด้วย &amp;nbsp;369 องค์กร &amp;nbsp;จาก 50 จังหวัด เพื่อไม่ให้มีการต่อทะเบียนพาราควอตและคลอร์ไพริฟอส ตามมติของคณะกรรมการจาก 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยหลังจากนั้นกรมวิชาการเกษตรได้ตัดสินใจต่ออายุทะเบียนพาราควอต ซึ่งก็ได้มีการร้องเรียนจากภาคประชาชน &amp;nbsp;ทำให้ท่าน นายกฯ ได้มีการสั่งการให้ 3 กระทรวงหลักหาข้อสรุปการใช้พาราควอตในภาคเกษตร เพื่อส่งต่อให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้ตัดสินแบนหรือไม่แบน ซึ่งหลังจากที่คณะทำงาน 3 กระทรวงได้ยืนยันมติเดิมว่าให้มีการยกเลิกการใช้ ทางเครือข่ายฯก็ได้รอข้อสรุปของคณุอนุกรรมการเฉพาะกิจว่าจะออกมาเช่นไร หากออกมาว่าจำกัดก็ต้องบอกเหตุผลว่าเพราะอะไร ซึ่งหลังจากมีการประชุมพิจารณาหาข้อสรุปของคณะกรรมการเฉพาะกิจไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย. ปรากฏว่ายังไม่มีการเปิดเผยข้อสรุปสู่สาธารณชน &amp;nbsp;โดยอยู่ระหว่างการส่งเรื่องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายสรุปผลอีกครั้ง ดังนั้นก็น่าจะเป็นไปตามที่เครือข่ายฯ ได้คาดการณ์ไว้ คือ คณะอนุฯ มีความคิดเห็นเป็น 2 เสียง คือ ให้มีการจำกัดการใช้ และ ให้มีการระงับการใช้ ซึ่งก็เข้าใจว่าเสียงส่วนใหญ่น่าจะออกไปทางจำกัดการใช้ ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องออกมาล่ารายชื่อเป็นแคมเปญต่อเนื่อง เพื่อให้รู้ว่าผู้บริโภคมีสิทธิ์มีเสียงเหมือนกัน เพราะก็ชัดเจนอยู่แล้วว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยในขณะนี้ล่ารายชื่อไปแล้วประมาณ 7 พันรายชื่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8706</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการวัตถุอันตราย, ปรกชล อู๋ทรัพย์, พาราควอต, อนุกรรมการเฉพาะกิจ, เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช, ไทยแพน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5af0528e46fa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
