<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แอลกอฮอล์วอช&#039;จี้สธ.จัดหนักเพจชวนเมาขายเหล้าเบียร์ออนไลน์ส่งดิลิเวอร์รี่ถึงหน้าบ้าน ระบาดหนักช่วงโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย.63 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา (Alcohol Watch) พร้อมด้วย นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่และเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ จำนวน 15คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องให้ออกประกาศกำหนดห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในลักษณะออนไลน์ หรือ เดลิเวอรี่ ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551มาตรา 30(6) เนื่องจากเป็นการมอมเมาเด็ก เยาวชน ประชาชน ให้เข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ง่าย ไร้ข้อจำกัดเรื่องอายุ และเวลา มุ่งหวังเพียงรายได้ทางธุรกิจ ไม่สนกฎหมาย ทั้งนี้เครือข่ายฯ ได้นำหลักฐานมามอบให้กระทรวงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่&amp;nbsp; กล่าวว่า ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทุกภาคส่วนช่วยกันป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างเต็มกำลัง ทุกจังหวัดได้ออกคำสั่งห้ามไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั่วประเทศ เพื่อยับยั้งป้องกัน ลดความรุนแรง รวมทั้งลดแหล่งมั่วสุมของประชาชนเพื่อลดการติดเชื้อการแพร่ระบาด แต่เหตุใดช่วงเวลาวิกฤตแบบนี้ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงหาช่องทางหลบเลี่ยงกฎหมาย ไม่ให้ความร่วมมือ ทำการตลาดขายเหล้าเบียร์ในรูปแบบออนไลน์ แฝงโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม จากการเก็บข้อมูลช่วงโควิด พบว่า ธุรกิจเหล้าเบียร์แทบทุกค่ายรุกทำการตลาดส่งเสริมการขายอย่างหนักระบาดตามช่องทางเพจออนไลน์ เดลิเวอร์รี่ส่งตรงถึงหน้าบ้านในช่วงโควิด&amp;ndash;19 แม้จะทำเหมือนมีการตรวจสอบอายุผู้ซื้อ หมายเลขโทรศัพท์ แต่ในความเป็นจริง ผู้ซื้อที่อาจจะเป็นเด็กสามารถใช้เบอร์โทรปลอมๆของคนที่อายุมากหน่อย ก็ซื้อเบียร์มาดื่มได้แล้ว จุดนี้น่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะเด็กและเยาวชนจะเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้มากขึ้นแน่นอน ก่อนหน้าโควิดมาเราก็พบว่าร้านเหล้าผับบาร์หลายแห่งเริ่มทำระบบสมาชิก ให้นักศึกษาสามารถสั่งเหล้าเบียร์ส่งถึงหอพักกันบ้างแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันมีเพจ เว็บไซต์ต่างๆที่ทั้งโฆษณาและขายเหล้าเบียร์ออนไลน์มากมาย อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ในหลายประเด็น เช่น ขายนอกเหนือเวลาที่กฎหมายกำหนด เพราะจ่ายเงิน รับส่งสินค้า เป็นคนละช่วงเวลา ตามประกาศสำนัก นายกรัฐมนตรี เรื่อง กำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2558 หรือ ไม่สามารถตรวจสอบอายุของผู้ซื้อได้ ตามมาตรา29(1) ห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20ปี อีกทั้ง พบว่า มีการแสดงภาพขวดหรือบรรจุภัณฑ์อย่างโจ่งแจ้ง ผิดตาม มาตรา32 ซึ่งเป็นการพยายามตีความหลบเลี่ยง&amp;nbsp; ท้าทายกฎหมาย เพื่อให้ได้ขายสิ้นค้าทำกำไรอย่างน่าละอายในช่วงวิกฤต เพื่อหยุดปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องมีกฎหมายลูกมาควบคุมให้ชัดเจนไปเลย&amp;rdquo; นายธีรภัทร์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา (Alcohol Watch)&amp;nbsp; กล่าวว่า เพื่อเป็นการป้องกัน เด็กเยาวชนและประชาชน จากปัจจัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์&amp;nbsp; เครือข่ายฯ จึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอ ดังนี้1.ขอให้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับบรรดาเพจ เว็บไซต์ต่างๆ ที่มีการโฆษณา ทำการตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางออนไลน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม 2.เพื่อป้องกันการตีความเข้าข้างตัวเองเพื่อผลประโยชน์ในทางธุรกิจ ขอให้เร่งออกมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยวิธีหรือลักษณะการขายแบบออนไลน์ เป็นประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา30 (6) 3.ขอคัดค้านความพยายามครั้งล่าสุดของสมาพันธ์ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายสุราแห่งประเทศไทยที่กำลังล่ารายชื่อกดดันให้มีการยกเลิกมาตรา32ของพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เพียงเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ และขอเรียกร้องให้กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทบทวนตัวเองว่าที่ผ่านมาได้รับผิดชอบสังคมในการลดผลกระทบจากนำเมาอย่างไรบ้าง และได้ทำการตลาดภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างถูกต้องแล้วหรือไม่ และ4.เครือข่ายฯพร้อมที่จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ในการเฝ้าระวัง การกระทำที่ผิดกฎหมายของธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในทุกรูปแบบ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หวังว่าข้อเสนอดังกล่าว จะช่วยป้องกันการเข้าถึงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเด็กเยาวชน&amp;nbsp; และลดช่องว่างทางกฎหมาย ที่ทำให้เกิดการตีความเข้าข้างตัวเองของฝ่ายธุรกิจและเป็นปัญหาในการบังคับใช้ และเครือข่ายฯขอเป็นกำลังใจให้รมว..สธและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพื่อคุ้มครองสุขภาพประชาชน ลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และป้องกันนักดื่มหน้าใหม่&amp;rdquo; นายคำรณ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67892</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออนไลน์, คำรณ ชูเดชา, ธีรภัทร์ คหะวงศ์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล, เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200605/image_big_5ed9e36bc2cbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มหน้ากากขาวจี้ลงโทษร้านเหล้าร้อยเอ็ดปล่อยเด็ก 216 คนมั่วสุม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63 -&amp;nbsp;นายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา นายชูวิทย์&amp;nbsp;จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ นำกลุ่มเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน และนักศึกษากว่า30 คน สวมหน้ากากขาว เข้ายื่นหนังสือถึงพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านทางนายสมพาส นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;เพื่อเรียกร้องให้บังคับใช้กฎหมายสถานหนัก ต่อผู้ประกอบการร้านเหล้าชื่อดังกลางเมืองร้อยเอ็ด ที่ทำผิดกฎหมาย และขอให้ตรวจสอบ เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องฐานปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชูวิทย์ กล่าวว่าจากกรณีเจ้าพนักงานชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ&amp;nbsp;กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่สถานบริการ 2 แห่ง ได้แก่ ร้านบูซเซอร์ (BOOZER)&amp;nbsp;และร้านโดรน คลับ (DRONE CLUB)&amp;nbsp;ตั้งอยู่ ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา พบการกระทำผิดกฎหมาย ปล่อยให้เด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการทั้งสองร้านมากถึง 216 คน&amp;nbsp;มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และพบยาเสพติด รวมถึงเปิดเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการกระทำผิดของผู้ประกอบการสถานบริการอย่างชัดเจน และกรณีนี้อาจมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลสถานบริการให้เป็นไปตามกฎหมาย ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นการทำผิด ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง ฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ&amp;nbsp;ไม่คำนึงต่อผลกระทบทางสังคมโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน หวังเพียงผลประโยชน์ทางธุรกิจ กรณีนี้ถือว่าทำผิด ต่างกรรมต่างวาระ เหมารวมว่าเป็นกรรมเดียววาระเดียวไม่ได้&amp;nbsp;ผู้ประกอบการมีความผิดตามพ.ร.บ.ความคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ.2509 และคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่&amp;nbsp;22/2558 ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องอาจเข้าข่ายปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด&amp;nbsp;ซึ่งจะต้องถูกดำเนินการตาม คําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 69/2557 ซึ่งเราทราบว่าทั้งสองร้านเป็นของบิ๊กเนมในจังหวัด ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ไม้กล้าทำอะไร&amp;nbsp;จนเป็นเหตุให้ส่วนกลางต้องลงไปจัดการ&amp;rdquo; นายชูวิทย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายคำรณ กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า หลายเดือนที่ผ่านมาบรรดาร้านเหล้าผับบาร์ ทำผิดกฎหมายกันมากขึ้น คำสั่ง คสช.ที่&amp;nbsp;22/2558&amp;nbsp;ดูเหมือนจะอ่อนลง&amp;nbsp;และเราพบว่ามีการปล่อยข่าวถึงขนาดว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกไปแล้วก็มี&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งไม่เป็นความจริง กระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นแม่งานหลักของคำสั่งนี้คงต้องเร่งขันน๊อตการทำงานและประชาสัมพันธ์ให้หนักขึ้น เพราะคำสั่งฉบับนี้ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของท่านนายกประยุทธ์ ที่สังคมรับรู้และพึงพอใจ ซึ่งในกรณีนี้หากพบว่าทั้งสองร้านอยู่ในพื้นที่โซนนิ่งก็ต้องถูกสั่งปิดเป็นการถาวร แต่หากอยู่นอกพื้นที่โซนนิ่งก็จะถูกสั่งปิด&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เครือข่ายฯ มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ดังนี้ 1.ขอให้ดำเนินคดีสถานบริการทั้งสองแห่ง โดยลงโทษเรียงกระทงความผิดไป และลงโทษสถานหนักเพื่อมิให้ผู้ประกอบการสถานบริการรายอื่นเอาเยี่ยงอย่าง 2.ตรวจสอบและเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ว่ามีการปล่อยปละละเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ 3.ขอให้นากรัฐมนตรีมีคำสั่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด&amp;nbsp;และประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัด&amp;nbsp;ให้มีมาตรการเชิงรุกป้องกันแก้ไขปัญหานี้อย่างเฉียบขาดและรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิใช่แค่จัดประชุมเพียงปีละครั้งพอเป็นพิธี ไม่สนองตอบนโยบายของรัฐบาลในการปกป้องเด็กและเยาวชน และ4.ขอบคุณรัฐบาล และให้กำลังใจการทำงานชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่มีการปฏิบัติงานอย่างเข้มงวดและจริงจัง&amp;rdquo; นายคำรณ&amp;nbsp;กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55877</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, คำรณ ชูเดชา, ร้านเหล้าจังหวัดร้อยเอ็ด, เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e327ac30e9f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24679</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2018 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาดอุบัติเหตุปีใหม่62 ตายไม่ต่างทุกปีราว400 เหตุคนไทยไม่ตระหนัก และคิดว่ามีการรักษาฟรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;20 ธ.ค.61- เวลา10.00น. ที่เดอะฮอล์บางกอก สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ.)และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ จัดเสวนา หัวข้อ &amp;ldquo;เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เภสัชกรสงกรานต์ &amp;nbsp;ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า(สคล.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบปี 2561 ที่รวบรวมไว้ใน www.stopdrink.comโดยมูลนิธิสื่อเพื่อเยาวชน ว่า ในปี 2561 มีทั้งหมด 872 ข่าว หรือเฉลี่ยวันละ2ข่าว พบคนบาดเจ็บ 523 ราย เสียชีวิต 434 ราย ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงาน รองลงมาคือกลุ่มวัยรุ่น นอกจากนี้ยังพบ ผู้ก่อเหตุเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง และหากจำแนกข่าวจะพบว่า มีข่าวอาชญากรรมทะเลาะวิวาทสูง 207 ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.74 ข่าวอุบัติเหตุอื่นๆ 205 ข่าว หรือร้อยละ 23.51 ที่น่าตกใจคือจำนวนนี้เป็นข่าวเมาจมน้ำตาย กว่า 80 ข่าว ข่าวก่อกวน/สร้างความวุ่นวาย 202 ข่าว คิดเป็นร้อยละ23.16 ข่าวอุบัติเหตุทางท้องถนน 146 ข่าวคิดเป็นร้อยละ16.74 ส่วนใหญ่เกิดกับกลุ่มเยาวชน &amp;nbsp;และข่าวความรุนแรงในครอบครัว/คุกคามทางเพศ112 ข่าว คิดเป็นร้อยละ12.85 ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่ผู้กระทำเป็นคนในครอบครัว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ด้าน นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ หัวหน้ากลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า แม้ว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยจะพยายามแก้ปัญหาการเสียชีวิตและพิการจากอุบัติเหตุจราจร แต่ประเทศไทยยังมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรในปีพ.ศ.2560 จำนวน 15,262 ราย โดยเฉพาะในเทศกาลปีใหม่ปีพ.ศ.2561 มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละ 60คน คิดเป็นเกือบ1.5 เท่าเมื่อเทียบกับวันปกติ ผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนส่วนใหญ่เป็นเยาวชนและวัยทำงานคิดเป็นร้อยละ84 ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจราจร สัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถึงร้อยละ40 โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อได้ประสบอุบัติเหตุจราจร จะมีโอกาสเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มถึง 1.5 เท่า เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนกันจะไม่สามารถหักหลบ หรือเอามือป้องกันศีรษะตนเองได้ ยิ่งไปกว่านั้นมีการศึกษาพบว่าผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่จักรยานยนต์จะสวมหมวกนิรภัยเพียงร้อยละ 2.9 ในขณะที่ผู้ไม่ดื่มสุราจะสวมหมวกนิรภัยร้อยละ 58.3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ในช่วงเทศกาลปีใหม่พ.ศ.2562 ที่กำลังจะมาถึง คาดว่าจะมีการเสียชีวิตของคนไทยอีกกว่า 400 คน เหมือนทุกปี โดยในเทศกาลปีใหม่ การดื่มสุราจะเป็นการจัดงานเลี้ยงในที่ทำงาน ในบริษัท ห้างร้าน หรือหน่วยราชการ ซึ่งจะต่างจากเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดที่บ้านและชุมชน เมื่อเลิกงานเลี้ยงผู้ร่วมงานจะเดินทางกลับ และประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง&amp;quot; นพ.พงศ์เทพ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.พงศ์เทพ กล่าวด้วยว่า มาตรการส่วนใหญ่ที่ดำเนินการในช่วงเทศกาลมักไม่ค่อยได้ผล เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เปลี่ยนนิสัย และไม่กลัวกฎหมาย ยังคิดว่าการดื่มแล้วขับเป็นเรื่องปกติ ใครๆก็ทำกัน ดื่มหลายครั้งแล้วไม่เคยเกิดเหตุ ถ้าเกิดอุบัติเหตุก็รักษาฟรี ถ้าโดนจับก็แค่คุมประพฤติ ตราบใดที่การรณรงค์และการตรวจจับทำแต่เพียงช่วงเทศกาล ตราบนั้นคนไทยก็คงต้องตายและพิการกันต่อไปทุกปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24679</URL_LINK>
                <HASHTAG>คาดการณ์อุบัติุเหตุปีใหม่62, นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์, สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.), ะเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์(ครปอ., เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา, เภสัชกรสงกรานต์  ภาคโชคดี, “เรื่องเหล้าผลกระทบในรอบปี 2561</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181220/image_big_5c1b564bc0508.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5213</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2018 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2018 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครือข่ายต้านเหล้าเฮลั่น อิตาเลียนไทยยอมปลดป้ายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.61 -นายคำรณ &amp;nbsp;ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา เปิดเผยถึงกรณีตึกอิตาเลียนไทย ได้ปลดป้ายบิลบอร์ดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ ที่ติดบนผนังตึกออกแล้ววันนี้ว่า ตามที่เครือข่ายฯได้นำหลักฐานและข้อมูลมอบให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)จนนำมาซึ่งการปลดป้ายตึกอิตาเลียนนั้น ต้องขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และสื่อมวลชนที่ติดตามช่วยกระตุ้นเรื่องป้ายโฆษณาที่ผิดกฎหมาย ตามพ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พ.ศ.2561 มาตรา32 ซึ่งพบเป็นจำนวนมากในพื้นที่กทม.และหากปลดป้ายบนตึกอิตาเลียนไทยแล้ว ต้องไม่ลืมที่จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด กับสิ่งที่ตึกอิตาเลียนทำผิดกฎหมายสำเร็จแล้ว และเอาผิดไปถึง​ทั้งเจ้าของตราผลิตภันฑ์และเจ้าของตึก รวมถึงป้ายที่ให้ติดตั้ง เพราะทำผิดกฎหมายชัดเจน ที่ผ่านมาท้าทายฝ่าฝืนกันมานานมากแล้ว จะมาอ้างไม่รู้กฎหมายไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธุรกิจน้ำเมาต้องเอาป้ายที่มีลักษณะเข้าข่าย​ผิดกฎหมาย ออกให้หมด เนื่องจากยังมีป้ายโฆษณตราผลิตภัณฑ์ที่ใกล้เคียง ตราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งใช้เพื่อสื่อสารทางการตลาด จนคนทั่วไป รับรู้ได้แล้วว่าคือการโฆษณาเหล้าเบียร์ เท่ากับว่า เขาทำการค้าไม่ตรงไปตรงมา ใช้เล่ห์​เหลี่ยมเลี่ยงกฎหมาย จึงอยากให้เจ้าหน้าที่เอาผิดด้วย ส่วนธุรกิจน้ำเมาเอง ต้องหยุดมอมเมา เลิกทำตัวเป็นศรีธนชัย เลิกทำป้ายสื่อสารแบบผิด หรือเลี่ยง​กฎหมาย ขณะที่เจ้าของตึก หรือเจ้าของผู้ให้ติดตั้งป้าย ต้องรอบคอบ อย่าติดป้ายที่ผิดกฎหมาย ไม่เช่นนั้น ท่านเอง ก็จะเป็นจำเลยร่วมในการกระทำความผิดด้วย และหลังจากนี้เครือข่ายฯ จะติดตาม ป้ายสื่อสารการตลาดทุกป้าย ทุกแบรนด์ และนำเสนอกลไกรัฐ และสาธารณะเป็นระยะ&amp;rdquo; นายคำรณ กล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5213</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำรณ  ชูเดชา, ป้ายบิลบอร์ดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อิตาเลียนไทย, เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180317/image_big_5aacb6a6054e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
