<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52818</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2019 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2019 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุกตลอดชีวิต &#039;ไซซะนะ&#039; ค้ายาบ้า 1.2 ล้านเม็ด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ธ.ค.62 - ที่ห้องพิจารณา 905 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อย.1642/2560 ที่พนักงานอัยการคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายไซซะนะ แก้วพิมพา ชาว สปป.ลาว เป็นจำเลย ในความผิดอาญามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาบ้า ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย กรณีจำเลยมียาบ้าไว้ในครอบครอง 1.2 ล้านเม็ด ในความผิดมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือ ยาบ้าไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2561 &amp;nbsp;ศาลชั้นต้นได้พิพากษาประหารชีวิตนายไซซะนะ เนื่องจากมีพยานหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยเป็นผู้สั่งการให้มีการลำเลียงยาบ้า เพื่อส่งลูกค้าในประเทศไทย แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ศาลจึงลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัว นายไซซะนะ จำเลยจากสถานบำบัดกลาง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร มายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอุทธรณ์ประชุมปรึกษาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ไม่มีน้ำหนักที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ แม้จะเป็นชาวต่างชาติและการกระทำเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่ประสงค์ให้เกิดในราชอาณาจักร จึงต้องดำเนินคดีและนับโทษตามกฎหมายในประเทศไทย ส่วนกรณีที่จำเลยอุทธรณ์ว่า เจ้าหน้าที่ไทยและลาวทำงานร่วมกันอาจไม่เข้าใจในภาษา ทำให้เกิดความคาดเคลื่อนและความเข้าใจผิดนั้น ในชั้นพนักงานสอบสวนเจ้าหน้าที่ทำด้วยความระมัดระวังอยู่แล้ว อีกทั้งมีล่ามแปลภาษาและทนายความเข้าร่วม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกฎหมาย หากจำเลยไม่เข้าใจในขณะนั้นก็สามารถสอบถามล่ามได้ การอุทธรณ์ของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52818</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศาลอาญา, เครือข่ายไซซะนะ, ไซซะนะ แก้วพิมพา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191219/image_big_5dfaf9ae29091.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50791</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.นราธิวาสจับยาบ้า 2 ล้านเม็ด รู้ตัวเจ้าของแล้วเป็นเครือข่ายไซซะนะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนราธิวาส ได้นำของกลางยาเสพติด จำนวน 8 กระสอบ ที่ยึดได้มาตรวจสอบอย่างละเอียด ที่บริเวณด้านหน้า กองกับกับการตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดนราธิวาส โดยผ้ากระสอบ ระบุผู้ส่งคือ จูโนะ ปลายทางผู้รับคือ แบมัง และระบุหมายเลขโทรศัพผู้รับด้วย เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันแกะและเปิดกระสอบเพื่อตรวจสอบด้านใน พบเสื้อผ้ามือสองจำนวนมากพับซ้อนกันอย่างแน่นหนา เพื่อซุกซ่อนและอำพรางสิ่งผิดกฏหมาย แต่เมื่อค้นอย่างละเอียด พบยาเสพติด ประเภทยาบ้า ในแต่ละกระสอบ กระสอบละ 43 ก้อน ก้อนละจำนวน 6,000 เม็ด จำนวนยาบ้าเบื้องต้นประมาณ 2,064,000 เม็ด(สองล้านหกหมื่นสี่พันเม็ดกว่าเม็ด) คิดเป็นมูลค่าประมาณกว่า 144,480,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นชนิดยาบ้าสีชมพู่ ปั้มยี่ห้อ เป็นภาษาอังกฤษที่เม็ดยาบ้า อักษร WY&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ดิเรก โฉมยงค์ ผกก.สืบสวนภูธรจังหวัดนราธิวาส กล่าวในเบื้องต้นว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวหรือสายลับว่ามียาเสพติดจะถูกลำเลียงมาทางรถสิบล้อ และนำมาขนลงตั้งไว้ที่โกดังแห่งหนึ่งในซอยพัทลุง ถ.สุริยะประดิษฐ์ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจชุดสืบสวนจังหวัด เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 20 พ.ย. ซึ่งทางโกดัง ได้โทรไปยังคนชื่อ แบมัง ตามหมายเลขโทรศัพท์ผู้รับของปลายทาง ทราบว่า เป็นคนในพื้นที่ อ.สุไหงโกลก ซึ่งเป็นเลขเบอร์โทรศัพท์มือถือ และมีการรับสายครั้งแรก หลังจากนั้นได้ตัดสายและปิดเครื่อง เจ้าหน้าที่จึงได้ยึดของกลางทั้งหมด ที่เป็นยาบ้า ยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อตรวจสอบขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัน ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ซึ่งได้ไปตรวจสอบของกลาง กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆว่า ต้นทางยาบ้าถูกลำเลียงขนส่งมาจากภาคเหนือ และมีข้อมูลเป็นเครือข่ายไซซะนะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบตัวเจ้าของยาบ้าที่ยึดได้ในครั้งนี้แล้ว แต่ขอไม่เปิดเผยเพื่อสอบขยายถึงผู้เกี่ยวข้องและเครือข่ายค้ายาเสพติดที่ยังหลบหนี และจะแถลงข่าวในลำดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานแจ้งว่ายาเสพติดส่วนใหญ่ จะมีจุดพักยาที่บริเวณชายแดน อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ซึ่งติดต่อกับทางประเทศมาเลเซีย และหากยาเสพติดเล็ดรอดสายตาเจ้าหน้าที่ และเครือข่ายยาเสพติด สามารถส่งไปขายยังประเทศมาเลเซียได้ ราคาจะเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว ซึ่งการจับกุมยาเสพติดประเภทยาบ้าในครั้งนี้ถือว่า เป็นผลงานใหญ่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาสอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50791</URL_LINK>
                <HASHTAG>นราธิวาส, ยึดยาบ้า, เครือข่ายไซซะนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191121/image_big_5dd609f5d8624.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
