<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2021 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กปน.เผยน้ำประปากร่อย แก้ได้ด้วยเครื่องกรองRO พร้อมจัดจุดบริการน้ำดื่มฟรีไว้ให้ประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;
3ก.พ.64-นายคมกฤช ทินกร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะโฆษก กปน. เปิดเผยว่ากปน. ร่วมกับกรมชลประทาน เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในขณะนี้อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า กปน.จะผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชนในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ให้มีน้ำประปาใช้ไม่ขาดแคลนตลอดหน้าแล้งนี้ โดยเฉพาะการร่วมมือกับกรมชลประทาน และสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร ในปฏิบัติการกระแทกน้ำ (Water Hammer of Chao Phraya River Flow Operation :กระแทกลิ่มความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา) เพื่อผลักดันน้ำเค็มให้ไกลจากบริเวณสถานีสูบน้ำดิบสำแลช่วยบรรเทาสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งส่งผลกระทบให้น้ำประปาในบางพื้นที่บางช่วงเวลามีรสชาติเปลี่ยนแปลงไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษก กปน. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้หลายท่านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรีและสมุทรปราการ โดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยารับรู้รสชาติน้ำประปาที่เปลี่ยนไปตามข่าวที่ กปน. ได้แจ้งให้ทราบเป็นระยะ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากค่าความเค็มในรูปคลอไรด์เกิน 250 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือโซเดียมเกิน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งมีปริมาณสูงกว่าคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่มีผลต่อความน่าดื่มและการยอมรับของผู้บริโภค และขอแนะนำแนวทางการใช้น้ำประปาในช่วงภัยแล้งสำหรับประชาชน ตามคำแนะนำของกรมอนามัย ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; ผู้ที่มีสุขภาพปกติ สามารถบริโภคน้ำประปาได้ โดยยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพแต่ด้วยรสชาติที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อความน่าดื่ม ทั้งนี้ ความเค็มในรูปของโซเดียมในน้ำประปาถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณโซเดียมในอาหารทั่วไปที่บริโภคในชีวิตประจำวัน การบริโภคน้ำประปา 2ลิตร หรือ 8 แก้วต่อวัน ถือว่าไม่ได้รับโซเดียมมากเกินจนกระทั่งเป็นอันตรายต่อร่างกาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; กลุ่มเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเบาหวานผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; การนำน้ำประปาไปต้ม ไม่ได้ช่วยให้น้ำประปาหายเค็ม เนื่องจากสิ่งที่ระเหยไปคือน้ำ &amp;nbsp;แต่ตัวเกลือไม่ได้ระเหยไปด้วย ดังนั้น ยิ่งทำให้น้ำระเหยไปมากเท่าไร ยิ่งทำให้สัดส่วนความเค็ม หรือความกร่อยเพิ่มมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; การกรองน้ำด้วยระบบ RO (Reverse Osmosis) เท่านั้น ที่สามารถแก้ไขเรื่องความเค็มของน้ำประปาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากประชาชนไม่มีเครื่องกรองระบบ RO ขอให้ติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำ หากช่วงไหนน้ำทะเลหนุนสูง ขอให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำประปา และสำรองน้ำในวันที่น้ำประปารสชาติปกติไว้ใช้บริโภค ทั้งนี้ กปน. ได้จัดจุดให้บริการน้ำประปาดื่มได้ฟรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนสามารถนำภาชนะมารับน้ำประปาดื่มได้ฟรี ที่สำนักงานประปาสาขาใกล้บ้านท่านและหากวันใดที่ไม่มีน้ำทะเลหนุนสูง ก็สามารถอุปโภค-บริโภคน้ำประปาและสำรองน้ำประปาไว้ใช้ได้ตามช่วงเวลาที่แนะนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กปน. ขอความร่วมมือประชาชนในกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ ใช้น้ำอย่างประหยัดโดยใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ปล่อยให้น้ำไหลทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ หันมาใช้อุปกรณ์ประปาที่ได้รับรองฉลากประหยัดน้ำและตรวจสอบอุปกรณ์ ประปาภายในบ้านให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ นอกจากนี้ หากประชาชนพบท่อประปาในพื้นที่สาธารณะแตกรั่ว โปรดแจ้ง กปน. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูฝน หรือประมาณเดือนพฤษภาคม 2564 ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพน้ำประปาผ่านแอปพลิเคชัน MWA onMobile หรือสอบถาม MWA call center โทร. 1125 รวมทั้ง Facebook และ Line@ ในชื่อ@MWAthailand ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยความห่วงใยจากการประปานครหลวง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปน., น้ำประปากร่อย, เครื่องกรอง RO</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601a671c89fe3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
