<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>71729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>DITPเผย “รถแทรกเตอร์-เครื่องจักรเกษตร” มีโอกาสส่งออกตลาดอินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.2563 นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่ากรมฯ ได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน อินเดียถึงแนวโน้มความต้องการเครื่องจักรกลทางการเกษตรเพราะขณะนี้อินเดียกำลังเข้าสู่ฤดูการเพาะปลูกผลผลิตในภาคการเกษตรทำให้ต้องการเครื่องจักรกลการเกษตร โดยเฉพาะรถแทร็กเตอร์มากขึ้นและยังต้องการรถไถพรวน เครื่องมือปักกล้า เครื่องเกี่ยวข้าว เครื่องตัดอ้อยเครื่องมือเก็บเกี่ยวผลผลิตเกษตร และอุปกรณ์และชิ้นส่วนเพิ่มมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อินเดียเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านการเกษตรของโลกมีผลผลิตภาคเกษตรหลากหลายประเภท เช่น ฝ้ายและเส้นใยธรรมชาติ พืชหัว ถั่วเมล็ดแห้งมะพร้าว อ้อย พืชผักต่างๆ และเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีและข้าวรายสำคัญของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในช่วงการปิดประเทศช่วงโควิด-19ส่งผลให้ภาคเกษตรของอินเดียได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนแรงงานเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวและผลผลิตยังได้รับผลกระทบจากการระงับการขนส่ง และขณะนี้ เป็นฤดูการผลิตใหม่จึงต้องเร่งเพาะปลูก ทำให้มีความต้องการเครื่องไม้เครื่องมือที่จะนำไปใช้เพิ่มขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจิตติมา นาคมโนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน อินเดีย กล่าวว่ารัฐบาลอินเดียกำลังใช้นโยบายสนับสนุนเกษตรกร ในการซื้อรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรทางการเกษตรต่างๆ โดยให้การอุดหนุนร้อยละ 25 ของราคาเครื่องจักร ทำให้มีความต้องการซื้อรถแทรกเตอร์และเครื่องจักรทางการเกษตรเพิ่มขึ้นจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ที่จะขยายตลาดรถแทรกเตอร์ เครื่องจักรเกษตรกรอุปกรณ์และชิ้นส่วนเครื่องจักรเข้ามาในตลาดอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แม้อินเดียจะผลิตเครื่องจักรเกษตรอยู่แล้ว แต่ยังมีความต้องการนำเข้าจากต่างประเทศโดยแหล่งนำเข้าหลักมาจากจีน อิตาลี ญี่ปุ่น และเยอรมนี ในช่วงปี 2562 มีการนำเข้ารวม 16.7 ล้านเหรียญสหรัฐ และในช่วง 2 เดือนของปี 2563 (มกราคม &amp;ndash; กุมภาพันธ์)ไทยเป็นแหล่งนำเข้าเครื่องจักรเกษตรอันดับที่ 5ของอินเดียรองจากจีน เดนมาร์ก อิตาลี และญี่ปุ่น โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยยังกระจุกอยู่ในกลุ่มชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเกษตร แต่ผลจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นทำให้ไทยมีโอกาสส่งออกรถแทรกเตอร์ และเครื่องจักรเกษตรได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้อินเดียนำเข้าเครื่องจักรเกษตรจากจีนเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากปัจจัยด้านราคาแต่จากกระแสต่อต้านสินค้าจีนในอินเดียที่ขยายวงกว้างมากขึ้นจึงจะเป็นโอกาสให้กับประเทศต่างๆ ที่จะนำเสนอทางเลือกใหม่ให้กับภาคเกษตรของอินเดียและไทยมีศักยภาพในการผลิตเครื่องมือ และเครื่องจักรเกษตรอยู่มากจึงควรพิจารณาขยายการส่งออกมายังอินเดียเพราะรูปแบบการผลิตภาคเกษตรคล้ายคลึงกับไทย ไม่ว่าจะเป็นการปลูกข้าว อ้อยพืชสวนพืชไร่ต่างๆ&amp;rdquo; นางสาวจิตติมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีรายงานยอดจำหน่ายของบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรเกษตร เช่น มหินทราแอนด์มหินทราโซนาลิกาแทร็กเตอร์ หรือเอสคอร์ต อะกริ แมชชินเนอรี ต่างก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 ในเดือนมิถุนายน 2563 โดยบริษัทมหินทราแอนด์มหินทรา ผู้ผลิตรถแทร็กเตอร์ และเครื่องจักรเกษตรอันดับหนึ่งของโลกจากอินเดีย รายงานยอดขายรถแทร็กเตอร์และเครื่องจักรเกษตรในช่วงเดือนมิถุนายน2563มียอดจำหน่าย 35,844 คัน ขณะที่บริษัท โซนาลิกา แท็กเตอร์ขายได้จำนวน 13,691 คัน และบริษัท เอสคอร์ต อะกริแมชชินเนอรี มียอดขายในช่วงเดียวกัน จำนวน 12,623 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71729</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP), ตลาดอินเดีย, รถแทร็กเตอร์, เครื่องจักรเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200623/image_big_5ef17f804415e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
