<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 13:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไฮเออร์แตกไลน์ธุรกิจเปิดตัวสมาร์ท พลัส บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไฮเออร์&amp;rdquo; เปิดตัวสมาร์ท พลัส บริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เล็งเจาะแหล่งชุมชน พร้อมเตรียมนำเครื่องใช้ไฟฟ้าเทคโนโลยีไอโอทีทำตลาดเมืองไทยเป็นปีแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ก.ค. 62- นายจาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ไฮเออร์&amp;rdquo; (Haier) เปิดเผยว่า แนวทางในการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ จะขยายเข้าสู่ภาคบริการให้มากขึ้น เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าแก่สินค้าที่มีอยู่ โดยล่าสุดได้มีการเปิดให้บริการ สมาร์ท พลัส บาย ไฮเออร์ (Smart Plus by Haier) บริการซักและอบผ้า ขนาด 50 ตารางเมตร ภายใต้เงินลงทุนประมาณ 2 ล้านบาท ประกอบด้วยเครื่องซักผ้า 10 ตู้ พร้อมกับเครื่องอบผ้า ตั้งอยู่ในบริเวณซอยมหาดไทย เบื้องต้นเป็นโมเดลต้นแบบที่จะพัฒนาไปสู่ร้านค้าที่สมบูรณ์แบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเป้าหมายในระยะแรกต้องการขยายให้ได้ 10 แห่ง โดยทำเลที่มองว่ามีศักยภาพจะอยู่ในบริเวณชุมชน ไม่ว่าจะเป็นหอพักนักศึกษา หรือตามแหล่งที่เห็นว่ามีความต้องการบริการดังกล่าว และเฟสถัดไปจะมีการแนะนำโมเดลดังกล่าวให้กับตัวแทนจำหน่ายสินค้าของบริษัท เพื่อนำไปเปิดให้บริการในร้านของคู่ค้าต่อไป &amp;nbsp;มีทั้งรูปแบบที่บริษัทลงทุนเอง หรือเริ่มตั้งแต่การติดตั้ง และอาจมีโอกาสขายแฟรนไชส์ ขณะที่การชำระเงินสามารถหยอดเหรียญด้วยเงินสด และอี-เพย์เม้นท์ผ่านแอพลิเคชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนปัจจัยที่ทำให้บริษัทเข้ามาสู่ตลาดดังกล่าว เพราะมองเห็นว่าเริ่มมีบางแบรนด์ทำมาก่อนหน้าหลายปี ขณะเดียวกันสินค้าของบริษัทยังไม่ได้มีเพียงแค่เครื่องซักผ้า แต่ยังมีตู้แช่ที่อาจนำเข้ามาอยู่ในช็อปเดียวกันได้อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งช่องทางของการสร้างแบรนด์ รวมถึงยังทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีผลต่อการนำเสนอขายสินค้าได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาง กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทพยายามรุกหนักในผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียม แต่สำหรับปลายปี 2562 จะเป็นปีแรกของการทำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโลยีไอโอที (IOT : Internet of Things) เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งทางด้านยอดขายในประเทศไทย เบื้องต้นน่าจะเริ่มที่กลุ่มเครื่องปรับอากาศก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ เพื่อผลักดันสัดส่วนยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากลุ่มพรีเมียมให้เป็นไปตามแผน หรือเพิ่มเป็น 35-40% ในปี 2563 จากปัจจุบัน 25% บริษัทเตรียมสินค้าใหม่ช่วงครึ่งปีหลังรวมกว่า 20 รายการเข้าทำตลาด โดยบรัทมีเป้าหมายที่จะครองมาร์เก็ตแชร์เครื่องปรับอากาศ 10% หรือติดท็อป 3 ขณะที่ตู้เย็นมีส่วนแบ่งอยู่ 7% จะเพิ่มเป็น 8% เครื่องซักผ้า 5-6% เป็น 6-8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ภาพรวมการดำเนินธุรกิจครึ่งปีแรกมีอัตาการเติบโต 40% หรือคิดเป็น 2,593 ล้านบาท เป็นผลมาจากสินค้ากลุ่มทำความเย็นมีการเติบโตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ 1,544 ล้านบาท เพิ่ม 50% ตู้เย็น 434 ล้านบาท เพิ่ม 29% เครื่องซํกผ้า 323 เพิ่ม 38% รวมถึงตู้แช่มีรายได้ 209 เพิ่มขึ้น 19% และสินค้าชิดอื่นๆ มีรายได้กว่า 84 ล้านบาท เพิ่ม 9% จากยอดขายที่เติบโตดังกล่าว สะท้อนว่าแบรนด์ไฮเออร์เป็นที่ยอมรับแก่ผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40426</URL_LINK>
                <HASHTAG>เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ไฮเออร์, ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22e9080b1a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
