<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2021 23:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2021 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“Proffee” เมนูอันตราย เตือนสาวกTikTok!ระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลายเป็นเมนูที่มาแรงในโลกโซเชียลกันเลยทีเดียวสำหรับ &amp;ldquo;Proffee&amp;rdquo; เครื่องดื่มที่นำเอาโปรตีนมาผสมกับผงกาแฟ&amp;nbsp; หลังจากที่มีคนนำไปแชร์บนโลก TikTok โดยอวดอ้างสรรพคุณว่า เมนูนี้ดื่มแล้วได้ประโยชน์ 2 เด้ง นั่นคือ โปรตีนจากการสร้างกล้ามเนื้อ และยังได้พลังความตื่นตัว หรือที่เรียกว่าอึดกว่าเก่าด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจาก TikTok เปิดตัว &amp;ldquo;Proffee&amp;rdquo; สำเร็จก็มีการเผยแพร่วิธีการในการชง หรือเชคเมนูเครื่องดื่มดังกล่าวว่า&amp;nbsp; ใช้ช็อตกาแฟดำประมาณ 2-3 ช็อต เติมลงไปบนเวย์โปรตีนที่ผสมไว้แล้ว หรือจะใช้กาแฟเย็นก็ได้เอาที่สบายใจ และสดชื่น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีนักโภชนาการออกโรงเตือนแล้วว่า เมนูนี้ไม่ใช่วิเศษอย่างที่เข้าใจกัน และอาจจะเป็นอันตรายต่อบางคนที่แพ้คาเฟอีนอีกต่างหาก ฉะนั้น จึงไม่ควรเห็นดีเห็นงามไปกับ &amp;ldquo;Proffee&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานข่าวระบุว่า การส่งเสียงเตือนนี้&amp;nbsp; เกิดจากความนิยมที่แพร่หลายอย่างมากในหมู่วัยรุ่นชาวอเมริกัน ที่พากันเข้าใจว่า เมนูดังกล่าว จะช่วยในการลดน้ำหนัก พร้อมๆกับการที่ได้สารอาหารเต็มเม็ดเต็มหน่วย ที่สำคัญรสชาติถูกใจเหมือนได้ดื่มกาแฟใส่ครีม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนั้่น ในเวลาเดียวกัน มีคอนเทนต์สาวในโลก TikTok คนหนึ่งก็เพิ่งออกมาเตือนเพื่อนๆเหมือนกันว่า อย่าหาทำแบบเธอ ที่เกือบตายเพราะเล่นพิเรนท์ด้วยการตักผงโปรตีนผสมผงกาแฟใส่ปากโชว์แบบดิบๆ ไม่มีการผสมน้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฉะนั้น การเลียนแบบในโลก TikTok ที่กำลังเป็นเทรนด์ของหมู่วัยรุ่นนั้น ถือเป็นเรื่องอันตราย ที่ต้องใช้วิจารณญาณ เพราะอาจจะได้ไม่เท่าเสียนั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105387</URL_LINK>
                <HASHTAG>Proffee, TikTok, กาแฟ, เครื่องดื่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60bbac1ed57f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6508</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 09:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2018 09:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วีฟู๊ดส์ ดันน้ำผลไม้พร้อมดื่ม“ซันคิสท์”เสริมพอร์ตรายได้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วี ฟู๊ดส์ ดันเครื่องดื่มน้ำผลไม้ &amp;ldquo;ซันคิสท์&amp;rdquo; เสริมพอร์ตรายได้ เปิดตัวรสชาติใหม่ พร้อมกระจายช่องทางจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ มองธุรกิจปี 2561 เติบโต 35% สร้างยอดขายแตะ 300 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู๊ดส์ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์วีคอร์น ,วีฟาร์ม ,ดาวคอฟฟี่ และซันคิสท์ เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้จะผลักดันให้แบรน์ซันคิสท์ ซึ่งเป็นกลุ่มน้ำผลไม้พร้อมดื่ม จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามามีบทบาทและเสริมความแข็งแกร่งในการสร้างรายได้อีกหนึ่งแบรนด์ หลังจากได้เปิดตัวไปเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมาได้จำหน่ายผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น พบว่ามีผลตอบรับดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเป้าหมายของบริษัท คือผู้ที่มีไลฟสไตล์หาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเพื่อทำให้สร้างการเติบโตมากยิ่งขึ้น จึงได้เปิดตัวรสชาติใหม่ &amp;ldquo;มินต์ เลมอนเนด&amp;rdquo; จากเดิมที่มีรสชาตินาเวล ออเร้นจ์ และบลัด ออเร้นจ์ ทำตลาดมาก่อนหน้า เตรียมกระจายสินค้าให้เข้าถึงครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ที่ไม่ใช่เพียงแค่ช่องทางเดียว แต่ยังรวมไปถึงแฟมิลี่มาร์ท ,เทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส, ลอว์สัน 108 รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตในกลุ่มเดอะมอลล์ ,ท็อปส์, วิลล่า มาร์เก็ต และแม็กซ์ แวลู อีกด้วย ตั้งเป้ายอดขายสำหรับปี 2561 นี้ประมาณ 100 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของบริษัทยังคงมาจากแบรนด์วีฟาร์มเป็นหลัก 66% วีฟาร์ม 5% และดาวคอฟฟี่กับซันคิสท์รวมกันอีกประมาณ 29% หลังจากผลักดันยอดขายของซัสคิสท์แล้วสัดส่วนคงมีการเปลี่ยนแปลงเป็นวีฟาร์ม 65% ซันคิสท์ 25% ที่เหลืออีก 10% เป็นวีฟาร์มและดาวคอฟฟี่ ตั้งเป้าว่าในปีนี้ภาพรวมยอดขายจะเติบโต 35% หรือคิดเป็นเกือบ 300 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิรักษ์ ยังกล่าวว่า แนวโน้มของสินค้ากลุ่มสุขภาพในเมืองไทย แม้จะมีกระแสมาหลายปี แต่ยังคงสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นตลาดใหม่ คาดการณ์ว่าในช่วง 2-3 ปีอัตราการเติบโตของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจะเติบโต 7-10% ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้สอดรับกับเทรนด์ที่เกิดขึ้น จะเห็นได้ว่าการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภค มักมองหาปริมาณน้ำตาลที่น้อยเพื่อสุขภาพของตนเองมากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6508</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซันคิสท์, ดาวคอฟฟี่, ธุรกิจ, วี ฟู๊ดส์, วีคอร์น, อภิรักษ์ โกษะโยธิน, อาหาร, เครื่องดื่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac58a9077c15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/03/2018 14:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาพร้อมดื่มแข่งเดือดอัดโปรโมชั่นดึงลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โบรกชี้หุ้นชาพร้อมดื่มแข่งเดือดช่วงหน้าร้อน รับคอแห้ง กระตุ้นยอดขาย แจกแลก หวังโกยรายได้ตามเป้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 61 -นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเชียพลัส เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าร้อน ผู้ประกอบการชาพร้อมดื่มจะแข่งขันกันอย่างรุนแรง ผ่านการส่งเสริมการตลาดและออกโปรโมชั่นจำนวนมาก ทั้งการส่งรหัสของผลิตภัณฑ์ เพื่อลุ้นรางวัลต่าง ๆ เช่น ซื้อ 1 แถม 1 ขวด, การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศกับดาราที่ได้รับความนิยม หรือลุ้นรับรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ ไอโฟน เอ็กซ์ เป็นต้น หวังแย่งชิงตลาดและผลักดันผลประกอบการของบริษัท ทำให้หุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจะได้รับผลดีจากการกระตุ้นยอดขาย เนื่องจากหน้าร้อนของประเทศไทย ถือเป็นช่วงไฮซีซัน ทำให้มีผู้บริโภคจำนวนมากให้ความสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชาพร้อมดื่ม เพื่อรับประทานและดับกระหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ผสม (ฟังก์ชันนัลดริงค์) ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะยังได้รับการสนับสนุนจากกระแสรักสุขภาพของประชาชนที่ยังคงมีมาก ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ที่ให้ความสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพราะช่วยดับกระหายและเป็นผลดีต่อสุขภาพ โดยคาดว่าตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนัลดริงค์ในปี 61 จะเติบโตมากกว่าปี 60 ที่อยู่ที่ 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาพรวมตลาดกลุ่มเครื่องดื่มช่วงฤดูร้อนไตรมาส 2 ปี 61 จะโดดเด่นกว่าไตรมาสแรก ถือเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี เนื่องจากเป็นช่วงที่ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อน ทำให้ผู้บริโภคจะเลือกซื้อเครื่องดื่มเพื่อดับกระหาย โดยเฉพาะชาพร้อมดื่ม ส่งผลให้แต่ละบริษัททำการตลาดออกมาอย่างต่อเนื่อง ที่ปัจจุบันได้เริ่มทยอยเปิดตัวบ้างแล้ว รวมทั้ง เครื่องดื่มของไทยยังเป็นที่นิยมของประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากชื่นชอบในผลิตภัณฑ์และรสชาติ ช่วยผลักดันให้ยอดขายของแต่ละแห่งในช่วงนี้ปรับเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่จะได้รับผลดีจากการกระตุ้นยอดขายของเครื่องดื่มในช่วงหน้าร้อน คือ บมจ.เซ็ปเป้ ที่คาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 2 จะสูงที่สุดของทั้งปี มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกที่อยู่ที่ 65% โดยเน้นการส่งออกไปที่อินโดนีเซีย และกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ด้านสัดส่วนในประเทศอยู่ที่ 35%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ บมจ.โออิชิ กรุ๊ป ยังคงเติบโตได้อย่างโดดเด่นต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จในการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น ซีแอลเอ็มวี และบมจ.อิชิตัน กรุ๊ป คาดกำไรในไตรมาส 2 จะยังเติบโตได้ดี เนื่องจากที่ผ่านมามีการขยายตลาดการส่งออกค่อนข้างมาก โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 20% และจะเพิ่มมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งผลการดำเนินงานในปี 60 เติบโตค่อนข้างสูง แต่ในปี 61 คาดว่าจะโตลดลง หลังจากที่ฐานเริ่มสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็ปเป้ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ตอบโจทย์สุขภาพ กล่าวว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมเรื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงามในปี 61 ประเมินว่าจะเติบโตได้ดีกว่าปีก่อน เนื่องจากการผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมหันมานำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มเติม โดยเน้นจุดขายสูตรน้ำตาลน้อยรับกระแสรักสุขภาพหรือเลือกแนวทางปรับสูตรเครื่องดื่มที่มีอยู่เดิมด้วยการลดปริมาณน้ำตาล ซึ่งสอดรับกับมาตรการจัดเก็บภาษีความหวาน ที่ภาครัฐยังให้เวลาปรับตัวเป็นระยะเวลา 2 ปี ก่อนเริ่มจัดเก็บภาษีจริงในวันที่ 1 ต.ค.62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.อิชิตัน กรุ๊ป กล่าวว่า ปีนี้แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มในประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้นโดยบริษัทได้ปรับกลยุทธ์สินค้าแต่ละแบรนด์ เพื่อเจาะลูกค้าทุกกลุ่มให้ชัดเจน และขยายช่องทางการขายในระดับเทรดดิชั่นนัลเทรด ภายในประเทศและเจรจาคู่ค้าในต่างประเทศให้มากขึ้น โดยหน้าร้อนเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจได้เปิดตัวแคมเปญ อิชิตัน รหัสรวยเปรี้ยง ฝาเดียว 4 คัน ขับมันส์ทั้งบ้าน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.- 9 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;เพื่อผลักดันยอดขายให้ได้ตามที่ตั้งไว้ 6,700 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5736</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาพร้อมดื่ม, ชาเขียว, ฤดูร้อน, อิชิตัน, เครื่องดื่ม, โออิชิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab74b687718d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 21:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 21:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล้อมคอกวัยรุ่นดื่มแล้วตาย แคนาดาคุมเข้มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสหวาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แคนาดาเตรียมออกกฎหมายคุมเข้มการจำหน่ายเครื่องดื่มรสหวานจัดแอลกอฮอล์สูง หลังพบวัยรุ่นเสียชีวิตหลังดื่มแค่ 2 กระป๋อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ตัวอย่างเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสหวาน ยี่ห้อ Four Loko แฟ้มภาพ AFP &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออตตาวา (เอเอฟพี) / ญีเนตต์ เปอตีปาต์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแคนาดา กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 19 มีนาคม ว่ารู้สึกเป็นกังวลอย่างมากที่ขณะนี้เครื่องดื่มรสหวานจัดและมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงหาซื้อได้ทั่วไป และมีการสร้างแรงดึงดูดเพื่อจูงใจผู้บริโภค เนื่องจากมีเยาวชนจำนวนมากที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหลังดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ ตนจึงได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุขลงมือทำทุกสิ่งที่จำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขแคนาดาแถลงว่า มาตรการที่จะจัดการเรื่องนี้ได้แก่ จำกัดปริมาตรสุทธิของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มชนิดนี้ หรือจำกัดปริมาณแอลกอฮอล์ ซึ่งกฎหมายใหม่จะบังคับใช้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหมดที่มีปริมาณน้ำตาลเกินกว่าระดับที่มีการกำหนดเอาไว้ รวมถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ใช้น้ำตาลเทียม แต่จะไม่บังคับใช้กับสุราหวานและไวน์หวาน และขอร้องให้บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หวานเหล่านี้เปลี่ยนรูปแบบการโฆษณา การตลาด และฉลากของเครื่องดื่มชนิดนี้เพื่อลดความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีเครื่องดื่มชนิดนี้จำหน่ายในแคนาดาเพิ่มขึ้นมาก โดยมีรสต่างๆ และมีน้ำตาลสูงมาก รวมถึงมีปริมาณแอลกอฮอล์เท่ากับไวน์ 4 แก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้วพบเด็กหญิงวัย 14 ปีเสียชีวิตในลำธารหลังโรงเรียนของเธอ ที่เมืองลาวัล รัฐควิเบก รายงานการชันสูตรศพพบเด็กคนนี้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รสหวานที่มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงถึง 11.9% ไป 2 กระป๋อง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5449</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมเข้ม, วัยรุ่นตาย, เครื่องดื่ม, แคนาดา, แอลกอฮอล์รสหวาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab11d833514e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2026 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2018 12:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออิชิ ลุ้นขึ้นเป็นผู้นำตลาดชาเขียวในอาเซียน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โออิชิ เดินตามวิสัยทัศน์ไทยเบฟ 2020 ประกาศรุกหนักธุรกิจเครื่องดื่มและอาหาร เดิมเกมส่งชาเขียวโตต่างแดน หวังครองแชมป์ตลาดอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2561 นางนงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ. โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;การดำเนินธุรกิจปี 2561 ยังคงเดินตามวิสัยทัศน์ 2020 ของเครือไทยเบฟ โดยบริษัทจะเน้นธุรกิจเครื่องดื่ม ร้านอาหาร และอาหารพร้อมทาน ให้เติบโตไปพร้อมกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและกลายเป็นเบอร์ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ACE) ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มมีชาเขียวพร้อมดื่มภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;โออิชิ&amp;rdquo; เป็นตัวหลักของการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะนี้โออิชิมีมาร์เก็ตแชร์ในเมืองไทย 46% ส่วนเบอร์ 2 มีส่วนแบ่งอยู่ประมาณ 34% บริษัทเป็นผู้นำทุกช่องทางการจำหน่าย ทั้งยังเติบโตสวนกระแสกับตลาดชาเขียวพร้อมดื่มที่ติดลบ 6% แต่โออิชิกลับมีตัวเลขบวก 5% เป็นเพราะได้ทำการพัฒนาสินค้าผ่านนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี เห็นจากโออิชิ องุ่น เคียวโฮ ที่มีผลตอบรับด้านยอดขายดีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันช่วง 2 ปีที่ผ่านมาบริษัทได้จัดเอสเคยู่ของกลุ่มเครื่องดื่มให้มีความเหมาะสม เพื่อทำให้การผลิตสินค้าตอบสนองตลาดได้อย่างดีที่สุด ตอนนี้มองไปที่การรุกหนักตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม เพราะที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสูงถึง 53% ซึ่งในกัมพชาและ สปป. ลาว มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้โออิชิเป็นผู้นำตลาดแล้ว&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางนงนุช กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจร้านอาหารเตรียมเงินลงทุนไว้ 400 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเปิดร้านใหม่และปรับปรุงร้านเดิม ควบคู่ไปกับศึกษาเทรนด์และความต้องการของตลาดในการพัฒนาแบรนด์ร้านอาหารใหม่ๆ ส่วนธุรกิจอาหารพร้อมทานมองว่าเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป มองหาความสะดวกสบายในการรับประทานมากกว่าอดีต&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปีงบประมาณ &amp;nbsp;2560 (1 ต.ค. 2559 &amp;ndash; 30 ก.ย. 2560) มีรายได้ 13,551 ล้านบาทลดลงเล็กน้อยที่ 0.6% จากปีก่อน&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์&amp;nbsp; โดยแบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจอาหาร 6,497 ล้านบาท ค่อนข้างทรงตัว ส่วนธุรกิจเครื่องดื่มมีรายได้ 7,054 ล้านบาท เติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมาเช่นกัน แต่กำไรสุทธิรวมเติบโตขึ้นทั้งสองธุรกิจรวม 1,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% จากปีก่อน แบ่งเป็นผลกำไรสุทธิจากธุรกิจอาหาร 210 ล้านบาท เติบโต 76.5% เนื่องจากการปรับกลยุทธ์การตลาด และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง&amp;nbsp; ธุรกิจเครื่องดื่มมีกำไรสุทธิ 1,233 ล้านบาท เติบโต 22.8%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1221</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาเขียว, เครื่องดื่ม, โออิชิ, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180117/image_mid_5a5edb39d8afd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
