<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22828</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็นจีโอ โวย กิจกรรม&quot;หมอชวนวิ่ง&quot;มีบูธคล้ายขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26พ.ย.61-NGO&amp;nbsp;จะเดินทางเพื่อยื่นหนังสือถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ถึงกรณีงานกิจกรรม &amp;ldquo;หมอชวนวิ่ง&amp;rdquo;ปล่อยให้มีบูธเครื่องดื่ม ซึ่งมีโลโก้เสมือนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำรณ ชูเดชา&amp;nbsp;ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า ในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;พ.ย. ทางเครือข่ายฯ พร้อมด้วยเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์&amp;nbsp;และเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่จะเดินทางเพื่อยื่นหนังสือถึง ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ถึงกรณีงานกิจกรรม &amp;ldquo;หมอชวนวิ่ง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นโครงการที่ดีจัดกันทั่วประเทศ และปิดงานที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เมื่อวันที่&amp;nbsp;25&amp;nbsp;พฤศจิกายนที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าในงาน กลับปล่อยให้มีบูธเครื่องดื่ม ซึ่งมีโลโก้เสมือนของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อดังอย่างชัดเจน และยังระบุในแก้วน้ำว่า เครื่องดื่มตรา.... ซึ่งไม่สามารถทำได้ เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขเคยฟ้องร้องประเด็นนี้ เพราะการใช้ลักษณะดังกล่าว จะรวมถึงเครื่องดื่มทุกชนิดของยี่ห้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยี่ห้อนี้ ซึ่งศาลก็มีการพิจารณาไปแล้ว เข้าใจว่าน่าจะหลุดออกมา แต่ถ้าเป็นงานอีเว้นท์ใหญ่จะไม่พบเห็นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำรณ กล่าวว่า ประเด็นคือ กระทรวงสาธารณสุข เป็นกระทรวงสุขภาพ การจะปล่อยให้มีสปอนเซอร์ หรือผู้สนับสนุนในลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะเราเป็นตัวอย่างสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชนไม่ใช่หรืออย่างไร ซึ่งผมยังเชื่อว่า เรื่องนี้ รัฐมนตรีฯ หรือผู้บริหารระดับสูงคงไม่ทราบเรื่อง จึงไม่แน่ใจว่า เป็นความรู้เท่าไม่ถึงการ ของผู้ปฏิบัติหรือไม่ แต่ไม่ว่าอย่างไรเสียเรื่องนี้ ทางเครือข่ายฯมองว่า ก็ต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็อาจเกิดปัญหาซ้ำๆอี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22828</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจกรรมหมอชวนวิ่่ง, คำรณ ชูเดชา, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครื่องดื่มชูกำลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181126/image_mid_5bfbcffce9fa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/11/2018 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/11/2018 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>TCP ขยายตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในเวียดนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดสำนักงานแห่งแรกในต่างประเทศที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มธุรกิจ TCP เปิดสำนักงานแห่งแรกในต่างประเทศที่นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม พร้อมเพิ่มลงทุนใน บริษัท TCPVN อีก 4,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี เสริมแกร่งด้านการตลาด การจัดจำหน่าย และR&amp;amp;D ตั้งเป้า 3 ปี ยอดขายเพิ่มขึ้นเท่าตัว เล็งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในเวียดนามอย่างน้อย 1 แบรนด์ใน 3 ปีข้างหน้า มุ่งเดินหน้าตามแผน 5 ปี ยกระดับกลุ่มธุรกิจ TCP ขึ้นชั้น &amp;ldquo;บริษัทไทยที่ยิ่งใหญ่บนเวทีโลก&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่นครโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์กระทิงแดง (เรดบูล) เรดดี้ โสมพลัส สปอนเซอร์ แมนซั่ม เพียวริคุ ซันสแนค และวอริเออร์ ได้เปิดสำนักงานต่างประเทศแห่งแรกที่กลุ่มธุรกิจ TCP ถือหุ้น 100% ณ ประเทศเวียดนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวว่า &amp;ldquo;การเปิดบริษัท TCPVN ขึ้นที่เวียดนามนี้ เป็นบทพิสูจน์ความมุ่งมั่นของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่ต้องการเป็นองค์กรธุรกิจที่สามารถนำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยในเวทีโลก ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มที่เป็นแบรนด์ไทยที่สร้างชื่อเสียง และได้รับการยอมรับในระดับโลก การเปิดสำนักงานที่เวียดนามนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจ 5 ปี ที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2560 ที่มุ่งสร้างยอดขายของกลุ่มโตขึ้น 3 เท่าเป็น 100,000 ล้านบาท&amp;rdquo; &amp;nbsp;การเลือกมาเปิดสำนักงานที่เวียดนาม เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ มีศักยภาพสูง และมีโอกาสที่ตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มจะเติบโตอีกมาก เนื่องจาก 1.ไลฟ์สไตล์ของคนเวียดนามจะนิยมบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อใช้ในการดับกระหาย รวมถึงใช้บริโภคควบคู่ไปพร้อมกับมื้ออาหาร ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการบริโภคของคนที่ทำงานหนัก และต้องการพลังงานจากเครื่องดื่มชูกำลังมาช่วยเสริม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของเวียดนาม มีศักยภาพที่จะเติบโตต่อเนื่องโดยปัจจุบันในภูมิภาคเอเชียเวียดนามเป็นที่สองรองจากประเทศจีนเท่านั้น 3. ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มธุรกิจ TCP ที่มีจำหน่ายอยู่แล้วมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องกว่า 25% ซึ่งเป็นการเติบโตที่มากกว่าตลาดรวม &amp;nbsp;4. ตลาดเวียดนามจะให้ความไว้วางใจกับสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของเราเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกทั้งในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม พรีเมี่ยม ซึ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับกลุ่มธุรกิจ TCP ในการนำผลิตภัณฑ์คุณภาพอื่นๆ เข้าสู่ตลาดเวียดนาม และ5. กลุ่มธุรกิจ TCP ยังมีรากฐานทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในตลาดเวียดนามมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานเจ้าหน้าที่บริการกลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวต่อว่า พร้อมกันนี้ได้ประกาศธุรกิจ 3 ปี ของ TCP ในเวียดนาม (บริษัท TCPVNจำกัด) ด้วยการลงทุนเพิ่ม 4,000 ล้านบาทเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับ TCPVN ใน 3 ส่วนหลักคือ &amp;nbsp;1.เสริมสร้างศักยภาพของทีมงานวิจัยตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เราจะมุ่งมั่นพัฒนาบุคคลากร และเทคโนโลยีให้ทันสมัย เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมงาน TCPVN ให้เป็นหน่วยธุรกิจที่เชี่ยวชาญข้อมูลเชิงลึก ที่มีความเข้าใจพฤติกรรมการบริโภค ไลฟ์สไตล์ และวิถีชุมชนของคนเวียดนามอย่างดีที่สุด เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ปรับปรุง หรือพัฒนาให้ &amp;nbsp; แบรนด์ของเราที่มีจำหน่ายอยู่แล้วในท้องตลาดมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้มีการคิดค้น พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการเฉพาะตลาดได้ดีขึ้น เพื่อทำให้กลุ่มธุรกิจ TCP เป็น &amp;ldquo;เฮ้าส์ออฟแบรนด์&amp;rdquo; ที่ทรงพลังและแข็งแกร่ง โดยตั้งเป้าว่าในอีก 3 ปี เราจะมีสินค้าใหม่อย่างน้อย 1 แบรนด์วางจำหน่ายในตลาดเวียดนาม ซึ่งอาจจะเป็นสินค้าใหม่ที่คิดค้นเพื่อคนในท้องถิ่น หรืออาจจะเป็นแบรนด์ที่มีอยู่แล้ว และนำมาจำหน่ายก็ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุฒิ กล่าวเสริมว่า &amp;ldquo;เครื่องดื่มชูกำลังอัดลมแบรนด์ &amp;ldquo;วอริเออร์&amp;rdquo; เป็นความภูมิใจของเรา และทีมงานตลาดต่างประเทศทุกคน เพราะถือว่าเป็นแบรนด์ใหม่ที่คนไทยสร้างขึ้นมาเพื่อตลาดเวียดนาม ที่สามารถฝ่าฟัน เอาชนะการแข่งขันที่รุนแรงของตลาดเครื่องดื่มพร้อมดื่มในตลาดได้ วอริเออร์ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของทีมงานวิจัยตลาดที่เข้าถึงพฤติกรรมการบริโภคของคนเวียดนามอย่างลึกซึ้ง โดยเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราพบว่ายังมีผู้บริโภคชาวเวียดนามที่ต้องการดื่มเครื่องดื่มชูกำลังที่ยังคงให้ความรู้สึกเหมือนดื่มน้ำอัดลม เราจึงได้วิจัยและพัฒนาจนออกมาเป็นเครื่องดื่มชูกำลังอัดลมแบรนด์วอริเออร์ และได้นำออกมาวางจำหน่ายในปี 2558 &amp;nbsp;ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี มียอดขายเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยคาดว่ายอดขาย ณ สิ้นปี 2561 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึงเท่าตัว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.มุ่งมั่นบริหารจัดการด้านการตลาดและการขายอย่างเต็มประสิทธิภาพ &amp;ldquo;TCPVN ยังมีบทบาทในการบริหารจัดการด้านการตลาดและการขาย ด้วยทีมงานการตลาดมืออาชีพซึ่งเป็นคนเวียดนามที่มีประสบการณ์การทำงานกับบริษัทระดับนานาชาติ โดยจะทำงานผสานกับทีมบริหารของ TCP Group ที่เคยผ่านการทำงานระดับโลก เพื่อนำเอาทักษะที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้ในการสร้างความเจริญให้กับบริษัทของคนไทยและแบรนด์ไทย ทักษะเหล่านี้เมื่อผสานเข้ากับผลงานยอดเยี่ยมของทีมงาน TCPVN ก็จะยิ่งช่วยเสริมสร้างให้ระบบการทำงานด้านการตลาดมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เราหวังว่า TCPVN จะมีส่วนช่วยพัฒนาและผลักดันให้มูลค่าตลาดรวมของเครื่องดื่มพร้อมดื่มในเวียดนามสูงขึ้นเป็นอันดับที่สอง หรือใกล้เคียงกับตลาดน้ำอัดลม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.เพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการช่องทางการจัดจำหน่าย นอกจากนั้น TCPVN ยังมีบทบาทในการบริหารจัดการระบบการจัดจำหน่าย เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น และครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น รวมถึงการแสวงหาช่องทางสมัยใหม่ เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างสะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้แผนการลงทุนของเราใน 3 ปีข้างหน้า จะช่วยพัฒนาขีดความสามารถของทีมงาน TCPVN ให้ทัดเทียมบริษัทในระดับนานาชาติด้วยโนว์-ฮาว และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และการตลาดยุคใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และบริการให้ดียิ่งขึ้นกับลูกค้าของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับยอดขายสินค้าของกลุ่มธุรกิจ TCP ในตลาดเวียดนาม คาดว่าถึงสิ้นปีนี้จะมียอดขายรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท และมีส่วนแบ่งการตลาดรวมทุกแบรนด์ในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังราว 42%&amp;rdquo;นายสราวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22806</URL_LINK>
                <HASHTAG>TCP, TCPVN, ขยายธุรกิจ, วอริเออร์, เครื่องดื่มชูกำลัง, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181126/image_big_5bfbb5bb0bacc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2018 20:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างก่อโรคอ้วน อังกฤษเล็งห้ามขายเครื่องดื่มชูกำลังให้เด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษเล็งออกกฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังให้เด็ก เนื่องจากมีน้ำตาลและกาเฟอีนสูง ทำให้เด็กเป็นโรคอ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครดิตภาพ South China Morning Post &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ ของอังกฤษ เผยว่า รัฐบาลต้องการออกกฎหมายห้ามผู้ค้าปลีกจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง เช่น กระทิงแดง, มอนสเตอร์ และรีเลนท์เลส ให้กับเด็ก เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้มีปริมาณน้ำตาลและกาเฟอีนสูงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากถ้อยแถลงของเมย์ระบุว่า โรคอ้วนในเด็กเป็นหนึ่งในปัญหาด้านสุขภาพสำคัญที่ประเทศเผชิญอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันมีเด็กและเยาวชนหลายหมื่นคนดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเป็นประจำ เนื่องจากมีราคาถูกกว่าน้ำอัดลม รัฐบาลจึงขอหารือเพื่อห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังให้กับเด็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษประเมินว่า เด็กอังกฤษอายุระหว่าง 10-17 ปี มากกว่า 2 ใน 3 ที่ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง และราว 1 ใน 4 ของเด็กอายุระหว่าง 6-9 ปี ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง ซึ่งนำไปสู่ปัญหาสุขภาพและพฤติกรรม ได้แก่ ปวดศีรษะ, ฟันผุ, โรคอ้วน, นอนไม่หลับ, ปวดท้องและอยู่ไม่นิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษประกาศเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน และตั้งเป้าที่จะลดอัตราเด็กที่เป็นโรคอ้วนให้ได้ครึ่งหนึ่งภายในปี 2573&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การขอหารือ 12 สัปดาห์ของรัฐบาลอังกฤษครั้งนี้ จะสอบถามความคิดเห็นว่าควรห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี หรือ 18 ปี หรือควรจะแก้ไขกฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังกับเด็กในทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่างกฎหมายที่เตรียมเสนอจะห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลังที่มีปริมาณกาเฟอีนมากกว่า 150 มิลลิกรัม/ลิตร ให้กับเด็ก ข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษระบุว่า เครื่องดื่มชูกำลัง 1 กระป๋อง ขนาด 250 มิลลิกรัม มีกาเฟอีนเกือบเท่ากับน้ำดื่มโคล่า 3 กระป๋อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ สตีฟ ไบรน์ เผยว่า เด็กอังกฤษดื่มเครื่องดื่มชูกำลังมากกว่าประเทศอื่นในยุโรปถึง 50% นอกจากส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กแล้ว ครูกังวลว่าการดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง น่าจะเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่ดีของนักเรียนในชั้นด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16497</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเฟอีน, ห้ามขาย, อังกฤษ, เครื่องดื่มชูกำลัง, เด็ก, โรคอ้วน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180830/image_big_5b87f52849313.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
