<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98360</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาเฟ่ อเมซอน รับรางวัลเชิดชูเกียรติที่ร่วมขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ ของกระทรวงสาธารณสุข</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ นายสุชาติ ระมาศ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีก บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) ในโอกาสที่ คาเฟ่ อเมซอน ได้ร่วมขับเคลื่อนนโยบายหวานน้อยสั่งได้ นำร่อง (เฟส 1) ณ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คาเฟ่ อเมซอน นับเป็นผู้ประกอบการร้านกาแฟสดรายแรกที่ได้รับตราสัญลักษณ์เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ และเป็นหนึ่งกำลังสนับสนุนให้คนไทยบริโภคเครื่องดื่มหวานน้อย โดยร่วมนโยบาย &amp;ldquo;หวานน้อยสั่งได้&amp;rdquo; กับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ด้วยการใช้ &amp;ldquo;Sweetness Scale&amp;rdquo; เป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ซึ่งเริ่มนำร่องที่ร้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คาเฟ่ อเมซอน สาขากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2563 และเริ่มใช้ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2563 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังมี &amp;ldquo;เมนูทางเลือกสุขภาพ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Light Menu&amp;rdquo; ที่เป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่รักสุขภาพอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98360</URL_LINK>
                <HASHTAG>Light Menu, Sweetness Scale, กระทรวงสาธารณสุข, คาเฟ่ อเมซอน, ดร.สาธิต ปิตุเตชะ, นายสุชาติ ระมาศ, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), หวานน้อยสั่งได้, เครื่องดื่มทางเลือกสุขภาพ, เครื่องดื่มหวานน้อย, เมนูทางเลือกสุขภาพ, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606a8e58666db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16756</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2018 08:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2018 08:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;เป๊ปซี่โค&#039; หันเน้นตลาดเครื่องดื่มที่ลดปริมาณน้ำตาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค ประเทศไทย ประกาศลุยธุรกิจเครื่องดื่มมูลค่ากว่า 1.5 แสนล้านบาท เล็งปล่อยสินค้าใหม่สู่ตลาดเต็มสูบ พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้าน้ำตาลน้อยภายในปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทยที่มูลค่า 154,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดน้ำอัดลมมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยจะนำพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มและศักยภาพของบริษัทชั้นนำระดับโลกอย่างซันโทรี่และเป๊ปซี่โค เป็นจุดแข็งสร้างการเติบโตในระยะยาว ภายใต้วิสัยทัศน์ GROWING FOR GOOD ผ่านกลยุทธ์หลักคือ การลงทุนในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทสร้างแบรนด์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดน้ำดำ การขยายพอร์ทโฟลิโอด้วยนวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ การรุกขยายระบบการกระจายสินค้าและเพิ่มพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ จะสร้างโอกาสในการเติบโตโดยขยายไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค ทั้งเครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น เครื่องดื่มเกลือแร่ ชาและกาแฟพร้อมดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด และน้ำผลไม้ รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต เพราะมองว่าประเทศไทยเป็นตลาดผู้บริโภคที่มีขนาดใหญ่ และมีการขยายตัวของกลุ่มคนชั้นกลางอย่างต่อเนื่อง ทำให้เครื่องดื่มมีการเติบโต และมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT ได้เริ่มผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในเครือเป๊ปซี่โค อาทิ เครื่องดื่มเป๊ปซี่ มิรินด้า เซเว่นอัพ ชาพร้อมดื่มลิปตัน เครื่องดื่มเกลือแร่เกเตอเรด และเครื่องดื่มอควาฟิน่า มาตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2561 โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 19,680 ล้านบาท ปัจจุบันเครื่องดื่มเป๊ปซี่ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดน้ำดำในบรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวด ทั้งขวดพีอีทีและกระป๋องด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 45% &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี จากแนวทางในการดำเนินธุรกิจของทั้งซันโทรี่และเป๊ปซี่โค โดยเฉพาะนโยบาย Performance with Purpose ของเป๊ปซี่โคที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนของเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไม่เกิน 100 แคลอรี่ต่อปริมาตร 12 ออนซ์ ให้ได้ 2 ใน 3 ของพอร์ทโฟลิโอภายในปี 2568 ซึ่งที่ผ่านมา ได้นำเสนอสินค้าเครื่องดื่มที่ลดปริมาณน้ำตาลลง อาทิ เครื่องดื่มอความฟิน่า วิต ซ่า, มิรินด้า มิกซ์-อิท, เป๊ปซี่ แม็กซ์ เทสต์ (ปราศจากน้ำตาล), ชาเขียวลิปตัน กลิ่นมะม่วงใบเตย และเซเว่นอัพ โลว์ชูการ์ และเตรียมที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพิ่มเติมอีกมากมาย เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์ในอนาคตที่จะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16756</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซันโทรี่, มิรินด้า, ลดปริมาณน้ำตาล, เครื่องดื่มหวานน้อย, เซเว่นอัพ, เป๊ปซี่, เป๊ปซี่โค, โอเมอร์ มาลิค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180904/image_big_5b8dd9131c597.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
