<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2021 21:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมน้ำเมาสงกรานต์ ห้ามขายเด็กต่ำ20ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กก.นโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ เห็นชอบแนวทางคุมอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ห้ามขายให้เด็กต่ำกว่า 20 ปี พร้อมตั้งด่านชุมชนสกัด ไฟเขียว 2 ตัวยาใหม่บำบัดรักษาคนติดสุรา เล็งนำเข้าภายใน 3 เดือน ทดลองกลุ่มมีปัญหา 2 หมื่นคนใน 6 เดือน ก่อนดันเข้าบัญชียาหลักแห่งชาติ &amp;quot;นพ.แท้จริง&amp;quot; หนุนรัฐบาลงดการจัดกิจกรรมสาดน้ำ ชงสวดมนต์ข้ามปีช่วงเทศกาลปีใหม่ไทย ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันที่ 31 มีนาคม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ซึ่งหลายคนรอคอยเทศกาลนี้ แต่ปีนี้คงจัดแบบฟูลสเกลไม่ได้ ไม่อนุญาตให้มีการสาดน้ำ แต่อนุญาตให้มีการเดินทางได้ ดังนั้นจึงต้องเน้นการบังคับใช้กฎหมายตั้งแต่ช่วงก่อนเทศกาลคือ วันที่ 15 มี.ค.-9 เม.ย. การใช้มาตรการขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ ไม่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เพราะจากข้อมูลพบว่า ส่วนใหญ่อุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้นจากสุรา กลุ่มอายุหลักคือ ต่ำกว่า 20 ปี รวมถึงวิเคราะห์ความเสี่ยงการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 และจุดเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวว่า ส่วนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 10-16 เม.ย. ยังบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง ตั้งด่านชุมชนสกัดไม่ให้ผู้ดื่มขับรถออกสู่ถนนใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าช่วยลดตัวเลขและการสูญเสียจากอุบัติเหตุได้ โดยขอให้มหาดไทยตั้งด่านชุมชนในถนนรองให้มากที่สุด โดยร่วมกับอาสาสมัครในพื้นที่ การตรวจวัดเลือดแอลกอฮอล์ผู้บาดเจ็บทางถนนอายุต่ำกว่า 20 ปีทุกราย หากปริมาณเกินมาตรฐานให้สอบสวนเอาผิดสถานที่ หรือบุคคลที่จำหน่ายหรือให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่เด็กและเยาวชน ขณะที่ช่วงหลังเทศกาลวันที่ 17-23 เมษายน 2564 ให้สรุปข้อมูลเพื่อปรับปรุงมาตรการในปีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.สาธารณสุขกล่าวว่า นอกจากนี้ยังเห็นด้วยตามมติคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ ที่ให้บูรณาการการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 กำหนดเวลาห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบางวัน บางเวลา บางพื้นที่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือจัดทำข้อตกลงความร่วมมือการจัดงานบุญ ประเพณีปลอดเหล้า ปลอดภัย ปลอดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของพื้นที่นั้นๆ เนื่องจากช่วงเกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กฎหมายก็ห้ามจำหน่ายอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสาธิตกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการใช้ยานาลเทรกโซน (Naltrexone) และยาอะแคมโพรเสต (Acamprosate) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาผู้ติดสุรา เนื่องจากในต่างประเทศมีการบรรจุยาทั้ง 2 ตัวในบัญชียาหลัก และพบว่าลดการเสพซ้ำได้ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดรักษาไม่เกิน 3,000 บาทต่อราย นอกจากนี้ พบว่ามีแหล่งผลิตที่ประเทศอินเดียและมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย จึงมอบหมายให้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการเร่งรัดการนำเข้าและขึ้นทะเบียนยา และจัดทำโครงการนำร่องการใช้ยาดังกล่าวในสถานบริการสาธารณสุขเพื่อใช้แทนยาเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านน พ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ยาไดซัลฟิแรม (Disulfiram) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีข้อจำกัดว่าต้องหยุดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 2 สัปดาห์ หากใช้คู่กันจะส่งผลให้คนใช้เกิดอาการหน้าแดง ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อออกมาก กระหายน้ำ ใจสั่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจเร็ว ชีพจรเร็ว เป็นลม อ่อนแรง ตาพร่ามัว สับสน บ้านหมุน ความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น และลดประสิทธิภาพการบำบัดรักษาผู้ติดสุรา ดังนั้นแพทย์จึงไม่ค่อยสั่งใช้เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย ที่ประชุมจึงเห็นชอบให้จัดหายาบำบัดผู้ติดสุรา 2 ตัวมาทดแทนคือ ยานาลเทรกโซน สำหรับผู้ติดสุราที่ไม่มีปัญหาโรคตับอักเสบ และยาอะแคมโพรเสต สำหรับผู้ที่มีปัญหาตับอักเสบ ยาทั้ง 2 ตัวเป็นยาที่จะไปลดความอยากแอลกอฮอล์ และเนื่องจากเป็นยาที่หมดสิทธิบัตรแล้วจึงทำให้ราคาถูกลงกว่าเดิมถึง 10 เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้พยายามที่จะนำยาทั้ง 2 ตัวเข้ามาให้ได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ แต่จะมีการทดลองนำร่องก่อนในกลุ่มผู้ติดสุราราวๆ 2 หมื่นคน ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน จะมีการสรุปและประเมินความคุ้มค่าอีกครั้ง ก่อนจะผลักดันเข้าระบบบัญชียาหลักแห่งชาติต่อไป&amp;rdquo; นพ.ขจรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ เปิดเผยถึงมาตรการการจัดกิจกรรมเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ 2564 ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า จากการที่รัฐบาลมีมติให้การจัดงานสงกรานต์ในปีนี้งดการจัดกิจกรรมสาดน้ำ ประแป้ง การจัดคอนเสิร์ต โดยกิจกรรมที่อนุญาตให้ดำเนินการได้คือ การทำบุญ ตักบาตร รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ สรงน้ำพระ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมไทย และเป็นการลดปัจจัยเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโควิด-19 มูลนิธิเมาไม่ขับเห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว พร้อมกันนี้ขอเสนอให้รัฐบาลสนับสนุนการจัดกิจกรรมการสวดมนต์ข้ามปี ปีใหม่ไทย (สงกรานต์) เพิ่มเข้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีพี่น้องประชาชนเดินทางกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีวันหยุดต่อเนื่องมากถึง 6 วัน ประกอบกับเทศกาลสงกรานต์ในปี 63 ปีที่แล้ว คนไทยไม่ได้กลับบ้านเฉลิมฉลอง รวมไปถึงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงเชื่อว่าเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้จะมีคนไทยเดินทางกันเป็นจำนวนมาก และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การเฉลิมฉลองด้วยการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วออกไปขับรถ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.แท้จริงกล่าวว่า วันที่ 13 เมษายน เป็นวันที่มีคนไทยเสียชีวิตบนท้องถนนสูงสุด เหมือนกับวันที่ 31 ธันวาคม แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาคีภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ร่วมผลักดันโครงการสวดมนต์ข้ามปี ทำให้สถิติการเสียชีวิตในวันที่ 31 ธันวาคม ลดลงไปมาก จากความสำเร็จของโครงการสวดมนต์ข้ามปี ที่ทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันให้เกิดวัฒนธรรมในการฉลองปีใหม่ด้วยการจัดสวดมนต์ขอพร เพื่อเป็นสิริมงคลกับตนเองและครอบครัว ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศไทยที่มีมาแต่โบราณกาล จึงขอเชิญชวนให้คนไทยร่วมใจกันสวดมนต์ข้ามปีอย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 13 เมษายน ซึ่งสามารถสวดทางออนไลน์ได้ ซึ่งจะช่วยลดคนเมาบนท้องถนนและลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19. &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97944</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุมน้ำเมาสงกรานต์, ตั้งด่านชุมชนสกัด, บำบัดรักษาคนติดสุรา, สงกรานต์, อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210331/image_big_606469cc0116d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2020 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2020 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มั่วสุมกินเหล้าพุ่ง60%ฉลองคลายล็อกวันแรก ศบค.ขู่ติดเชื้อเพิ่มกลับใช้มาตรการเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือศบค. แถลงถึงการปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ด้านความมั่งคง ระหว่างวันที่ 3 พ.ค.เวลา 22.00 น. ถึงช่วงเช้าวันที่ 4 พ.ค. ว่า พบผู้ออกนอกเคหะสถาน 690 ราย เพิ่มขึ้น 136 ราย มีผู้ชุมนุมมั่วสุม 129 ราย เพิ่มขึ้น 22 ราย ซึ่งพบว่าการดื่มสุรามาเป็นอันดับ 1 ที่ 60 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 พ.ค. มีการผ่อนปรนให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ อันดับ 2 คือการพนัน 21 เปอร์เซ็นต์ และอันดับ 3 เสพยาติด 11 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เมื่อผ่อนปรนให้มีการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้แล้ว ปรากฎว่ามีภาพการคนจำนวนมากแย่งกันซื้อสินค้า จะส่งผลให้มีการทบทวนมาตรการผ่อนคลายหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ขอแสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่อยู่ในภาพเหล่านั้น เป็นตัวอย่างและข้อเตือนใจว่าตอนเปลี่ยนผ่านเราต้องพยายามทำความเข้าใจว่าต้องมีการปรับพฤติกรรมแล้วท่านเองจะปลอดภัย ซึ่งข้อกำหนดเป็นมาตรการที่แจ้งออกมาแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากเดิม เป็นสิ่งที่เราทำกันมา ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถ้าท่านยังยึดหลักเหมือนเดิม ถ้าทำได้ทั้งเรื่องทำความสะอาดพื้นที่ กำจัดขยะมูลฝอยทุกวัน สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยสบู่ แอลกอฮอล์หรือเจลน้ำยาฆ่าเชื้อโรค เว้นระยะห่างทั้งนั่งและยืนอย่างน้อย 1 เมตร และควบคุมจำนวนผู้ร่วมกิจกรรมไม่ให้แออัด หรือลดเวลาในการทำกิจกรรมให้สั้นลงเท่าที่จำเป็น ซึ่งเราจะประสบความสำเร็จแห่งหนึ่งของโลก เรายังต้องการความร่วมมืออยู่ เพื่อให้โรคออกจากประเทศไทยให้ได้ ให้มั่นใจว่าประเทศไม่มีคนติดเชื้อ ถึงวันนั้นเราจะใช้ชีวิตปกติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรามี14วันเปลี่ยนผ่านนี้ ถ้าร่วมมือกันจะใช้มันอย่างคุ้มค่า ตัวเลขการติดเชื้อน้อยลงแล้วจะได้ไปสู่ระยะที่ 2 ที่มีพื้นที่ที่จะไปได้มากกว่านี้ ซึ่งต้องเกิดจากความร่วมมือร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ศบค.จะจัดชุดข้อมูลเก็บเป็นสถิติ ถ้าเราผ่อนปรนแล้วตัวเลขติดเชื้อน้อยจะขยับในขั้นผ่อนปรนระยะต่อไป แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มาตรการจะต้องถูกทบทวน ไม่ว่าจะให้หยุดหรือกลับไปที่เดิมเป็นการบังคับที่มีข้อจำกัดมากมาย เพื่อไม่ให้เราต้องป่วย ทำให้เราไม่ต้องตาย สิ่งที่เราร่วมกันมา1 เดือนมีความหมายกับเรา และอีก14 วันจากนี้ก็มีความหมายมาก ซึ่งผู้ประกอบการต้องทำมากกว่าผู้ใช้บริการ และผู้ใช้บริการต้องให้ความร่วมมือและตรวจสอบผู้ประกอบการ ขณะที่ภาครัฐจะกำกับติดตามดูแลตรวจสอบทั้งสองส่วน เราต้องทำงานร่วมกันทั้งหมดสามส่วนนี้&amp;quot; โฆษก ศบค. ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65027</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, มั่วสุม, ศบค., เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เหล้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200504/image_big_5eafc1a699901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 13:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 13:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.จับปรับหนักร้านอาหาร สถานบริการจำหน่ายสุราวันอาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.61 -พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกlสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงมาตรการควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันในวันที่ 27-28 กรกฎาคม 2561 ซึ่งตรงกับวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ตามประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ห้ามมิให้ผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันสำคัญทางศาสนา ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับสั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวขภูธรภาค 1-9 (ภ1-9) และกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิด ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการจำหน่ายและการดื่มในสถานที่ห้าม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเน้นการลงพื้นที่ตรวจตราตามร้านอาหาร คาราโอเกะ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด บริเวณถนนสายหลัก ในช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยมุ่งสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้จำหน่ายสุราที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเต็มกำลัง ในการออกตรวจจับผู้กระทำความผิดเมื่อได้รับการร้องขอ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย บังเกิดผลอย่างจริงจังและเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวทำให้มีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนผู้ประกอบการ ร้านอาหาร ร้านค้า และสถานบริการทุกประเภทที่อยู่ในบังคับของกฎหมาย ให้งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ทั้งการขายส่งและขายปลีกทั่วราชอาณาจักร ยกเว้นการขายเฉพาะร้านค้าปลอดอากรภายในอาคารท่าอากาศยานนานาชาติ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของคืนวันที่ 27 ก.ค. 61 ถึงเวลา 24.00 น. ของคืนวันที่ 28 ก.ค. 61 หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ มาตรา 59 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับพี่น้องประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูล เบาะแส ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านทางหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14211</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฯ, พล.ต.อ.จักรทิพย ์ชัยจินดา, วันอาสาฬหบูชา, วันเข้าพรรษา, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180727/image_big_5b5aba6f1dd09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9036</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 07:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหนุ่มมาเลย์ผลิตเหล้าปลอมขายในหาดใหญ่มากว่า5ปี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.61 - กำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอหาดใหญ่นำโดย นายทวีวุฒิ สังข์ศิริ นายอำเภอหาดใหญ่ร่วมกับกำลังทหารนำโดย พ.อ.วรเดช เดชรักษา ผบ.ร.5/ผบ.ฉก.ร.5 &amp;nbsp;และ ร.อ.กิตติคุณ ณ วาโย ผบ.ร้อย ร.อโณทัย ค่ายเสนาณรงค์ บุกทลายแหล่งผลิตเหล้าปลอม ภายในตึกแถว 2 ชั้น เลขที่ 34 ถนนราษฎร์ดำริ เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเหล้าปลอมรายใหญ่ใน อ.หาดใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามารถจับกุม นาย CHAN SION HENG อายุ 37 ปี ชาวมาเลเซีย พร้อมยึดเหล้าปลอมที่ติดอากรแสตมป์และฉลากปลอมเสร็จเรียบร้อยและล้วนเป็นยี่ห้อดังจากต่างประเทศที่ราคาขายตามท้องตลาดค่อนข้างสูง จำนวน 10 ลัง บรรจุลังละ 10 ขวด รวม 100 ขวด เช่น ยี่ห้อแบลคเลเบิล เรดเลเบิล ชีวาส XO &amp;nbsp;รวมทั้งขวดเหล้าเปล่าที่อยู่ระหว่างการบรรจุอีก 3 ลัง หรือ 30 ขวด พร้อมกล่องและบรรจุภัณฑ์ของเหล้าแต่ละยี่ห้ออีกจำนวนหนึ่ง &amp;nbsp;พร้อมออร์เดอร์สั่งสินค้าเจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เอาไว้&amp;nbsp;


fifa356&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน นาย CHAN SION HENG &amp;nbsp;ให้การว่า รับจ้างผลิตเหล้าปลอมมากว่า 5 ปีแล้ว&amp;nbsp;


bnk789 โดยจะผลิตตามออร์เดอร์ของลูกค้า ที่สั่งเข้ามาว่าต้องการเหล้ายี่ห้อไหนและกี่ลัง ซึ่งขั้นตอนการผลิตคือจะซื้อเหล้าจริงแล้วนำมาแบ่งและผสมกับหัวเชื้อของเหล้าแต่ละยี่ห้อเพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่เหมือนกับของจริง โดยต้นทุนในการผลิตตกลังละ 2,400 บาท&amp;nbsp;


save168&amp;nbsp;และส่งขายให้ลูกค้าลังละ 5,500 บาท เพื่อนำไปส่งขายตามท้องตลาด&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ นาย CHAN SION HENG เคยถูกเจ้าหน้าที่จับกุมกรณีลักลอบผลิตเหล้าปลอมมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กันยายนปี 2559 ก็เคยถูกตำรวจกองปราบบุกจับกุมมาแล้ว ซึ่งใช้ตึกที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับหลังนี้ลักลอบผลิตเหล้าปลอม แต่ก็ยังหวนกลับมาผลิตเหล้าปลอมอีกครั้งและยังเป็นผู้ผลิตเหล้าปลอมรายใหญ่ที่มีความชำนาญ และจากการตรวจสอบประวัติมีชื่ออยู่ในบัญชีดำผู้ที่เข้ามาทำสิ่งผิดกฏหมายในไทยด้วย &amp;nbsp;ซึ่งหลังจากนี้นอกจากจะดำเนินทางคดีแล้วจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันกลับประเทศต่อไปและจะเร่งสืบสวนขยายผลไปยังปลายทางที่เหล้าปลอมเหล่านี้ถูกส่งไปจำหน่าย เนื่องจากเป็นอันตรายกับผู้ดื่มเช่นทำให้อาการปวดหัวอย่างรุนแรงหรือหากดื่มมากๆนานๆก็เสี่ยงที่จะถึงขั้นเสียชีวิตได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9036</URL_LINK>
                <HASHTAG>สุราเถื่อน, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เหล้าปลอม, แหล่งผลิตเหล้าปลอม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af62e5760e3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 01:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คอเหล้าผงะ!บุกทลายโกดังจ้างชาวพม่าผลิตเหล้าปลอมอื้อเตรียมส่งขาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 61 - เมื่อเวลา 14.30 น. &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบก.สปพ.พร้อมพล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจ 191 และหน่วยปฎิบัติการพิเศษ จังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;นำหมายค้น ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เข้าปิดล้อมตรวจค้น บ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่6 ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายปลอมสุราต่างประเทศได้ จำนวน 3 คน คือนายกวนอูอายุ 23ปีนายเล่งอายุ 23ปีและนายเป้ อายุ21ปี ทั้งหมดเป็นชาวเมียนมาร์ ภายในโกดังยังพบสุราต่างประเทศที่บรรจุรอจำหน่าย 200 ลัง และขวดเหล้าเปล่าอีกนับพันขวดพร้อมกล่องและบรรจุภัณฑ์ของเหล้าแต่ละยี่ห้อ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นของกลาง มูลค่าความเสียหาย กว่า10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าได้มีการเข้าจับกุมแหล่งผลิตอีกแห่ง ย่านบางแค กทม. พบว่ามีการลักลอบผลิตสุราปลอมเช่นกัน จึงได้ขยายผลจับกุมได้ที่เขต จ.ปทุมธานี อีกแห่ง โดยพบว่าจะมีการผลิตและบรรจุ โดยกรรมวิธีใช้สุราราคาถูก ตามสูตรส่วนผสมของสุรา นำมาประมาณ 3 ยี่ห้อ จากนั้นนำมาคนรวมให้เข้ากัน ซึ่งโดยตามสูตรที่ผสม จะทำให้กลิ่นของชนิดสุราที่ผสม มีรสชาติและกลิ่นคล้ายคลึงกันกับสุราต่างประเทศที่มีราคาแพง ตามแต่ละยี่ห้อ จากนั้นจะนำมากรอกใส่ผลิตภัณฑ์ตามรูปแบบยี่ห้อสุราต่างประเทศแต่ละยี่ห้อที่มีราคาแพงดังกล่าว ก่อนจะนำไปส่งขายให้ตามร้านอาหาร และขายทางอินเตอร์เน็ต โดยพบว่าจะมีราคาถูกกว่าราคาตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา &amp;ldquo;มีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ซื้อหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งตนรู้ว่าเป็นของที่ยังไม่ได้เสียภาษี หรือของจำกัด ของต้องห้าม หรือที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยมิได้ผ่าน หรือ หลีกเลี่ยงศุลกากร&amp;rdquo; เป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หลีกเลี่ยงศุลกากร และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับเงินเป็นสี่เท่าราคาของที่รวมอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากนั้นได้นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7846</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล, สุรา, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, เหล้าปลอม, เหล้าเถือน, โกงดังผลิตเหล้าเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae045bfeabcc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 22:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประยุทธ์&#039;ปลื้มภาพรวม&#039;สงกรานต์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สรุปยอด 7 วันอันตรายช่วงสงกรานต์วันที่ 4 เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง เสียชีวิต 248 ราย บาดเจ็บ 2,557 คน &amp;quot;โคราช&amp;quot; แชมป์สังเวยเฝ้าถนน พบเส้นทางรอง-ทางเชื่อมเกิดเหตุบ่อยสุด &amp;quot;ศปถ.&amp;quot; เพิ่มความเข้มเดินทางกลับ กทม. &amp;quot;คสช.&amp;quot; ยึดรถ จยย. 3,148 คัน รถยนต์ &amp;nbsp;928 คัน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; พอใจบรรยากาศภาพรวมทั่วประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2561 ช่วง 7 วันอันตราย ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ &amp;quot;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;quot; ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-14 เม.ย.61 เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,557 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต หรือตายเป็นศูนย์ มี 8 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง ลพบุรี สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 99 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 17 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 109 คน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โอภาสกล่าวว่า ในส่วนสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย.2561 ซึ่งเป็นวันที่ 4 เกิดอุบัติเหตุ 603 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้บาดเจ็บ 626 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 43.62 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.70 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.58 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.17 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 43.62 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 32.84 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 30.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 13-14 เม.ย.2561 พบถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ และเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง มีสาเหตุหลักจากการขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ ประกอบกับในวันนี้หลายพื้นที่ยังคงเล่นน้ำสงกรานต์ ศปถ.จึงได้กำชับให้จังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเน้นการเรียกตรวจของด่านชุมชน เพื่อกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย รวมถึงการเล่นน้ำสงกรานต์ท้ายกระบะที่อาจก่อให้เกิดอันตราย&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ด้าน สธ.ได้กำชับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เตรียมพร้อมช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ โดยได้จัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัย รวมถึงยานพาหนะให้พร้อมเข้าถึงจุดเกิดเหตุทันที หากประชาชนพบเห็นหรือประสบอุบัติเหตุ สามารถแจ้งเหตุได้ทางสายด่วน 1669&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า ในที่ 16 เม.ย. คาดว่าประชาชนจะเดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ศปถ.จึงได้สั่งการให้จังหวัดเตรียมพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยการจราจรบนเส้นทางสายหลัก พร้อมจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงมาตรการดื่มไม่ขับ จับยึดรถ ว่าสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 14 เม.ย. มีรถจักรยานยนต์ 53,542 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 3,148 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 3,862 ราย และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 33,372 คน ส่วนรถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 37,429 ครั้ง เจ้าหน้าที่ยึดรถยนต์ 928 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 3,413 ราย &amp;nbsp;และส่งดำเนินคดี 16,720 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตลอด 4 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 7,067 คัน รถจักรยานยนต์ 5019 คัน และรถยนต์ 2048 คัน ยึดใบอนุญาตขับขี่ 16,588 ราย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดในส่วนรถจักรยานยนต์ 82,589 คน รถโดยสารสาธารณะ รถยนต์ส่วนบุคล 47,327 คน&amp;quot; รองโฆษก คสช.กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พอใจบรรยากาศสงกรานต์โดยรวมทั่วประเทศเป็นไปด้วยดี โดยประชาชนให้ความสำคัญกับกิจกรรมที่ส่งเสริมวัฒนธรรมไทยมากขึ้นตามการรณรงค์ของภาครัฐและกระแสของละครอิงประวัติศาสตร์ รวมทั้งยังได้รับรายงานด้วยว่าสถิติการเกิดอาชญากรรมลดลงกว่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของภาครัฐที่เข้มงวด และพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น โครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ การเล่นน้ำด้วยความสุภาพตามแบบประเพณีไทย ไม่ใช่อุปกรณ์ที่รุนแรง และแต่งกายมิดชิด เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ แสดงความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของประชาชนที่ออกไปเล่นน้ำติดต่อกันหลายวัน โดยฝากเตือนให้ระมัดระวังรักษาสุขภาพของตัวเอง&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจ เรื่องความรู้สึกปลอดภัย ช่วงเทศกาลสงกรานต์ กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ จำนวนทั้งสิ้น 1,138 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 10-14 เม.ย.2561 พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 61.2 รู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อออกนอกบ้าน โดยผู้หญิงส่วนใหญ่หรือร้อยละ 65.5 รู้สึกไม่ปลอดภัย ซึ่งมากกว่าผู้ชายที่เกินครึ่งหรือร้อยละ 54.6 รู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อออกนอกบ้านเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7168</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, คสช., นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, บิ๊กตู่, พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, ศปถ., สธ., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุ, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, โคราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad3544da27e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
