<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 20:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/08/2021 09:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไวรัสโควิดเปลี่ยนพฤติกรรมนักเดินทาง  เปิดไอเทมต้องมี!เมื่อใช้บริการเที่ยวบิน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ ข้อมูลจาก Yahoo Finance ระบุว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา ซึ่งนับว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีการแพร่เชื้อได้สูง กลายเป็นอีกอุปสรรคหนึ่งในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดทั่วโลก แม้ว่าวัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการร้ายแรงและการรักษาในโรงพยาบาล โดยอาการไม่รุนแรงที่เกิดจาก &amp;quot;การติดเชื้อที่ลุกลาม&amp;quot; ก็ยังคงสามารถเกิดขึ้นได้ในผู้ที่ได้รับวัคซีน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถแพร่เชื้อเดลตาได้ ซึ่งจะทำให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้นไปอีก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแพร่กระจายไปทั่วโลกทำให้เกิดความไม่แน่นอนในเรื่องการเดินทาง แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็จะเห็นได้ว่าสวิตเซอร์แลนด์และกาตาร์เริ่มอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศมากขึ้น โดยชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนสามารถเดินทางต่อไปยังแคนาดาได้ แต่ในทางกลับกัน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC ได้ออกมาตรการกีดกันในกลุ่มผู้คนที่เดินทางมาจากฝรั่งเศส อิสราเอล ไทย และประเทศอื่นๆ ที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าอนาคตของการเดินทางระหว่างประเทศและในประเทศดูเหมือนจะมืดมนเล็กน้อย เนื่องจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์เดลตา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะนี้กรมควบคุมโรค หรือ CDC แนะนำให้เดินทางเมื่อจำเป็น และใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมเมื่อต้องเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการสวมใส่หน้ากากอนามัย และการมีผลตรวจโควิดของตัวเอง และหากคุณมีกำหนดการเดินทางตามกำหนดเวลา และต้องการใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม ก็ต้องบอกว่ามีสิ่งของที่จำเป็นหลายรายการที่จะต้องพกติดตัวขณะเดินทาง เพื่อช่วยปกป้องการแพร่ระบาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างแรกเลยคงเป็นเจลล้างมือ โดยเจลทำความสะอาดมือขนาดพกพาได้กลายเป็นสินค้าหลักที่ควรมีติดมือในช่วงที่ผ่านมา เมื่อคุณซื้อเจลทำความสะอาด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60% ตามที่ CDC แนะนำ ซึ่งหน่วยงานด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ TSA อนุญาตให้บรรจุเจลทำความสะอาดมือแบบน้ำได้ 12 ออนซ์ต่อผู้โดยสาร 1 คน เพื่อนำติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบิน แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องย้ำเตือนว่าอาจทำให้กระบวนการคัดกรองด่านของคุณช้าลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการรับประกันว่าคุณจะมีเจลทำความสะอาดมือตลอดการเดินทาง แนะนำให้ว่าควรจะนำเจลทำความสะอาดมือขนาด 12 ออนซ์มาด้วย เนื่องจากอาจไม่มีจำหน่ายในขณะที่คุณเดินทาง นอกจากนี้ คุณจะต้องการเจลทำความสะอาดขนาดพกพา เพื่อติดไว้ในกระเป๋าเสื้อหรือกระเป๋าเงินของคุณเพื่อความสะดวก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับไอเทมต่อมาคงเป็นหน้ากากอนามัย แน่นอนว่าหน้ากากอนามัยยังเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการให้ทุกคนสวมใส่ในการใช้บริการขนส่งสาธารณะรวมทั้งบนเครื่องบิน ดังนั้น ทุกคนควรไม่ควรที่จะหน้ากากของตัวเองในระหว่างการเดินทาง นอกจากนี้ แนวทางล่าสุดของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแนะนำให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนในพื้นที่ที่ติดเชื้อสูงให้สวมใส่หน้ากากสองถึงสามชั้นในการเดินทางอีกด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการทดสอบหน้ากากอนามัยจำนวนมาก พบว่าหน้ากากอนามัยที่ไม่ใช่ทางการแพทย์ของ Athleta เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ด้วยการออกแบบที่สะดวกสบายและป้องกันได้ มาพร้อมที่คล้องหูที่ปรับได้เพื่อบรรเทาอาการเจ็บหูและลวดจมูกที่พอดีกับใบหน้า และหน้ากากสำหรับเด็ก ดูเหมือนว่าตัวเลือกอันดับต้นๆ มาจาก Disney เนื่องจากสวมใส่สบายและมีตัวการ์ตูน ที่อาจกระตุ้นให้เด็กอยากสวมหน้ากากมากขึ้น นอกจากนี้ จะต้องลงทุนซื้อหน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งสักสองสามชิ้น เพื่อป้องเมื่อไม่สามารถอยู่ห่างไกลจากผู้คนที่พลุกพล่านได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ทิชชูเปียกฆ่าเชื้อก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งจำเป็น เพราะในขณะที่รู้ว่าความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการสัมผัสกับพื้นผิวที่ปนเปื้อนด้วย SARS-CoV-2 (ไวรัสที่ทำให้เกิด COVID-19) โดยทั่วไปนั้นต่ำมาก แต่ก็จำเป็นที่จะนำผ้าเช็ดทำความสะอาดติดตัวไปด้วยในการเดินทาง และใช้เพื่อเช็ดที่นั่ง ที่วางแขน และโต๊ะถาดที่ต้องใช้รับประทานอาหาร ก่อนจะนั่งบนที่นั่งของคุณเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มีผ้าเช็ดทำความสะอาดที่ขึ้นทะเบียนกับสํานักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา หรือ EPA มากมาย เช่น Lysol หรือ Clorox ที่สามารถใช้ฆ่าเชื้อ SARS-CoV-2 ร่วมกับไวรัสอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเฟซชิลด์จะเป็นตัวที่เพิ่มการปกป้องเป็นพิเศษ เพราะสำหรับเที่ยวบินที่การเดินทางยาวนาน ต้องสวมหน้ากากเป็นเวลาหลายชั่วโมง ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้ากากสวมใส่สบาย ช่วยบรรเทาอาการปวดหูและทำให้ใส่หน้ากากได้พอดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณใช้หน้ากากแบบใช้แล้วทิ้งหรือหน้ากากที่ไม่มีต่างหูปรับ โดยทาง Dr.Gabriela Andujar Vazquez แพทย์โรคติดเชื้อและนักระบาดวิทยา ศูนย์การแพทย์ทาฟท์ แนะนำว่า ให้ใช้สายรัดที่เชื่อมต่อกับด้านหลังหัว เพื่อให้หน้ากากยึดแน่นกับใบหน้าของคุณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังควรน้ำยาฆ่าเชื้อสมาร์ทโฟน มันเป็นความจริงที่ว่าโทรศัพท์มือถือของคุณอาจสกปรกกว่าฝารองนั่งชักโครกประมาณ 10 เท่า ถ้าพูดตรงๆ จะต้องทำความสะอาดโทรศัพท์ หลังจากเดินทางไปไหนมาไหนแล้ว ในการขจัดแบคทีเรีย เช่น E.coli น้ำยาฆ่าเชื้อในโทรศัพท์เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วในการทำความสะอาดโทรศัพท์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากการทดสอบน้ำยาฆ่าเชื้อโทรศัพท์ทั้ง 3 แบบ พบว่า PhoneSoap Smartphone Sanitizer สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม วิธีการฆ่าเชื้อแบบที่สามารถทำเองแบบง่ายๆ ก็สามารถช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เช่นกัน ดังนั้น หากคุณต้องการหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ที่มีราคาแพง ก็ต้องบอกว่า 70% ของไอโซโพรพิลที่ละลายน้ำแล้วก็สามารถช่วยได้เช่นกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ไอเทมสุดท้ายคงหนีไม่พ้นเครื่องวัดอุณหภูมิ โดยการวัดอุณหภูมิเป็นวิธีที่ดีในการตรวจสอบอาการก่อนเดินทางและหลังการเดินทาง เนื่องจากไข้อาจเป็นอาการของการติดเชื้อโควิด-19 และอย่าลืมฆ่าเชื้อด้วยไอโซโพรพิลแอลกอฮอล์ในระหว่างการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากต้องใช้เครื่องวัดอุณหภูมิกับสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ ควรที่จะใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัส เพื่อการตรวจวัดอุณหภูมิได้อย่างรวดเร็ว. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113201</URL_LINK>
                <HASHTAG>Yahoo Finance, กรมควบคุมโรค ห, ทำความสะอาด, สายพันธุ์เดลตา, เครื่องบิน, เจลล้างมือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6116708f7fafd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88734</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 08:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 08:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ฟลุ๊ค พชร”ถามยังมีคนดีใจที่เกิดเป็นคนไทยเหลือกี่คน! ลั่นทำไมไม่ผลิตเรือดำน้ำ-เครื่องบินเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ศิลปินหนุ่มที่หลายคนรู้จักในนาม &amp;ldquo;ฟลุ๊ค เดอะสตาร์&amp;rdquo; หรือ&amp;nbsp;พชร ธรรมมล โพสต์ทวิตเตอร์ถามซื้อเรือดำน้ำและเครื่องบินจากเมืองนอกทำไม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรือดำน้ำ เครื่องบิน ซื้อเมืองนอกทำไมวะ ลองผลิตเองแบบวัคซีนโควิดม่างดิ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเจ้าตัวก็ได้โพสต์ว่ายังมีคนที่ดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยเหลือประมานกี่คนตอนนี้ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากทวิตเตอร์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88734</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟลุค เดอะสตาร์, ฟลุค-พชร ธรรมมล, ฟลุ๊ค เดอะสตาร์, ฟลุ๊ค-พชร ธรรมมล, เครื่องบิน, เรือดำน้ำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff273545ee0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2020 12:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2020 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.ซื้อเครื่องบินวีไอพี 1,348.5 ล้านบาท! แจงทดแทนลำเก่าใช้งานเกิน 30 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ค. 63 - รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) กองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่เอกสารของกรมการขนส่งทหารบก กองทัพบก เรื่องโครงการจัดซื้อเครื่องบินใช้งานทั่วไปขนาดกลางพร้อมติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน จำนวน 1 เครื่อง งบประมาณ 1,348.5 ล้านบาท ตามแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ 2563 ว่า เอกสารดังกล่าวเป็นการจัดซื้อจัดจ้างโครงการเครื่องบินใช้งานทั่วไปขนาดกลาง ซึ่งอยู่ในแผนงบประมาณปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เนื่องจากติดปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องชะลอการจัดซื้อออกไป จนต้องมีการเสนอในงบประมาณปี 2564 แทน ทั้งนี้การจัดซื้อดังกล่าวเป็นความจำเป็นในการจัดหายุทโธปกรณ์ เพื่อใช้ในสำหรับภารกิจโดยสารของผู้บังคับบัญชาและบุคคลสำคัญวีไอพี เพื่อทดแทนเครื่องบินแบบใบพัด Beechcraft 1900yf ที่กำลังจะปลดประจำการ เพราะมีอายุการใช้งานมากกว่า 30 ปี อีกทั้งก่อนหน้านี้ทางบริษัทที่ผลิตเครื่องบินแบบใบพัดดังกล่าวได้แจ้งว่าจะหยุดสายการผลิตและไม่มีอะไหล่ใหม่ ทำให้กองทัพบกต้องจัดซื้อเครื่องบินใช้งานทั่วไปขนาดกลางมาเพื่อทดแทน โดยผ่านขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเครื่องบินที่จะนำมาทดแทนนั้นเป็นเครื่องที่มาจากบริษัท Gulfstream Aerospace ถือเป็นผู้ผลิตเครื่องบิน Gulfstream G500 โดยตรงที่ผลิตเครื่องขนาดเดียวกันกับเครื่องที่จะปลดประจำการ มีลักษณะคล้ายเครื่องบินแอมแบร์กองทัพบก และเป็นเครื่องไอพ่น คาดว่าจะใช้เวลาในการจัดซื้อครั้งนี้ประมาณ 1ปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71989</URL_LINK>
                <HASHTAG>348.5 ล้านบาท, Gulfstream G500, กองทัพบก, ขส.ทบ., เครื่องบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200720/image_big_5f152925cd58f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30248</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 16:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>THAI ปิดงบขาดทุน1.15 หมื่นล้านอ้างเครื่องบินใช้งานนาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มี.ค62-นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;เปิดเผยถึงผลดำเนินการในปี 2561 การบินไทยและบริษัทย่อย มีรายได้รวมจำนวน 199,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,554 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 3.9% โดยมีค่าใช้จ่ายรวมจำนวน 208,558 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,468 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10.3% ซึ่งรายจ่ายสูงกว่ารายได้ ส่งผลให้บริษัทและบริษัทย่อยมีผลขาดทุนสุทธิ 11,569 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขาดทุนดังกล่าวนั้น เป็นผลจากค่าน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น และเกิดจากค่าซ่อมแซม ค่าซ่อมบำรุงอากาศยาน ค่าเช่าเครื่องบิน และค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณการผลิตและปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยประจำปี 2561 ขาดทุนจากการดำเนินงาน 9,058 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 2,856 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดการขาดทุนคืออายุการใช้งานของเครื่องบินในฝูงบินที่ค่อนข้างสูงส่งผลให้มีต้นทุนค่าซ่อมบำรุงที่สูงมากตามไปด้วย ประกอบกับปัญหาเครื่องบินไม่เพียงพอเปิดเส้นทางใหม่ที่มีศักยภาพ อีกทั้งเครื่องเก่ายังไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว&amp;rdquo;นายสุเมธ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากการประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)การบินไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติอนุมัติให้การบินไทยเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่จะจัดขึ้นช่วง เม.ย.นี้ เพื่อขอความเห็นชอบในการตัดการขาดทุนสะสม โดยใช้งบสำรองทางกฎหมาย วงเงิน 28,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เหลือ 296 ล้านบาท และหากในปีนี้ การบินไทยสามารถทำกำไรได้ 300 ล้านบาท ก็จะสามารถจ่ายปันผลได้ ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว จะไม่กระทบกับมูลค่าในส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ กล่าวต่ออีกว่า ในปัจจุบัน ฝูงบินของการบินไทยและบริษัทย่อย มีจำนวน 103 ลำ สูงกว่า ณ สิ้นปีก่อน 3 ลำ ทำให้โดยมีอัตราการใช้ประโยชน์ของเครื่องบิน 12.0 ชั่วโมง เท่ากับปีก่อน มีปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เพิ่มขึ้น 2.9% ปริมาณขนส่งผู้โดยสาร (RPK) เพิ่มขึ้น 1.0% อัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) เฉลี่ย 77.6% ต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งเฉลี่ยที่ 79.2% โดยมีจำนวนผู้โดยสารที่ทำการขนส่งรวมทั้งสิ้น 24.3 ล้านคน ลดลงจากปีก่อน 1.0%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมาการแข่งขันอุตสาหกรรมการบินยังคงรุนแรง ผนวกกับราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งการบินไทยได้ดำเนินการตามแผนฟื้นฟูธุรกิจปี 2561 เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทหลุดพ้นจากปัญหาการขาดทุน และสามารถทำกำไรอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยในปี 2562 นี้ มีแผนที่จะสร้างรายได้อย่างเร่งรัด อาทิ การปรับปรุงฝูงบินให้ทันสมัยและสามารถแข่งขันได้ การปรับปรุงการบริการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การบริการภาคพื้นจนถึงการบริการบนเครื่องบิน (Ground to Sky) การบริหารจัดการด้านการขายและการตลาด โดยเฉพาะด้าน Digital Marketing การหารายได้เสริม การเพิ่มขีดความสามารถและการขยายธุรกิจ เช่น โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา (MRO) รวมถึงการพัฒนาปรับปรุงศักยภาพด้านบุคลากร และการจัดโครงสร้างทางการเงินให้เหมาะสมกับธุรกิจยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากการบินไทย ระบุว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทและบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจำนวน 268,721 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 12,054 ล้านบาท (4.3%) หนี้สินรวมมีจำนวน 248,265 ล้านบาท ลดลงจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 497 ล้านบาท (0.2%) และส่วนของผู้ถือหุ้นมีจำนวน 20,456 ล้านบาท ลดลงจากวันที่ 31 ธันวาคม 2560 จำนวน 11,557 ล้านบาท (36.1%)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30248</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ผลประกอบการ, เครื่องบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c78fea3c9999.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2026 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มอบของขวัญปีใหม่&quot;ทีมเผือก&quot; เดินทางอุ่นใจ-ไร้คุกคามทางเพศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแพร่หลายผ่านรถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า เรือ รถทัวร์ รถตู้ รถสองแถว รถแท็กซี่ แม้กระทั่งเครื่องบิน ซึ่งล้วนกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะเพศหญิงมักตกเป็นเหยื่อ และถือว่าเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างสังคมปลอดภัยและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้คน จึงเป็นสิ่งที่จะต้องรณรงค์ช่วยกันหยุดยั้งสิ่งเหล่านี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ หมอชิต (จตุจักร) เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ร่วมกับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) แถลงข่าวประกาศความร่วมมือครั้งแรกของไทย ในการยกระดับรถทัวร์ไทยให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;บขส.มอบของขวัญปีใหม่ ยกขบวนชวนพนักงานเผือก เพื่อรถทัวร์ปลอดภัยไร้การคุกคามทางเพศ&amp;rdquo; พร้อมเปิดตัว &amp;ldquo;ทีมพนักงานเผือก&amp;rdquo; จากพนักงาน บขส. ที่ผ่านการอบรมการสอดส่องป้องกันและแก้ไขปัญหาเมื่อมีผู้โดยสารถูกคุกคามทางเพศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบาย องค์กรแอคชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการรถขนส่งสาธารณะของ บขส. 8-9 หมื่นคน/วัน ซึ่งจากการศึกษาพบว่ามีผู้หญิงไม่น้อยตกเป็นเป้าการถูกคุกคามทางเพศ แต่ไม่กล้าตอบโต้ ซึ่งหากตกเป็นผู้ถูกคุกคามทางเพศหรือเห็นผู้อื่นถูกคุกคาม ทั้งผู้โดยสารและพนักงานของ บขส.ช่วยยุติการคุกคามทางเพศได้ โดยการ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; หรือเข้าไปแทรกแซงเพื่อหยุดการคุกคาม เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงร่วมกับ บขส. เสนอมาตรการลดการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ 3 แนวทาง คือ จัดอบรมพนักงาน ติดกล้องวงจรปิดภายในรถ และพัฒนาระบบการแจ้งเหตุถ้ามีการคุกคามทางเพศเกิดขึ้น และทำคลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์วิธีรับมือสถานการณ์สำหรับผู้ที่ตกเป็นเป้าการคุกคามทางเพศด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปี 2560 สำรวจพบว่า 45% ของผู้หญิงที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะเคยถูกคุกคามทางเพศในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ มีประชาชนเดินทางกลับบ้าน หรือท่องเที่ยวต่างจังหวัดโดยใช้บริการรถโดยสารสาธารณะเป็นจำนวนมาก ทำให้ความร่วมมือครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมาก&amp;nbsp;


แทงสล็อต&amp;nbsp; เชื่อว่าผู้โดยสารจะเดินทางด้วยความอุ่นใจมากขึ้น เพราะพนักงานบริการบนรถ มีองค์ความรู้ทั้งในเชิงการประเมินสถานการณ์ การเข้าแทรกแซง รวมทั้งหากผู้โดยสารที่ถูกคุกคามสามารถดำเนินการทางกฎหมาย สามารถแจ้งส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ตั้งเป้าว่าจะขยายความร่วมมือไปยังหน่วยงานขนส่งสาธารณะหรือหน่วยงานกำกับดูแลการขนส่งภายใต้กระทรวงคมนาคม เช่น กรมเจ้าท่า กรมการขนส่งทางบก&amp;quot; น.ส.รุ่งทิพย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สสส. กล่าวว่า การคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นบ่อยบนระบบขนส่งสาธารณะถือเป็นความรุนแรงทางเพศรูปแบบหนึ่ง โดยกว่า 1 ใน 3 ของผู้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เพศต่างๆ เคยถูกคุกคามทางเพศ ทั้งนี้ ผู้ที่เคยถูกคุกคามทางเพศบนขนส่งสาธารณะ อายุมากสุดคือ 74 ปี และอายุน้อยสุดคือ 12 ปี โดยเป็นเพศหญิงทั้งสองกรณี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคุกคามทางเพศทำให้สังคมไม่ปลอดภัยและบั่นทอนคุณภาพชีวิตของคนในสังคม จึงเป็นภารกิจของ สสส.ที่จะสนับสนุนให้การพัฒนาและเสริมศักยภาพกลไกปัญหาการคุกคามทางเพศ รวมทั้งหนุนเสริมการทำงานของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เพื่อสร้างให้เกิดพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและคนทุกเพศวัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งการสื่อสารรณรงค์ในแคมเปญ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปค่อนข้างมาก มีการเสนอแนวทางและวิธีการง่ายๆ ในการเข้าช่วยเหลือ แทรกแซกการคุกคามทางเพศ เช่น ตะโกนส่งเสียง หยิบมือถือขึ้นมาถ่าย แจ้งพนักงานรถโดยสาร ทำเป็นทีว่ารู้จักผู้ถูกกระทำ เป็นต้น ตนจึงเห็นว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยสร้างกระแสให้ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมหันมาให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศไม่เฉพาะบนระบบขนส่งสาธารณะเท่านั้น แต่รวมถึงทุกๆ พื้นที่ในสังคมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความร่วมมือระหว่าง สสส. ภาคีเครือข่าย และ บขส. ประกอบด้วย ข้อ 1 การเสริมศักยภาพพนักงานประจำรถ บขส.ด้านความรู้ความเข้าใจและทักษะเบื้องต้นในการป้องกันการคุกคามทางเพศ ข้อ 2 พัฒนาระบบการเรียนรู้ออนไลน์สำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองของพนักงาน บขส. และข้อ 3 สื่อสารรณรงค์ให้ความรู้ปัญหาการคุกคามทางเพศรูปแบบต่างๆ พร้อมข้อมูลแหล่งความช่วยเหลือหรือแจ้งเรื่องร้องเรียนทั้งบนรถ‬บขส. และช่องทางออนไลน์อื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาววราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า นอกจากเครือข่ายจะจัดอบรมพนักงาน บขส. แล้งยังเปิดเว็บไซต์ E-learning เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเรียนรู้ด้วยตนเองเกี่ยวกับแนวทางการ &amp;ldquo;เผือก&amp;rdquo; หรือเข้าแทรกแซงเมื่อพบเจอเหตุการณ์การคุกคามทางเพศ เพราะพนักงานของ บขส.มีจำนวนมาก และมีพนักงานเข้า-ออกในตำแหน่งงานต่างๆ อยู่ตลอด&amp;nbsp;&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวอาจไม่ครอบคลุมพนักงานทั้งหมด ขณะเดียวกัน บริการขนส่งสาธารณประเภทอื่นก็มีปัญหาการคุกคามทางเพศ การมีช่องทาง E-learning จึงเปิดโอกาสให้พนักงานของหน่วยงานขนส่งสาธารณะอื่นสามารถเข้ามาร่วมเรียนรู้ด้วยตนเองได้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สนใจสามารถเข้าชมสื่อการเรียนรู้ได้ที่เว็บไซต์ teampueak.org แล้วคลิกเลือก &amp;ldquo;พนักงานเผือก&amp;rdquo; ก็จะพบสื่อการเรียนรู้รูปแบบและตัวอย่างการคุกคามทางเพศที่พบบ่อยบนขนส่งสาธารณะ การช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคามและแหล่งช่วยเหลือที่เป็นตัวช่วยสำหรับพนักงานในการระงับเหตุ นอกจากนี้ยังมีแบบทดสอบให้ทดลองทำด้วยตัวเอง พร้อมเฉลยและคำอธิบาย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะของพนักงานในการรับมือกับปัญหาการคุกคามทางเพศด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า บขส.รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเครือข่ายเมืองปลอดภัยฯ ในการออกมาตรการและวิธีการที่หลากหลายและเป็นรูปธรรม เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศที่อาจเกิดขึ้นบนรถในระบบของ บขส. โดยมาตรการเหล่านี้ถือเป็นของขวัญจาก บขส.ที่มอบให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการในช่วงปีใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยส่งพนักงานชุดแรกเข้ารับการอบรมแนวทางการรับมือและให้การช่วยเหลือผู้โดยสารที่ถูกคุกคามทางเพศ การฉายวิดีโอประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารของ บขส.ทุกคัน เพื่อให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือกับปัญหาและแหล่งให้ความช่วยเหลือ ปัจจุบัน บขส.มีรถโดยสารจำนวน 480 คัน และรถร่วมของบริษัทเอกชนที่อยู่ในความดูแลของ บขส.กว่า 4,000 คัน มีเจ้าหน้าที่ 2,800 คน โดยตั้งเป้าภายในสิ้นปี 2562 พนักงานและรถในระบบของ บขส.จะเข้าร่วมกับโครงการนี้ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิธีแก้ปัญหาในส่วนของพนักงาน บขส.ที่ถูกร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่อเพื่อนพนักงานมี 2 ขั้นตอน คือ ถูกร้องเรียนครั้งแรกจะถูกตักเตือนและภาคทัณฑ์ ถูกร้องเรียนครั้งที่ 2 จะถูกไล่ออกสถานเดียว โดย 3-4 ปีที่ผ่านมามีเพียง 1 กรณีเท่านั้นที่ถูกไล่ออก จึงย้ำกับพนักงานผู้หญิงว่า หากประสบเหตุสามารถร้องเรียนได้ตลอดเวลา ส่วนกรณีการคุกคามทางเพศระหว่างผู้โดยสารกับผู้โดยสารนั้น บขส.ได้จัดให้มี Save Zone สำหรับผู้โดยสารหญิงนั่งคู่กับผู้หญิง หลีกเลี่ยง และป้องกันเหตุการณ์ที่ผู้โดยสารผู้หญิงอาจถูกผู้โดยสารชายลวนลาม ทำให้ที่ผ่านมายังไม่ค่อยได้รับเรื่องร้องเรียนเช่นกัน&amp;rdquo; นายจิรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ บขส.เตรียมออกมาตรการดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารใน 3 ด้าน คือ ข้อ 1 การป้องปราม โดยอยู่ระหว่างการเสนอขอติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งภายในรถและหน้ารถ ข้อ 2 ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ให้มีความพร้อมในการรับมือ และมีเทคนิควิธีการในการดูแลผู้โดยสารและดูแลตนเอง และข้อ 3 พัฒนาช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้มีความสะดวกมากขึ้น จากเดิมร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของ บขส. &amp;ldquo;‮transport.co.th&amp;rdquo;‬ และฮอตไลน์ 1490 จะเพิ่มช่องทางร้องเรียนผ่านคิวอาร์โค้ดซึ่งจะติดไว้บนรถทุกคัน‬‬‬
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การฉายวิดีโอรณรงค์ให้ผู้โดยสารตระหนักและรับรู้แนวทางการรับมือปัญหาการคุกคามทางเพศ การสาธิตวิธีการใช้เว็บไซต์ E-learning และการขึ้นรถโดยสารของ บขส. เพื่อชมการสาธิต &amp;ldquo;วิธีเผือก&amp;rdquo; ของพนักงาน โดยตัวแทนพนักงาน บขส.ที่ผ่านการอบรมแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวังว่า &amp;ldquo;ทีมเผือก&amp;rdquo; จะนำไปสู่การสร้างความปลอดภัยและลดการคุกคามทางเพศ สำหรับผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะได้อย่างแท้จริง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23182</URL_LINK>
                <HASHTAG>รถตู้, รถทัวร์, รถสองแถว, รถเมล์, รถแท็กซี่, รถไฟ, รถไฟฟ้า, สุขภาวะสร้างได้, เครื่องบิน, เรือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c012da00ab15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 21:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครื่องบินเจ็ตหลุดรันเวย์หักกลางลำ อเมริกัน 6 คนบนเครื่องรอดปาฏิหาริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวลื่นไถลหลุดจากรันเวย์ขณะลงจอดที่ฮอนดูรัส แรงกระแทกทำเครื่องหักกลางลำ ชาวอเมริกัน 6 คนบนเครื่องรอดตายปาฏิหาริย์ แต่บาดเจ็บเล็กน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัย, ทหาร และตำรวจฮอนดูรัส ทำงานใกล้ซากเครื่องบินที่ไถลหลุดรันเวย์สนามบินตอนคอนติน เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาร์ลอส คอร์เดโร รองผู้อำนวยการโคเปโคซึ่งเป็นหน่วยงานบรรเทาภัยพิบัติของฮอนดูรัส เผยกับสื่อท้องถิ่นเมื่อวันอังคารที่ 22 พฤษภาคม ว่าเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวจากเมืองออสติน รัฐเทกซัสของสหรัฐ&amp;nbsp; เกิดอุบัติเหตุขณะลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติตอนคอนติน กรุงเตกูซิกัลปา โดยลื่นไถลออกจากรันเวย์และเปลี่ยนทิศทางไปตกในร่องน้ำ หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงสนามบินและใช้โฟมฉีดสกัดไฟที่ลุกไหม้จากเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปโดร อาตาตา เจ้าของกิจการท้องถิ่นเผยว่า เขาและพนักงานหลายคนนำถังดับเพลิงไปช่วยดับไฟที่ไหม้เครื่องบินลำนี้ก่อนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะมาถึง และช่วยคนที่อยู่บนเครื่องบินออกมาได้ทั้งหมด&amp;nbsp; 6 คน โดยเป็นชาย 5 คนและหญิง 1 คน ทั้งหมดดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก เป็นเรื่องปาฏิหาริย์ที่อุบัติเหตุเครื่องบินตกครั้งนี้ไม่ได้ร้ายแรงนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยเข้าค้นหาภายในซากเครื่องบิน พบว่ามีผู้โดยสารบาดเจ็บอย่างน้อย 6 คน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฮวน ออร์ลันโด เฮอร์นานเดซ ของฮอนดูรัสโพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า นักบินและผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บถูกส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลโดยอาการคงที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่าอากาศยานนานาชาติตอนคอนตินเป็นสนามบินที่ล้อมรอบด้วยภูเขาและมีรันเวย์ที่สั้นมาก จึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสนามบินที่ไม่น่าไว้วางใจที่สุดของโลก เมื่อเดือนพฤษภาคม 2551 เครื่องบินของตาคาแอร์ไลน์ลื่นไถลออกจากรันเวย์และชนเข้ากับอาคารหลังหนึ่งมีผู้เสียชีวิต 5 ราย รัฐบาลฮอนดูรัสกำลังสร้างท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ห่างจากเมืองหลวงราว 50 กิโลเมตร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายซากเครื่องบินที่แยกเป็นหลายท่อนออกจากจุดเกิดเหตุ / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9839</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตอนคอนติน, รอดปาฏิหาริย์, หลุดรันเวย์, หักกลางลำ, ฮอนดูรัส, เครื่องบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0575185ee1e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6551</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 20:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระตุ้นสว.เดินทางช่วงวันหยุด ไม่ลืมเช็กอัพสิทธิ์ในการสัญจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สิทธิพิเศษในการเดินทางของผู้สูงอายุ&amp;rdquo; เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คนสูงวัย ตลอดจนลูกหลานควรรับรู้รับทราบ โดยเฉพาะใกล้ถึงเทศกาลหยุดยาวช่วงวันสงกรานต์ ที่ต้องเดินทางไปเยี่ยมญาติในต่างจังหวัด หรือไปท่องเที่ยวนอกสถานที่ กระทั่งวัยเก๋าที่อยู่ในเมืองกรุงซึ่งอยากนั่งรถขนส่งสาธารณะไหว้พระและชมเมืองในราคาย่อมเยา หรือผู้สูงวัยที่วางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวช่วงกลางปีในราคาตั๋วที่ลดพิเศษ ทั้งนี้ เพื่อให้ไม่ให้เสียสิทธิ์ด้านการรับบริการขนส่ง และยังช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เนื่องจากบางหน่วยงานลดค่าโดยสารลงกว่าครึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ละที่จะมีสิทธิพิเศษอะไรบ้างในการเดินทางสัญจรของคนวัยเกษียณ เพื่อเตรียมพร้อมรับสังคมผู้สูงอายุ มีข้อมูลมาแนะนำกันให้ทราบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ขสมก.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเมล์ (ธรรมดา) ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ มีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนค่าโดยสารได้ในอัตราครึ่งราคาสำหรับบุคคล ดังต่อไปนี้ 1.คนตาบอด ที่มีหนังสือรับรองของสมาคมคนตาบอดฯ 2.ทหาร ตำรวจ ในเครื่องแบบ 3.ผู้ถือบัตรหรือเหรียญตราของทางราชการที่มีระเบียบระบุไว้ว่ามีสิทธิ์ได้รับการลดหย่อนค่าโดยสารรถประจำทางครึ่งราคา เสียค่าโดยสารครึ่งราคาในกรณีต่างๆ ฯลฯ 4.ผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พุทธศักราช 2546 แสดงบัตรประจำตัวประชาชนเมื่อมาใช้บริการรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และรถของผู้ประกอบการที่เดินรถร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ 5.ผู้พิการทุกประเภท ได้แก่ คนพิการที่เห็นเป็นประจักษ์ หรือคนพิการที่ถือบัตรสมาชิกสมาคมคนพิการ สมาคมใดสมาคมหนึ่ง ในเส้นทางรถโดยสารประจำทาง หมวด 1 ในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง และหมวด 4 กรุงเทพมหานคร ดูข้อมูลได้ที่ www.bmta.co.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.รถไฟฟ้า BTS&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โปรโมชั่นบัตรแรบบิทสำหรับผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อัตราค่าโดยสารที่เรียกเก็บในเส้นทางสัมปทาน 23.5 กิโลเมตร จากสถานีหมอชิตไปสถานีอ่อนนุช และจากสถานีสนามกีฬาแห่งชาติไปสถานีสะพานตากสิน รวมสถานีส่วนต่อขยายจากสถานีสะพานตากสินถึงสถานีวงเวียนใหญ่ ผู้สูงอายุได้รับส่วนลดพิเศษ 7 บาท จากราคา ปกติ 15 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -90pt 0.0001pt 0cm; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เงื่อนไขการใช้บัตรแรบบิทสำหรับผู้สูงอายุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ไม่สามารถเติมเที่ยวเดินทางในบัตรได้ 2.ผู้มีสิทธิ์ใช้บัตรแรบบิทสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ ผู้ที่มีสัญชาติไทยอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยยึดวัน เดือน ปีเกิดในบัตรประจำตัวประชาชน ทั้งนี้ ผู้ที่ใช้บัตรโดยสารประเภทดังกล่าวจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนต่อพนักงานเมื่อมีการร้องขอ 3.ผู้ใดใช้บัตรโดยมิชอบหรือไม่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด จะถือว่าไม่ได้ชำระค่าโดยสาร บริษัทสงวนสิทธิ์ริบบัตรและเรียกให้ผู้โดยสารชำระค่าปรับในอัตราไม่เกิน 20 เท่าของค่าโดยสารสูงสุดในราคาปกติ ...สามารถดูข้อมูลได้ที่ www.bts.co.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บัตรสำหรับผู้สูงอายุ 1.ลด 50% จากอัตราค่าโดยสารปกติทุกเที่ยวการเดินทาง 2.สำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 3.ออกบัตรขั้นต่ำครั้งแรกราคา 180 บาท (ประกอบด้วย มูลค่าการเดินทาง 100 บาท ค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าธรรมเนียมการออกบัตร 30 บาท) 4.สามารถออกบัตรและเติมเงินได้ที่ห้องออกบัตรโดยสาร (Ticket Office) 5.ใช้เดินทางในระบบรถไฟฟ้า MRT ทั้งสายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ในช่วงเวลาให้บริการ 6.สามารถเติมเงินได้ครั้งละเป็นจำนวนเท่าของ 100 บาท โดยที่มูลค่าภายในบัตรสูงสุดต้องไม่เกิน 2,000 บาท ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถตรวจสอบอัตราค่าโดยสารได้ที่เมนู : บัตรโดยสาร &amp;gt; ตารางอัตราค่าโดยสาร **สิทธิพิเศษ** สำหรับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะได้รับการลดหย่อนค่าโดยสารเช่นเดียวกับผู้สูงอายุ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokmetro.co.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.รถไฟฟ้าใต้ดินแอร์พอร์ตเรลลิงก์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตร Senior Citizen Smart Pass จะได้รับสิทธิพิเศษดังนี้ ได้รับส่วนลด 50% จากอัตราค่าโดยสารปกติ ทุกเที่ยวการเดินทาง สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และมีสัญชาติไทย รวมถึงสิทธิพิเศษดังต่อไปนี้ 1.ได้สิทธิพิเศษส่วนลดร้านค้าและบริการสูงสุด 50% 2.วันพ่อ พาพ่อขึ้นฟรี 3.วันแม่ พาแม่ขึ้นฟรี 4.วันเด็ก พาลูกขึ้นฟรี 5.วันผู้สูงอายุ วันครอบครัว พาปู่ย่าตายายขึ้นฟรี และพิเศษ ***เดินทางฟรีในวันเกิดไม่จำกัดจำนวนเที่ยว เพียงแสดงบัตร Smart Pass คู่กับบัตรประชาชน...ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.srtet.co.th&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.การรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการลดค่าโดยสารครึ่งราคา บุคคลที่การรถไฟฯ ลดค่าโดยสารให้ในราคาร้อยละ 50 (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) ได้แก่ 1.เด็กที่สูงเกิน 100 ซม. แต่ไม่เกิน 150 ซม. 2.พระภิกษุ สามเณรในศาสนาพุทธ หรือนักบุญในศาสนาอิสลามและคริสต์ (ตามระเบียบที่การรถไฟฯ กำหนดคุณสมบัติไว้) 3.ทหารในเครื่องแบบและผู้ที่ได้รับเหรียญ สช., รชด., ชัยสมรภูมิ, วน., สจ., กห., ชทก. เป็นต้น 4.กพส., กสข., ทบส., มพย. 5.ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) สัญชาติไทย ใช้สิทธิ์ระหว่าง 1 มิถุนายน-30 กันยายนของทุกปี 6.อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยลดค่าโดยสารเฉพาะชั้น 3 นั่งธรรมดาให้ร้อยละ 20 ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายนของทุกปี ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.railway.co.th/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.รถทัวร์ (บขส.)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกวิธีในการเดินทางออกนอกเมืองด้วยรถทัวร์ ถึงเร็วกว่า ประหยัดเวลา และที่สำคัญเมื่อเราเป็นวัยเก๋าก็จะได้รับส่วนลดไปอีก 50% ของราคาค่าโดยสาร (ลดเฉพาะค่าโดยสารไม่ลดค่าธรรมเนียม) ที่ใช้บริการรถโดยสารประจำทางหมวด 2 และหมวด 3 เฉพาะรถโดยสารของบริษัทขนส่งเท่านั้น โดยผู้สูงอายุจะต้องแสดงบัตรประจำตัวต่อพนักงานจำหน่ายตั๋วเพื่อรับสิทธิ์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.busticket.in.th/&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 7.เครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับผู้สูงอายุที่เดินทางกับบางกอกแอร์เวย์ส รับส่วนลด 10% จากราคาบัตรโดยสารราคาปกติ สำหรับทุกเส้นทางบินทั้งภายในและระหว่างประเทศ สำหรับผู้สูงอายุสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (นับจากวันที่เดินทาง) ระยะเวลาที่ใช้สิทธิ์ เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป การขอรับบริการพิเศษเก้าอี้รถเข็น กรณีประสงค์ขอรับบริการพิเศษเก้าอี้รถเข็น ...ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokair.com&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 8.เรือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-90.0pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรมเจ้าท่าได้ลดหย่อนค่าโดยสารครึ่งราคาสำหรับผู้สูงอายุที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป สำหรับเรือประจำทางในแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งเรือด่วนเจ้าพระยา เรือในคลองแสนแสบ และเรือข้ามฟาก เพียงแสดงบัตรสิทธิ์ที่กรมเจ้าท่าออกให้ ผู้สนใจสามารถทำบัตรได้ที่ สำนักงานฐานทะเบียนเรือ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.md.go.th.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6551</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย, ขสมก., คุณภาพชีวิต, ผู้สูงอายุ, รถทัวร์ (บขส.), รถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT, รถไฟฟ้าใต้ดินแอร์พอร์ตเรลลิงก์, ราคาตั๋วที่ลดพิเศษ, วันสงกรานต์, เครื่องบิน, เรือ, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac608dcb3543.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
