<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2021 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครื่องบินทหารเมียนมาตกใกล้มัณฑะเลย์ ดับ12ศพรวมพระสงฆ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มีรายงานจากสื่อเมียนมาว่า เครื่องบินทหารลำหนึ่งประสบเหตุตกที่เมืองปยินอูลวิน ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ เมื่อช่วงเช้า บนเครื่องมีลูกเรือและผู้โดยสารรวม 14 คน และมีพระชั้นผู้ใหญ่เดินทางไปด้วย เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 12 คน คาดสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีอ้างข้อมูลจากสถานีโทรทัศน์ช่องเมียวดีของกองทัพเมียนมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายนว่า เครื่องบินลำนี้บินจากกรุงเนปยีดอมาที่เมืองปยินอูลวิน ประสบเหตุตกขณะกำลังจะลงจอดเมื่อเช้าวันเดียวกันนี้ บนเครื่องบินมีลูกเรือ 6 คน และผู้โดยสาร 8 คน รวมถึงพระชั้นผู้ใหญ่ที่ข่าวไม่เปิดเผยชื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวในแถลงการณ์ว่า เครื่องบินขาดการติดต่อเมื่ออยู่ห่าง 400 เมตรจากโรงงานเหล็กแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับสนามบิน คาดว่าสาเหตุเกิดจากสภาพอากาศเลวร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสนายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน และพระชั้นผู้ใหญ่มรณภาพด้วย 2 รูป และมีผู้หญิงคนหนึ่งบาดเจ็บอาการวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมียวดีรายงานข่าวนี้โดยบอกว่ามี 2 คนได้รับการช่วยชีวิต แต่ข่าวไม่กล่าวถึงคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานของสื่อสำนักอื่นๆ ด้วยว่า เที่ยวบินนี้มีทหาร 6 นายและพระสงฆ์หลายรูปที่กำลังเดินทางไปประกอบพิธีที่วัดแห่งหนึ่ง ไม่มีรายงานความสูญเสียของผู้คนที่อยู่ด้านล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์อ้างคำกล่าวของชาวบ้านคนหนึ่งและโพสต์ของกลุ่มในชุมชนว่า มีผู้รอดชีวิต 2 คนคือนักบินและผู้โดยสาร ทั้งสองถูกส่งไปโรงพยาบาลทหาร มีภาพถ่ายหลายภาพที่เผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์เผยสภาพลำตัวเครื่องบินที่เสียหายรุนแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105919</URL_LINK>
                <HASHTAG>เครื่องบินตก, เครื่องบินทหาร, เมียนมา, เมืองปยินอูลวิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42345</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2019 21:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เครื่องบินทหารปากีสถานตกใส่บ้านคน สังเวย 18 ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เครื่องบินขนาดเล็กของกองทัพปากีสถานตกใส่บ้านชาวบ้านในเมืองราวัลพินดีเมื่อเช้ามืดวันอังคาร ทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุลามบ้านหลายหลังและส่งผลให้มีคนเสียชีวิต 18 คน เป็นพลเรือน 13 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารปิดกั้นจุดเกิดเหตุเครื่องบินตกใส่บ้านชาวบ้านในเมืองราวัลพินดีเมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและบีบีซีเมื่อวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562 อ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ปากีสถานว่า เครื่องบินขนาดเล็ก คิงแอร์ 350 แบบเทอร์โบพร็อพ ตกระหว่างการฝึกบินเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 04.00 น.วันเดียวกันของไทย จุดตกเป็นบ้านของประชาชนหลังหนึ่งในหมู่บ้านยากจนของเมืองราวัลพินดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรงกระแทกทำให้เกิดระเบิดไฟลุกท่วมและลามเผาผลาญบ้านเรือนหลายหลัง แต่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งกล่าวว่า เครื่องบินมีไฟลุกไหม้ก่อนตก และมีผู้เห็นเครื่องบินลำนี้หักเลี้ยวใกล้กับสนามบินที่เป็นจุดหมายปลายทางก่อนที่เครื่องจะตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมฮัมมัด ซาดิก ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นกล่าวว่า เขาตกใจตื่นเพราะเสียงระเบิดดังสนั่น เมื่อออกมาดูก็เห็นลูกไฟขนาดใหญ่ เขาจึงวิ่งไปที่จุดเกิดเหตุ มีเสียงชาวบ้านร้องตะโกนและพวกเขาพยายามช่วย แต่ไฟไหม้รุนแรงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟารุก บัตต์ โฆษกหน่วยกู้ภัยท้องถิ่น กล่าวว่า กู้ศพได้ 18 ศพและส่งไปยังโรงพยาบาลแล้ว ผู้ตายประกอบด้วยพลเรือน 13 คน และลูกเรือ 5 คน ศพทั้งหมดโดนไฟเผาไหม้เกรียม ทำให้ต้องตรวจดีเอ็นเอเพื่อระบุเอกลักษณ์บุคคล นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านอีก 12 คนได้รับบาดเจ็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปากีสถานมีประวัติด้านความปลอดภัยการบินไม่ดีนัก ซึ่งรวมถึงอุบัติเหตุที่เกิดกับเครื่องบินพาณิชย์ด้วย เช่นปี 2559 เครื่องบินของปากีสถานอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์ระเบิดไฟลุกหลังจากเครื่องยนต์ตัวหนึ่งขัดข้องขณะบินจากเมืองทางภาคเหนือมายังกรุงอิสลามาบัด มีคนเสียชีวิตมากกว่า 40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุบัติเหตุทางอากาศครั้งเลวร้ายที่สุดของปากีสถานเกิดเมื่อปี 2553 เครื่องบินแอร์บัส 321ของสายการบินแอร์บลูตกใกล้กรุงอิสลามาบัด ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือเสียชีวิตทั้งลำ 152 คน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42345</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปากีสถาน, ราวัลพินดี, เครื่องบินตกใส่บ้าน, เครื่องบินทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d404ad494ca2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 21:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 21:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนโวย จีนยิงเลเซอร์ก่อกวนเครื่องบินทหารสหรัฐในจิบูตี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เพนตากอนกล่าวหาว่าพลเมืองจีนในจิบูตีฉายแสงเลเซอร์พลังแรงสูงก่อกวนนักบินของเครื่องบินทหารสหรัฐที่ปฏิบัติการบินภายนอกฐานทัพที่จิบูตีหลายครั้ง พร้อมยื่นประท้วงและเรียกร้องให้จีนสอบสวน อีกด้านทำเนียบขาวเตือน จีนจะเผชิญ &amp;quot;ผลลัพธ์&amp;quot; ของการติดตั้งมิสไซล์ครูซบนเกาะพิพาททะเลจีนใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เครื่องบินลำเลียง ซี-130 ของกองทัพอากาศสหรัฐ / US Air Force&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 กล่าวว่า ฐานทัพแคมป์เลอมงนีเยร์ของสหรัฐซึ่งตั้งอยู่ในสนามบินระหว่างประเทศจิบูตี เป็นฐานทัพถาวรเพียงแห่งเดียวของสหรัฐในทวีปแอฟริกา สหรัฐใช้ฐานทัพแห่งนี้สำหรับปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและในเยเมนเป็นส่วนใหญ่ เมื่อปีที่แล้วจีนได้เปิดฐานทัพเรือของตนที่ประเทศแอฟริกาแห่งนี้ด้วยเช่นกัน โดยเป็นฐานทัพนอกประเทศแห่งแรกของกองทัพจีนที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ที่ตั้งของฐานทัพจีนอยู่ห่างจากฐานทัพของสหรัฐเพียงไม่กี่กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของดานา ไวต์ โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐได้ยื่นหนังสือแสดงร้องเรียนทางการทูตอย่างเป็นทางการต่อรัฐบาลจีนแล้ว และต้องการให้จีนสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วหลายครั้งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุการณ์ร้ายแรงมาก&amp;quot; ไวต์กล่าว และว่า การกระทำลักษณะนี้เป็นอันตรายคุกคามนักบินของสหรัฐอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พันตรีเชอรีล คลิงเคล โฆษกเพนตากอนอีกคนหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพี โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ว่า เคยมีนักบิน 2 นายของเครื่องบินลำเลียง ซี-130 มีอาการเจ็บตาเล็กน้อย ระหว่างที่นำเครื่องลงจอดที่ฐานทัพของประเทศในภูมิภาคฮอร์นออฟแอฟริกาแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวต์กล่าวด้วยว่า ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นแล้วเกือบ 10 ครั้ง และถึงแม้จะยังไม่ทราบชัดเจนถึงเจตนา แต่เพนตากอน &amp;quot;มั่นใจ&amp;quot; ว่าผู้ที่ยิงลำแสงเลเซอร์พลังแรงสูงใส่เครื่องบินของสหรัฐเป็นคนสัญชาติจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนกล่าวกับวอลล์สตรีทเจอร์นัลเช่นกันว่า แสงเลเซอร์น่าจะมาจากฐานทัพของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวด้วยว่า เมื่อเดือนที่แล้ว สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐ (เอฟเอเอ) ได้ออกคำเตือนนักบินให้ใช้ความระมัดระวังถึงขีดสุดขณะทำการบินในพื้นที่ดังกล่าว โดยในคำเตือนระบุว่ามีเหตุการณ์ยิงลำแสงเลเซอร์พลังแรงสูงหลายครั้งในบริเวณนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงการต่างประเทศของจีน โดยหัวชุนอิง โฆษกกระทรวง แถลงที่กรุงปักกิ่งเมื่อวันศุกร์ ปฏิเสธคำกล่าวหาของสหรัฐว่า &amp;quot;ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง&amp;quot; และว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องในสหรัฐควรให้ความสนใจกับข้อเท็จจริง และไม่ควรกล่าวหาอย่างไร้หลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐได้แสดงปฏิกิริยาต่อรายงานของสถานีซีเอ็นบีซีที่บอกว่าจีนได้ติดตั้งระบบมิสไซล์ครูซต่อต้านเรือและมิสไซล์ชนิดยิงจากพื้นสู่อากาศ ที่เกาะไฟเออรีครอสรีฟ, ซูบิรีฟ และมิสชีฟรีฟ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เกาะเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะสแปรตลีในทะเลจีนใต้ที่หลายชาติอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรารู้ดีเรื่องที่จีนขยายแสนยานุภาพทางทหารในทะเลจีนใต้&amp;quot; ซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาวกล่าว &amp;quot;เราได้แสดงความห่วงกังวลโดยตรงต่อจีนเรื่องนี้แล้ว และจะมีผลลัพธ์ตามมาในระยะสั้นและระยะยาว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนไม่ยืนยันรายงานข่าวนี้ แต่เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงการต่างประเทศของจีนยังยืนกรานว่าจีนมีสิทธิที่จะปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของจีนเหนือหมู่เกาะแห่งนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8533</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อกวนนักบิน, จิบูตี, จีน, ทะเลจีนใต้, สหรัฐ, เครื่องบินทหาร, เลเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180504/image_big_5aec6ec966fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
