<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54307</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพอิหร่านสารภาพ พลาดยิงเครื่องบินโดยสารยูเครน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โดนมิสไซล์ยิงจริง กองทัพอิหร่านออกแถลงการณ์ยอมรับแล้วว่ายิงเครื่องบินโดยสารโบอิ้งของสายการบินยูเครนตกเมื่อเช้ามืดวันพุธ &amp;quot;โดยไม่ได้เจตนา&amp;quot; ฆ่าคนบนเครื่องทั้งลำ 176 ศพ อ้างเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ที่เข้าใจว่าเป็นเครื่องบินของข้าศึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซากชิ้นส่วนของเครื่องบินโดยสารยูเครนที่ตกใกล้สนามบินอิหม่ามโคไมนีในกรุงเตหะรานเมื่อเช้าวันที่ 8 มกราคม 2563 / Getty Images&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้รัฐบาลอิหร่านยืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่ามิสไซล์ของอิหร่านยิงโดนเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737 ของสายการบินยูเครนอินเตอร์เนชันแนลลำนี้ เมื่อเช้ามืดวันพุธที่ 8 มกราคม 2563 ใกล้กรุงเตหะราน ไม่กี่ชั่วโมงภายหลังกองทัพอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้โจมตีฐานทัพของสหรัฐ 2 แห่งในอิรักเพื่อตอบโต้การสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบิน พีเอส752 เที่ยวบินนี้เพิ่งขึ้นบินจากสนามบินเตหะรานได้ไม่กี่นาที เพื่อมุ่งหน้าไปยังนครโทรอนโตของแคนาดา โดยใช้เส้นทางผ่านกรุงเคียฟของยูเครน เจ้าหน้าที่สหรัฐและแคนาดาอ้างข้อมูลจากข่าวกรองและหลักฐานจากดาวเทียมว่าเครื่องบินลำนี้โดนมิสไซล์ยิงตก สื่อของสหรัฐคาดเดากันว่ากองทัพอิหร่านซึ่งกำลังเตรียมพร้อมรับมือการโต้กลับของสหรัฐ อาจเข้าใจว่าเครื่องบินโดยสารลำนี้เป็นเครื่องบินรบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของทางการอิหร่านรายงานคำแถลงของกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติของอิหร่านที่เผยแพร่เมื่อวันเสาร์ 10 มกราคม ยอมรับว่า อิหร่านยิงมิสไซล์โดนเครื่องบินพลเรือนลำนี้ &amp;quot;โดยไม่ได้เจตนา&amp;quot; เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็น &amp;quot;เครื่องบินข้าศึก&amp;quot; สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น &amp;quot;ความผิดพลาดของมนุษย์&amp;quot; หลังจากเครื่องบินลำนี้บินเข้ามาในระยะใกล้กับที่ตั้งที่มีความอ่อนไหวของกองทัพ คำแถลงให้คำมั่นด้วยว่าผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เที่ยวบินนี้มีผู้โดยสารเป็นชาวอิหร่าน 82 คน, แคนาดา 63 คน, ชาวยูเครนรวมถึงลูกเรือด้วย 11 คน, ชาวสวีเดน 10 คน, อัฟกัน 4 คน, เยอรมนี 3 คน และอังกฤษ 3 คน แต่ชาวต่างชาติหลายคนอาจถือสัญชาติอิหร่านด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54307</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอิหร่าน, มิสไซล์, ยิงเครื่องบินโดยสาร, ยูเครนอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์, สายการบินยูเครน, อิหร่าน, เครื่องบินข้าศึก, เครื่องบินรบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200109/image_big_5e16ea8df13c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2019 21:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐขอเคลียร์ปากีสถาน สงสัยใช้ เอฟ-16 สอยบินรบอินเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สถานทูตสหรัฐประจำปากีสถานต้องการคำชี้แจงจากรัฐบาลปากีสถานว่า กองทัพปากีสถานใช้เครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ของสหรัฐ ในปฏิบัติการยิงเครื่องบินมิกของอินเดียตกเมื่อวันพุธที่แล้วหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นอาจเป็นการละเมิดข้อตกลงผู้ใช้ระหว่างสหรัฐกับปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารอากาศอินเดียแสดงชิ้นส่วนของมิสไซล์ AMRAAM ที่อ้างว่ายิงมาจากเครื่องบินเอฟ-16 ของปากีสถาน ระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงนิวเดลี เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินรบของปากีสถานยิงเครื่องบินรบลำนี้ของอินเดียตกภายในเขตแคชเมียร์ที่อยู่ใต้การปกครองของปากีสถานเมื่อวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านที่ต่างมีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครองกำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาวาอากาศโท อภินันทาน วาร์ทามาน ของอินเดียซึ่งสามารถดีดตัวออกจากเครื่องบินรบมิกได้ก่อนเครื่องตก ถูกชาวบ้านในพื้นที่รุมทำร้ายและกองทัพปากีสถานควบคุมตัวเขาไว้ แต่นายกฯ อิมรอน ข่าน ได้แสดงท่าทีแสวงหาสันติภาพ โดยสั่งให้ส่งตัวเขากลับคืนอินเดียเมื่อคืนวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม ทำให้วิกฤติคลี่คลายลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชนวนเหตุความขัดแย้งล่าสุดนี้เริ่มต้นจากกองกำลังติดอาวุธในปากีสถานลอบเข้ามาระเบิดรถยนต์สังหารตำรวจกึ่งทหารของอินเดีย 40 นายในแคว้นแคชเมียร์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ อินเดียตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินรบรุกล้ำแดนปากีสถานเมื่อวันอังคารที่แล้ว เข้าไปโจมตีเป้าหมายที่อินเดียอ้างว่าเป็นค่ายฝึกของกองกำลังติดอาวุธกลุ่มนี้ แต่ปากีสถานปฏิเสธว่าไม่มีค่ายที่ว่านี้ ชาวบ้านในพื้นที่ก็ปฏิเสธเช่นกัน วันต่อมาปากีสถานตอบโต้ด้วยการส่งเครื่องบินเข้ามาโจมตีสถานที่ตั้งทางทหารของอินเดียเช้าวันพุธ อินเดียส่งเครื่องบินรบขับไล่จนโดนยิงตกดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการปากีสถานยืนกรานว่า ปากีสถานไม่ได้ใช้เครื่องบินขับไล่เอฟ-16 ที่ผลิตโดยสหรัฐ ในปฏิบัติการยิงเครื่องบินรบของอินเดียลำนี้ ซึ่งบินล้ำเส้นแบ่งเขตควบคุมที่เป็นเสมือนพรมแดนระหว่างปากีสถานกับอินเดียในเขตแคชเมียร์ และอ้างว่าปฏิบัติการของตนเป็นการป้องกันตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวของรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม กล่าวว่า โฆษกสถานทูตสหรัฐประจำกรุงอิสลามาบัดของปากีสถานเปิดเผยว่า สหรัฐรับทราบรายงานข่าวที่ว่ากองทัพอากาศปากีสถานใช้เครื่องบินเอฟ-16 ในปฏิบัติการนี้ และต้องการขอข้อมูลเพิ่มเติม สหรัฐถือคำกล่าวหาทั้งหลายเกี่ยวกับการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เชิงป้องกันในทางที่ผิดเป็นเรื่องจริงจังอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในการทำสัญญาส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ของสหรัฐ สหรัฐมักจะสอดแทรกข้อจำกัดการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านี้ผ่านข้อตกลงผู้ใช้ไว้ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปากีสถาน, สหรัฐ, อินเดีย, เครื่องบินขับไล่, เครื่องบินรบ, เอฟ-16</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190303/image_big_5c7bdcaa0fa1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 22:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อินเดียส่งฝูงบินรุกล้ำปากีสถานถล่มรังนักรบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอากาศอินเดียส่งเครื่องบินรบ 12 ลำรุกล้ำน่านฟ้าปากีสถานเมื่อเช้ามืดวันอังคาร โจมตีค่ายฝึกของนักรบที่อยู่เบื้องหลังการระเบิดฆ่าตัวตายสังหารทหารอินเดียหลายสิบนายเมื่อต้นเดือน เจ้าหน้าที่อินเดียอ้างฆ่านักรบตายเป็นเบือ ด้านปากีสถานประณาม แต่ปฏิเสธว่าไม่มีค่ายนักรบโดนถล่มหรือมีคนตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชาวปากีสถานเผาธงชาติอินเดีย ระหว่างการชุมนุมประท้วงอินเดีย ที่เมืองเปชาวาร์ เมื่อวันอังคาร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายการโจมตีทางอากาศของอินเดียอยู่ใกล้กับเมืองบาลาก็อตของปากีสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากชายแดน 50 กิโลเมตร และถือเป็นการรุกล้ำข้ามพรมแดนปากีสถานลึกที่สุดนับแต่สงครามครั้งสุดท้ายจากสงคราม 3 ครั้งระหว่างสองประเทศนี้เมื่อปี 2514&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอินเดียกล่าวว่า ฝูงบินมิราจ 2000 โจมตีค่ายฝึกของกลุ่มจาอิช-อี-โมฮัมหมัด (เจอีเอ็ม) ซึ่งประกาศตนว่าอยู่เบื้องหลังคาร์บอมบ์ฆ่าตัวตายที่ฆ่าทหารอินเดียอย่างน้อย 40 นายในแคว้นแคชเมียร์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ รัฐบาลสั่งปฏิบัติการครั้งนี้หลังจากหน่วยข่าวกรองพบว่าเจอีเอ็มกำลังวางแผนโจมตีครั้งใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วีเจย์ โกเคล รัฐมนตรีต่างประเทศของอินเดีย กล่าวว่า เนื่องจากอันตรายจวนตัว อินเดียจึงจำเป็นต้องชิงโจมตีก่อน ค่ายฝึกแบบนี้ซึ่งสามารถฝึกพวกญิฮาดได้หลายร้อยคน ไม่อาจตั้งอยู่ได้โดยที่ทางการปากีสถานไม่รู้เห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากีสถานปฏิเสธว่าไม่ได้ที่พักพิงแก่เจอีเอ็ม ซึ่งเป็นกลุ่มต่อต้านอินเดียที่สานสัมพันธ์กับอัลกออิดะห์และโดนองค์การสหประชาชาติขึ้นบัญชีก่อการร้ายตั้งแต่ปี 2544 นักรบกลุ่มนี้เคยร่วมมือกับกลุ่มลัชการ์อีตออิบะโจมตีรัฐสภาอินเดียเมื่อธันวาคม 2544 จนเกือบจุดชนวนสงครามครั้งที่ 4 ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านรัฐบาลจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรเก่าแก่ของปากีสถาน เรียกร้องให้สองฝ่ายใช้ความอดกลั้น และดำเนินการเชิงสร้างสรรค์เพื่อให้สถานการณ์ในภูมิภาคนี้เสถียร และปรับปรุงความสัมพันธ์ แทนที่จะขัดแย้งกัน ส่วนสหภาพยุโรปก็เรียกร้องให้ใช้ความอดกลั้นสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากหน่วยประชาสัมพันธ์ของกองทัพปากีสถานเผยสภาพความเสียหายในป่า ที่กองทัพปากีสถานอ้างว่าเกิดจากเครื่องบินรบอินเดียปลดอาวุธทิ้ง / ISPR / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกเคลกล่าวว่า การโจมตีของฝูงบินมิราช 200 ครั้งนี้ฆ่านักรบได้จำนวนมากมาย ผู้บัญชาการของค่ายฝึกในจังหวัดไคเบอร์ปักตุนควานี้คือเมาลานา ยูซุฟ อัซฮาร์ น้องเขยของมาซูด อัซฮาร์ ผู้นำเจอีเอ็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานว่า แหล่งข่าวในรัฐบาลอินเดียรายหนึ่งอ้างว่า มีนักรบล้มตาย 300 คน และเครื่องบินรบซึ่งข่าวโทรทัศน์อ้างว่ามี 12 ลำ รุกล้ำดินแดนปากีสถานเป็นระยะทาง 80 กิโลเมตร แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันคำกล่าวอ้างของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปากีสถานประณามปฏิบัติการของอินเดีย พร้อมเตือนว่า ตนจะตอบโต้การรุกรานของอินเดียครั้งนี้ แต่คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสซี) ปฏิเสธคำกล่าวอ้างเรื่องการโจมตีค่ายก่อการร้ายในปากีสถาน และคำอ้างที่ว่ามีนักรบล้มตายจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น กองทัพอากาศปากีสถานกล่าวว่า เครื่องบินรบของตนได้ขับไล่เครื่องบินของอินเดียก่อนที่จะสามารถสร้างความเสียหาย ทำให้เครื่องบินอินเดียต้องปลดระเบิดทิ้งกลางป่า ซึ่งไม่ได้ทำให้มีคนล้มตายและไม่ได้สร้างความเสียหายร้ายแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30026</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาอิช-อี-โมฮัมหมัด, ปากีสถาน, รุกล้ำปากีสถาน, อินเดีย, เครื่องบินรบ, โจมตีค่ายนักรบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c754f5ae46e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15730</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2018 22:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2018 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านเตรียมอวดโฉมเครื่องบินรบลำใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีกลาโหมอิหร่านเผย วันพุธนี้อิหร่านเตรียมส่งเครื่องบินรบผลิตเองรุ่นใหม่บินอวดโฉมเนื่องในวันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ พร้อมย้ำจะยังคงพัฒนาขีดความสามารถด้านมิสไซล์ต่อไป เพื่อรับมือภัยภัยคุกคามจากอิสราเอลและสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชาวอิหร่านเดินผ่านภาพบนกำแพงสถานทูตเก่าของสหรัฐในกรุงเตหะราน เป็นรูปของอยาตุลเลาะห์ รูฮุลเลาะห์ โคไมนีผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม 2561 ว่าสื่อของอิหร่านรายงานอ้างคำกล่าวของพลจัตวา อามีร์ ฮาตามิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิหร่านว่า เครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ของอิหร่านจะบินอวดโฉมในวันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันพุธที่ 22&amp;nbsp; สิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันเขาย้ำว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของอิหร่านคือการพัฒนาขีดความสามารถด้านมิสไซล์ของประเทศ หากคำนึงถึงความพยายามของศัตรูในด้านการป้องกันมิสไซล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวด้วยว่า โครงการป้องกันประเทศของอิหร่านได้แรงกระตุ้นจากความทรงจำที่อิหร่านโดนโจมตีด้วยมิสไซล์ระหว่างสงครามกับอิรักยาวนาน 8 ปีในทศวรรษ 1980 และจากการข่มขู่คุกคามซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากอิสราเอลและสหรัฐ ที่ขู่ว่ายังเหลือทางเลือกอีกหลายทางไว้สำหรับจัดการกับสาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราได้เรียนรู้ในสงคราม (อิหร่าน-อิรัก) ว่าเราไม่สามารถพึ่งพาใครได้นอกจากตัวเราเอง เราได้เห็นแล้วว่าเมื่อใดก็ตามที่เราไร้ความสามารถ ก็ไม่มีใครปรานีเรา&amp;quot; ฮาตามิกล่าวและว่า อิหร่านมีทรัพยากรจำกัดและต้องรักษาความมั่นคงให้ได้ด้วยค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด &amp;quot;เรายกระดับมิสไซล์ของเราตามคำข่มขู่และพฤติกรรมของศัตรูของเรา เพื่อป้องปรามและเพื่อบดขยี้ศัตรู&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะนำเสนอเครื่องบินลำหนึ่งในวันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแห่งชาติ ผู้คนจะได้เห็นเครื่องบินลำนี้บินและเห็นยุทโธปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้กับเครื่องบินลำนี้&amp;quot; ฮาตามิกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2556 อิหร่านเคยเปิดตัวเครื่องบินขับไล่ลำใหม่ที่คุยว่าผลิตเองในประเทศ โดยตั้งชื่อว่า กาเฮอร์ 313 แต่เวลานั้นผู้เชี่ยวชาญหลายคนแสดงความกังขาถึงการใช้การได้จริงของเครื่องบินลำนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอากาศของอิหร่านมีเครื่องบินจู่โจมที่ใช้การได้จริงเพียงไม่กี่สิบลำ โดยเป็นเครื่องบินรัสเซีย หรือไม่ก็เครื่องบินรุ่นเก่าของสหรัฐที่อิหร่านซื้อมาก่อนการปฏิวัติอิสลามในปี 2522&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การคว่ำบาตรจากนานาชาติและการห้ามซื้อขายอาวุธกับอิหร่านทำให้อิหร่านไม่สามารถนำเข้าอาวุธได้เท่าที่ต้องการ จึงต้องหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมการทหารของตนให้ใหญ่โตขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันเสาร์ พลเรือตรี ฮุสเซน คันซาดี ผู้บัญชาการกองทัพเรืออิหร่าน กล่าวด้วยว่า อิหร่านทดสอบระบบมิสไซล์พิสัยใกล้ป้องกันชายฝั่งและทะเล &amp;quot;คามันด์&amp;quot; ประสบความสำเร็จ และได้นำระบบอาวุธนี้มาติดตั้งบนเรือรบลำหนึ่งของกองทัพเรือเป็นครั้งแรก ซึ่งอีกไม่ช้าจะติดตั้งบนเรือรบลำที่ 2.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15730</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาเฮอร์ 313, ภัยคุกคาม, สหรัฐ, อวดโฉม, อิสราเอล, อิหร่าน, เครื่องบินรบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180819/image_big_5b7987ddf11ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2018 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อำแหลก!&#039;เอพริลฟูลเดย์&#039;เมษาหน้าโง่เครื่องบินรบรัสเซียถล่มฐานทัพอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.61- ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Alexly Grokov โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กกลุ่มคนบ้าเครื่องรบ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาว่า...
เครื่องบินรบรัสเซียเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในอลาสก้า แบบสายฟ้าแลบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานว่าเมื่อวานนี้ ช่วง 15:00 เจ้าหน้าที่สหรัฐฯพบเห็นเครื่องบินรัสเซียจำนวนมากบนจอเรดาร์กำลังพุ่งตรงเข้ามา และได้ส่ง F-22 Raptor เข้าสกัดกั้น โดยสามารถยิงเครื่องบินตกได้บางส่วนก่อนที่จะต้องล่าถอยเพราะรัสเซียส่งเครื่องบินมามากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลา 17:00 เครื่องบินรัสเซียเริ่มปล่อยอาวุธนำวิถีและระเบิดโจมตีสนามบินในอลาสก้าอย่างหนัก จนมีผู้เสียชีวิตประมาณ 13 ราย การโจมตีหยุดลงหลังจากนั้นไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางสหรัฐอเมริกาพร้อมประกาศสงครามกับรัสเซีย และคาดว่าโลกจะเข้าสู่สภาวะสงครามอีกครั้ง....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังจากโพสต์ข้อความไปได้ครู่หนึ่ง มีสมาชิกในกลุ่มเข้ามาสอบถามกันหลายคนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ &amp;nbsp;ขณะที่สมาชิกบางคนบอกว่า นี่วันที่ 1 เมษายน ซึ่งก็คือวัน April Fools&amp;#39; Day หรือวันเมษาหน้าโง่นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันโกหก มีเชื่อเรียกว่า วันเมษาฯ หน้าโง่ หรือ April Fools&amp;#39; Day ประวัติของวันๆนี้ เริ่มต้นที่ประเทศฝรั่งเศส ในยุคศตวรรษที่ 16 ตอนนั้นชาวฝรั่งเศสมีวันปีใหม่ตรงกับวันที่ 1 เมษายน กระทั่งมาถึง ค.ศ.1562 โป๊ป เกรกอรี จึงกำหนดให้ชาวคริสต์ทั่วโลกฉลองวันปีใหม่พร้อมกันวันที่ 1 มกราคม คราวนี้สมัยก่อน ข่าวสารไม่ได้กระจายรวดเร็วเหมือนสมัยนี้ คนบ้านนอกของฝรั่งเศสบางกลุ่มยังไม่รู้ แถมบางคนได้ยินแล้วก็ยังไม่เชื่อ เลยฉลองวันปีใหม่กันวันที่ 1 เมษาฯเหมือนเดิม ทำให้พวกไม่ตกยุคเย้ยหยันพวกตกยุคว่า &amp;quot;หน้าโง่&amp;quot; แถมยังพยายามจะแกล้งหลอกคนกลุ่มนี้เพื่อความสนุกสนานอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 1 เมษาฯ ก็เลยกลายเป็นวันที่คนแกล้งหลอกกันด้วยการแต่งเรื่องอะไรก็ไดมาหลอกให้คน อื่นหลงเชื่อ จากนั้นค่อยเฉลยในตอนท้าย ซึ่งเรื่องที่เอามาหลอกนั้นจะต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับเลือดตกยางออก และคนที่ถูกหลอกจะต้องไม่โกรธด้วย เพราะถือว่า วันนี้เป็นวันพิเศษ ยกเว้นให้หนึ่งวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางทฤษฎีเล่าว่า วันโกหกนี้เริ่มจากพวกโรมันโบราณมีเทศกาลที่เรียกว่า &amp;quot;Cerealia&amp;quot; จัดในช่วงต้นเดือนเมษายน เรื่องเล่านี้มีว่า เทพเจ้าชื่อ Ceres ทรงได้ยินเสียงสะท้อนของพระธิดา Prosperpina ตะโกนมาว่า เธอถูกจับตัวไปอยู่ใต้ผืนดินโดยเทพพลูโต Ceres จึงตามเสียงลูกสาวไป และได้พบความจริงที่ว่า การตามเสียงสะท้อนเนี่ย เป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลย เหมือนว่าพระองค์ทรงถูกหลอกนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มีอีกทฤษฎีที่เชื่อว่า วันโกหกเกิดจากช่วงฤดูใบไม้ผลิมีคำกล่าวที่ว่า ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หนุ่มสาวจะออกตามหาความรักและเป็นช่วงที่พืชเจริญเติบโต สัตว์ต่างๆ หาคู่ด้วยและในเดือนนี้ (เมษายน) พวกนักบวชจะพยายามหลอกล่อวิญญาณของความชั่วร้ายอย่างสุดความสามารถ เพื่อไม่ให้มันมาขัดขวางความรักของทั้งหนุ่มสาว พืช และสัตว์ ดังนั้นจึงเป็นเดือนที่นักบวชจะต้องสวดเพื่อล่อวิญญาณร้ายซึ่งวิธีนี้เริ่มขึ้นในอเมริกา และเผยแพร่ไปที่อังกฤษ และลามเข้าไปในประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจ ของการโกหกในวัน April Fool Day คือความตลก โดยเรื่องที่โกหกต้องอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ไม่ทำอันตรายให้คนอื่น ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่เกี่ยวกับความเป็นความตาย เพราะฉะนั้น กลอุบายที่ยอดเยี่ยมที่สุดจะต้องทำให้ทุกคนหัวเราะได้ โดยเฉพาะคนที่ตกเป็นเหยื่อ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6211</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 เมษายน, April Fools&#039; Day, วันเมษาหน้าโง่, วันโกหก, สมคราม, สหรัฐ-รัสเซีย, เครื่องบินรบ, เอพริลฟูลเดย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180401/image_big_5ac06c28072c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
